0 Views

Chapter 38 – Kutan Desert (5)

ซังจินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

‘ถูกตัด…เกี่ยวกับความสัมพันธ์’

และหลังจากนั้น 10 วินาที เขาก็ได้รับคำตอบออกมา ซังจินเงยหน้าคิดไปมองที่สฟิงซ์ ดูเหมือนว่ามันกำลังตื่นเต้นกับการรอคำตอบ ซังจินจึงให้คำตอบไป

“สะดือ”

การแสดงออกของสฟิงซ์ได้เปลื่ยนไปอย่างมาก

“อา.. ทำไม?”

“การบาดเจ็บครั้งแรกของทุกๆคนมีคือ…สะดือ และมันยังเป็นหลักฐานที่แสดงถึงความสำพันธ์ของมารดากับเรา เราจะไม่สามารถเกิดมาได้หากไม่มีมัน แต่ในตอนนี้มันก็ได้ไร้ประโยชน์ไปแล้ว”

“…”

สฟิงซ์ได้มองไปที่ซังจินด้วยสายตาที่ไม่สามารถอ่านออกได้ ซังจินจึงได้วางมือไว้ด้านบนดาบ ‘มูนสเปค’ อาจจะเป็นไปได้ว่าสฟิงซ์จะเปลื่ยนแปลงพฤติกรรม เช่นเดียวกับในกรณี ‘พ่อค้าเร่อินเดล’ (มนุษย์หมาป่าในบทสอง)

‘ถ้าหากมันปรากฏว่า….สฟิงซ์เป็นบอสลับ’

แต่แล้ว

“…ถูกต้อง ทำไมเจ้าถึงตอบคำถามได้เร็วเช่นนั้น”

นี้คือทั้งหมดที่สฟิงซ์ต้องการจะรู้ แต่ซังจินก็ไม่ตอบกลับไป

“ฉันไม่คิดว่าเจ้าจะใช้เวลาตอบคำถามเพียงแค่ 10 วินาทีเลย ไม่สิแม้แต่ว่าน้อยกว่า 30 วินาทีก็ไม่เคย แต่แล้วทำไมเจ้าถึงไก้ตอบออกมาอย่างมั่นใจและถูกต้อง”

“โอเคพอได้แล้ว พาฉันไปโอเอซิสทีเถอะ”

สฟิตตอบกลับมาพร้อมกับมองลงไปที่ซังจิน

“…แน่นอน สัญญาเป็นสัญญา เจ้าขึ้นมาบนหลังข้าได้เลย”

ซังจินกระโดดไปบนอุ้งเท้าและปืนขึ้นไปต่อบนหลังของสฟิงซ์ สฟิงซ์ได้พูดกับเขาอีกครั้งเมื่อเขาได้ขึ้นมาด้านบน

“เกาะให้แน่นๆนะ ถ้าหากว่าเจ้าตกลงไปตายก่อนที่จะถึงโอเอซิส มันคงจะน่าเสียดายน่าดู จริงไหม?”

ทันทีที่เขาได้พูดจบ เขาก็บินขึ้นไปในอากาศโดยที่ไม่รอคำตอบ ซังจินสามารถจะมองเห็นทะเลทรายได้จากมุมสูงบนหลังของสฟิงซ์

เมื่อเขาขึ้นไปสูงขึ้นอีกเขาก็จะสามารถมองเห็นโอเอซิสได้จากไกลๆ สฟิงซ์ได้บินไปที่โอเอซิสด้วยปีกที่ทรงพลัง

****

ในขณะเดียวกัน คนอื่นๆก็ได้ออกเดินตระเวนในทะเลทราย พวกเขาได้คนหาพวกมอนสเตอร์เพื่อที่จะเพิ่มจำนวนเหรียญดำของพวกเขา

ในเวลาเดียวกันนั้นกิ้งก่ายักษ์สองตัวก็ได้วิ่งเข้าใส่กลุ่มของพวกเขา บูกิไตได้ตะโกนออกมาจากแนวหน้า

“พวกมันมาแล้ว เตรียมพร้อม”

“ฟรอสต์ไบท์”

มูเนียร์ได้ทำให้กิ้งก่าตัวหนึ่งช้าลง และพวกนักล่าทั้งสี่คนก็ได้มุ่งความสนใจที่อีกตัวหนึ่ง แน่นอนว่าผู้ที่จะได้ปะทะคนแรกก็คือบูกิไต

แต่เมื่อเขากำลังจะได้ปะทะกับกิ้งก่าตัวแรก พื้นทรายก็เริ่มที่จะขยับ บูกิไตจึงได้ตะโกนบอกออกมา

“หนอนทะเลทราย นั่นมันหนอนทะเลทราย”

เหล่านักล่าจึงหันไปมองในจุดนั้นทันที จิ้งจกก็ได้พุ่งเข้ามาจากอีกทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว ครู่ต่อมา

“ก๊าซซ~”

หนอนทะเลทรายก็ได้โผล่ขึ้นมาจากพื้นทรายและมุดลงไปอีกครั้ง

“กระจายตัวออกไป แยกช่องว่าง”

อิกกอได้ตะโกนออกมา มันเป็นขั้นตอนพื้นฐานสำหรับการสู้กับหนอนทะเลทราย หนอนทะเลทรายสามารถที่จะขุดหลุมได้ทีละหลุมเพียงเท่านั้น

การยืนแยกกันมันจะทำให้มีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่จะเป็นเป้าหมาย

เมื่อหลุมได้ปรากฏออกมา คนข้างๆก็จะสาสารถเข้าไปช่วยกันได้และพวกที่เหลือก็จะโจมตีไปที่หนอนทะเลทราย นี้คือกลยตที่พวกเขาได้ใช้ฆ่าหนอนทะเลทรายมาจนถึงตอนนี้

ปัญหาก็คือยังมีกิ้งก่าสองตัวอยู่ด้วย กิ้งก่าตัวหนึ่งได้พุ่งเข้าไปหาบูกิไตและโจมตีเขาด้วยเท้า

บูกิไตได้ชูโล่ขึ้นมาเพื่อป้องกันการโจมตี แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะมุ่งเป้สไปที่กิ้งก่าได้มากนัก เขากำลังฟุ้งซ่านเกี่ยวกับหนอนทะเลทรายว่ามันอาจจะโผล่ขึ้นมาจากใต้เท้าของเขา และเพื่อให้ทุกอย่างแย่ลงกิ้งก่าก็ยังได้พุ่งเข้าใส่บูกิไตต่อ

“มูเนียร์นายใช้เวทมนตร์ได้ไหม?”

“มานาฉันหมดแล้ว”

‘…เวร’

บูกิไตสบถออกมาภายในใจ ถ้าเขาได้เผชิญหน้ากับหนอนทะเลทรายและกิ้งก่าพร้อมกัน เขสก็จะตกอยู่ในอันตรายทันที แต่แล้วเขาก็ได้ยินเสียงมาจากด้านหลัง

“โอ้…มันอยู่นี่ อยู่กับฉัน”

มันเป็นเสียงของราล์ฟ มันช่วยไม่ได้ที่บูกิไตจะถอนหายใจด้วยความโล่งอกออกมา

ในขณะที่เขากำลังรับมือกับกิ้งก่า อีกสองคนที่เหลือก็จะสามารถไปช่วยราล์ฟ และจัดการกับหนอนทะเลทราย จากนั้นก็จะมาช่วยเขา

“ช่วยด้วย อิกกอ มูเนียร์”

มันเป็นโชคร้ายที่ราล์ฟได้ตกเป็นเป้าหมาย แต่เขสควรจะต้องไม่เป็นอะไรเพราะเขามีเพื่อนร่วมทีมที่ดี ทั้งอิกกอ และมูเนียร์ อย่างไรก็ตาม

“อ๊ากก”

เขาก็ได้ยินเสียงของราล์ฟร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด บูกิไตตกใจมาก เขาต้องการที่จะหันหน้ากลับไปตรวจสอบ แต่เขากำลังตกอยู่ภายใต้การโจมตีของกิ้งก่า เขาจึงไม่สามารถจะมองกลับไปได้

เขายังคงเหวี่ยงกระบองออกไปและใช้โล่ในการป้องกัน จากนั้นเขาก็ตะโกนกลับไป

“ราล์ฟ เกิดอะไรขึ้น?”

มันไม่มีคำตอบกลับมาจากราล์ฟ ทั้งหมดที่เขาได้ยินคือ

“ฟุบ ฟุบ ฟุบ”

เสียงลูกธนูของมูเนียร์

“วูบ วูบ”

และเสียงโล่บินของอิกกอ

“ก๊าซซ”

และก็เสียงร้องของหนอนทะเลทรายที่ได้ตายลง เขาไม่สามารถจะรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอจะรู้เพียงแค่ว่าพวกเขาสามารถจัดการกับหนอนลงได้ บูกิไตได้ตะโกนออกมาอีกครั้งในขณะที่เผชิญหน้ากับกิ้งก่า

“ราล์ฟนายเป็นไรไหม? มูเนียร์ อิกกอ มาช่วยฉันหน่อย”

แต่ก็ไม่มีการตอบสนองกลับมา ถ้าหากพวกเขาได้จัดการหนอนทะเลทรายได้แล้ว อิกกอก็ควรจะวิ่งเข้ามาพร้อมด้วยดาบของเขา และมูเนียร์ที่ยิงลูกธนูออกมาจากระยะไกล

บูกิไตถอยหลบออกจากกิ้งก่ามาเพื่อที่จะมองไปด้านหลัง สิ่งที่เขาเห็นได้ทำให้เขาตัวแข็งไปชั่วขณะ

ถัดจากศพของหนอนทะเลทรายคือราล์ฟที่ร่างกายได้หายไปครึ่งหนึ่งและตามมาด้วยอิกกอและมูเนียร์ที่ได้ลดอาวุธลงเพื่อที่จะมองดูเขา

บูกิไตได้ตะโกนออกมาในทันที

“พวกนายกำลังทำอะไรกัน มาช่วยกันหน่อย”

เขาได้จ้องมองนานเกินไป มันได้ทำให้เขาถูกกิ้งก่ารอบโจมตีจากด้านข้างของเขาด้วยกรงเล็บ

“อั๊ก”

บูกิไตได้ถูกเจาะด้วยกรงเล็บ และเขาก็เหวี่ยงไม้กระบองเข้าไปใส่มือของกิ้งก่าเช่นกัน

“ก๊าซซ”

กิ้งก่าได้ร้องออกมาและดึงกรงเล็บกับไป แต่แล้วกิ้งอีกตัวหนึ่งก็ตามเข้ามาโจมตีเขา

“ฉันบอกให้ช่วยไง”

บูกิไตได้ตะโกนออกมา แต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้หยิบอาวุธขึ้นมาเลน บูกิไตได้ชูอาวุธขึ้นมาอย่างเดือดดาลเพื่อที่จะต่อสู้กับพวกนั้น แต่เขาก็อยู่ไกลจากทั้งสองคนเกินไป

กิ้งก่าตัวหนึ่งได้โจมตีเขาด้วยกรงเล็บที่ไหล่ซ้าย และอีกตัวหนึ่งก็ได้ปัดโล่ของเขาออกไปจากมือ

ในที่สุดบูกิไตก็ได้ถูกลุมโจมตีทั่วร่างกายจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต แต่บูกิไตก็ยังคงยืนอยู่แม้เขาใกล้จะตายลงพร้อบกับพูดออกมาเบาๆ

“มูเนียร์….อิกกอ….ทำไม…?”

เมื่อบูกิไตได้ตายลง ในที่สุดอิกกอก็พูดออกมา

“ฉันจะไปทางขวา นายทางซ้าย”

มูเนียร์หยักหน้ารับ

“เข้าใจแล้ว”

ตามคำพูด เขาได้พุ่งไปทางกิ้งก่าที่อยู่ทางซ้ายทันที

“จงพันธนาการด้วยน้ำแข็ง ฟรอสต์ไบท์”

ในขณะที่กิ้งก่าช้าลง มูเนียร์ก็เริ่มที่จะยิงลูกธนูไปที่กิ้งก่า

“ก๊าซซ”

กิ้งก่าได้ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อลูกธนูได้ถูกเป้า ในขณะเดียวกัน กิ้งก่าอีกตัวหนึ่งก็เริ่มที่จะสู้กับอิกกอ เขาได้ใช้โล่ป้องกันอย่างเงียบๆ และฟันดาบสวนกลับไป เริ่มจากเท้า ลิ้น หางและในที่สุดก็หัวของมัน

‘ไม่น่าเชื่อ…’

มูเนียร์ได้คิดขึ้นมาในขณะที่เขากำลังโจมตีกิ้งก่าจากระยะไกล

หลังจากได้ถูกยิงเป็นจำนวนมากและอิกกอก็ได้ตามเข้ามาตัดหัวมันก็ตายลง โดยที่พวกเขาไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่นิดเดียว

เมื่อการต่อสู้จบลง มูเนียร์ก็เดินเข้าไปหาอิกกอ

“เยี่ยมมาก”

อิกกอไม่ได่ตอบกลับมา เขาทำเพียงแค่ถามกับโอเปอเรเตอร์

“ผลงานเท่าไหร่?”

[ผลงานของคุณคือ 20.7%]

มูเนียร์ก็ยังตรวจสอบของเขาเช่นกัน

[ผลงานของคุณคือ 11.4%]

ผลงานของพวกเขาได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากก่อนหน้านี้ มูเนียร์ได้ยิ้มออกมาในขณะยื่นมือไปหาอิกกอ

“มันเยี่ยมมาที่ได้ทำธุรกิจกับนาย”

อิกกอยิ้มกลับมาและยื่นมือออกไปจับมือ

“ใช้แล้ว มันเยี่ยม”

เมื่อพวกเขาจับมือกัน มูเนียร์ก็ถามขึ้น

“ทำไมนายถึงเลือกฉันหละ ทำไมไม่ไปชวนคนอื่นทำเช่นนี้”

อิกกอตอบกลับในขณะที่จับมืออยู่

“อย่างแรกเลย…เพราะว่านายมีผบงานน้อยที่สุดในหมู่พวกเรา ดังนั้นนายคงจะไม่ปฏิเสธ”

มูเนียร์หยักหน้ารับ

“มันดูมีเหตุผล แล้วอะไรอีกหละ”

“สอง…นายอ่อนแอที่สุด ฉันมั่นใจว่าจะสามารถชนะนายได้ในการต่อสู้ 1 ต่อ 1”

“เดี๋ยวนะ”

ในขณะที่มูเนียร์กำลังสับสน อิกกอก็ได้หยิบดาบออกมาแล้วตัดมือของมูเนียร์ที่เขากำลังจับอยู่

“อ๊ากกก”

มูเนียร์ถอยหลังกลับมา และจับไปที่มือของเขา

“แก…”

อิกกอได้เดินเขาไปหาเขาอย่างใจเย็น

มูเนียร์จึงตะโกนขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ฟรอสต์ไบท์”

เวทมนตร์ได้ถูกปล่อยออกมาและได้ทำให้อิกกอไม่สามารถจะเคลื่อนไหวได้ มูเนียร์จึงพูดออกมา

“นายบอกว่ามันจะมีโทษสำหรับการโจมตีคนอื่น”

แต่การแสดงออกของอิกกอก็ดูเหมือนจะไม่ใส่ใจ ไม่ว่าจะถูกลงโทษหรือไม่อิกกอก็ต้องการจะฆ่าเขา เมื่อมูเนียร์ได้รู้ถึงเรื่องนี้ เขาจึงรีบหนีอย่างรวดเร็ว

“แคร่ก แคร่ก”

เขาได้ยินเสียงเท้าที่เหยียบลงมาบนน้ำแข็ง

“แคร่ก แคร่ก แคร่ก แคร่ก”

ในตอนนี้เขาได้ยินเสียงเท้าที่เดินบนน้ำแข็งไวขึ้น อิกกอเริ่มที่จะไล่ล่าเขาแล้ว เขาจึงหันกลับไปเพื่อใช้เวทมนตร์อีกครั้ง

“ฟรอสต์ไบท์”

อิกกอได้ถูกหยุดอยู่กับพื้นอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้โอเปอเรเตอร์ก็ได้เตือนออกมา

“มานาเหลือน้อยกว่า 10%”

‘มานาไม่พอ..’

ในก่อนหน้านี้เขาได้หลอกบูกิไตไป แต่ในคราวนี้มันเป็นเรื่องจริง เขาสามารถที่จะใช้มันได้อีกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เขาจะต้องหนีออกไปให้ไกลที่สุดและซ่อนไปจนกว่าการจู่โจมจะจบลง ในตอนนี้ยิ่งเขาอยู่ไกลเท่าไหร่เขาจะได้เปรียบ เขาจึงรีบวิ่งไปอย่างรวดเร็ว แต่แล้ว

“วูบ วูบ”

โล่ของอิกกอได้พุ่งมาและโจมตีที่เขา

“อั๊ก”

มูเนียร์ได้ถูกโจมตี และล้มลง

อิกกอได้ปลดปล่อยตนเองจากเวทมนตร์และเดินเข้ามาหาเขา ไม่มีมานา ปราศจากแขนข้างที่ถนัด มูเนียร์ไม่มีทางเลือกนอกเสียจากขอความเมตตา

“อิกกอนายเป็นคนบอกเองนะ ว่านายจะได้รับโทษหากฆ่าคนอื่น ทำไมนายถึงทำแบบนี้”

แต่อิกกอก็ไม่ได้สนใจ เขาแทงมูเนียร์ด้วยดาบของเขาจนมูเนียร์ตายลง

[นักล่าได้โจมตีพันธมิตร ได้เข้าสู่สถานะ “ฆาตกร”]

[นักล่าที่อยู่ในสถานะ ‘ฆาตกร’ จะได้รับโทษโดยได้รับการแจกรางวัลจู่โจมลดลง 10%]

[และในกรณีที่ผู้มีสถานะ ‘ฆาตกร’ ถูกฆ่าโดยนักล่าคนอื่น]

[ผู้ที่โจมตีก็จะไม่ติดสถานะ ‘ฆาตกร’]

เมื่อโอเปเรเตอร์ได้อธิบายออกมา เขาก็ได้พูดกับมูเนียร์ผู้ที่นอนอยู่ในกองเลือด

“แม้ว่าฉันจะได้รับโทษ 10% แต่การฆ่านายมันจะทำให้ฉันได้รับประโยชน์ที่มากกว่านั้น”

และแน่นอนมูเนียร์ไม่มีทางที่จะได้ยินเสียงนี้

****

ในขณะเดียวกัน ซังจินก็กำลังอยู่บนหลังของสฟิงซ์ที่บินอยู่บนอากาศ เมื่อได้เข้าไปใกล้โอเอซิสสฟิงซ์ก็ได้พูดกับเขา

“จับให้แน่นไว้ เจ้ามนุษย์ มันจะน่าเศร้ามากหากเจ้าตกลงมาตายในตอนนี้”

ทันใดนั้นสฟิงซ์ดิ่งลงไปด้วยความเร็วสูง ซังจินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกอดเขาเอาไว้เพื่อรักษาชีวิตของตน

‘…เขาไม่สามารถที่จะบินช้าลงกว่านี้ได้เลยหรือไง’

แต่ก่อนที่เขาจะบ่นเดี่ยวกับมันจบ สฟิงซ์ก็ได้ลงถึงพื้นโอเอซิส

“ตูม”

โอเปอเรเตอร์ได้ประกาศออกมาอย่างยินดี

[ขอแสดงความยินดีด้วย คุณได้ค้นพบโอเอซิสที่ซ่อนอยู่]

[ซูเลมาน]

ซังจินได้กระโดดลงจากหลังของสฟิงซ์และบ่นออกมา

“เฮ้ นายไม่สามารถที่จะลดความเร็วลงได้หรือไง?”

สฟิงซ์ได้มองมาที่ตาของซังจินและตอบกลับ

“ครั้งต่อไปเจ้าก็ตอบคำถามให้ช้าๆหน่อย มิฉะนั้นมันจะไม่สนุกสำหรับคนถามคำถามเลยนะ เข้าใจไหม?”

“หมายความว่านายทำอย่างนั้นโดยเจตนา”

ซังจินโกรธขึ้นมาและเอื้อมมือไปหาดาบของเขา

“เอาหละงั้นก็ลาก่อน ไว้เจอกันอีกครั้งเมื่อมีโอกาส”

สฟิงซ์หันกลับไปอย่างรวดเร็ว และบินหายไปบนท้องฟ้า ซังจินมองไปที่เขาอยู่ครู่หนึ่ง

‘นายจะปรากฏตัวอีกครั้ง?’

เขาไม่ต้องการจะพบกับสฟิงซ์อีกครั้งถ้าหากมันเป็นไปได้ เมื่อสฟิงซ์หายไปไกล ซังจินก็หันกลับมามองโอเอซิส ในที่สุดเขาก็มาถึงทันได้

ซังจินถูกมือขึ้นมาอย่างคาดหวังและมองไปรอบๆโอเอซิส

‘มาดูกัน…สมบัติลับจะซ่อนอยู่ที่ไหน?’

 


ตอนนี้กลุ่มลับอยู่ที่ตอน 64 สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <