0 Views

Chapter 39 – Kutan Desert (6)

ซังจินได้เดินภายในโอเอซิสเพียงตัวคนเดียว และเขาก็ได้พบว่าน้ำในโอเอซิสนั้นสกปรกกว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก

ถ้าเป็นในหนังหรือการ์ตูน ปกติพวกตัวละครก็คงจะวิ่งลงไปอาบน้ำและดื่มกินน้ำแน่นอน แต่ซังจินไม่ได้มีความรู้สึกเช่นนั้นเลย

‘บางทีฉันอาจจะตายลงเพราะความสกปรก…’

ซังจินได้น้ำรวดน้ำไปเหนือหัวและราดลงมา เขาเดินเป็นวงกลมรอบๆโอเอซิส มันเป็นพื้นที่เล็กๆเท่านั้นเขาได้ใช้เวลาเพียงแค่ 1 นาทีในการเดินรอบๆ

เขาไม่เห็นอะไรพิเศษในที่แห่งนี้เลย เขาได้หวังไว้อย่างมากเกี่ยวกับ ‘ชิ้นส่วนลับ’ แต่แล้วเขากลับไม่พบอะไรเลย

‘แล้ว…ตรงนี้หละ’

ซังจินคิดขึ้นกับตัวเองและมองไปในน้ำ ทันใดนั้นเขาก็ได้เห็นอะไรบางอย่างที่สะดุดตา ซังจินจึงเริ่มจ้องมองไปที่มัน

ในตรงกลางโอเอซิส มันได้มีต้นปาร์มขนาดใหญ่อยู่ และด้านบนต้นไม้ก็ได้มีตะเกียงเก่าอยู่

‘เจอแล้ว’

ซังจินคิดขึ้นมา และเดินเข้าไปในโอเอซิส แต่อย่างไรก็ตาม

‘ฟุบ’

บางสิ่งบางอย่างได้โผล่ออกมาจากน้ำ ซังจินจึงได้กระโดดถอยหลังด้วยความตกใจ มันคือจระเข้ที่ดูจะมีขขาดใหญ่มากเลยทีเดียว

‘จระเข้ ในทะเลทรายเนี้ยนะ?’

ซังจินได้หันกลับไปตรวจสอบลูกบาศก์ แต่มันก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา แสดงว่านี่ไม่ใช่บอสลับ

ซังจินขยับตาไปจ้องมองที่จระเข้ มันได้เตรียมพร้อมที่จะโจมตีอีกครั้งหลังจากที่ซุ่มโจมตีพลาด แต่ก็ไม่มีอะไรนอกไปเสียจากบอสลับที่สามารถสร้างปัญหาให้ซังจินได้

“นายทำให้ฉันประหลาดใจมาก เจ้ามอนสเตอร์หน้าโง่”

หลังจากนั้นไม่นานจระเข้ก็ได้ตายลง และซังจินก็เดินเข้าไปในใจกลางโอเอซิสต่ออย่างระมัดระวัง

น้ำนั้นตื้นพอที่จะสามารถเดินเข้าไปได้และก็ไม่มีจระเข้ตัวอื่นอีก ซังจินจึงสามารถเข้าไปถึงต้นปารมใจกลางโอเอซิสได้อย่างง่ายดาย

เมื่อซังจินได้เข้ามาถึงตนไม้ เขาก็ได้เก็บดาบลงไปและเริ่มปีนต้นไม้

‘หืมม…ฉันว่าฉันควรจะลองหาเวทมนตร์บินดู’

ความสามารถในการบินจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการเดินทางไปรอบๆ และค้นหาชิ้นส่วนลับกับบอสลับ

‘ฉันจำได้ว่าเคยเห็นมันในตลาดมืด’

หลังจากเขาได้วางแผนกับตัวเอง เขาก็ได้มาถึงยอดบนสุดของต้นปาร์ม ที่นั่นเขาได้เห็นตะเกียงประดิษฐ์วางอยู่ตรงกลาง

ตะเกียงชำรุด
เครื่องประดับ ระดับปกติ

ทักษะใช้งาน
ถู (I)
ถูที่ตะเกียง ไม่ทราบผลลัพท์

ตะเกียงที่ชำรุดเนื่องจากอายุและสภาพภูมิอากาศ
แม้ว่ามันจะเป็นผลงานทางศิลปะที่สร้างสรรค์ชิ้นหนึ่ง

‘หืมม’

ในส่วนของ ‘ไม่ทราผลลัพท์’ มันได้ทำให้เขาเกิดความสนใจ เขาจึงเก็บตะเกียงไว้ในกระเป๋าแล้วปีนลงจากต้นปาร์ม เดินออกไปจากโอเอซิสพร้อมกับตรวจสอบไอเทม

ตะเกียงนั้นเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกและดูเก่าเป็นอย่างมาก การที่มันได้ผ่านระยะเวลามาได้หลายปีจึงทำให้มันโทรมเป็นอย่างมาก

‘ฉันสงสัยว่ามันทำมาจากอะไร…’

ซังจินได้ตรวมสอบไปรอบๆตะเกียงนี้เป็นอย่างแรก และจากนั้นเขาก็เริ่มที่จะถูโคมไฟ ครู่หนึ่งควันสีฟ้าสลัวก็ได้เริ่มลอยออกมาจากตะเกียง

ซังจินได้นึกถึงนิทานเก่าๆที่เขาเคยได้ยินมา จินนี่ในตะเกียงที่ให้สิ่งที่คนต้องการ

‘สิ่งที่ต้องการ….หืม…อะไรนะที่ฉันต้องการ’

ซังจินได้เฝ้ามองตะเกียง แต่แล้วควันก็ได้ลอยออกมาเป็นเวลานาน

‘มาสิ…มาสิ…’

ตะเกียงก็ยังคงปล่อยควันออกมาด้วยความรู้สึกที่เหมือนกับนิรันด์

‘อะไร…นี้มันอะไนกัน?’

ซังจินได้มองขึ้นไปบนท้องฟ้าและกระโดดถอยหลังออกมาอย่างประหลาดใจ ที่ด้านบน ก้อนเมฆได้มารวมกันจนเป็นรูปยักษ์ที่ใหญ่โต

ซังจินจึงจ้องมองไปที่ยักษ์และคิดขึ้น

‘ใช่แล้ว…ยิ่งตัวใหญ่ก็หมายความว่าเขาจะให้สิ่งที่ต้องการที่ดีขึ้น ถูกไหม?’

****

หลังจากที่ได้ฆ่าเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ อิกกอก็ได้ถามกับโอเปอเรเตอร์

“โอเปอเรเตอร์ ผลงานของันมีเท่าไหร่แล้วในตอนนี้”

[ผลงานของคุณคือ 26.4%]

มันได้เป็นไปตามที่เขาวางแผนไว้ มูเนียร์มีผลงานอยู่ 11.4 ก่อนที่เขาจะตาย อิกกอจะได้รับค่าผลงานเพียงครึ่งเดียงหลังจากมูเนียร์ตายลง

และอีกครึ่งหนึ่งก็จะถูกแบ่งไปให้กับชายชาวจีน หลังจากนั้นอิกกอก็ก้มไปขัดดาบและโล่ของเขา

และหลังจากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้า พระอาทิตย์ยังคงแผดเผาร่างกายของเขา

‘ฉันเคยทดลองฝึนทะเลทรายมาก่อน…แต่แล้วในความเป็นจริงมันโหดร้ายกว่ามาก เดี๋ยวก่อนนะ….ความเป็นจริง’

เขาล้มตัวนอนลงไปข้างๆของศพกิ้งก่าและปิดตาลง

‘อิกกอ นายจะต้องฝึกอย่างหนักเพื่อปกป้องผืนแผ่นดิน’

เสียงได้ดังขึ้นมาภายในหัวของเขา มันได้ทำให้เขาตื่นขึ้น เมื่อมองไปบนท้องฟ้าเขาก็พูดขึ้นมากับตัวเอง

“ทำไมประเทศชาติถึงมีความสำคัญในสถานการณ์เช่นนี้ ประเทศชาติมันจะยังมีเหลืออยู่อีกหรือในตอนนี้”

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับสูงก็คงจะไม่ได้ยินคำบ่นของเขา และเขาก็คิดขึ้นกับตัวเอง

‘เขาจะกำลังต่อสู้อยู่เหมือนกันไหมนะ? ภายในโลกแห่งนี้?’

เขาน่าจะเป็นคนที่รอดชีวิตได้มากที่สุดใน Federal Security Service ของรัสเซีย(FSB) ที่อิกกอได้รับการฝึกทางทหารของเขาทุกคนได้รับการฝึกฝนอย่างมืออาชีพเพื่อความอยู่รอด

และอาจารย์ที่ให้คำปรึกษาอิกกอ เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผู้เชี่ยวชาญด้านทักษะการรอดชีวิตและยุทธวิธี เว้นแต่ว่าเขาโชคร้ายมาก ไม่สิแม้ว่าเขาจะโชคร้ายกับเพื่อนร่วมทีมของเขา แต่เขาก็ยังคงมีชีวิตอยู่ได้

เขาสามารถที่จะฆ่าเพื่อนรวมทีมของเขา เช่นเดียวกับอิกกอ เพื่อที่จะรับรางวัลทั้งหมด

อิกกอได้ถามขึ้นกับโอเปอเรเตอร์

“โอเปอเรเตอร์เหลือเวลาอยู่อีกเท่าไหร่ก่อนที่ฉันจะได้ออกไป?”

[1 ชม. 5 นาที]

‘1 ชม. 5 นาที…’

นอกเหนือไปจาก 5% ที่ลึกลับ ในตอนนี้เหลืออีก 2.3% ก่อนที่การจู่โจมจะสมบูรณ์ อิกกอจึงยืนขึ้นอีกครั้ง

ด้วยการฝึกฝนของเขา มันได้เรียกร้องให้เขาทำมันให้สมบูรณ์ที่สุดหรือใกล้เคียงมากที่สุด เขาจึงเริ่มเดินไปในทะเลทรายอีกครั้งหนึ่ง

ในบางครั้งกิ้งก่าและแมงป่องก็จะเข้ามาโจมตีเขา แต่อิกกอก็สามารถที่จะเอาชนะได้อย่างไม่ยากเย็น

แน่นอนว่ามันจะไม่ง่ายหากพวกมันปรากฏตัวพร้อมๆกันหลายตัว แต่สัตว์ก็ยังคงเป็นสัตว์อยู่ พวกมันนั้นมีสติปัญญาที่ต่ำ

เทคนิคง่ายๆที่เขาได้เรียนรู้มาคือการกระจายศัตรู และวกกลับมากำลังศัตรูทีละตัวอย่างมีประสิทธิภาพ

หลังจากการล่าเป็นเวลานาน เขาก็ไม่สามารถจะมองเห็นศัตรูได้อีก ทั้งหมดที่เขาได้เห็นข้างหน้าคือซากศพของศัตรูเป็นชิ้นๆ

เมื่อเขาได้เข้าไปตรวจสอบอย่างใกล้ชิดก็พบว่าศพทั้งหมดได้มีร่องรอยการถูกตัดด้วยคาตานะญี่ปุ่น คนที่ทำเรื่องนี้ก็คงจะเป็นชาวจีนที่ลึกลับ

‘…ชาวจีน…’

เขาได้ถามขึ้นมากับโอเปอเรเตอร์

“โอเปอเรเตอร์การจู่โจมถึงระดับไหนแล้ว”

[94.2%]

อิกกอได้คิดขึ้นมาครู่หนึ่ง

‘อีกแล้ว…5% ได้หายไป’

เขาไม่เข้าใจว่าจะต้องทำยังไงถึงจะเติมเต็ม 5% ที่หายไปได้ แม้แต่ในตอนนี้เขาก็แน่ใจว่าไม่มีพวกมอนสเตอร์เหลืออยู่อีก แต่เขาก็ไม่หยุดแค่นั้น

แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงถึงจะเติมเต็ม 5% สุดท้ายได้ แต่เขาก็จะพยายามจนถึงที่สุด เพราะนั่นมันคือปรัชญาและคติของเขา

และหลังจากเขาได้เดินในทะเทรายเป็นเวลานานในที่สุดเขาก็ได้พบกับกิ้งก่าตัวหนึ่งกำลังเดินอยู่รอบๆ และก็เหลือเพียงเขาคนเดียว เมื่อเขาได้ฆ่ามันลง

[95%]

ในที่สุดเขาก็ทำได้ถึง 95% เขารู้สึกได้ว่าไม่สามารถหามอนสเตอร์ได้เจออีกแล้ว หลังจากหลายๆบทที่ผ่านมาเขาก็ได้พิสูจน์แล้วว่านี้คือเรื่องจริง

‘…อีก 5% ที่เหลือจะต้องหาจากไหนกัน…?’

และในขณะที่เขากำลังขบคิดอยู่ก็ได้เกิดอะไรบางอย่างขึ้นในระยะไกล

“ครืนนน”

เขาได้ยินเสียงแปลกๆบางอย่าง มันดูคุ้นเคย แต่มันเป็นสิ่งที่เขาคิดมันจะไม่มีทางได้ยินภายในทะเลทราย

‘พายุสายฟ้า’

อิกกอได้จ้องออกไปในระยะไกล ไกลมากๆ เขาสามารถจะเห็นก้อนเมฆขนาดใหญ่ปรากฏอยู่และที่ด้านล่างเป็นสีเขียวๆ

‘โอเอซิส?’

ตอนแรกเขาได้วางแผนจะพักลงเมื่อได้ฆ่ากิ้งก่าตัวสุดท้าย แต่ว่าหากเขาไปถึงโอเอซิส เขารู้สึกว่าเขาจะสามารถได้รับคำตอบเกี่ยวกับ 5% ที่เหลืออยู่ได้

อิกกอได้ตบลงบนหน้าแข้งตนเองและพูดคำสั่งออกมา

“เดินแถว!!”

ชุดเกราะบนหน้าแข้งของเขาได้ส่งเสียงดังกังวาลออกมาและเขาก็วิ่งออกไปที่โอเอซิสอย่างรวดเร็ว

****

ยักษ์ที่ได้ปรากฏออกมาจากตะเกียงได้มองลงมาที่ซังจินและถามเขา

“ใครเป็นคนปลุกข้า”

ซังจินตอบกลับมาในทันที

“ฉัน! ฉันเอง”

“จริงรึ”

ยักษ์ได้จ้องมาที่เขาครู่หนึ่งและเริ่มแนะนำตนเอง

“ข้าเป็นจอมเวทผู้ทรงพลังที่สุดที่อาศัยอยู่ภายในคูตาลแห่งนี้ ซาดาเมียร์”

ซังจินหยักหน้ารับ และเขาได้คิดถึงคำที่จะต้องพูดถัดออกมาของยักษ์

‘บอกความปราถนาของเจ้ามา ข้าจะทำให้มันเป็นจริง’

แต่แล้วเขาก็คิดผิด สิ่งที่เขาได้ยินคือ

“ข้าจะทดสอบเจ้า เพื่อที่จะดูว่าเจ้ามีสิทธิที่จะเป็นเจ้านายของข้าหรือไม่?”

ลูกบาศก์ที่ซึ่งได้เงียบตลอดมา ในที่สุดก็ได้ประกาศออกมา

[คำเตือน บอสลับ]

[จินนี่ ‘ซาดาเมียร์’ ปรากฏตัว]

“อะไรน่ะ”

ซังจินได้โยนตะเกียงออกไปด้ววความตกใจและดึงดาบออกมา แต่จินนี่ก็ได้เริ่มร่ายมนตร์แรกแล้ว

“สายฟ้าที่อันตรายเอ๋ย จงปรากฏออกมาเพื่อสังหารศัตรูข้า”

บอลแสงได้รวมขึ้นมาในมือของจินนี่ และครู่หนึ่งก็ได้พุ่งเข้ามาใส่ซังจิน

“สายฟ้าแลบ”

ซังจินได้พิกตัวหลบ แต่สายฟ้าก็ได้ตกลงไปสู่โอเอซิสและกระทบใส่ซังจิน

“อั๊ก”

มันช่วยไม่ได้ที่ซังจินจะร้องออกมา แม้ว่าเขาจะหลบจากส่วนสำคัญของร่างกายแล้ว แต่การโจมตีนี้ก็ยังคงมีประสิทธิภาพ

‘แต่ ทำไม?’

ซังจินคิดขึ้นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วในตอนที่เขามองดูตัวเองเขาก็พบว่าตัวเขายังคงเปียกอยู่

การที่ถูกไฟฟ้าดูดเข้าก็คงจะเป็นเพราะเหตุนี้ ซังจินจึงรีบออกจากโอเอซิสในทันที ซาดาเมียร์ยังคงร่ายเวทมนตร์บทต่อไป

“จงเผาไหม้ทุกสิ่งในเส้นทาง บอลไฟ”

ลูกไฟได้ปรากฏออกมา และในทันทีซังจินได้ห่อตัวเองด้วยผ้าคลุมและพูดขึ้น

“แข็งตัว”

“ตูม”

บอลไฟได้ระเบิดออกมาและทำให้เกิดไฟขึ้นในบริเวณรอบๆ มันเป็นบอสที่ไม่สามารถจะนำไปเทียบกับบอสก่อนหน้านี้ที่เขาได้ต่อสู้มาจนถึงตอนนี้ได้

ซังจินรีบหยิบ ‘เรื่องรางของสามก๊ก’ ออกจากกระเป๋าอย่างรวดเร็ว เขาได้เก็บมันไว้เพื่อที่จะใช้มันกับบอสลับ และในตอนนี้มันเป็นโอกาสดีที่สุดที่จะใช้

แต่ซาดาเมียร์ก็ยังคงร่ายมนตร์ต่อมาอีก

“เจาะทะลวงทุกสรรพสิ่ง ศรสายฟ้า”

ซังจินได้หลิกตัวอย่างรวดเร็วและหลบเวทมนตร์นี้

“ตูม”

ทรายได้กระจายออกมาเป็นฝุ่นคลุ้ง

‘ฉันต้องการโอกาสที่จะอ่านหนังสือ..’

จุดอ่อนเพียงอย่างเดียวของหนังสือคือ มันจะต้องใช้เวลาเช่นเดียวกับเวทมนตร์ ซังจินคิดที่จะเรียกเคนออกมา แต่เขาได้เรียกเคนออกมาแบะเรียกกลับไปแล้ว

‘ฉันควรจะทำยังไง?’

ซังจินกำลังหาทางเบือก และเขาก็มองไปเห็นศพของจรเข้

“ศรสายฟ้า”

ซังจินหลบไปอีกครั้ง

“ตูม”

เขาได้หันไปหาศพของจรเข้ และร่ายมนตร์ออกมา

“จงตื่นขึ้นและมาเป็นทาสของฉัน การตื่นของคนตาย”

จรเข้ได้กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งและเริ่มเคลื่อนที่ ในเวลาเดียวกันซังจินก็นำกระดิ่งออกมา

“กริ่ง ๆ”

หลังจากเสียงได้ดังขึ้น จรเข้ก็ได้เริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ด้วยอิทธิพลของกระดิ่งจรเข้ได้ขยับอย่างคล่องแคล่วแบบไม่น่าเชื่อ

“จงถอยคมเขี้ยและกลายเป็นแกะที่เชื่อฟัง”

แม้ว่าจะโดนตอบโต้กลับมาก่อนที่มันจะได้โจมตีซะอีก แต่มันก็ได้ทำให้ซังจินมีเวลามากพอที่จะอ่านหนังสือ
หนังสือเล่มนี้ได้รับการออกแบบมาให้เปิดหน้าที่เกี่ยวข้องที่สุดโดยอัตโนมัติ เมื่อหนังสือเล่มนี้เปิดขึ้น ซังจินก็อ่านเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง

“กองทัพที่ยิ่งใหญ่ของโจโฉถอยหลังเข้าไปในสะพานเตียงปันเกี้ยว แต่แล้วคนผู้หนึ่งได้จ้องมองไปที่กองทัพในขณะที่ปิดกั้นสะพาน และเขาผู้นั้นก็ได้ตะโกนขึ้น”

 


ตอนนี้กลุ่มลับอยู่ที่ตอน 69 สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <