0 Views

Chapter 42 – Kutan Desert (9)

[มอนสเตอร์ที่กำจัด: กิ้งก่ายักษ์ 40 ตัว แมงป่องยักษ์ 20 ตัว หนอนทะเลทราย 10 ตัว รวมเป็น 4000 คะแนน]

[บอสที่กำจัด: บาซิลิส 600 คะแนน]

[บอสลับ จินนี่ซาดาเมียร์ 600 คะแนน]

[รวมคะแนนทั้งหมดเป็น 5200 คะแนน]

การคำนวนรางวัลได้จบลงอย่างรวดเร็วและเริ่มการแจกรางวัลรายบุคคลทันที

[ผลงานของคุณคือ 100% ได้รับสเตตัส 5200 แต้ม เหรียญดำ 5200 เหรียญเป็นรางวัล โบนัสเคลียการจู่โจม ได้รับสเตตัส 1500 แต้มและเหรียญดำ 1500 เหรียญ ผลของไอเทมทำงานเพิ่มเหรียญดำ 10% รวมทั้งหมดเป็นแต้มสเตตัส 6700 แต้มและเหรียญดำ 7370 เหรียญ]

ซังจินได้รับแต้มสเตตัสและเงินที่มากอย่างน่าเหลือเชื่อ แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกดีใจกับมัน

[และในตอนนี้จะเริ่มทำการแจกไอเทม]

[ซาดาเมียร์ – ที่ผนึกจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่]

[เบย์แรม – ดวงตาของบาซิลิส]

[อัลซาร์ด – พรมเวทมนตร์]

[โพชั่นฟื้นฟูขนาดกลาง 4 ขวด]

[หนังสือเวทมนตร์ – โซ่สายฟ้า]

[หนังสือเวทมนตร์ – โพลี่มอพ]

การแจกไอเทมได้จบลง และโอเปอเรเตอร์ก็แสดงความยินดีกับซังจิน

[ขอแสดงความยินดีด้วยคุณได้รับไอเทมระดับตำนาน ‘ซาดาเมียร์ – ที่ผนึกจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่]

ซังจินก้มลงไปเก็บไอเทมที่ล่วงอยู่ด้านหน้าของเขา ไอเทมชิ้นแรกที่เขาได้หยินขึ้นมาคือตะเกียงสีทองในตำนาน

มันเหมือนกับตะเกียงในก่อนหน้านี้ เพียงแต่ว่าอันนี้มันสะอาดหมดจดกว่าและเปล่งประกายสีทองออกมา

ในขณะที่ซังจินกำลังสนใจอยู่กับตะเกียง โอเปอเรเตอร์ก็ได้ประกาศต่อออกมา

[สุดท้ายนี้จะเป็นการมอบฉายาที่ได้รับจากการจู่โจม]

[นักพิสูจน์ – เมื่อโดนโจมตีด้วยเวทมนตร์ของผู้อื่น เพิ่มความเร็วและพลังโจมตีขึ้น 10%]

[สามารถสะสมได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง]

ซังจินเหลทอบขึ้นไปมองลูกบาศก์ สิ่งนี้มันเป็นฉายาที่นักบ่าส่วนใหญ่ตามหาและต้องการเนื่องจากมันเป็นฉายาที่ทรงพลัง

โอเปอเรเตอร์ได้มอบฉายานี้ให้แก่เขาคงเป็นเพราะเขาได้ถูกโจมตีโดยเวทมนตร์ของซาดาเมียร์บางครั้ง ซังจินต้องการจะตรวจสอบสิ่งของที่ได้รับก่อน แต่แล้วก็ได้มีไอเทมโผล่ออกมาจากลูกบาศก์

[ฉายาผู้พิพากษทำงาน]

[คุณได้รับ ‘เทลกรอน – ถุงมือตัวตลก’]

‘อา..’

ซังงจินได้หยิบไอเทมที่พึ่งออกมา มันดูเหมือนกับถุงมือธรรมดายกเว้นส่วนตรงกลางฝ่ามือที่มีรูแปลกๆอยู่

เมื่อซังจินได้หันไปมองศพของอิกกอ ถุงมือก็ได้หายไปจากศพของเขา ซังจินจึงหันกลับมามองถุงมือในมืออีกครั้ง เขาก็เริ่มตรวจสอบข้อมูล


เทลกรอน – ถุงมือของตัวตลก
ถุงมือระดับวีรบุรุษ – ป้องกัน 12%

ทักษะใช้งาน
ฮ่า – ขว้างอาวุธหรือโล่ออกไปจากมือ
ฮ้าา – เรียกอาวุธที่โยนออกไปกลับเข้ามาสู่มือ ความเร็วของอาวุธจะลดลงตามดาเมจที่ได้รับ
คูลดาล 20 วินาที

เจ้าของคนก่อนหน้าผู้ที่ซึ่งได้พึ่งพาความสามารถของถุงมือมากว่าของตน จึงได้ถูกไล่ออกจากกลุ่มตัวตลก เมื่อเขาสูญเสียถุงมือไป


‘มันเป็นอย่าที่คิด…..นี้คือความสามารถของถุงมือ’

พลังป้องกันของมันนั้นค่อนข้างต่ำ คงเป็นเพราะมันเป็นไอเทมประเภทโจมตี ซังจินในตอนนี้ไม่มีถุงมือ ดังนั้นเขาจึงใส่มันในทันที

“สวมใส่”

ถุงมือหนังได้ใส่ลงบนมือของเขาและมันได้ให้ความรู้สึกสบาย ซังจินได้ยกดาบมูนสเปคขึ้นมาและพูดขึ้น

“ฮ่า”

แม้ว่าเขาจะไม่ได้โยนออกไปก็ตามดาบมูนสเปคก็ได้ลอยออกไปจากมือของเขาเอง มันได้ลอยไปด้วยความเร็วที่ดี เมื่อถึงระยะประมานหนึ่งซังจินก็กล่าวขึ้น

“ฮ้าา”

ดาบของเขาได้หมุนกลับมาอย่างรวดเร็ว และหลังจากนั้นเพียงสองวินาทีมันก็ได้กลับมาอยู่ภายในมือของซังจิน

‘หืม…นี้มันเยี่ยม..’

อิกกอได้ใช้ไอเทมนี้ด้วยความสามารถสูงมาก ทั้งหมดที่ซังจินต้องทำในตอนนี้กคือฝึกใช้มัน การทำเช่นนี้มันจะทำให้เขาคุ้นเคยและใช้มันได้ดีกว่าเดิม

‘ฉันจะต้องฝึกใช้มันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้’

เขาได้วางแผนกับตัวเอง ซังจินได้เก็บดาบกลับเข้าฝัก ต่อจากนั้นซังจินก็เริ่มตรวจสอบไอเทมต่อทันที สิ่งนั้นคือตะเกียง


ซาดาเมียร์ – ที่ผนึกจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่
เวทมนตร์อัญเชิญระดับตำนาน

ทักษะใช้งาน
สปิริตลิ้งค์ (ซาดาเมียร์) – อัญเชิญซาดาเมียร์ที่จงรักภักดีออกมา ถ้าหากสิ่งที่อัญเชิญตายหรือผ่านไป 10 นาที มันก็จะหายไป

ซาดาเมียร์ ครั้งหนึ่งเคยเป็นจอมเวทที่ยิ่งใหญ่อยู่ภายในคูตาล
เขาได้ปิดผนึกตนเองไว้ในตะเกียงเพื่อแลกกับชีวิตนิรันด์


ซังจินได้ถูไปที่ตะเกียง มันได้มีควันสีฟ้าลอยออกมาและปรากฏเป็นร่างมนุษย์ขนาดใหญ่แต่ก็เล็กกว่าในก่อนหน้านี้

มันสูงเพียงแค่สองเท่าของมนุษย์ปกติเท่านั้นในตอนนี้ เมื่อร่างของมันเริ่มเสถียรมันก็พูดขึ้น

“ข้าขอคำนับ ข้าคือซาดาเมียร์และข้าต้องขออภัยสำหรับการกระทำก่อนหน้านี้ เมื่อท่านได้เอาชนะข้าในก่อนหน้านี้ข้าได้ยอมรับท่านเป็นเจ้านายใหม่อย่างเป็นทางการแล้ว”

พวกเขาพึ่งจะต่อสู้กันมาไม่นาน แต่ในตอนนี้จินนี่สุภาพมาก

“ยินดีที่ได้รู้จัก แล้วนายจะช่วยฉันได้ยังไง ถ้าหากนายไม่คิดจะบอก”

‘สายฟ้าที่อันตราย จงพุ่งเข้าใส่ศัตรูและไปต่อที่ศัตรู โซ่สายฟ้า’

เขาร่ายมนตร์ออกมา จากนั้นก็อธิบายเกี่ยวกับตนเอง

“ถ้าท่านอัญเชิญข้า ข้าจะปบ่อยเวทมนตร์ที่เหมาะสมแทนท่าน แน่นอนว่าปล่อยได้แค่เท่าที่ข้ามีมานาอยู่”

“ร่ายมนตร์….แทนฉันหรอ”

“ใช่แล้ว เวทมนตร์ในชนิดแดง น้ำเงิน เขียว ขาว และดำ ข้าสามารถจะร่ายเวทมนตร์น้ำเงิน แดงและดำได้ในภายใต้ระดับที่ 7”

ซังจินเอียงหัวของเขา และกล่าวออกมา

“หมายความว่านาย…สามารถที่จะร่ายมนตร์ได้ 3 ชนิด และสามารถร่ายได้เฉพาะแค่ในระดับที่ตำกว่า 7 ลงไปเท่านั้นใช่ไหม แล้วก็นายยังมีมานาที่จำกัด”

“อา…ข้าได้ปิดผนึกตัวเองไว้ในตะเกียง มันได้ทำให้ข้ามีอายุยืนยาวและศึกษาเวทมนตร์หลากหลายชนิด….แต่ในทางกลับกันความสามารถของข้าก็ได้ลดลงเป็นอย่างมาก หวังว่าท่านจะเข้าใจ”

ในขณะที่ซงจินกำลังผิดหวัง ซาดาเมียร์ก็ได้กอดอกและพูดถึงเรื่องราวในอดีต

“ก่อนที่ข้าจะผนึกตัวเอง ข้ามักจะถูกเปรียบเทียบกันจอมเวทในตำนานที่มาก่อนข้า…จอมเวทเพลิงทมิฬผู้ยิ่งใหญ่”

เขาได้ใช้นิ้วของเขาวาดรูปคนสองคนด้วยเวทมนตร์ ซังจินนั้นไม่รู้ว่าพวกนั้นเป็นใคร แต่ซาดาเมียร์ก็ยังคงอธิบายต่อไป

“และจอมเวทเพียงคนเดียวที่บรรลุไปถึงความสมบูรณ์แบบ จอมเวทน้ำเงินแห่งท้องฟ้า ข้าเป็นคนที่ถูกตัดสินว่าใกล้เคียงเขาถูกสุด ถ้าหากข้าไม่ได้ผนึกตนเอง ข้าก็คงจะได้รับวงเวทระดับสิบ วงเวทที่สมบูรณ์แบบ”

ซังจินได้พยายามจะหยุดเรื่องไร้สาระเอาไว้ ดูเหมือนกับว่าจินนี่ต้องการสนธนาหลังจากที่ผนึกตัวเองมาอย่างยาวนาน

“โอเค…เข้าใจแล้ว มันเยี่ยมมาก ไว้พบกันใหม่คราวหน้าแล้วกัน”

“เข้าใจแล้ว ถ้าหากท่านมีคำถามเกี่ยวกับเวทมนตร์ โปรดอย่าลืมมาปรึกษาข้า ข้าอาจจะมีพลังเวทและมานาที่น้อยกว่าเมื่อก่อน แต่ความรู้ของข้านั้นมีแต่เติงโตมากขึ้นเรื่อยๆ”

“…แน่นอน ยกเลิกการอัญเชิญ”

ทันทีทันใด จินนี่ได้กลับกลายเป็นควันและถูกดูดเข้าไปในตะเกียง เนื่องจากว่าเขาสามารถที่จะใช้เวทมนตร์แทนซังจินได้ เขาได้พิสูจน์แล้วว่าเขามีประโยชน์ ไอเทมต่อมาที่ซังจินจะตรวจสอบเป็นสร้อยคอที่มีดวงตาสีเหลือง


เบย์แรม – ดวงตาของบาซิลิส
สร้อยคอระดับวีรบุรุษ

ทักษะใช้งาน
สายตางู(III) – ทำให้ศัตรูเป็นอัมพาต 3 วินาที
คูลดาว 10 นาที

ดวงตาของกิ้งก่ายักษ์บาซิลิส ผู้ที่จ้องมองเข้าไปในดวงตานี้จะพบกับฝันร้าย


ซังจินได้นึกถึงช่วงเวลาที่เขาได้มองไปที่ตาของบาซิลิส เขาสามารถที่จะปบดปล่อยตัวเองได้โดยการใช้ ฟรีอาค แต่เขาก็เป็นอัมพาตไปชั่วขณะหนึ่ง

เขาได้เข้าวจความสามารถของมันได้จากการที่เขาได้สัมผัสด้วยตัวเอง ดังนั้นสิ่งที่เขาจะต้องทำก็เพียงแค่หาจังหวะเวลาที่จะใช้มันเท่านั้น ไอเทมชิ้นสุดท้ายที่เขาตรวจสอบคือพรม


อัลซาร์ด – พรมเวทมนตร์

ทักษะใช้งาน
บิน(III) – สามารถบินได้เป็นเวลา 20 นาที
คูลดาว 1 ชั่วโมง

ที่ๆไกลออกไปในใจกลางของทะเลทราย สถานที่ๆมหัสจรรย์ ที่ใครก็ตามอยากจะเข้าไปสัมผัสสักครั้งหนึ่ง


‘คำอธิบายของมันดูเหมือนจะคล้ายกับบางอย่าง…’

ซังจินกางพรมออกมาและมองไปที่มัน มันมีขนาดเล็กนิดหน่อย ขนาดของมันเพียงพอที่จะรับผู้ใหญ่ได้เพียงสองคนเท่านั้น

ซังจินได้นั่งลงไปบนพรมและทดสอบความสามารถ

“บิน”

พรมเริ่มที่จะลอยขึ้นเหนือจากพื้น ซังจินนั่งอยู่บนนั้นครู่หนึ่งและคิดขึ้น

‘…แล้วฉันจะควบคุมมันยังไง’

เขามองไปที่ต้มปาร์มต้นใหญ่กลางโอเอซิสและคิดขึ้น

‘ฉันต้องการที่จะไปที่นั่น…’

บรมได้บินออกไปอย่างรวดเร็วและพาเขาไปที่ต้นปาร์ม

“อุ๊บ”

ซังจินได้วางแผนเอาไว้วางจะซื้อเวทมนตร์บินหลังจากจบบทนี้ แต่แล้วด้วยพรมนี้เขาก็ไม่จำเป็นต้องใช้เวทมนตร์อีก

นอกจากนี้พรมยังไม่ต้องใช้มานาหรืออะไรอีก ซังจินได้ลองใช้มันบินวนไปลอบๆและลอยสูงขึ้น จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงของลูกบาศก์ที่ลอยตามมาจากด้านหลัง

[คุณจะกลับสู่ฮอลล์นักล่าในอีก 10 วินาที 10 9 8]

ซังจินได้บินต่อไปรอบๆทะเลทรายโดยที่ไม่สนใจเธอ เธอก็ยังคงนับต่อไป

[3 2 1 0]

เมื่อเธอนับถอยหลังจบลง ซังจินก็ได้หายไปจากกลางอากาศ

****

“ฮ่าห์…ฮ่าห์..”

เจ้าหน้าที่ตำรวจผิวดำเบลเทนมองไปรอบๆ เขามองไม่เจออะไรเลย มันมีเพียงทะเลทรายเท่านั้นที่เขาสามารถมองเห็นได้

‘ฉันกำลังสูญเสียพวกเขา’

เขาได้วิ่งออกไปในทะเลทราย เหงื่อของเขาไหลบ่าออกมาอย่างกับน้ำพุ เขาเช็ดเหงื่อออกจากใบหน้าและสบถออกมา

“พวกบ้านั้น..”

ดเหมือนกับว่าบทนี้กำลังจะจบลงอย่างปลอดภัย ทุกๆคนได้ร่วมมือกันทำงานและปราะสานงานกันฆ่าบาซิลิส ทุกๆอย่างกำลังไปได้อย่างราบรื่น

แม้ว่าจะมีนักล่าคนหนึ่งตายไประหว่างการล่า การจู่โจมกำลังจะจบลง แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นเมื่อมีคนพูดคำถามหนึ่งขึ้นมา

‘ผลงานของฉันมีเท่าไหร่’

เบลเทนนั้นเป็นคนที่มีค่าผลงานมากที่สุด

เบลเทนคิดว่าที่เป็นเช่นนั้นเพราะเขาได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นแท้งให้กับทีมและป้องกันคนอื่นๆ แต่ก็ได้มีหนึ่งในนักล่าแสดงความไม่พอใจออกมา

‘ทำไมผลงานของฉันถึงมีน้อย’

และเขาก็เริ่มตำหนิผู้อื่นและโต้เถียงกัน ก่อนที่การจู่โจมจะจบลง พวกเขาก็เริ่มที่จะสาดเลือด เข้าต่อสู้กับคนอื่นๆ

และพวกเขาก็ได้เข้าโจมตีเบลเทนผู้ที่ยืนอยู่ด้านข้าง เหตุผลเพราะอะไร?

‘เพราะผลงานของเขามากที่สุด’

ถ้าหากเขาไม่ได้ใช้ไอเทม ‘แมนมู – กระบองของเพ็ค’ ชิ้นนี้เพื่อต่อสู้กับนักล่าคนอื่นๆ เขาก็จะถูกบังคับให้ต้องสังเวยชีวิต

‘ฆาตกร….มันเกิดขึ้นได้ยังไง..’

เขานั้นเป็นตำรวจ แต่ว่ามันไม่มีกฏหมายป้องกันตัวเองที่นี้ เขาได้เฝ้าระวังสภาพแวดล้อมรอบตัว และในที่สุดโอเปอเรเตอร์ก็ประกาศออกมา

[คุณจะกลับสู่ฮอลล์นักล่าในอีก 10 วินาที]

เขาถอนหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอก เขาไม่เคยมีความสุขเลยกับการประกาศนี้เท่าตอนนี้ ในที่สุดการถูกไล่ล่าโดยมนุษย์ที่เลวร้ายยิ่งกว่ามอนสเตอร์ก็ได้จบลง

 


ตอนนี้กลุ่มลับอยู่ที่ตอน 75 สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <