0 Views

Chapter 53 – Count Dimitri’s Castle Ruins (9)

สิ่งถัดไปนั่นคือการแจกไอเทมโดยที่เริ่มจากโดมินิคเช่นเคย

[เสื้อไหมพรมแมงมุม]

[โพชั่นฟื้นฟูขนาดกลาง 2 ขวด]

โดมินิคผู้ที่ไม่ได้รับอะไรมากนักแต่อยากน้อยเขาก็ได้รับของระดับแรร์และเขาก็ดูจะพอใจกับมัน ต่อมาคือจิโอวานี่

[ขวานนักล่าแวมไพร์]

[โพชั่นฟื้นฟูขนาดกลาง 2 ขวด]

เขาได้หยิบขวานขึ้นมาและพึมพัมกับตัวเอง

“นี่มันแย่กว่าขวานปัจจุบันที่ฉันใช้อยู่…ดูเหมือนว่าจะต้องขาย..”

คนต่อมาคือเพ่ง หลง

[อูโก้ – เข็มขัดสารประดอบของแฟรงเก็นไสต]

[โพชั่นฟื้นฟูขนาดกลาง 2 ขวด]

เพ่ง หลงได้ยกไอเทมขึ้นสำรวจ

อูโก้ – เข็มขัดสารประกอบของแฟรงเก็นสไต
เข็มขัดระดับวีรบุรุษ – ป้องกัน 5%

ทักษะติดตัว
ปฐมพยาบาล (I)
เมื่อพลังชีวิตลดลงต่ำกว่า 10% เข็มขัดจะทำการใช้โพชั่นโดยอัตโนมัต
คูลดาล 20 นาที

ปกติมันเป็นสายรัดของมือของมอนสเตอร์แฟรงเก็นสไตมันมีขนาดใหญ่มากจึงเหมาะจะนำมาทำเป็นเข็มขัดสำหรับมนุษย์

มันเป็นไอเทมที่ไม่เลวเลย ในช่วงระหว่างการต่อสู้อยู่นั้นจะสามารถสละเวลามาดื่มโพชั่นนั้นมันทำได้ยากมา การเพิ่มพลังชีวิตโดยอัตโนมัตมันเป็นสิ่งที่ดี แต่ว่า

“หืม…มันเป็นไอเทมสำหรับแท้ง”

มันไม่ประโยชน์สำหรับเพ่ง หลง เพราะมันเป็นของสำกรับพวกตัวแท้ง

“ฉันจะขายมันในการประมูล”

ทันทีที่เขาพูดออกมา จิโอวานี่ก็วิ่งไปหาเขา

“เพ่ง ขายมันให้กับฉันที”

“นายต้องการจะซื้อมันหรอ เท่าไหร่หละ”

“ช่วยลดให้ฉันด้วยนะ ฉันได้จ่ายไปให้กับมนุษย์หนูในก่อนหน้านี้จึงเหลือเงินไม่มาก”

“นายพึงจะได้รับรางวัลการจู่โจมเมื่อสักครู่ไม่ใช่หรอ”

ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังเจรจากันอยู่ มาฮาเดสก็ได้รับรางวัลของเขา

มาฮวน – กล้ามเนื้อของแฟรงเก็นสไต
เกราะไหล่ระดับวีรบุรุษ – ป้องกัน 36%

ทักษะติดตัว
ผิวหนังมีชีวิต(III)
ฟื้นฟูพลังชีวิต 2% ต่อนาที

ผิวหนังของแฟรงเก็นสไตมันจะฟื้นฟูตัวเองโดยอัตโนมัตเมื่อได้รับความเสียหาย

มาฮาเดสได้สวมใส่อุปกรณืนี้ในทันที แล้วสุดท้ายก็เป็นตาของซังจิน

[บลัดซัคเกอร์ – แหวนของแวมไพร์]

[เบสโกโร่ – หัวของดูลาฮาล]

[ชาโดวรัน – ม้าวิญญาณ]

[หนังสือเวทมนตร์ – ภาพลวงตา]

[โพชั่นฟื้นฟูขนาดกลาง 4 ขวด]

ในขณะที่ซังจินกำลังอ่่นข้อความที่โอเปอเรเตอร์ให้มา เธอก็ได้ประกาศออกมาอีกครั้ง

[ขอแสดงความยินดีด้วย คุณได้รับไอเทมระดับตำนาน ‘เบสโกโร่ – หัวของดูลาฮาล]

ซังจินได้หยิบไอเทมขึ้นมา และสิ่งแรกที่มันดึงดูดสายตาของเขาคือ ‘เบสโกโร่ – หัวของดูลาฮาล’

มันเป็นไอเทมระดับตำนาน แต่กระโหลกของมันก็ส่องแสงเปลวเพลิงสีเขียวแปลกๆออกมา

[สุดท้ายนี้จะเป็นกาีแจกฉายาที่ได้รับจากการจู่โจม]

ทุกๆคนต่างก็ได้รับฉายาของตนเองอย่างละอัน และฉายาที่ซังจินได้รับคือ

[ผู้อัญเชิญ – มอนสเตอร์ที่เรียกออกมาจะมีระยะเวลาอยู่ได้นานขึ้น 10 นาที]

‘หมายความว่าถ้าหากไม่ส่วมใส่มันโบนัสก็จะเพิ่มขึ้น 5 นาที’

มันก็ไม่ได้แย่ไปทั้งหมด การเพิ่มเวลาขึ้นอีก 5 นาทีมันก็จะช่วยให้ทำอะไรได้มากขึ้นหลายๆอย่าง

‘เยี่ยม ฉายานี้มันก็ไม่ได้แย่อะไร…’

จากนั้นซังจินก็หันไปตรวจสอบไอเทมที่เขาได้รับมาโดยเริ่มจากหัวของเบสโกโร่

เบสโกโร่ – หัวของดูลาฮาล
หมวกระดับตำนาน – ป้องกัน 70%

ทักษะติดตัว
วิสัยทัศน์ของวิญญาณ(IV) – ทำให้สามารถมองในที่ๆแทบจะไม่มีแสงได้
ทดแทนการร่าย(II) – การร่ายเวทจะลดลงครึ่งหนึ่ง คูลดาว 1 นาที
สนทนา(I) – ขอคำปรึกษากับเบสโกโร่ผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับการต่อสู้นับไม่ถ้วย

ทักษะใช้งาน
ตื่นตัว(VI) – เพิ่มความเร็วในการโจมตีขึ้น 10% สำหรับการโจมตีแต่ละครั้งในระยะเวล 1 นาที
คูลดาว 20 นาที

ฮีโร่ในตำนานเบสโกโร่ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในสนามรบ แค่แล้วเขาก็ได้พบจุดจบที่เลวร้าย
เสียงกระซิบอันหน้าเสียใจของเขาสามารถที่จะได้ยินออกมาได้ในหัว

ซังจินขมวดคิ้วขึ้นขณะอ่านมัน

‘มันเป็นหมวก’

หัวกระหลกที่มีเปลวไฟสีเขียวออกมานี้มันเป็นหมวก คุณภาพของมันเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากทั้งพลังป้องกัน ทักษะใช้งานและทักษะติดตัว

ยกเว้น ‘สนทนา’ ซังจินกลืนน้ำลายลงไปและพูดออกมา

“สวมใส่”

หัวกระโหลกได้ขยายขึ้นจนพอดีกับหัวซังจินและลอยเข้าไปสวมใส่ลงบนหัวของเขา การมองเห็นของซังจินเปลื่ยนไปในทันที แม้ว่าในที่แห่งนี้มันจะมืดแต่เขาก็สามารถจะมองเห็นมันได้ชัดเจนราวกับตอนกลางวัน

‘…นี้คือวิสัยทัศน์ของวิญญาณ’

ซังจินหันไปมองซ้ายขวา และเมื่อเขามองไปที่โดมินิค โดมินิคก็กระโดดถอยหลังไปอย่างประหลาดใจ

“หวาา”

ซังจินรู้สึกว่ากระโหลกมันได้คลุมหัวของเขาอยู่และถามออกมา

“นี่มัน…แปลกหรอ”

โดมินิคตอบกลับมา

“ไม่..ฉันรู้สึกว่า..มันดูน่ากลัวมากกว่าแปลก..”

ซังจจินคิดเกี่ยวกับหมวกของเขาและคิดว่าโดมินิคพูดถูก ทันใดนั้นเองซังจินก็ได้ยินเสียงจากด้านบน

‘หืมม เจ้าคือเจ้านายใหม่ของข้าหรอ’

ซังจินมองขึ้นไปอย่างประหลาดใจ แต่เขาก็ไม่เห็นอะไร แต่ในเวลาต่อมาเขาก็ได้ยินเสียงจากด้านหลัง

‘เจ้ากำลังมองไปที่ไหน นี่ข้าเอง ที่เจ้ากำลังสวมใส่อยู่’

ซังจินทำหน้างงอยู่ครู่หนึ่ง

“…เบสโกโร่”

‘ใช่แล้วนั่นคือชื่อของข้า’

นี่อาจจะเป็นเพราะทักษะ ‘สนทนา’ นี้จึงทำให้ซังจินได้ยินเสียงนี้เพียงคนเดียว มาฮาเดสได้กังวลเกียวกับซังจิน

“จิตวิญญารของนายยังคงถูกครอบงำอยู่”

‘ใช่แล้ว ข้าเสียใจมากที่ไม่สามารถไปสงบได้ด้วยความตาย เจ้าคำสาปของเดมิทรี…’

“เคาท์เดมิทรีตายแล้ว ฉันตัดหัวเขาเอง”

‘ข้ารู้ เจ้าบอกข้ามาแล้ว เจ้าทำได้ยอดมาก มันสมควรที่จะตายแล้ว’

ซังจินได้นึกถึงคำพูดของโอเปอเรเตอร์ในก่อนหน้านี้

‘ทรยศและตัดหัว’

”อย่างไรก็ตามเขาได้กล่าวหาว่าข้าวางแผนที่จะกบฏ ข้านั้นไม่เคยที่จะมีความคิดแบบนั้นเลย ความจริงแล้วข้ามีแผนไว้ว่าจะเข้าไปอยู่ในครอบครัวของเขาในฐานะลูกเขยด้วยซ้ำ’

“ลูกเขย?”

‘ใช่แล้ว ข้ากับลูกสาสของเขารักกันและเรากำลังจะแต่งงานกัน แต่เมื่อเขาได้ยินสิ่งนั้นเขาก็กล่าวหาว่าข้ากบฏและสั่งประหารข้า’

“การแต่งงานนั่น…เหมือนกับว่าเขาจะไม่ต้องการมัน”

‘ฉันได้ยืนอยู่ในสนามรบและต่อสู้เพื่อเกียรติยศของครอบครัวเขาเป็นเวลาถึง 40 ปี’

มันช่วยไม่ได้ที่ซังจินจะรู้สึกแปลกๆเกี่ยวกับเรื่องนี้เขาถึงพูดออกไป

“นายบอกว่า 40 ปี?”

‘ใช่แล้ว ข้าฆ่าคนไปมากมายในนามของเคาท์ มันเยอะมาก…’

“นายอายุเท่าไหร่เมื่อตอนที่ขอแต่งงาน?”

‘หืม…ข้าคิดว่าวนตอนนั้นอายุ 52 ปีแล้ว’

“แล้วอายุลูกของเคาท์อายุเท่าไหร่”

’20…’

ซังจินได้หลุดแสดงความคิดเห็นออกมาโดยไม่ตั้งใจ

“ทั้งหมดนี่มันไม่ถูกต้อง”

‘ทำไม ข้าได้ใช้เวลา 40 ปีไปเพื่อเขา ทำไมเขาจะยกลูกสาวให้ข้าไม่ได้ถูกไหม’

“ไม่ผิดหรอก แต่มันไม่ดี”

ซังจินเหล่มองไปที่คนอื่นๆ ทั้งสี่คนกำลังมองมาที่เขาแปลกๆ

‘มันชั่งน่าอับอาย..’

นัยตาของพวกเขาบอกเช่นนั้น ซังจินตบไปที่หมวกของเขาและพูดออกม

“โอเค เข้าใจแล้ว เคาท์เดมิทรีได้ตายไปแล้วดังนั้นก็จงปล่อยวางซะ”

‘แต่ข้าต้องการที่จะกลับเข้าสู่สนามรงอีกครั้ง’

“ช่วยเงียบหน่อย”

‘ไม่เป็นไร เรียกข้าเมื่อเจ้าอยู่ในสนามรบ’

ในที่สุดเขาก็หยุดพูดลง

‘แต่ว่าฉันจะไม่เรียกนาย..’

ซังจินได้ตรวจสอบไอเทมอื่นๆอีกในขณะที่คิดเช่นนั้น ไอเทมต่อไปคือแหวนที่มีทับทิมสีแดงติดอยู่ สีของมันดูคล้ายกับสีของเลือด

บลัดซัคเกอร์ – แหวนของแวมไพร์
แหวนระดับวีรบุรุษ

ทักษะติดตัว
ดูดเลือด(II) – ดูดเลือด 2% ของดาเมจที่ทำได้

แหวนที่ถูกปกคลุมไปด้วยพลังของแวมไพร์
เคาท์เดมิทรีได้ใช้แหวนแห่งนี้มาอย่างยาวนานมาก

มันเป็นไอเทมที่ดเข้าใจง่ายมาก มันมีเพียงแค่ทักษะเดียว แต่ว่ามันมีประโยชน์มากโดยเฉพาะกับซังจินที่อยู่ในแนวหน้าโดยตลอด

ไอเทมชิ้นสุดท้ายมันเป็สเหรียญเล็กๆ บนเหรียญนั้นมีรูปของม้าอยู่

ซังจินหยิบมันขึ้นมาและตรวจสอบมัน

ชาโดวรัน – ม้าวิญญาณ
การอัญเชิญระดับวีรบุรุษ

ทักษะติดตัว
สปิริตลิ้ง(ชาโดวรัน)
อัญเชิญม้าในตำนานผู้ที่วิ่งโดยไม่หยุดพักออกมา ระยะเวลา 10 นาที

ม้าคู่ใจของเบสโกโร่ หลังจากที่เจ้านายตายไปแล้วมันก็ยังตามไปรับใช้เขาหลังจากการเป็นวิญญาณ

มันเป็นอีกสัตว์อัญเชิญ มันจำเยี่ยมมากเมื่อทำงานร่วมกันกับฉายาใหม่ของเขา ซัง้จินโยนเหรียญขึ้นไปในอากาศทันที

“ฮี้~”

เสียงได้ดังออกมา และก็ได้มีม้าปรากฏตัวขึ้นมาที่เบี้องหน้าของเขา แน่นอนว่ามีอีกคนหนึ่งที่ไม่สามารถจะหยุดพูดไว้ได้

‘ในหมู่ม้าที่ข้าเคยขี่มาในช่วง 40 ปี เขาเป็นม้าที่ดีที่สุดแล้ว’

ซังจินได้ปีนขึ้นไปบนหลังของม้าและต้องการที่จะลองขี่มันไปรอบๆปราสาท แต่แล้วโอเปอเรเตอร์ก็ได้ขัดเขา

[จะกลับสู่ตลาดมืดในอีก 1 นาที]

‘ฉันควรจะลองขี่มันในภายหลัง’

จากนั้นเขาก็ลงมาจากหลังม้า

‘อะไร ทำไมเจ้าไม่ลองขี่เขาดู’

เบสโกโร่ได้ถามออกมาและซังจินก็ตอบกลับไปในทันที

“มันเหลือเวลาอีกเพียง 1 นาที ฉันต้องการที่จะกล่าวลากับทีมของฉันก่อนที่จะไป”

ซังจินกล่าวกับโดมินิคเป็นคนแรก

“โชคดีโดมินิค ฉันดีใจนะที่ช่วยนายไว้ใจ”

“ขอบคุณเค ถ้าหากเจอกันอีก…ฉันจะตอบแทนนายแน่นอน”

ต่อมาคือจิโอว่านี่และเพ่ง หลง…แต่ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังยุ่งกันอยู่

“3500”

“3000”

“3300…ฉันจะไม่ขายแล้วหากมันต่ำกว่านี้”

“ขายฉันเถอะ 3000”

“ไม่.ฉันจะไม่ขายมันในราคา 3000 ฉันจะได้รับเงินที่มากกว่านี้อีกหากนำมันไปประมูลหลังจากกลับไป”

“เรานั้นได้ต่อสู้และร่วมมือกันในการจู่โจม พวกเราเป็นเพื่อนกันนะ”

“นั่นแหละคือเหตุผลที่ฉันลดราคามันลงเหลือเพียง 3300”

พวกเขายังคงวุ่นวายกันอยู่ ซังจินจึงผ่านเขาไปและพูดกับมาฮาเดส เขาเป็นคนที่ต่อสู้ได้อย่างน่าประทับใจ กล้าหาญ และมีทัศนคติที่ดี น่าชื่นชม

ซังจินเข้าไปจับมือกับเขา

“มันเยี่ยมมากที่ได้ร่วมมือกับนาย รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากมาฮาเดส”

มาฮาเดสยิ้มออกมาและตอบกลับ

“ไม่หรอก นายนั่นแหละที่เป็นคนที่ยอดเยี่ยมมาก นายทำงานหนักเพื่อพวกเราทุกคน”

“แล้วก็จนกว่าจะถึงเวลาไว้เจอกันใหม่อีกครั้ง”

มาฮาเดสพนมมือขึ้นและภาวนาออกมา

“ขอให้โชคชะตาและเวรกรรมกำหนด”

“จะกลับสู่ตลาดมืดในอีก 10 วินาที 10”

โอเปอเรเตอร์ได้เริ่มที่จะนับถอยหลัง เพ่ง หลงและโดมินิคจึงรีบเจรจาซื้อขายอย่างรวดเร็วเมื่อเวลาเริ่มใกล้จะหมดลงและในที่สุดพวกเขาก็ซื้อขายกันเสร็จสิ้น

ในขณะเดียวกันนั้นทั้งคู่ก็หันมาหาซังจินเพื่อที่จะกล่าวลา

“ขอบคุณเค”

“ไว้เจอกันใหม่”

ซังจินโบกมือของเขากับนักล่าคนอื่นๆ

[3 2 1 0]

และแล้วเขาก็ถูกวาปกลับไปที่ตลาดมืด

 


ตอนนี้กลุ่มลับตอนนี้กลุ่มแรก 1-80 ครบแล้วนะครับ ส่วนกลุ่มสองจะเป็นตอนที่ 81-130 ครับ ซึ่งตอนนี้จำนวนตอนปัจจุบันอยู่ที่ตอนที่ 95 ครับสามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <