0 Views

Chapter 4 – Greenskin Wildlands (4)

ซังจินมองไปรอบๆพื้นที่นี้ ในขณะที่ถือดาบคาตานะที่เต็มไปด้วยเลือด ไม่มีอะไรที่โดดเด่นในพื้นที่นี้ มันเป็นไปไม่ได้ที่บอสกับบอสลับจะอยู่ในที่เดียวกัน

เมื่อซังจินกำลังจะเดินไปจากที่นี้เขาก็เหลือบไปเห็นตำรวจผิวดำเข้า เขาจึงได้ถามว่า

“เฮ้ นายชื่ออะไร?”

“เบลเทน…แกเร็ท เบลเทน”

“ดี เอาหละฟังนะบัลเทนนายกับอีกสองคนต้องช่วยฉันคนหารอบๆพื้นที่นี้ ด้วยพวกนายสามคนแล้วก็กระบองติดไฟนั้น นายจะสามารถจัดการกับสิ่งต่างๆได้รวมถึงโทรลด้วยเข้าใจนะ”

ตำรวจผิวดำหยักหน้าอย่างรวดเร็ว

“แล้วก็ถ้าหากเจออะไรแปลกๆพวกพื้นที่ลับหรือมอนสเตอร์แปลกๆ รีบบอกฉันทันที”

“แต่ฉันจะบอกนายยังไงถ้าหากนายอยู่ไกลออกไป”

“นายสามารถบอกกับโอเปอเรเตอร์ เพื่อขอที่จะสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีม มันจะทำหน้าที่เหมือนกับวอตำรวจ มีคำถามอะไรอีกไหม”

“ไม่ ฉันเข้าใจแล้ว”

เบลเทนมองไปที่กระบองและหันไปมองคนรอบๆต่อ

“พวกนายได้ยินที่เขาพูดแล้วใช่ไหม ได้เวลาทำงานแล้ว”

ซังจินเริ่มที่จะเดินอีกครั้งเมื่อชายชาวเอเชียพยายามที่้จะถามคำถามกับเขา

“เฮ้ นายรู้ได้ยังไงว่ามันยังมีที่ลับอยู่อีก”

เขาเถียงกับซังจินและเป็นปฏิปักษ์กับซังจินเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ซังจินจึงรู้สึกว่าไม่จำเป็นที่จะต้องตอบเขา

เมื่อซังจินทิ้งให้เบลเทนนำทีมคนเหล่านั้น เขาก็เริ่มที่จะเคลื่อนไหวเข้าไปในป่า

****

“ก๊าก๊า”

มีก็อบลินหาตัวได้วิ่งเข้ามาหากลุ่มพวกเขา

“ตั้งวงล้อม”

ภายใต้คำแนะนำของเบลเทนชายอีกสองคนได้หันหลังมาชนกันเป็นวงล้อมระวหลังให้กัน เพราะถึงก็อบลินนั้นสูงเพียงแค่ครึ่งนึงของมนุษย์แต่พวกมันนั้นนิยมอยู่กันเป็นฝูง

ก็อบลินตัวแรกที่วิ่งเข้ามาได้เหวี้ยงดาบของมันเข้ามา เบลเทนได้ปัดดาบออกไปพร้อมกับฟาดกระบองไปบนหัวของมัน

“แค๊ก”

เมื่อก็อบลินถูกทุบที่หัว หัวของก็ยุบลงในทันที การเอาชนะก็อบลินนั้นมันไม่ได้ยากอย่างที้เขาคิดไว้ มันจึงทำให้เบลเทนกล้าหาญขึ้น และได้ไล่ทุบอีกตัวทันที

ชายผิวขาว และชายชาวเอเชียก็ได้จัดการอีกคนละตัว หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้ไปต่อสู้กับโทรลแล้วเอาชนะมาได้

ถึงแม้ว่าหากพวกเขาเจอโทรลเป็นกลุ่มพวกเขาจะไม่สามารถเอาชนะได้ แต่ถ้าเป็นโทรลเพียงตัวเดียวเขาก็ยังพอจัดการได้อย่างไม่มีปัญหา

“มันเหมือนกับว่าเราสามารถทีจะชนะมันได้”

ดูเหมือนชายผิวขาวจะสามารถเรียกคืนความมั่นใจของเขากลับมาได้ แต่ชายชาวเอเชียก็เป็นคงมีปัญหาอยู่เช่นเคย

“เฮ้ ความจริงพวกเราไม่มีเหตุผลที่จะทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายเลยนี้ เราได้เคลียภารกิจของเราแล้ว ฉันคิด…”

“นายจำประกาศตอนเริ่มต้นไม่ได้งั้นเหรอ พวกเราจะได้แต้มสเตตัส และก็เหรียญดำจากพวกก็อบลินและตัวอื่นๆ มันจะดีกว่าซะอีกถ้าเราฆ่ามอนสเตอร์มากขึ้น”

“อา…อย่างงั้นหรอกเหรอ”

“แน่นอน ฉันไม่รู้ว่าทำไม ‘การล่า’ ถึงได้เริ่มขึ้น แต่ฉันร้ว่าหลังจากนี้เราต้องใช้เหรียญดำแน่นอน”

เบลเทนได้พูดให้เขายอมรับในที่สุด

“ถูกต้อง แล้วเด็กหนุ่มนั้นยังได้บอกว่าเขาไม่ต้องการความช่วยเหลือของพวกเรา ให้พวกเราคอยล่าอยู่แถวๆรอบนอก”

เบลเทนได้คิดถึงคำพูดนั้น

‘พวกนายไม่จำเป็นต้องช่วยฉัน แค่เกาะกลุ่มกันแล้วล่าก็อบลินอยู่รอบนอกอย่างระมัดระวังก็พอ’

และสุดท้ายเขาก็ได้ไปจัดการบอสด้วยตัวของเขาเองเพียงคนเดียว เบลเทนสามารถที่จะบอกได้ว่ามีอีกหลายอย่างที่เด็กหนุ่มรู้แต่ไม่ได้พูดออกมา ชายชาวเอเชียจับคางขณะฟังแล้วถามขึ้น

“…แล้วมันจะแบ่งคะแนนยังไง ไม่ใช่ว่ามันจะดรอปลงมาหรืออะไรสักอย่าง”

เบลเทนก็สงสัยเกี่ยวกับจุดนี้เหมือนกันเมื่อเขาเห็นลูกบาศก์ลอยอยู่เขาจึงถามขึ้น

“โอเปอเรเตอร์”

เสียงของโอเปอเรเตอร์ตอบกลับมาในทันทีจากลูกบาศก์

“ค่ะ มีอะไรให้ฉันช่วย”

เขาถามคำถามนี้อย่างระมัดระวัง

“เอ่อ แต้มสเตตัสกับเหรียญดำนี้แบ่งกันยังไง”

[รางวัลของนักล่านั้นจะขึ้นอยู่กับผลงานที่ทำระหว่างการจู่โจม]

“ผลงานที่ทำ?”

เบลเทนถามออกมา โอเปอเรเตอร์ก็ตอบกลับแทบจะทันที

[ในการล่า แต้มสำหรับดาเมจที่ได้รับ ดาเมจที่สร้างขึ้น การฆ่า บัพที่ให้ ดีบัพที่ให้ กาดสอดแนม การรายงาน ทั้งหมดนี้จะถูกนำมาวัดแล้วแบ่งอย่างถูกต้อง]

พวกเขาทั้งสามคนได้สำรวจตัวเองว่าพวกเขาได้ทำอะไรไปบ้าง ชายผิวขาวได้พึมพัมกับตัวเอง

“ฉันสงสัยว่าฉันได้ทำผลงานกับอะไรบ้าง…”

แล้วลูกบาศก์ที่อยู่ถัดไปจากชายผิวขาวก็ได้ตอบเขา

[ผลงานของคุณคือ 4.3%]

ชาวเอเชียได้ถามลูกบาศก์ของเขาอย่างรวดเร็ว

“แล้วฉันหละ ผลงานของฉันมันเท่าไหร่”

แต่ลูกบาศก์ก็ไม่ได้ตอบกลับมา

“ทำไม ทำไมแกถึงไม่ตอบฉัน”

ในขณะที่ชายชาวเอเชียกำลังบ้าคลั่ง เบลเทนได้ถามอย่างสงบ

“ฉันมีผลงานเท่าไหร่ในการจู่โจมครั้งนี้”

[ผลงานของคุณคือ 7.2%]

มันไม่มากนักแต่ก็มากกว่าชายผิวขาวอยู่คงเป็นเพราะการมีส่วนร่วมในการฆ่าโทรลในพื้นที่บอสก่อนหน้านี้จึงทำให้เขามีแต้มมากกว่าชายผิวขาว

ชายชาวเอเชียจับลูกบาศก์ของเขาพร้อมกับพูดอย่างระมัดระวัง

“ฉันมีผลงานเท่าไหร่ในการจู่โจมครั้งนี้”

[ผลงานของคุณคือ 1.8%]

เขาตกใจมาก

“อะไรกัน”

เขามีคะแนนน้อยกว่าแม้แต่ชายผิวขาว การที่เขาทำตัวที่ขาดและหลีกเลี่ยงการต่อสู้มันได้แว้งกลับมาทำร้ายเขาแล้ว ชายผิวขาวถอนหายใจแล้วพูดต่อ

“อา เราควรที่จะออกไปล่ากันเป็นกลุ่มตั้งแต่ที่เด็กหนุ่มนั้นได้บอกเรา”

เบลเทนตอบกลับทันที

“ยังเหลือเวลาอยู่อีก 10 นาทีก่อนที่การจู่โจมจะจบ มันยไม่สายเกินไปที่เล่าจะบ่าและเพิ่มผลงานของเรา ไปเถอะออกล่ากันพร้อมกับมองหาบางสิ่งแปลกๆ”

****
ซังจินคิดเกี่ยวกับป่านี้ในขณะที่ยังค้นหา

“อี๊กก~~”

“คว๊าา~~”

“แค๊กก~~”

เขายังคงไปข้างหน้าพร้อมกับกำจัดสิ่งที่ขวางทางของเขา มันไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดีที่เขาฆ่ามอนสเตอร์ทุกตัวที่ขวางทาง ตรงกันข้ามเลยมันช่วยจะให้แต้มสเตตัสและเหรียญดำแก่เขาในภายหลัง

แต่ปัญหาตอนนี้ก็คือเขายังหาที่อยู่ของบอสลับไม่เจอ เขาได้ค้นหารอบๆป่าแล้วแต่ก็ไม่เจอสิ่งที่ต้องการ

“โอเปอเรเตอร์เหลือเสลาเท่าไหร่”

[เหลือเวลาอีก 6 นาที 24 วินาที ก่อนที่จะถูกเลือกกลับฮอลล์นักล่า]

“เว้ยเอ้ย”

ซังจินสบถด้วยเสียงอันดังพร้อมกับวิ่งต่อโดยไม่หยุดพักแต่ตแนนี้พื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยซากศพ กล่าวได้เลยว่าเราได้ค้นหาเกือบจะทุกที่แล้ว

“กู ก๊า”

โชคไม่ดีที่อ๊อคโผล่มาในตอนที่ซังจินกำลังหงุดงิด เขาพุ่งเข้าไปฟันมันในทันที ก่อนที่มันจะได้ยกขวานเสียด้วยซ้ำ

ซังจินหันไปมองพื้นที่รอบๆ แต่เขาไม่เห็นอะไรอีกนอกจากศพ

‘หรือว่าจะไม่มีบอสลับในการจู่โจมในครั้งแรก’

เมื่อซังจินคิดได้เช่นนั้นเขาก็เปลื่ยนเป้าหมายของเขาทันที

‘ถ้าอย่างนั้นฉันจะกวาดล้างพวกมันทั้งหมด’

ซังจินเริ่มที่จไล่ล่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในพื้นที่นี้ ไม่ว่าจะเป็นพวกก็อบลินที่พยายามจะซ่อนตัวจากเขา อ๊อคที่กำลังกินเนื้อกันที่กองไ หรือโทรลที่เด่นสะดุดตาเขา…

จากนั้นเขาก็วิ่งไปเจอนักล่าคนอื่นๆที่กำลังต่อสู้กับโทรลแบบสามต่อสาม

ซังจินพุ่งเข้าไแเหมือนกับสายฟ้าฟาด พร้อมตัดหัวของโทรลสองตัวออกในทันที ทำให้เลือดสายกระจายไปทั่ว

“ขะ..ขอบคุณ”

เจ้าหน้าที่ตำรวจผิวดำแสดงความขอบคุณซังจินทันที แต่ซังจินได้ถามเขาทันที

“แล้วพวกนายสามารถหาอะไรแปลกๆเจอไหม”

“ไม่มีอะไรเลยนอกจากพวกมอนสเตอร์ปกติ”

‘ไม่มีอะไรซ่อนอยู่เลยงั้นเหรอแม้แต่บอสลับหรือพื้นที่ลับ’

ซังจินได้เรียกโอเปอเรเตอร์

[โอเปอเรเตอร์ความคืบหน้าของการจู่โจมคือเท่าไหร่]

[ทั้งหมด 95%]

95% อีก 5% นั้นถูกสงวนไว้สำหรังบอสลับที่เหลืออยู่ เพราะว่าไม่มีมอนสเตอร์ที่เหบืออยู่ในพื้นที่นี้แล้ว ในเมื่อแน่ใจว่ามีบอสลับซ่อนอยู่ซังจินก็ได้เตรียมตัวที่จะค้นหาอีกครั้ง แต่เบลเทนได้หยุดเขาไว้

“เอ่อคือ…”

มันน่าหงุดงิดที่เบลเทนได้ขัดจังหวะความคิดของเขา เขาจึงได้เร่งให้เบลเทนรีบพูดออกมา

“มีอะไรหรอ พูดสิ่งที่นายคิดออกมาสิ”

เบลเทนได่ชี้ได้ชี้ไม้กระบองของเขาไปที่ไหนสักแห่ง

“เกี่ยวกับรั่วตรงรอบนอกของป่านั้น มันเป็นสิ่งที่แปลกประหลาด”

ซังจินได้มองไปที่ที่ไม้กระบองได้ชี้ไแ

“ฉันเคยทำงานเกี่ยวกับการควบคุมจราจลมาก่อนและเคยได่ติดตั้งสิ่งขีดขวาง ความจริงก็คือรั่วเหบ่านั้นมันว่าซ้อนกันเกินไปทำให้มันไร้ประสิทธิภาพ”

ซังจินได้รีบไปที่สิ่งกีดขวางนั้นในทันทีเพื่อตรวจสอบ เมื่อเขาได้มาเห็นใกล้ๆแล้วมันก็ดูแปลกๆ ส่วนที่เหลือของรั่วนั้นมันรวมๆกันไม่มากไม่น้อยแต่ส่วนหนึ่งของกำแพงนี้ก็ดูเหมือนจะเยื้องไปด้านในเมื่อเอารั่วไม้ตนั้นออก ก็มีแท่งโลหะโผล่มา

แม้ว่าเขาจะไม่แน่ใจแต่ซังจินก็คิดว่า

‘มันคล้ายกับคันโยก’

ซังจินได้ดูด้านหลังของเขาชายทั้งสามคนได้เฝ้ามองเขาอยู่ห่างๆ หลังจากเขาตรวจสอบอีกครั้งเขาก็ดึงคันโยกทันที

‘มันสั่นสะเทือน’

ได้มีเสียงเหมือนกับบางอย่างกำลังหมุน แล้วกำแพงด้านหน้าเขาได้ถูกยกขึ้น

ซัจินตัดสินใจเข้าไปในทันที

ด้านในนั้นเป็นพื้นที่เล็กๆที่ถูกล้อมล้อมด้วยกำแพง แต่มันคล้ายกับด้านในของภายในปราสาท และในที่ลึกสุดได้มีอ๊อคสีแดงได้ถูกล่ามโซ่ไว้กับกำแพงอยู่

อ๊อคผิวสีแดงเพลิงลุกไหม้นี้ที่ซ่อนอยู่ในป่าสีเขียวนี้ ซังจินเต็มไปด้วยความมั่นใจว่านี่คือบอสลับ

“กรร~~”

เมื่อสิ่งนี้คำรามอยู่ในขณะที่ถูกล่ามโซ่ ลูกบาศก์ก็แจ้งเตือนในทันที เป็นเครื่องยืนยันความคิดของซงจินอีขั้นหนึ่ง

[คำเตือนบอสลับ ‘อ๊อคที่บ้าคลั่ง รูก’ ไดปรากฏตัว]

ซังจินจับคาตานะไว้แน่นแบะเตรียมสำหรับการต่อสู้ แต่เขากได้ยินเสียงนักล่าทั้งสามคนด้านหล

“ที่นี้คือที่ไหน”

“เกิดอะไรขึ้น”

ซังจินหันกลับไปตะโกนอย่างรวดเร็ว

“ถอยไปซะ ถ้าไม่อยากตาย”

“กร๊าา~~”

ซังจินได้ยินเสียงคำรามที่ทรงพลังจากด้านหลังของเขา เมื่อเขาหันกลับไปอ๊อคก็ได้ดึงโว่จนขาดพร้อมกับพุ่งเข้าใส่ซังจิน