0 Views

Chapter 47 – Count Dimitri’s Castle Ruins (3)

หลังจากที่ได้ฆ่าแวมไพร์ตัวแรกไปด้วยหอก โดมินิก็หันมองไปรอบๆเพื่อหาแวมไพร์ตัวอื่นๆ

‘นั้นไง’

เขาถือหอกและพุ่งออกไปอีกครั้งหนึ่ง

“ฮะ..เฮ้”

ใครบางคนได้ตะโกนเรียกเขาจากด้านหลัง แต่เขาก็ไม่สนใจมัน ถ้าเขาไท่ได้ทำอะไรบางอย่าง เขาก็จะไม่ได้รับส่วนแบ่งของผลงาน

“ไม่ต้องคิดมาก ฉันมียังมีทักษะที่มากพอ”

เขาตอบกลับไป

“หอกที่ไม่สิ้นสุด”

เขาตะโกนออกมาในขณะที่เขาได้ปะทะกับแวมไพร์ เขาเล็งโจมตีไปที่คอและแทงหอกออกไป

“ย๊า”

แวมไพร์พยายามที่จะหลบหอกด้วยการเอียงหัวหลบ แต่ทันได้นั้นหอกของเขาก็ได้แยกเป็นหลายสาย

และหนึ่งหรือสองอันในนั้นก็ได้แทงลงไปที่คอของแวมไพร์

“กั๊ก..”

แวมไพร์ได้จับไปที่รูบนคอและล้มลง ในตอนนี้เขาได้จัดการพวกมันไปแล้วสองตัวด้วยตนเอง มันจึงทำมให้เขารู้สึกมั่นใจมากขึ้น

เขาได้ค้นหาเป้าหมายต่อไปอีก

โชคดีที่เขาได้พบกับแวมไพร์ที่หลงออกมา มันได้หันหน้ามาหาเขาและกรีดร้องออกมา

“ก๊าซ”

‘เธอเป็นคู่เต้นกับเขาหรอ’

เขาได้ร่ายเวทออกมา

“เพลิงจงทะยานออกไป ศรเพลิง”

ศรไฟได้พุ่งออกไปเข้าใส่ที่เท้าของแวมไพร์ แวมไพร์จึงกระโดดขึ้นเพื่อหลบ แต่สิ่งนั้นพือสิ่งที่เขาหวังเอาไว้

การจัดการกับเป้าหมายกลางอากาศนั้นง่ายมาก

‘ฉันควรจะส่งมันตามคู่เต้นไป’

เขาได้มองไปที่แวมไพร์ลอยอยู่กลาวและเมื่อมันถึงพื้นเขาก็แทงหอกออกไป แต่อย่างไรก็ตาม

“อั๊ก”

เขารู้สึกปวดที่ขาข้างหนึ่ง เขาไม่สามารถจะขยับเท้าได้ในตอนนี้ เขาจึงมองลงไปดู

แวมไพร์ที่ในตอนแรกเขาคิดว่าตายลงไปแล้วมันได้แทงเขาด้วยเล็บที่ยาว มันยังคงมีชีวิตอยู่แม้ว่าจะมีรูอยู่บนคอ

โดมินิคได้เบิกตากว้างออกมา แต่แม้ว่าเขาจะได้รับความเจ็บปวดและพบกับการโจมตีที่น่าตกใจก็ตาม เขาก็ไม่ควรจะละสายตาจากศัตรูตัวอื่นเช่นกัน

“ก๊าซ”

แวมไพร์ที่ได้หลบศรเพลิงในก่อนหน้านี้ได้เข้ามาหาเขา มันสามารถจะเข้ามาได้เร็วกว่าที่เขาได้คาดเอาไว้

‘พวกมันสามารถบินได้หรอ’

เขาตระหนักถึงสิ่งนี้ได้สายเกินไป แวมไพร์ได้พุ่งหลบผ่านหอกมาแล้ว เขาจึงตั้งใจจะถอยหลังกลับไป แต่ข้อเท้าของเขาก็ได้ถูกแวมไพร์อีกตัวหนึ่งจับไว้

แวมไพร์มันได้เข้ามาถึงตัวเขาและข่วนเข้าใส่เขาด้วยเล็บ

“อ๊าก”

เขาได้ร้องออกมาอย่างทรมานเนื่องมาจากความเจ็บปวด แต่มันไม่ได้จบเพียงแค่นั้นมันได้วางมือลงบนคอของเขาและบีบคอเขา

“อั๊ก..”

ส่วนสำคัญของเขาได้หายไปและเลือดที่ไหลไปเลี้ยงสมองก็ขาดตอนลง โอมินิรู้สึกอ่อนล้าและเริ่มหมดสติ แต่ก่อนที่เขาจะจากไป

“ฮ่า”

ดาบได้พุ่งมาจากที่ไหนบางแห่งและปักลงบนหัวของแวมไพร์ มือที่บีบคอของโดมินิคจึงเริ่มคลายลง

“ฮ้าา”

ดาบได้พุ่งกลับมาและตัดคอของแวมไพร์ออกออก

“ย้า หูว”

มาฮาเดสโผล่ออกมาและเตะหัวของแวมไพร์ด้วยขาของเขา เขาได้จับโดมินิคไว้ในขณะที่กำลังจะล้ม

“นายไหวไหม”

“ก๊าซ”

ฝูงแวมไพร์พยายามจะใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้และล้อมพวกเขา แต่จิโอวานี่ก็ได้ปรากฏออกมาและป้อมกันด้วยโล่ของเขา ในขณะเดียวกัน

“ฟิ่ว”

ลูกธนูของเพ่ง หลง ก็ได้ปักลงบนแขนของแวมไพร์ จากนั้นจิโอวานี่ได้ดันเหล่าแวมไพร์ออกไปด้วยโล่และขวานของเขา

ในขณะที่จิโอว่านี้ซื้อเวลาไว้ เคก็ปรากฏตัวออกมาในตอนนั้นและจัดการตัดหัวของแวมไพร์ทั้งหมดเช่นพายุ

แวมไพร์ที่เหลือรอดอยู่ในวงก็ได้ถูกจัดการจนหมด ในตอนนี้การต่อสู้ได้จบลงแล้ว จิโอวานี่ได้มองออกไปที่โดมินิคและตำหนิเขาที่วิ่งออกไปเพียงคนเดียว

“ฉันอยากจะบอกนายว่า…”

แต่เขาก็ได้หยุดคำพูดเอาไว้เมื่อได้เห็นใบหน้าของโดมินิค

****

เมื่อซังจินได้จัดการฆ่าแวมไพร์ตัวสุดท้าย เขาก็กลับมาหานักล่าทั้งสี้คนด้านข้าง ที่ตรงกลางโดมินิคได้พักอยู่ ซังจินจึงตรวจสอบสภาพของเขา

“ทำไมเขาถึงต้แงหักโหมตัวเอง”

เขาสามารถที่จะช่วยโดมินิคได้ต้องขอบคุณที่ถุงมือของเขา แต่สถานการณ์ของโดมินิคในตอนนี้ก็ดูน่ากลัว เขานั้นได้มีเลือกไหลที่เท้าและที่คอ

‘ถ้าฉันช้าออกไปเล็กน้อย…เขาก็คงจะตายไปแ้ว แต่ถ้าหากเขาถูกกัดโดยแวมไพร์…’

มาฮาเดสร่ายเวทออกมา

“ด้วยอำนาจของข้า จงปิดบาดแผลและลบล้างความเจ็บปวด ฮีล”

แสงสว่างสีขาวได้ออกมาจากมือของเขาและคลุมไปที่บาดแผลของโดมินิค บางแผลของเขาค่อยๆหายไปในจุดที่แสงสัมผัส ซังจินหันหน้าไปมองที่มาฮาเดสทันที

‘เขายังคงใช้เวทมนตร์ขาว…’

มาฮาเดสนั้นไม่ใช่แท้ง แต่เพราะเขานั้นต่อสู้โดยปราศจากอาวุธจึงได้ทำเขาต่อสู้ในแนวหน้ามากๆ เขาจึงได้รับบาดแผลบ่อยๆ

ดังนั้นในชีวิตก่อน มาฮาเดสจึงได้ใช้เวทมนตร์ขาว เวทมนตร์ฟื้นฟูและเวทมนตร์บัพ มันเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด

ต้องขอบคุณเวทมนตร์ของมาฮาเดส จึงได้ทำให้สภาพของโอมินิคดูดีขึ้น แต่สภาพของเขายังคงแปลกๆอยู่

“เป็นอะไรไหมโดมินิค”

ในที่สุดโดมินิคก็พูดออกมา

“ฉันรู้สึกดีขึ้นแล้ว แต่ว่า..มันมีอะไรแปลกๆ..ฉันเวียนหัว”

ซังจินได้ถามโอเปอเรเตอร์ออกมาในขณะที่มองโดมินิค

“โอเปอเรเตอร์ระยะเวลาการเกิดคำสาปเลือดนานแค่ไหน”

[คำสาปเลือดมีระยะเวลา 30 นาที]

เพ่ง หลง ถามออกมา

“คำสาปเลือดคือ”

ซังจินรู้สึกครุ่นเคือง การตอบสนองของเพ่ง หลง ได้ยืนยันในความสงสัยของเขาที่ว่าแผ่นข้อมูลไม่มีการพูดถึงการถูกแวมไพร์กัด

‘กระดาษข้อมูล ข้อมูลนี้มันไปอยู่ที่ไหน’

ซังจินนั้นก็ไม่ได้ไว้วางใจแผ่นข้อมูล แม้ว่าข้อมูลก็คือข้อมูล แต่มันก็มักจะมีการกั๊กข้อมูลสำคัญๆในการจู่โจมเอาไว้

ซังจินกำลังจะเปิดปากเพื่ออธิบายเกี่ยวกับคำสาปเลือด แต่มาฮาเดสก็ถามกับโอเปอเรเตอร์อย่างสงบ

“โอเปอเรเตอร์คำสาปเลือดคืออะไร”

โอเปอเรเตอร์ได้ให้คำอธิบายออกมาด้วยน้ำเสียงที่ปกติ

[คำสาปเลือด(ดีบัพ) : ระยะเวลา 30 นาที ผลทำให้ค่าสเตตัสทั้งหมดลดลง 30% เมื่อระยะเวลาหมดลง คำสาปจะฆ่าเป้าหมายและเป้าหมายก็จะเกิดขึ้นมาใหม่เป็นแวมไพร์]

จิโอวานี่พึมพัมออกมาเบาๆ

“ฆ่า…พระเจ้า มันรักษาได้ไหม”

เพ่ง หลง ตอบกลับมา

“ฉันได้เช็คไอเทมทุกๆชิ้นในร้านขายของบริโภค แต่ฉันก็ไม่เห็นอะไรที่สามารถแก้คำสาปได้”

ซังจินส่ายหัวออกมา

“นี่มันไม่ใช่พิษ แต่เป็นคำสาป พอจะมีใครมีเวทมนตร์ ‘ลบคำสาป’ หรือ ‘ม้วนลบคำสาป’ ไหม”

ทุกๆคนได้เบิกตากว้าง นี่มันเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ยินเกี่ยวกับคำสาป โดมินิคในตอนนี้ได้ตกอยู่ในความสิ้นหวัง ทุกๆคนก็เงียบลง

ซังจินคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ครู่หนึ่ง

‘ลบคำสาป….ซาดาเมียร์ได้กล่าวเอาไว้ว่าเขาไม่สามารถใช้เวทมนตร์ขาวหรือเวทมนตร์เขียวได้…’

มันยังไม่มีคำตอบ แต่มันก็ยังมีอีกทางหนึ่ง วิธีเดียวที่พวกเขาจะสามารถทำได้ในตอนนี้ ซังจินกบ่าวออกมาบอกกับทุกคนในทันที

“แม้ว่าเราจะไม่มีเวทมนตร์ ‘ลบคำสาป’ แต่ก็ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่จะสามารถช่วยเขาได้”

มาฮาเดสตอบกลับมา

“ยังไง”

“จบการจู่โจมก่อน 30 นาที อย่างที่พวกนายรู้ ถ้าหากถูกวาปกลับไปที่ตลาดมืดบาดแผลทั้งหมดก็จะหายไป”

ทุกๆคนหยักหน้ากับคำพูดของเขา ถึงแม้ว่าจะมีบาดแผลร้ายแรงเช่นใด แต่เมื่อถูกวาปกลับไปที่ตลาดมืดบาดแผลก็จะหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น

แต่วิธีนี้ก็ยังมีปัญหาอยู่

“โอเปอเรเตอร์เหลือเวลาอยู่เท่าไหร่ก่อนการจู่โจมจะจบลง”

[1 ชั่วโมง 19 นาทีและ 4 วินาที]

ทุกๆคนได้หันไปมองที่ซังจินพร้อมกับคิดขึ้นว่า ‘มันเป้นไปไม่ได้เลย’ ไม่มีใครที่ได้ถูกวาปกลับไปก่อน พวกเขาจะถูกวาปกลับไปพร้อมกันเมื่อเวลาหมดลง

“แม้ว่ามันจะไม่ถึงเวลาที่กำหนด ถ้าหากการจู่โจมสำเร็จ 100%…”

ซังจินกำลังจะพูดสิ่งนี้ออกไป แต่เขาก็ตัดสินใจหยุดมันเอาไว้

“ฉันจะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อที่จะช่วยเขาดังนั้นได้โปรดเชื่อใจฉัน จีโอวานี่”

“ว่าไง มีอะไรหรอ”

จิโอวานี่ตอบกลับมาด้วยตื่นตระหนกเมื่อถูกเรียก

“ช่วยปกป้องโดมินิค ถึงแม้ว่าสเตตัสของเขาจะลดลง นายสองคนก็ควรจะปกป้องตัวเองได้อย่างปลอดภัยหากร่วมมือกัน”

“อา เข้าใจละ”

จิโอวานี่หยักหน้ารับออกมา จากนั้นซังจินก็หันไปมองเพ่ง หลงและมาฮาเดส

“นายสองคนมาล่ากับฉัน เราจะผ่านการจู่โจมไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”

อีกสองคนหยักหน้ารับเช่นกัน แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้พูดอะไรอีก แต่พวกเขาก็เข้ามจถึงความแข็งแกร่งของังจิน พวกเขาเชื่อใจซังจิน

“ไปกัน เร็ว”

ซังจิได้ชี้ออกไปที่บิฟด้านหน้า ภายในลิฟนั้นเป็นทรงกลมคล้ายกับทางเข้าปราสาท

“ไแยืนบนพวกมัน”

เมื่อทุกๆได้ไปยืนในจุดของพวกเขา ลิฟก็ค่อยๆขึ้นไปด้านบน แม้ว่าถ้าหากมีใครคนใดคนหนึ่งตายก็จะต้องเอาซากของเขามาด้วยเพื่อให้ลิฟขึ้นไป

ข้อมูลในส่วนนี้ก็ได้เขียนลงบนกระดาษเช่นกัน

“ครืดด ครืดด”

ลิฟได้ทำให้เกิดเสียงที่น่าเป็นห่วงออกมาเมื่อมันได้ขึ้นไป ซังจินคิดถึงเรื่องต่างๆเมื่อลิฟได้ขึ้นไป

‘ฉันสามารถที่จะหาบอสลับและฆ่ามันได้ใน 30 นาทีไหมนะ มันคงต้องลองดู แต่ว่า..’

ยังคงมีอย่สองสิ่งที่เหมาะสมกับสถานการณ์ทีมของเขา

อย่างแรกคือพวกมอนสเตอร์ไม่ได้อยู่ไกลกันแแบในป่าอเฮนน่าและทะเลทรายคูตาล พวกมันทั้งหมดได้รวมอยู่ในชั้นเดียวกัน ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาจะต้องทำคือจัดการในแต่ละชั้นให้เร็วที่สุดและฆ่าบอสจากนั้นก็บอสลับภายในเวลา 30 นาที

สอง ซังจินได้ตัดสินใจที่จะใช้ฉายานักล่าสมบัติมาในคราวนี้ เขาจะสามารถหาชิ้นส่วนลับต่างๆในบทนี้ได้เร็วกว่าก่อนหน้านี้

แนน่อนว่าการทำทั้งหมดนี้ในเวลา 30 นาทีเป็นเรื่องยากมาก ซังจินหันหน้าไปมองที่โดมินิค หน้าของเขาในตอนนี้ซีดเป็นอย่างมาก

“ถ้าหาก 30 นาทีมันไม่พอ…ด้วยมือของฉัน..”

ซังจินได้คิดทบทวนในตัวเลือกของเขา

‘เก็บเรื่องราวของสามก๊กไว้ใช้กับบอสลับ ฉันอาจจะต้องได้ไปเผชิญหน้ากับบอสลับตัวคนเดียว สิ่งเดียวที่ฉันจะใช้ช่วยย่นเวลาลงได้ในตอนนี้ก็คือ…’

ซังจินเอารูปสลักไม้ของเคนและตะเกียของซาดาเมียร์ออกมา เขาได้โยนรูปสลักไม้ออกไปและถูตะเกียง ครู่หนึ่งนั้น

“โฮ่ง ๆ”

“เรียกข้าหรือนายท่าน”

เขาได้เรียกผู้รับใช้ที่ซื่อสัตวย์ทั้งสองออกมา คนอื่นๆได้มองมาที่ซังอย่างประหลาดใจ ในขณะนั้นเอง

“ติ้ง~”

ลิฟได้มาถึงชั้นสองแล้ว ชั้นสองนั้นคือห้องของแมงมุม เนื่องจากมีแมงมุมเป็นจำนวนมากและมันได้วางไว้ ดังนั้นโดยปกติแล้วจะต้องใช่เวลาในการเคลียห้องนี้เป็นอย่างมาก

แต่ในเวลานี้มันต่างออกไป ซงจินได้สั่งซาดาเมียร์

“ซาดาเมียร์”

“ขอรับ นายท่าน”

ซังจินหยักหน้าและพูดออกมา

“เผามันทั้งหมดเลย”

ด้วยคำสั่งนี้ซาดาเมียร์ก็เริ่มร่ายเวทออกมา

“เปลวไฟนิรันดร์แห่งนรก”

แสงสว่างและความร้อนเริ่มออกมาจากมือของซาดาเมียร์และแมงมุมในห้องก็ได้หันมาที่ลิฟ พวกมันก็เริ่มที่จะเดินเข้ามาที่ลิฟ แต่ก็สายเกินไป

“อินเฟอโน”

บอลเพลิงได้พุ่งออกไปจากมือของซาดาเมียร์และแพร่กระจ่ายเปลวเพลิงออกไปทั่วบริเวณ

“กี้~~”

เสียงกรีดร้องที่แหลมสูงของแมงมุมได้ดังออกมาทั่วบริเวณในขณะที่พวกมันทุกข์ทรมานจากไปพวกมันก็วิ่งพล่านไปทุ่วห้อง ในตอนนี้มันแทบไม่ต่างจากนรก

ในขณะที่นักล่าคนอื่นๆหวาดกลัวที่จะเคลื่อนไหว

“ไปเลยเคน”

“โฮ่ง”

ชายเพียงคนเดียวและหมาป่าที่ซื่อสัตย์ก็ได้วิ่งเข้าไปในห้อง

 


ตอนนี้กลุ่มลับตอนนี้กลุ่มแรก 1-80 ครบแล้วนะครับ ส่วนกลุ่มสองจะเป็นตอนที่ 81-130 ครับ ซึ่งตอนนี้จำนวนตอนปัจจุบันอยู่ที่ตอนที่ 82 ครับสามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <