0 Views

Chapter 70 – Dark Elven City (3)

ซังจินได้เข้าไปภายในวิหารในขณะที่ยังซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ในตอนนี้เขาสามารถจะได้ยินเสียงภาวนาออกมา

“ไคม่า โอ พระเจ้าที่ยอดเยี่ยม…”

การฟังคำภาวนานี้มันได้ทำให้เขารู้สึกแปลกๆ เขาได้นึกย้อนดับฟปในอดีต ผ่านทางที่มืดและภายในวิผารนั้นมันมีห้าดาร์คเอลฟ์ยืนอยู่ในตรงกลางภายใต้แสงสว่าง

“ลูกๆของท่านกำลังเตรียมพร้อมสำหรับสงคราม”

นักบวชหญิงจะสามารถมองเห็นเธอในในตรงกลางที่ล้อมรอบด้วยเอลฟ์ทั้งสี่

ในขณะที่เขากำลังคิดอยู่ นักบวชหญิงก็ภาวนาของพรต่อไป

“มอบพรแก่พวกเรา”

ในขณะที่การภาวนาจบลง

งูอนาคอนด้ายักษ์ก็ได้โผล่ออกมากจากที่ไหนสักแห่งและเลื้อยไปรอบๆวิหาร จากนั้นนักบวชหญิงก็ได้ดึงมีดและร่ายเวทออกมา

“มาบี ลาโอดี้ คาสเบอร์”

เมื่อเธอได้ร่ายคำสั่งออกมา งูอนาคอนด้าก็พุ่งเข้าไปมีดสั้นด้วยตัวเอง ซังจินเคยเห็นฉากนี้มาก่อนมันเป็นฉากที่นักบวชหญิงได้ให้พรแก่เอลฟ์ทั้งสี่ด้วยเลือดของอนาคอนด้า

มันไม่จำเป็นเลยที่ซังจินจะต้องดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นอีก ซังจินได้กระซิบออกมาเบาๆในขณะที่ยังคงหลบอยู่ในความมืด

“ซาดาเมียร์ไม่ต้องเข้าร่วมการต่อสู้นะ มันจะเป็นการเสียมานา”

ซาดาเมียร์ได้กระซิบกลับมา

“รับทราบนายท่าน”

ซังจินได้หันกลับไปสนใจที่ใจกลางวิหารอีกครั้ง ลูกแสงได้ลอยวนอยู่ด้านบนของนักบวชหญิง เขาไม่สามารถจะเข้าไปใกล้เธอได้โดยที่จะไม่ต้องสูยเสียสถานะล่องหนนี้

‘ฉันจะสามารถเข้าไปหาเธอได้ภายใน 5 วินาทีไหมนะ…? หรือว่าในตอนนี้ฉันควรจะใช้สวิฟพาวเข้าช่วย’

ซังจินหายใจเข้าลึกๆ ในขณะเดียวกันนักบวชหญิงเคเรนิสก็ได้ตัดหัวของอนาคอนด้าและเริ่มกระบวนการเทเลือดลงบนแก้ว มันดูเป็นวิธีการที่น่ากลัว

แต่ว่าหากเธอยิ่งสนใจมันมากเท่าไหร่ การลอบสังหารก็จะง่ายขึ้นเท่านั้น

‘5’

ซังจินได้พุ่งเข้าไปใส่เธอพร้อมกับนับถอยหลัง

‘4’

เขาได้เข้าไปถึงบันไดของขอบแท่น

‘3’

เขาได้กระโดดลงมาจากด้านบนของบันได

‘2’

ทะยานผ่านอากาศ

‘1’

เขาได้ถือดาบเอาไว้ในแต่ละมือ และเหวี่ยงมันออกไปเพื่อตัดร่างของเธอพร้อมๆกัน

‘0’

แต่แล้วหนึ่งในเอลฟ์ที่ได้คุกเข่าอยู่ก็ได้ลุกขึ้นยืนและป้องกันการโจมตีของซังจินด้วยโล่

“เคร๊ง~”

เสียงของเหล็กปะทะกันได้ดังสนั่นสะท้อนไปมา จากนั้นโอเปอเรเตอร์ก็ประกาศออกมา

[คำเตือน บอส]

[‘นักบวชหญิงเคเรนิส’ ปรากฏตัว]

ซังจินเม้มริมฝีปาก

‘เวร…ฉันอยากจะฆ่าบอสก่อนที่โอเปอเรเตอร์จะประกาศออกมา…’

ทำได้ทำมันทันใน 5 วินาที แต่ว่าพวกเขาก็ได้ตอบสนองต่อเสียงวิ่ง เอลฟ์ทั้งห้าคนได้หันมาสนใจที่ซังจินและหยิบอาวุธของพวกเขาขึ้นมา

“ผู้บุกรุก”

“ปกป้องนักบวช”

เอลฟ์ที่ได้ปกป้องนักบวชในก่อนหน้านี้เขาได้ถือขวานในมืออีกข้ เขาดูจะเป็นแท้ง

ที่ด้านซ้ายของมันก็ยืนอยู่ด้วยนักดาบที่มองมาด้วยสายตาที่รุนแรง

ด้านขวาก็เป็นดาร์คเอลฟ์ถือหอก และที่ไกลออกไปก็เป็นนักธนูดาร์คเอลฟ์เพศหญิง

ที่ต้องกลางก็มีนักบวชหญิงยืนอยู่พร้อมด้วยมีดและจอก ทั้งสองอย่างยังคงมีเบือดหยดอยู่ นี้มันเป็นการต่อสู้แบบ 5 ต่อ 1

ถ้าหากว่าเขามาพร้อมกับนักล่าคนอื่นๆ มันก็จะเป็นการจับคู่ที่พอดี แต่ว่าซังจินนั้นได้เบือกเส้นทางของหมาป่าเดียวดาย เขาได้ลืมเกี่ยวกับวิธีการต่อสู้หลายคนไปหมดแล้ว

“แต่ว่าการต่อสู้แบบ 5 ต่อ 1 มันก็เสียเปรียบเกินไป”

ซังจินจึงได้โยนรูปสลักหมาป่ามาที่ด้านข้างของเขา

“บรู๋วว~”

เคนได้โผล่ออกมาถัดไปจากเขา ในตอนนี้มันได้กลายเป็นแบบ 5 ต่อ 2 แล้ว แต่ว่านักบวชเคเรนิสกไม่ได้นิ่งเฉย

“จงตื่นขึ้นและกลายมาเป็นทาสของข้า”

มันเป็นเวทมนตร์ที่ซังจินรู้เป็นอย่างดี

“การฟื้นคืนของคนตาย”

จากนั้นศพของอนาคอนด้าก็ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งเนื่องจากเวทมนตร์ มันกลายเป็นแบบ 6 ต่อ 2 แต่ว่าจำนวนก็ไม่ใช่ตัวกำหนดทุกอย่าง

“ฟิ้ว~”

ลูกธนูของนักธนูเอลฟ์ได้เป็นตัวประกาศเริ่มต้นการต่อสู้ ซังจินได้ปัดลูกธนูออกไปและพุ่งเข้าไปใส่ศัตรู

เป็นอีกครั้งที่ตัวแท้งได้เขามาป้องกันเส้นทางของเขา

‘ถ้าหากว่านายคิดว่าจะหยุดฉันได้ นายก็คิดผิดแล้ว’

ซังจินได้ปะทะกับแทงสองครั้ง

“เคร๊ง ๆ”

แท้งก็แทบจะไม่สามารถที่จะลดแรงกระแทงจากดาบทั้งสองเล่มของซังจินได้ด้วยขวานและโล่ของเขา แต่แล้ว

“เคร๊ง ๆ”

ด้วยการปะทะกันเพิ่มอีกสองครั้ง ตาของเขาก็เบิกกว้างออกมา เขาได้ตระหนักแล้วว่าเขาไม่สามารถจะรับมือกับซังจินได้ด้วยตนเอง

“รูกอส , มาราน”

เขาได้ถอยกลับหลังไปในขณะที่เรียกชื่อพวกของเขา นักดาลและพลหอกได้วิ่งเข้ามาปะทะกับซังจินในทันที

พวกเขาได้วิ่งเข้ามาขนาบข้างของซังจินและเริ่มโจมตีออกมา

“เคร๊ง”

ซังจินได้หลับหอกไปอีกทางหนึ่ง และปัดดาบออกไปด้วยดาบบลัดเวเจน และจากนั้นเขาก็สวนกลับไปด้วยการหมุนตัวเตะไปที่ท้องของนักดาบ

“พลั๊ว”

“อั๊ก”

เขาได้เตะเขาไปที่กระบังลมของนักดาบเต็มๆ และเพื่อให้แน่มจซังจินก็ได้ใช้เบสโกโร่ร่ายเวทออกมาอีก

“จงถอดคมเขี้ยวและกลายเป็นแกะที่เชื่อฟัง โพลี่ม็อฟฟ์”

นักดาบได้โดนโจมตีและทำให้กลายเป็นแกะในเวลาที่ให้เคียงกัน

“แก!”

แท้งได้วิ่งเข้าไปปะทะกับซังจินพร้อมกับเหวี่ยงขวานออกไป แต่ซังจินก็สามารถจะดึงประสิทธิภาพของแกมแรมออกมาได้อย่างเต็มที่ มันจึงทำให้เขาสาม่รถจะรับมือกับทั้งสามคนพร้อมกันได้

“สสสส์~”

งูอนาคอนด้ายักษ์ได้เลื้อยเข้ามาเพื่อที่จะโจมตีซังจิน แต่แล้ว

“โฮ่ง”

เคนก็ได้กระโดดเข้ามาและกัดไปที่คอของงู

‘ขอบใจ’

ซังจินได้คิดขึ้นกับตัวเอง ในขณะที่เขาก็ยังคงปะทะอยู่กับแท้ง แท้งได้ถูกกดให้ถอยกลับไปจนในตอนนี้เขาได้อยู่ห่างจากนักบวชเพียงไม่กี่ก้าว

เมื่อนักบวชใกล้จะตกอยู่ในอันตราย พลหอกและนักธนูก็ได้เพิ่มการโจมตีให้ดุเดือดยิ่งขึ้น

“ฮ้า”

พลหอกได้แทงออหมาในขณะที่หมุนหอกไปรอบๆ

“ฟิ้ว~”

นักธนูใกล้ได้ยิงออกมาในระหว่างซังจินกับพรรคพวกของตน เพื่อที่จะข่ขู่ซังจิน ซังจินก็ยังคงหลบอาวุธต่างๆได้ทั้งหมด

พวกผู้พิทักษ์ทั้งสี่คนนั้นแข็งแกร่งกว่ามอนสเตอร์ปกติแต่ว่าก็ไม่แข็งแกร่งถึงระดับบอส เมื่อนำไผเทียบกับบอสลับจากการจู่โจมก่อนหน้านี้ แมนติคอร์ พวกนี้ดูจะช้าเป็นอย่างมาก

ในขณะที่การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป พวกศัตรูก็ได้เริ่มเต็มไปด้วยเลือด แต่ว่าปัญหาคือบอส ในระหว่างที่พวกผู้พิทักษ์ปกป้องเธออยู่ เธอก็ได้ร่ายเวทออกมา

“ปวดร้าวกระดูกและกล้ามเนื้ออ่อนแรง”

มันเป็นหนึ่งในเวทมนตร์ที่นิยมที่สุดเวทหนึ่ง ‘สโลว’ ซังจินเตรียมพร้อมที่จะยกเลิกเวทนี้ในทันที

‘ฉันจะปลดเวทมนตร์นี้ออกไปด้วยฟรีอาร์คในทันที’

“สโลว”

แต่เป้าหมายของมันไม่ใช่เขา แต่เป็นเคนผู้ที่กำลังปะทะอยู่กับอนาคอนด้า ทันใดนั้นเองอนาคอนด้าก็ได้พุ่งไปรัดเคนที่ช้าลง

‘เวรเอ้ย’

ซังจินได้ใช้ดาบในมือขวามูนสเปคปัดการโจมตีของทั้งแท้งและพลหอกในเวบาเดียวกัน จากนั้นเขาก็ชี้ดาบบลัดเวเจนที่อยู่ในข้างซ้ายไปทางเคน

“ฮ้าา”

ดาบได้พุ่งไปใส่อนาคอนด้าและปักลงบนร่างกายของมัน

ในขณะที่มือซ้ายของเขาว่างเปล่า ซังจินก็ได้หยิบกระดิ่งแมนยาต้าออกมาและสั่นมันในทันที

“กริ่ง ๆ ”

เสียงสั้นๆได้ดังออกมา ทันใดนั้นเคนก็รวดเร็วขึ้นและหนีออกมาจากการรัดของอนาคอนด้าได้ และจากนั้นก็พุ่งเข้าไปใ่นักบวช นักบวชได้พยายามที่จะหยุดเคนด้วยมีดสั้น แต่ว่าเคนก็ไม่ได้รับความเสียหายอะไรเลย

เคนไม่สนใจมีดสั้นและกัดลึกเข้าไปที่ไหล่ของนักบวชหญิง

“ท่านนักบวช”

ทันใดนั้นนักธนูและพลหอกก็ได้หันไปสนใจเคน ในขณะเดียวกัน

“ฮ่าห์”

ซังจินได้เรียกดาบกลับมา ในที่สุดเขาก็ได้ต่อสู้ 1 ต่อ 1 กับแท้ง ซังจินเริ่มต้นด้วยการเหวี่ยงดาบบลัดเวเจนออกไป

“เคร๊ง”

เขาเล็งไผที่ขวาน แต่เขาก็แสร้งทำเผ็นจะโจมตีไปที่โล่

“วูบ”

และแล้วเขาก็เปลื่ยนทิศทางในทันทีและโจมตีไปที่ขวานในมือ

“เคร๊ง”

ขวานได้ปลิวออกไปไกล จากนั้นแท้งก็ได้ดึงโล่มาเพื่อกันดาบคู่ของซังจิน แต่ว่าการที่จะหยุดการโจมตีของซังจินด้วยโล่เพียงอย่างเดียวนั้นมันเป็นไปไม่ได้

แท้งได้เห็นการโจมตีมาในสองทางในเวลาเดียวกัน ทางหนึ่งจากด้านล่างและอีกหนึ่งจากด้านบน และเขาก็ไม่สามารถจะตอบสนองมันได้ทันเวลา

“อ๊ากก”

ปม้ว่าแท้งจะสวมใส่เกราะหนักทั้งตัว แต่ว่ามันก็ไม่สามารถจะป้องกันการโจมตีของซังจินได้ ซังจินได้ตัดทั้งเกราะและผิวหนังออกไปพร้อมๆกัน เมื่อเขาจัดการกับแท้งได้ ซังจินก็ได้มีเวลาที่จะตรวจสอบดูสถานการณ์

นักธนูและพลหอกกำลังพยายามไล่เคนให้ออกห่างจากนักบวชหญิง เคนได้หมุนไปรอบๆและกลับมาอยู่ข้างๆซังจิน เครได้ถ่มน้ำลายออกมา ในน้ำลายนั้นมันทีทั้งเลือดและผิวหนังของดาร์คเอลฟ์

นักบวชหญิงได้มองมาที่ซงจินและเคน ทันใดนั้นเองเธอก็ได้โยนจอกออกมาใส่ซังจิน จอมมันได้พุ่งมาด้วยความเร็วที่ช้ามากเมื่อเทียบกับลูกธนู แถมมันยังพุ่งมาไม่ถูกทางอีกด้วย

จอกมันได้ตกลงก่อนที่เท้าของซังจิน แต่แล้ว

“มันคืออะไร?”

ซังจินได้มองดูมันลอยเข้ามาโดยที่ไม่คิดอะไรมาก แต่แล้วเลือดภายในจอกก็ได้ละเหยออกไปและกลายเป็นไอ จากนั้นซังจินก็ได้สูดไอนั้นเข้าไปและเขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติ

‘นี้มันอันตราย’

ซังจินได้กระโดดถอยกลับไป มันจะต้องเป็นสายพิษจากอนาคอนด้าแน่นอน เคนก็ยังกระโดดถอยกลับมา แต่เคนก็ได้ส่ายไปมา

“….”

หมาป่ามีทักษะการดมกลิ่นที่ดีเป็นอย่างมาก และดังนั้นผลกระทบที่เคนได้รับจึงมากขึ้นไปตามทักษะการดมกลิ่นของเขาอีกด้วย ในขณะที่เคนและซังจินได้หลบออกมาจากไอนั้น นักบวชหญิงก็ได้ร่าวเวทออกมา

“ปิดบาดแผลและลบความเจ็บปวด ฮิว”

แท้งที่ในก่อนหน้านี้นอนบาดเจ็บกรีดร้องอยู่ได้ลุกขึ้นยืนและหยิบโล่ขึ้นมาราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นพลหอกก็ได้หยิบขวานขึ้นมาและโยนมันคืนไปให้เขา

แท้งได้ยืนขึ้นเหมือนกับกำแพงกั้นระหว่างซังจินกับพวกเอลฟ์คนอื่นๆ นักดาบก็ได้กลับมาเป็นปกติและไปยืนอยู่ทางด้านซ้ายของแท้ง นักธนูก็ได้เตรียมพร้อมที่จะโจมตีอีกครั้ง ซังจินได้ขมวดคิ้วขึ้นมา

‘นี่มันอาจจะต้องใช้เวลาสักครู่…’

ซังจินได้มองไปที่มือขวาของเขาและไล่ไปยังดาบ ‘มูนสเปค’

‘ฉันต้องการที่จะเก็บมันไว้สำหรับบอสลับ…’
บอสลับของการจู่โจมนี้ทรงพลังเป็นอย่างมาก แต่ว่าถ้าหากเขาได้เก็บทักษะ ‘เสียงคร่ำครวญของคนตาย’ เอาไว้ในตอนนี้ มันก็อาจจะทำให้การต่อสู้ลากยาวนานำปอาจจะจนถึงมากกว่าระยะคูลดาวของทักษะนี้ซะอีก ซังจินได่คิดสิ่งนี้ขึ้นในใจและเก็บดาบกลับเข้าฝัก

“ฟิ้ว~”

ลูกธนูได้พุ่งออกมาและซังจินก็ได้ปัดมันออกไปด้วยดาบบลัดเวเจนในมือซ้าย

เขาได้ใช้มืออีกข้างหนึ่งจบไปที่ดาบมูนสเปค จากนั้นเขาก็วิ่งเข้าไปหากลุ่มของดาร์คเอลฟ์ แท้ง นึกดาบ พลหอก ต่างก็วิ่งเข้ามาใส่ซังจินในทันที แต่ว่าขี้คือสิ่งที่เขาได้เล็งเอาไว้

“เสียงคร่ำครวญของคนตาย”ซังจินได้พูดออกมาในขณะที่ชักดาบมูนสเปคออกมาจากฝัก

“กรื้ดดดดดด~”

เสียงร้องโหยหวนได้ดังไปทั่ว และทันใดนั้นนักดาบและพลหอกก็ได้หนีไปในทันที

อย่างน้อยแท้งก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม แต่ว่าเขาก็หวาดกลัวจนไม่สามารถจะเคลื่อนไหวได้

ซังจินได้วิ่งผ่านเขาไปในทันทีและเข้าไปหานักบวชหญิง ถ้าหากว่ามีใครก็ตามที่สามารถจะฮิวได้ก็ควรที่จะจัดการเขาก่อนเป็นอันดับแรก

“ฟิ้ว~”

นักธนูที่อยู่ด้านหลังสุดจึงทำให้เขสได้รับผลของทักษะน้อยตามไปด้วยและเขาก็ได้พยายามที่จะหยุดซังจิน แต่ว่าเขาก็ไม่สามารถจะซื้อเวลาไปได้มากนัก นักบวชหญิงก็ร่ายร่ายเวทออกมาในขณะที่ตัวกำลังสั่น

“ทะ…ทำลายกระจก และ อะ…อีกาที่ตาย….”

เธอกำลังพยายามที่จะร่ายเวทคำสาปออกมา แต่ว่าซังจินก็ได้เข้าไปถึงตัวเธอก่อนและโจมตีออกมา

“เคร๊ง”

ดาบแรกนั้นได้ปัดมีดสั้นออกไปจากมือเธอ

“วูบ”

และด้วยดาบที่สองมันก็ได้ตัดหัวของเธอไป

‘ฉึบ’

[บอส ‘นักบวชหญิงเคเรนิส’ ได้ถูกกำจัดแล้ว]

โอเปอเรเตอร์ได้ประกาศออกมา และจากนั้นเบสโกโร่ก็กระซิบบอกออกมา

‘มันนานกว่า 1 นาทีไปแล้วเค’

ซังจินได้แคะขี้หูของเขาในขณะที่ตอบกลับไป

“ใช่แล้ว ฉันรู้”

 


ตอนนี้กลุ่มลับตอนนี้กลุ่มแรก 1-80 ครบแล้วนะครับ ส่วนกลุ่มสองจะเป็นตอนที่ 81-130 ครับ ซึ่งตอนนี้จำนวนตอนปัจจุบันอยู่ที่ตอนที่ 130 ครับสามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <