0 Views

Chapter 52 – Count Dimitri’s Castle Ruins (8)

เมื่ออัศวินดูลาฮานปรากฏตัวออกมา ซังจินก็ได้อ่านหยิบหนังสือ ‘เรื่องราวของสามก๊ก’ ออกมาและอ่านมันโดยทันทีโดยที่ไม่ยอมเสียเวลา

“เมื่อตั๊งโต๊ะได้ตัดสินใจพาเธอไปที่ป้อมปราการเม่ย”

ในตอนนั้น

“จงออกไปม้าของข้า ชาร์โดวรัน”

อัศวินก็ตะโกนออกมา

“ฮี้~”

ม้าได้ลุกยืนขึ้นมาและเปล่งเสียงออกมาทั่วบริเวณโดยรอบ

“เธอจงใจ…”

ซังจินได้ถูกขัดจังหวะในการอ่านหนังสือเล่มนี้และปิดหนังสือลง

‘เวรเอ้ย’

‘เรื่องราวของสามก๊ก’ ได้กลับเข้ามาอยู่ในมือของเขาและจากนั้นซังจินก็มองกลับไปที่ดูลาฮาล ดูลาฮาลนั้นกำลังขี่ม้าพุ่งเข้าออกไปด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ ซังจินจึงตะโกนออกมาอย่างรวดเร็ว

“สวิฟพาว”

ซังจินได้ใช้ทักษะของรองเท้าออกมา แต่ถึงแม้ว่าเขาจะวิ่งออกไปด้วยความเร็วืี่มากขึ้นก็ไม่สามารถจะตามมันทันได้

‘…..มันกำลังจะไปไหนกัน?’

ซังจินได้มองออกตรวจสอบไปข้างหน้าอยู่ครู่หนึ่ง

‘..เดี๋ยวนะ’

เมื่อเขานึกอะไรบางอย่างได้เขาก็หยุดวิ่งและดึงพรมเวทมนตร์ออกมา

“บิน”

เขาได้บินขึ้นไปบนท้องฟ้่และมองตรวจสอบที่ๆดูลาฮาลกำลังวิ่งออกไป มันกำลังวิ่งวนไปโดยที่มีปราสาทเป็นศูนย์กลาง

ปราสาทของเคาท์เดมิทรีนั้นมีขนาดที่ค่อนข้างจะใหญ่ แต่เนื่องจากความเร็วของดูลาฮาลมีมาก มันจึงวิ่งได้ครบรอบอย่างรวดเร็ว

นักล่าที่กำลังยืนอยู่รอบๆได้มองออกไปโดยที่ปราศจากเป้าหมายและถามออกมา

“มันกำลังจะไปไหน เค”

ซังจินได้หันกลับไปเพื่อที่จะอธิบายกับนักล่า

“เขากำลังจะกลับมา เขาได้วิ่งวนรอบปราสาท”

เช่นเดียวกับที่ซังจินได้พูดออกมา ดูลาฮาลก็ได้วิ่งมาจากอีกด้านหนึ่ง ซังจินจึงหยิบหยังสือขึ้นมาอีกครั้ง

[เหลือเวลาอยู่อีก 5 วินาทีก่อนที่ ‘สุนทรพจน์’ จะหมดคูลดาว]

‘อะไรน่ะ’

ในตอนนั้นดูลาฮาลก็ตะโกนออกมาขัดจังหวะความคิดของซังจิน

“เหล่าทหารของข้าตามมา”

ด้วยคำสั่งนั้นได้มีเหล่าผีทหารโผล่ออกมาจากด้านหลังเขา พวดมันได้ละตัวต่างก็ขี่ม้าตามหลังมาอยู่ หนึ่งในนักล่าคนหนึ่งได้พึมพัมออกมา

“พระเจ้า…”

ซังจินได้เก็บหนังสือกลับลงไปและเดินไปที่ด้านหน้าประตูปราสาท การที่ไปยืนขวางทางม้าพวกนั้นรังจะมีแต่ความตายเท่านั้น

“อะฮ่าๆ ๆ ๆ เจ้าพวกขี้ขลาด โจมตีมัน ไปเด็ดหัวของพวกมันมา”

อัศวินดูลาฮานได้ออกคำสั่งกับเหล่าทหารของเขา ในไม่ช้าพวกทหารเหล่านั้นก็พุ่งเข้าไปหานักล่าที่อยู่ด้านในเพื่อนำหัวออกมา

“เข้ามาเลยเจ้าพวกมอนสเตอร์”

จิโอวานี่ได้ตะโกนออกมาพร้อมกับยกโล่ขึ้น

“ย๊ากก”

โดมินิคได้แทงหอกออกไปด้วยความกล้าหาญ

“ย้าโฮ่”

มาฮาเดสได้ต่อยออกไป

“ฟิ้ว”

เพ่ง หลงได้ปล่อยลูกธนูออกไปโดยไร้คำพูด ซังจินก็ยังคงเป็นคนแรกที่เผชิญกับพวกมัน มันได้พุ่งเข้ามาพร้อมกับแทงหอกใส่เขา

แต่มันนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของซังจิน

“วูบ”

ในการโจมตีเพียงครั้งเดียง ทั้งหัวของทหารและม้าก็ได้ขาดลง

ซังจินได้มองสำรวจไปรอบๆเพื่อค้นหาดูลาฮาลแต่เขาก็ไม่พบมัน ที่เขาเห็นมีเพียงแค่เหล่าลูกน้องของมันที่เข้ามาเท่านั้น

ในขณะที่นักล่าทั้งสี่คนยังคงต่อสู้กับพวกมันอยู่ ซังจินก็ได้ใช้พรมเวทมนตร์บินขึ้นไปในอากาศ เขานั้นเห็นดูลาฮาลมันวิ่งอยู่ไกลออกไป มันยังคงวิ่งวนอยู่รอบปราสาทเช่นเดิม

เมื่อซังจินได้ลูกว่าบอสลับมันไม่ได้เข้าไปในปราสาท เขาจึงเตรียมพร้อมที่จะใช้ ‘เรื่องราวของสามก๊ก’ อีกครั้ง

‘ฉันจะทำมันในเวลานี้’

ซังจินได้เริ่มที่จะอ่านมันอีกครั้งแต่คำในรอบนี้มันแตกต่างจากเดิม

“ในตอนที่โจโฉได้ถามผุ้ที่มาจากเหอเป่ยผู้ที่ไม่เคยเดินเรือรบมาก่อนถึงวิธีแก้ปัญหาของผู้ที่เมาทะเล เขาได้ตอบกลับมาว่าให้มัดเรือไว้ด้วยกันมันจะช่วยลดการสั่นสะเทือนได้เหมือนกับการเดินบนพื้นปกติ”

ซังจินได้อ่านออกไปอย่างใจเย็นในขณะที่เหล่าทหารกับลังพุ่งเขามาหาเขา แต่เขาก็ตัดสินใจที่จะอ่านมันไปต่อจนจบ

“โจโฉได้ตบเข่าของเขาและพูดออกมาว่า นี้แหละคือคำตอบที่ฉันต้องการ บังทอง”

เมื่อซังจินได้อ่านจบลงหนังสือก็ได้ปิดลงโดยอัตโนมัตและโอเปอเรเตอร์ก็ประกาศออกมา

[การสถิตของบังทองได้เปิดใช้งานแล้ว]

[ทักษะติดตัวร่ายเร็ว(IV) และ เพิ่มมานา(II) เปิดใช้งาน]

[ทักษะใช้งานกับดักเชื่อมโยง(I) ใช้งานในทันที]

“กับดักเชื่อมโยง”

โซ่ได้ปรากฏออกมาที่ด้านหน้าของเหล่าหทารและลดความเร็วของพวกเขาลง จากความเร็วที่น่าเหลือเชื่อในก่อนหน้านี้ได้กลับกลายเป็นเต่าคลานไป

ซังจินขี่พรมวิเศษขึ้นฟปในอากาศและมองลงมาหาเหล่าศัตรู มุมที่เขาอยู่ในตอนนี้เหมาะเป็นอย่างมากที่จะใช้เวทมนตร์

เมื่อเขาได้ลอยขึ้นไปสูงอีกหน่อย เขาก็ร่ายเวทออกมา

“จงเผาไหม้ทุกๆ…”

เพียงแค่นั้นก็ได้มีบอลไฟปรากฏขึ้นมาบนมือของเขา มันเป็นผลของทักษะ ‘ร่ายเร็ว’ ซังจินเข้าใจในสิ่งนี้อย่างรวดเร็วและปล่อยบอลไฟออกไปพร้อมกัลร่ายอย่างรวดเร็ว

“บอลไฟ”

“บอลไฟ”

“บอลไฟ”

“บอลไฟ”

“บอลไฟ”

“บอลไฟ”
เมื่อเขาได้ปล่อยบอลไฟออกไปหกลูก โอเปอเรเตอร์ก็ได้ให้คำเตือนออกมา

[มานาต่ำ]

ในที่สุดซังจินก็หยุดลงเมื่อมีคำเตือนออกมาและจากนั้น

“ตูม ตูม ตูม ตูม ครืน ครืนน”

บอลไฟทั้งลงลูกได้ตกลงไปสู่พื้นและทหารพวกนั้นก็ได้กลายไปเป็นเพียงเถ้าถ่าน สิ่งเดียวที่ยังคงยืนอยู่เมื่อไฟลดลงนั้นคืออัศวินดูลาฮาล

[เหลืออีก 10 วินาทีก่อนที่การสถิตจะหมดลง 9]

โอเปอเรเตอร์ได้เริ่มนับถอยหลัง แต่ซังจินก็ไม่ได้สนใจ เขาดึงเอาดาบออกมาและกระโดดลงไปจากพรมเวทมนตร์

ดูลาฮาลได้หันไปมองรอบๆและตะโกนออกมา

“เป็นอย่างนี้ได้ยังไง ทหารม้าของข้า เจ้าพวกขี้โกง”

อัศวินดูลาฮาลได้เหวี่ยงดาบของเขาใส่ซังจิน แต่ด้วยกับดักเชื่อมโยงมันได้ทำให้การขยับของเขาช้าลง

ซังจินหลบออกไปอย่างง่ายดายและใช้มูนสเปคได้มือขวาไปตัดแขนที่ถือหัวของดูลาฮานอยู่ และใช้ดาบบลัดเวเจนในการตัดหัวของม้า

“อ๊าา…”

ม้าที่ได้ถูกตัดหัวก็สลายหายไปกลายเป็นฝุ่นและเหลือเพียงดูลาฮาลเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ มันในตอนนี้ไม่มีทั้งม้าและอาวุธเหลืออยู่

ซังจินได้เดินเข้าไปหามันเพื่อปิดฉากแต่แล้วเขาได้ยินเสียงร่ายเวทออกมา

“จงตื่นขึ้นและกลายเป็นทาสของข้า”

จากคำแรกที่มันได้กล่าวออกมา ซังจินได้รู้สิ่งที่มันกำลังทำในทันที เขายังคงเรียนรู้เวทมนตร์นี้แล้วเลย มันนั้นค้องการที่จะเรียกพวกทหารม้าที่ตายไปกลับขึ้นมา

แต่มันก็ไม่มีทางที่ซังจินจะยอมให้มันร่ายเสร็จ เขาได้ปาดาบทั้งสองเล่มออกไป

“ฮ่า”

ดาบของเขาได้พุ่งไปตัดที่แขนอีกข้างของมันและคอ

“ฮ้าา”

เมื่อดาบได้ผ่านร่างของมันไป ซังจินก็เรียกดาบกลับมามันจึงได้ตัดร่างของดูลาฮาลซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะกลับมาสู่มือของเขา

จากนั้นโอเปอเรเตอร์ก็ประกาศออกมา

[บอสลับอัศวินดูลาฮาล ‘เบสโกโร่’ ได้ถูกกำจัดแล้ว]

ซังจินได้มองลงไปที่ดาบของเขาและวางแผนที่จะสะบัดดาบเพื่อเอาเลือดออก แค่แล้วก็ไม่มีเลือดติดอยู่บนดาบ

‘ฉันคิดว่าเขาคงเป็นแค่เพียงพวกประเภทวิญญาณ’

ซังจินได้เก็บดาบลงไปในฝักของเขา ศัตรูทุกๆตัวในตอนนี้ได้ถูกกำจัดแล้ว ซังจินจึงได้วางแผนที่จะกลับไปหานักล่าคนอื่นๆ แต่เมื่อเขาหันไปก็เห็นคนอื่นๆกำลังมองมาที่เขาด้วยปากที่อ้ากว้าง

“บังทอง…หมายความว่านายคือสุดยอดนักล่าหรอ เค”

เขาไม่สามารถที่จะปฏิเสธมันได้เขาจึงยกมือขึ้นและตอบกลับมา

“ฉันไม่ได้พยายามที่จะซ่อนมันหรอกนะ”

นักล่าคนอื่นๆไม่สามารถที่จะละสายตาไปจากซังจินได้

‘เขาแข็งแกร่งขนาดไหนกัน’

‘เวทมนตร์…ทำไมเขาถึงมามารถที่จะร่ายเวทไฟได้หลายครั้งในรอบเดียว’

‘หนังสือนั้น…’เรื่องราวของสามก๊ก’ ที่เขาได้รับมามันเป็นยังไงกันนะ’

ซังจินกำลังคิดหาวิธีที่จะตอบกลับคนอื่นๆอย่างปกติ แต่แล้วโอเปอเรเตอร์ก็ได้เอ่ยขัดเขา

[ศัตรูทั้งหมดถูกกำจัด]

[เริ่มต้นการแจกรางวัล]

เมื่อได้มีการกล่าวถึงรางวัล นักล่าคนอื่นๆก็หันไปสนใจในทันที

[มอนสเตอร์ที่กำจัด : หมาซอมบี้ 2 ตัว แวมไพร์ 20 ตัว แมงมุมยักษ์ 30 ตัว เกราะมีชีวิต 15 ตัว มอนสเตอร์ของแฟรงเก็นสไต 1 ตัว รวมทั้งหมด 6000 คะแนน]

[บอสที่กำจัด เคาท์พันปีเดมิทรี 750 คะแนน]

[บอสลับ อัศวินดูลาฮาล 750 คะแนน]

[รวมทั้งหมดเป็น 7500 คะแนน]

[เริ่มการแบ่งคะแนน]

เริ่มต้นจากรางวัลของโดมินิค เนื่องจากว่าเขาได้โดนแวมไพร์กัดในช่วงต้นดังนั้นคะแนนผลงานของเขาจึงน้อยที่สุด

[ผลงานของคุณคือ 3.0% ได้รับแต้มสเตตัส 225 แต้ม เหรียญดำ 225 เหรียญเป็นรางวัล โบนัสเคลียการจู่โจมแต้มสเตตัส 2000 แต้ม เหรียญดำ 2000 เหรียญ รวมทั้งหมดเป็นแต้มสเตตัส 2225 แต้มและเหรียญดำ 2225 เหรียญ]

มันเป็นจำนวนที่น้อย แต่เขาก็ดูจะไม่ได้อารมณ์เสีย เขาเพียงแค่คิดว่าเขาโชคดีแค่ไหนแล้วที่รอดมาได้ ต่อมาคือจิโอวานี่ เนื่องจากที่ซังจินและมาฮาเดสแข็งแกร่งดังนั้นเขาจึงไม่ได้มีโอกาสในการทำหน้าที่แท้งมากนัก

[ผลงานของคุณคือ 5.7%]

ต่อมาคือเพ่ง หลง ต้องขอบคุณการโจมตีระยะไกลของเขาที่มันได้ทำให้เขามีคะแนนที่สูง

[ผลงานของคุณคือ 8.2%]

มาฮาเดสนั้นต่อสู้ได้เยี่ยมมากและด้วยการช่วยเหลือทีมด้วยเวทมนตร์และไอเทม มันจึงให้เขาได้รับคะแนนที่มากหน่อย

[ผลงานของคุณคือ 12.2%]

และสุดท้ายซังจิน

[ผลงานของคุณคือ 70.9% ได้รับแต้มสเตตัส 5318 แต้ม เหรียญดำ 5318 เหรียญเป็นรางวัล โบนัสเคลียการจู่โจมแต้มสเตตัส 2000 แต้ม เหรียญดำ 2000 เหรียญ ทักศษะไอเทมทำงานเพิ่มเหรียญ 10% รวมทั้งหมดเป็นแต้มสเตตัส 7318 แต้มและเหรียญดำ 8050 เหรียญ]

‘8050 เหรียญดำ…’

ซังจินคำนวนขึ้นอย่างรวดเน็วภายในหัวของเขา แม้ว่าเขาจะปล่อยให้นักล่าคนอื่นมามีส่วนร่วมบ้าง เขาก็ยังมีเงินที่เพียงพอจะซื้อไอเทมจาก ‘มืดยิ่งกว่าสีดำ’

‘เยี่ยมมาก’

ในขณะที่ซังจินหายใจอย่างโล่งอกออกมา โอเปอเรเตอร์ก็ได้ประกาศต่อ

[และในตอนนี้จะเริ่มการแจกไอเทม]

 

 


ตอนนี้กลุ่มลับตอนนี้กลุ่มแรก 1-80 ครบแล้วนะครับ ส่วนกลุ่มสองจะเป็นตอนที่ 81-130 ครับ ซึ่งตอนนี้จำนวนตอนปัจจุบันอยู่ที่ตอนที่ 95 ครับสามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <