0 Views

Chapter 40 – Kutan Desert (7)

“ข้าคือเตียวหุย”

พูดจินอ่านออกเสียงอย่างระมัดระวังในทุกๆคำจนจบ หนังสือได้ถูกปิดลงและบินเข้ามาในแขนของเขา นี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าทักษะได้ถูกใช้งานแล้ว หลังจากนั้นโอเปอเรเตอร์กประกาศออกมา

[การสถิตของเตียวหุยได้ทำงานแล้ว]

หนังสือเล่มนี้มันจะมองทักษะที่ยอดเยี่ยมให้แก่ผู้ใช้ในแต่ละสถานการณ์นั้น ซังจินหยิบดาบขึ้นมาและพุ่งเข้าไปใส่จินนี่ในทันที

[ทักษะติดตัว – เพิ่มพลังโจมตี(III) รวดเร็ว(III) ได้ถูกใช้งานแล้ว]

ซังจินไม่ได้สนใจกับคำพูดของโอเปอเรเตอร์ แต่เขาก็ได้รู้สึกว่าขนาดตัวเขาเพิ่มขึ้นและเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น

“แบ๊ะ แบ๊ ~”

ซาดาเมียร์ผู้ที่ซึ่งได้จัดการทำให้จรเข้กลายเป็นแกะได้หันกลับมาสนใจซังจินที่พุ่งเข้ามา

ซังจินนั้นเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าแต่ก่อน ด้วยความเร็วปกติของเขา เขาก็ยังสามารถจะหลบศรสายฟ้าได้ ในตอนนี้ซาดาเมียร์จึงตัดสินใจที่จะเปลื่ยนเขาให้เป็นแกะแทน เขารีบร่ายคาถาทันที

“จงถอดคมเขี้ยวและ..”

อย่างไรก็ตามซังจินได้ยินเสียงของโอเปอเรเตอร์ในขณะที่พุ่งเข้าใส่จินนี่

[ทักษะใช้งาน – เสียงตะโกนแห่งสะพานเตียงปันเกี้ยว พร้อมใช้งานในทันที]

ซังจินนั้นไม่รู้ว่าเสียงตะโกนแห่งสะพานเตียงปันเกี้ยวเป็นยังไงแต่แล้ว

[กลายเป็นแกะที่…]

เขาไม่มีเวลาที่จะคิดเกี้ยวกับมัน เวทมนตร์ใกล้จะร่ายเสร็จแล้ว ซังจินจึงจำเป็นต้องใช้งานทักษะในทันที

“เสียงตะโกนแห่งสะพานเตียงปันเกี้ยว”

และปากของเขาก็ได้ขยับออกไปเองหลังจากนั้น

“เข้ามาและสู้กับข้า ไปสู่ความตาย”

เสียงตะโกนนั้นได้ดังเพียงพอที่จะสั่นสะเทือนพื้นดินได้ หลังจากเสียงที่เหนือมนุษย์ได้ดังออกไป จินนี่ก็ไม่สามารถจะร่ายมนตร์ได้ต่อ

ซังจินไม่รู้แน่ชัดเกี่ยวกับมัน แต่มันดูเหมือนกับจะยกเลิกการร่ายมนตร์ได้ หลังจากนั้นซาดาเมียร์ก็ได้พยายามที่จะหยุดซังจินด้วยมือของเขา แต่ซังจินก็ได้ตัดนิ้วมืออกไปอย่างง่ายดาย

ซังจินกระโดดขึ้นไปบนแขนของจินนี่และเริ่มที่จะโจมตีไปที่ร่างกาย

เมื่อปราศจากเวทมนตร์ จอมเวทซาดาเมียร์ก็ไม่สามารถที่จะต่อต้านซังจินได้อีก เขานั้นขาดความสามารถทางกายภาพเป็นอย่างมาก

[ผลการการสถิตร่างจะหมดลงในอีก 10 9]

โอเปอเรเตอร์ได้เริ่มที่จะนับถอยหลังออกมา แต่แล้ว

[8 7]

ในวินาทีที่ 7 จินนี่ก็ได้สลายหาวไปเป็นควันและลอยกลับเข้าไปภายในตะเกียง ซังจินได้พลิกตัวกบางอากาศสองสามครั้งและลงสู่พื้นอย่างปลอดภัย

โอเปอเรเตอร์ได้ประกาศชัยชนะออกมาหลังจากนั้นครู่หนึ่ง

[บอสลับจินนี่]

[ซาดาเมียร์ได้ถูกเคลีย]

ซังจินเก็บดาบกลับเข้าไปภายฝักและถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“ฮ่า…”

แต่เมื่อ

“กร”

ซอมบี้จรเข้ได้วิ่งเข้ามาหาเขาหลังจากที่เวทมนตร์หมดฤทธิ์

“โอพระเจ้า”

ซังจินได้ถูกทำให้ประหลาดใจโดยจรเข้ถึงสองครั้งแล้วในตอนนี้ เขานั้นได้ลิมไปแล้วว่าได้ใช้เวทมนตร์ปลุกศพขึ้นมา

“กร”

จรเข้ได้วนรอบซังจิน ราวกับกำลังคนหาศัตรูเพื่อโจมตี

“โวว โอเคมันจบลงแล้ว กลับมา”

ด้วยการกระทำของซังจิน จรเช้ได้เริ่มกลับไปกลายเป็นศพเช่นเดิม หลังจากที่การต่อสู้จบลงซังจินก็เปิดขวดน้ำและเทลงบนหัว

“ฮ่า ~”

มันไม่ใช่เรื่องง่ายเบยที่จะต่อสู้กับซาดาเมียร์ เขาเป็นจอมเวทที่ทรงพลังอย่างมาก

หากปราศจากหนังสือและการสิงสถิตจากเตียวหุย มันก็คงจะการเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากและยืดเยื้อออกไป และซังจินก็ได้ถามโอเปอเรเะอร์อย่างสงสัย

“โอเปอเรเตอร์ผลของทักษะเสียงตะโกนแห่งสะพานเตียงปันเกี้ยวคืออะไร”

โอเปอเรเตอร์ได้เปิดหน้าต่างข้อมูลออกมาในทันที

ทักษะใช้งานเสียงตะโกนแห่งสะพานเตียงปันเกี้ยว
ทักษะความสามารถของการสถิตร่างของเตียวหุย

ทำให้เกิดเสียงดังสนั่น ทุกสิ่งภายในรัศมี 300 เมตร จะไม่สามารถใช้ร่ายมนตร์ทักษะความสามารถได้เป็นเวลา 10 วินาที

นี้มันเป็นการสวนกลับที่หนักหนาสาหัสมากสำหรับนึกเวท ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของหนังสือมันไม่ใช่ความสามารถของเวทมนตร์ แต่จะเป็นความสามารถที่จะได้รับทักษะตามสถานการณ์ต่างๆ หนังจือจะเรียกเอาบุคคลที่ยอดเยี่ยมในเรื่องราวนั้นๆมาสิงสถิต

‘เมื่อจะต้องเผชิญหน้ากับจอมเวทคนอื่นอีก…ฉันก็คงจะเห็นมันอีกครั้ง’

ซังจินจัดระเบียบความคิดของตนเองในขณะที่เขาเก็บขวดน้ำใส่ใต้เข็มขัด ในตอนนี้เองเขาก็ได้เห็นเสื้อผ้าที่ถูกเผาบางส่วน

มันน่าจะเกิดขึ้นในตอนที่เขากำลังหลบศรสายฟ้า ซังจินพูดกับตัวเองอย่างเผลอตัว

“นี้อาจจะเป็นครั้งแรกที่ฉันเสียพลังชีวิตเป็นจำนวนมา…ใช่ไหมโอเปอเรเตอร์”

โอเปอเรเตอร์ได้ตอบสนองในคำพูดของเขาในทันที

[ถูกต้อง คุณได้สูญเสียพลังชีวิตไปทั้งหมด 4724 มันสูงที่สุดที่ท่านเคยเสียพลังชีวิตมา]

ซังจินนั้นมีพลังชีวิตเกือบจะถึงสองหมื่น แต่ถ้าหากเป็นนักบ่าปกติการถูกโจมตีขนาดนี้คงจะเป็นการโจมตีที่เกือบถึงตาย

“ขนาดฉันยังไม่ได้โดนมันจังๆเลยซักครั้ง…มันเป็นอะไรที่ทรงพลังมาก”

ซังจินคิดขึ้นมาในขณะยืดตัว หลังจากจินนี่ได้หายไป สิ่งที่มีอยู่คือแสงจากดวงอาทิตย์ มันช่วยไม่ได้ที่เขาจะคิดถึงโรมแรมเก้าสิบเก้าคืน

‘เมื่อฉันได้กลับไป…ฉันควรจะไปกินก๋วยเตี๋ยวเย็น…แช่เย็น และก็ไอศกรีมเป็นของหวาน….หืมม ฉันได้กำจัดบอสลับไปแล้ว ทำไมมันถึงยังไม่เริ่มการแจกรางวัล’

ซังจินหันกลับไปถามโอเปอเรเตอร์

“โอเปอเรเตอร์ในที่แห่งนี้ยังมีชิ้นส่วนลับอื่นๆอีกไหม ถ้ามันมีช่วยใช้งานทักษะนักล่าสมบัติในตอนนี้”

[ไม่มีชิ้นส่วนลับอื่นๆอีกในบทนี้]

คงจะเป็นเพราะสถานที่ลับที่มีอยู่แทนที่จะเป็นไอเทม

‘หืมม..รู้แล้ว..’

ซังจินได้หยักหน้ากับตัวเองในขณะที่เขากำลังคิดอยู่ แต่แล้วโอเปอเรเตอร์ก็ประกาศออกมาต่อ

[การจู่โจมสมบูรณ์ 100%]

ซังจินได้หันไปมองที่ลูกบาศก์อย่างตกใจ

‘อะไรน่ะ’

นักล่าคนอื่นๆคงจะล่าส่วนที่เหลือในช่วงเวลาที่เหลืออยู่แทนที่จะพัก ซังจินได้คิดขึ้นอย่างยินดี

‘มันยอดมาก ไปรับรางวัลและกลับบ้านกัน’

แต่โอเปอเรเตอร์ก็ยังพูดไม่จบ

[อย่างไรก็ตาม ได้มีฆาตกรอยู่ในทีม]

[การแจกรางวัลจะเลื่อนออกไปจนกว่า ฆาตกรหรือสมาชิกๆคนอื่นๆถูกกำจัด]

[หรือถ้าหากเวลาหมดลง]

“หืมม”

ซังจินจ้องไปที่ลูกบาศก์

“ฆาตกร”

ได้มีอย่างเกิดขึ้นในระหว่างนักบ่าทั้งสี่คน ซังจินจ้องมองไกลออกไป ระยะของทรายก็ยังไร้ที่สิ้นสุดไปจนถึงสุดขอบฟ้า

การเดินทางภายในทะเลทรายนั้นมีแต่เรื่องทรมานตัวเอง แต่การคนหาฆาตรในทะเลทรายแห่งนี้ให้ทันในเวลาที่กำหนดก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ซังจินคิดตัดสินใจทางเลือก

‘ฉันควรจะทำยังไงดี’

แต่แล้วในตอนนั้นเอง

“ฟุบ ฟุบ ฟุบ”

เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างจากด้านหลัง

****

ในขณะที่อิกกอกำลังวิ่งไปในทางโอเอซิส โอเปอเรเตอร์ก็ได้ประกาศออกมา

[คำเตือน บอสลับ]

[จินนี่ซาดาเมียร์ปรากฏตัว]

อิกกอหันกลับไปมองลูกบาศก์ด้วยหางตา

‘บอสลับอะไร มีบอสลับซ่อนอยู่งั้นหรอ’

เขาได้ใช้เวลาครู่หนึ่งในการยอมรับสิ่งนี้ เพราะเขาได้เห็นการดำรงอยู่ของบอสลับได้จากระยะไกล มันเป็นรูปแบบยักษ์ที่ลอยอยู่เหลือดโอเอซิส และเขาก็ได้แน่ใจ

‘เบื้องหลังของความลับ 5% ที่หายไป…ต้องเป็นสิ่งนี้’

ไม่นานหลังจากนั้น อิกกอก็สามารถมาถึงโอเอซิส การต่อสู้ได้เริ่มขึ้นอยู่เมื่อเขาได้มาถึง

“จงเผาไหม้ทุกอย่างในเส้นทาง บอลไฟ”

อิกกอได้ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังเนินเขาและเฝ้ามองการต่อสู้ บอสลับจินนี่นั้นได้ใช้เวทมนตร์ที่ทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ

มันแข็งแกร็งกว่าบอสจอมเวทในอดีตมาก เช่น ลิชหรืออยักษ์สองหัว อิกกอได้คิดคำนวณถึงสิ่งนี้อย่างรวดเร็ว

วัยรุ่นที่ในตอนนี้มีผลงานอยู่ 73.6% ถ้าหากเขาได้ถูกฆ่าโดยจินนี่ อิกกอก็จะได้รับผลงานของเขาโดยอัตโนมัต แต่ปัญหาคือ

“แข็งตัว”

ทักษะของวัยรุ่นแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ เขาสามารถเผชิญหน้ากับจินนี่ได้เพียงลำพังอย่างเท่าเทียม อิกกอได้สร้างทฤษฎีขึ้นมาสามข้อ

อย่างแรก ถ้าหากวัยรุ่นถูกฆ่าโดยจินนี่ เขาก็จะออกจากโอเอซิสก่อนที่จินนี่จะรู้ตัว เพราะบอสจินนี่นั้นแข็งแกน่งเป็นอย่างมาก

สอง ถ้าวัยรุ่นสามารถเอาชนะมาได้โดยไม่มีปัญหา เขาก็จะทำเช่นอย่างแรก ออกไปจากโอเอซิสนี้ ไม่ว่าเขาจะคิดยังไงก็รู้ว่าทักษะของวัยรุ่นนั้นแข็งแกร่งกว่าตน เขายังไม่ได้ลืมว่าเขาติดอยู่ในสถานะฆาตกร เขาสามารถที่จะถูกฆ่าโดยคนอื่นได้โดยที่ผู้ฆ่าจะไม่ติดโทษ

สาม ถ้าในกรณีที่วัยรุ่นได้ต่อสู้และจบลงด้วยความบาดเจ็บพร้อมกับชัยชนะ….อิกกอก็มองลงไปที่ดาบและโล่ของเขา

‘ถ้าหากเป็นในกรณีนั้น ฉันจะจบมันด้วยตนเอง’

เขาได้อยู่ในสถานะฆาตกรแล้ว มันจะไม่เสียอะไรแม้ว่าเขาจะฆ่าใครเพิ่มขึ้นอีก เมื่อได้วางแผนต่อไปอย่างระมัดระวัง เขากเคลื่อนไปอย่างช้าๆในพุ่มหญ้าสูงและซ่อนตัว

เขามั่นใจในการพรางตัวและซุ่มโจมตี เขามั่นใจว่าเขาจะสามารถพรางตัวได้แม้ว่าจะไม่ใส่ชุดคาโม่

เขาซุ่มดูการต่อสู้และดูเหมือนว่าในตอนนี้จินนี่จะเหลือกว่า

“เจาะทะลวงทุกสิ่ง ศรสายฟ้า”

วัยรุ่นดูเหมือนกับว่าจะไม่สามารถจัดการกับการร่ายมนตร์ที่รวดเร็วของจินนี่ได้ แต่แล้วกระดานก็ได้พลิกกลับในทันใด

“ข้าคือเตียวหุย”

หลังจากที่วัยรุ่นได้อ่านหนังสือออกมา นักรบจีนโบราณคนหนึ่งได้ปรากฏอยู่บนเบื้องหลังของเขาราวกับเป็นวิญญาณผู้พิทักษ์

และวัยรุ่นก็ได้วิ่งออกไปข้างหน้า ความเร็วของวัยรุ่นได้เพิ่มขึ้นจากแต่ก่อน อิกกอก็คิดขึ้น

‘มันคือ….เวทมนตร์บัพบางอย่างงั้นหรอ’

แต่ความสามารถของหนังสือก็ไม่ได้หยุดแค่นั้น เมื่อได้เปิดปากออกมา ทันใดนั้นวัยรุ่นก็ตะโกนขึ้น

“เข้ามาและสู้กับข้า ไปสู่ความตาย”

มันเป็นเสียงที่ดังอย่างไม่น่าเชื่อ หลังจากเขาได้ตะโกนออกมา จินนี่ก็ไม่สามารถที่จะร่ายมนตร์ได้

และในที่สุดจินนี่ก็ได้กลายเป็นควันและหานไป เมื่อการต่อสู้ได้จบลงอิกกอก็ได้ประเมินวัยรุ่นหนุ่ม

เพราะการต่อสู้ที่ผ่านมาดูเหมือนวัยรุ่นจะไม่ได้ตระหนักถึงอิกกอ อิกกอจะต้องตัดสินใจในตอนนี้

‘สอง ถ้าวัยรุ่นชนะได้โดยไม่มีปัญหา เขาก็จะออกจากโอเอซิส’

‘สาม ถ้าในกรณีที่วัยรุ่นได้ต่อสู้และจบลงด้วยความบาดเจ็บพร้อมกับชัยชนะ’

อิกกอพยายามตัดสินใจว่ามันเป็นในกรณีสองหรือสาม แต่แล้วเขาก็ได้ยินเสียงเด็กหนุ่มพูดกับตัวเอง

“นี้อาจจะเป็นครั้งแรกที่ฉันเสียพลังชีวิตเป็นจำนวนมา…ใช่ไหมโอเปอเรเตอร์”

และโอเปอเรเตอร์ก็ได้ตอบคำถาม

[ถูกต้อง คุณได้สูญเสียพลังชีวิตไปทั้งหมด 4724 มันสูงที่สุดที่ท่านเคยเสียพลังชีวิตมา]

อิกกอได้ตัดสินใจตัวเลือกอย่างรวดเร็ว เขาได้ผูกขาดแต้มทั้งหมดมาตั้งแต่เริ่มการจู่โจม

‘ฉันไม่รู้ว่าเขามีไอเทมที่ทรงพลังอะไรบ้าง…แต่เขาคงจะมีแต้มสเตตัสที่น้อยกว่าฉัน’

พิจารณาจากสเตตัสทั้งหมดความต้องการของค่าความแข็งแกร่ง ความพล่องแคล่ว และความอดทน พลังชีวิต 4724 ที่เสียไปคงจะไม่ใช่น้อยๆ นอกจากนี้วัยรุ่นก็ยังใช้เวทมนตร์อีก

‘พลังชีวิตของเขาควรจะมีประมาน 10000…ไม่สิ มันควรที่จะน้อยกว่านั้น’

เวทมนตร์สายฟ้าในก่อนหน้านี้ได้สร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก อิกกอได้คิดขึ้นและมองลงไปที่โล่ของเขา แน่นอนว่าวัยรุ่นชาวจีนนั้นแข็งแกร่งกว่าเขา

แต่ถ้าหากเขามีพลังชีวิตอยู่เพียงครึ่งเดียวหรือต่ำกว่านั้นอีกอิกกอก็จะมีโอกาสชนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเขาได้ซุ่มโจมตีก่อน

[การจู่โจมสมบูรณ์ 100%]

[อย่างไรก็ตาม ได้มีฆาตกรอยู่ในทีม]

โอเปอเรเตอร์ได้พูดออกมา

‘ฆาตกร?’

วัยรุ่นชาวจีนได้มองหาเขา และในเวลานั้นอิกกอก็ได้ตัดสินใจ

‘ถ้าฉันไม่แข็งแกร่งขึ้นในตอนนี้ ฉันก็จะตายในภายหลัง’

ทันใดนั้นเขาก็โยนโล่กลมของเขาออกไป

“วูบ วูบ วูบ”

เขาหยิบดาบขึ้นมาและพุ่งเข้าใส่วัยรุ่น

 


ตอนนี้กลุ่มลับอยู่ที่ตอน 70 สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <