0 Views

Chapter 37 – Kutan Desert (4)

“ก๊าซซ”

บาซิลิสได้ร้องออกมาอย่างเจ็บและหลังจากนั้นโอเปอเรเตอร์ก็ได้ประกาศออกมา

[บาซิลิสได้ถูกกำจัด]

[การจู่โจมสำเร็จแล้ว]

[คุณจะกลับสู่ฮอลนักล่าในอีก 1 ชม. 29 นาที 44 วินาที]

และบูกิไตได้ตะโกนออกมา

“เฮ้ พวกนายโอเคนะ?”

“โอเค”

อิกกอได้ตอบออกมาจากข้างๆ ตัวของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ แต่เขาก็ไม่มีบาดแผลบนร่างกาย

“ฉันก็ยัง…โอเคอยู่”

ราล์ฟชูขวานขึ้นมาและตอบกลับในขณะที่นอนอยู่ ในตอนนี้เขากำลังรู้สึกเหนื่อยล้าหลังจากใช้ทักษะ ‘บ้าคลั่ง’

เขาดุเหมือนจะล้าอย่างมาก แต่บนร่างกายของเขาก็ดูเหมือนจะไม่มีบาดแผลที่จุดสำคัญ ส่วนคนสุดท้ายมูเนียร์นั้นเขาไม่ได้ตอกลับมา

“Alhamdulilash”

มูเนียร์กำลังคุกเข่าและอธิษฐานอยู่ เขานั้นได้ถูกหางรัดขึ้นไปบนอากาศแต่แผลในร่างกายของเขาก็ไม่ได้สาหัสเช่นกัน พรรคพวกทั้งสามคนของเขาดูจะไม่เป็นอะไร

“ฮ่า…”

บูกิไตได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เหตุเป็นเพราะหน้าที่ของเขาคือคนปกป้อง แท้ง แต่เมื่อใดก็ตามที่มีคนตายลงเขาก็จะคิดว่ามันเป็นความผิดของเขาเอง แม้ว่าในบางทีมันอาจจะไม่ใช่ก็ตาม

ในขณะนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงดังมาจากด้านบน

“เยี่ยม พวกนายทุกคนดูเหมือนจะไม่เป็นอะไรมาก…”

นักล่าคนอื่นๆได้มองขึ้นไปตามเสียงนั้น เคผู้ที่ได้หายไปตลอดการจู่โจมได้ยืนอยู่ด้านบนของศพบาซิลิส

“ถ้าพวกนายไม่เป็นอะไร ฉันก็คงจะต้องไปแล้ว”

เขากระโดดและสไลลงมาจากหางของบาซิลิส และจากนั้นเขาก็วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

บูกิไตได้พึมพัมเบาๆกับตัวเองเมื่อเห็นเคได้วิ่งออกไป

“เขากำลังจะไปไหน? การจู่โจมมันจบลงแล้วนิ?”

เขาเป็นชายที่เต็มไปด้วยปริศนา แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรแม้เขาจะจากไปเพราะการจู่โจมได้จบลงแล้ว พวกเขาสามารถที่จะพักผ่อนกันได้อย่างสบายๆ

ต้องขอบคุณร่างกายที่ใหญ่โตของบาซิลิสที่ได้บดบังแสงอาทิตย์ นักล่าทั้งสี่คนที่เหลืออยู่จึงมาหลบอยู่ภายใต้มัน ราล์ฟได้ทุบด้านด้างของบาซิลิสและถามออกมา

“ทุดคนเห็นดวงตาของมันไหม? ฉันไม่สามารถที่จะขยับตัวได้เลยเมื่อมองมัน”

บูกิไตหยักหน้ารับออกมา

“ใช่แล้ว มันเป็นอัมพาตที่น่ากลัวมาก”

มูเนียร์ตอบกลับมา ในขณะที่กัดปาก

“ฉันนั้นพิดว่ามันจบลงแล้วเมื่อฉันได้ถูกหางของมันรัด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่ฉันตกลงพื้น ต้องขอบคุณดินและทรายที่ไม่แน่น….ไม่อย่างนั้นฉันก็คงถูกส่งไปพบกับพระผู้เป็นเจ้าแล้ว”

บูกิไตได้นึกถึงบางอย่างและหันหน้าไปมองอิกกอ

“อา จริงด้วย ขอบคุณมากนะอิกกอ ที่นายช่วยฉันในตอนนั้นนะ”

ไม่เหมือนกับคนอื่นๆอีกสามคนที่พูดถึงการต่อสู้ก่อนหน้า อิกกอทำเพียงแค่หยักหน้ารับแทนการพูด

‘นายทำแบบนั้นด้วยโล่ได้ยังไงนะ?’

บูกิไตต้องการจะถามออกไป แต่เขาก็ไม่ได้ทำ อิกกอดูเหมือนกับจะไม่มีความสุขแม้ว่าการจู่โจมจะจบลงแล้วก็ตาม บูกิไตได้มองไปที่อิกกอและคิดขึ้น

‘คนรัสเซียดูเหมือนจะเป็นคนที่เย็นชาโดยธรรมชาติ…’

อย่างไรก็ตาม พักหนึ่งอิกกอก็ได้เปิดปากออกมา

“เฮ้”

ทุกๆคนหันหน้าไปมองที่เขา แต่สิ่งที่อิกกอเรียกไม่ใช่พวกเขา แต่เป็นลูกบาศก์

“โอเปอเรเตอร์ผลงานในปัจจุบันของฉันคือเท่าไหร่?”

[ผลงานของคุณคือ 10.3%]

ในตอนนี้ทุกคนเริ่มจ้องไปที่ลูกบาศก์ของอิกกอ ในตอนนี้ใบหน้าของอิกกอดูจะหงุดงิดและผิดหวัง เขาหันไปด้านข้างๆและพูดกับคนอื่นๆ

“ตรวจสอบผลงานของพวกนายเช่นกัน เร็ว”

นักล่าทีละคนได้เริ่มทำตามสิ่งที่เขาบอก

‘คนคลั่ง’ ราล์ฟได้

[ผลงานของคุณคือ 6.3%]

‘นักสำรวจระดับสูง’ มูเนียร์ได้

[ผลงานของคุณคือ 5.9%]

และสุดท้าย ‘ผู้พิทักษ์ระดับสูง’ บูติไกได้

[ผลงานของคุณคือ 7.1%]

นักล่าทุกๆคนต่างก็ตกใจกับระดับผลงานของตนเอง ราล์ฟเป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมัน

“มันเป็นไปได้ยังไง? ฉันไม่เคยได้รับผลงานน้อยกว่า 20% เลยในทุกๆการจู่โจม โดยเฉพาะยิ่งเมื่อฉันได้รับขวานนี้มา…”

บูกิไตเห็นด้วยและกล่าวเสริม

“…หืมมม..ตั้งแต่บทที่สองเป็นต้นมา ฉันก็มักจะได้ผลงานเป็นอันดับหนึ่ง…”

มูเนียร์ได้ลูบเคราในขณะที่ตอบกลับมา

“ฉันก็ด้วย..”

มันเป็นสถานการณ์ที่ไม่น่าเชื่อที่นักล่าทั้งสี่คนจะมีคะแนนผลงานต่ำกว่า 20% และเมื่อนำของทั้งสี่คนมารวมกันก็จะได้เพียง 29.6% มันยังมีไม่ถึง 30% เลย มีเพียงแค่คำอธิบายเดียวที่พอจะสามารถอธิบายสิ่งนี้ได้

“คนจีนนั้น…”

อิกกอกระซิบออกมา คนอื่นๆจ้องมองมาที่เขา เคได้หายไปอีกพรั้งในทะเลทราย ราล์ฟเริ่มมองออกไปและแสดงความคิดเห็นออกมา

“ไม่แปลกใจเลยทำไมบอสถึงออกมา…”

ทันใดนั้นอิกกอก็ยืนขี้นและพูดกับคนอื่นๆ

“ฟังนะ เราต้องใช้เวลาที่เหลืออยู่เพื่อออกไปล่าพวกมอนสเตอร์ เรากำลังทำอะไรกันอยู่? พักหรอ? ออกไปและพยายามล่ามอนสเตอร์กันอีกสักหน่อยเถอะ”

นักล่าทั้งสามคนมองไปที่คนอื่นๆ และยืนขึ้นมาโดยไร้คำพูด พวกเขาได้ตระหนักแล้วว่านี้เป็นแนวทางที่ดีที่สุดแล้วในตอนนี้

ในบทใดก็ตามการที่หาเหรียญดำได้มากขึ้นก็จะหมายความว่ามันจะช่วยให้ในบทต่อไปง่ายขึ้น นักล่าทุกคนหยิบอาวุธขึ้นมาและเริ่มเดินต่อ

****

ในขณะเดียวกัน ซังจินก็กำลังวิ่งอยู่ในทะเลทราย มีเพียงแค่เหตุผลเดียวที่ทำไมเขาถึงยังวิ่งอยู่ นั้นคือการค้นหาชิ้นส่วนลับ ด้วยความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่ไม่สามารถทนได้ในตอนนี้ซังจินก็ไม่ต้องการอะไรมากกว่าการจบการจู่โจมอย่างรวดเร็วและกลับสู่โรมแรมเพื่ออาบน้ำและพักผ่อน

แต่ทะเลทรายที่น่าสยดสยองนี้ก็ดูเหมือนกับว่าจะไม่สิ้นสุด เขาได้ค้นหามันมาตลอดหลังจากฆ่าบอสลง แต่เขาก็ยังคงไม่เจอเส้นเขตแดนเลย อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขารำคาญมากคือพวกกิ้งก่าที่เข้ามาโจมตีเขาจากจุดบอด

‘มันน่ารำคาญ…’

กิ้งก่าได้ถูกฆ่าลงด้วยดาบเดียวและหลังจากนั้นซังจินก็หยุดเคลื่อนที่

เขามองสำรวจไปรอบๆในขณะที่ราดน้ำใส่ตัวด้วยขวดน้ำ แต่เขาก็มองไม่เห็นสิ่งใดเลยที่น่าสนใจ

“ฮ่า..มันอยู่ไหนนะ?”

มันช่วยไม่ได้ที่เขาจะคิดใช้ทักษะนักล่าสมบัติ แต่แล้วเขาก็หยุดตัวเองไว้

มันจะไม่มีทางรู้สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเลย เขาตัดสินใจที่จะค้นหาไปอีกเล็กน้อย

“โอเปอเรเตอร์สวิฟพาวคูลดาวเสร็จหรือยัง”

[มันพร้อมที่จะใช้งาน]

เขาได้ใช้มันไปในก่อนหน้านี้ ในตอนที่ออกค้นหาบอส และคูลดาวของมันก็ได้หมดลงแล้ว ซังจินจึงใช้สวิฟพาวและิอกค้นหาในทะเลทรายอีกครั้ง

ในระหว่างที่เขากำลังค้นหา เขาก็ได้พบบางอย่างที่น่าสนใจในระยะไกลออกไป ในเส้นทางที่ยาวไม้สิ้นสุดของทะเลทราย มันได้มีแสงสีฟ้าออกมา

“โอเอซิส”

ซังจินได้ถูกเติมเต็มไปด้วยพลังและออกวิ่งต่อไป ไม่ต้องสงสัยเลยว่าโอเอซิสจะซ่อน บอสลับ หรือ ชิ้นส่วนลับอยู่

แต่แล้วหลังจากเขาได้วิ่งไประยะหนึ่ง โอเอซิสก็ได้หายไปจากสายตา

“เดี๋ยวก่อน..”

ภาพลวงตา มันเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการหักเหแสงในระยะทางไกลเหนือภูมิประเทศที่ร้อน ซังจินได้ตระหนักถึงปรากฏการณ์ดังกล่าว และมันช่วยไม่ได้ที่เขาจะผิดหวัง

ซังจินมองออกไปรอบๆ คราวนี้โอเอซิสได้คั้งอยู่ข้างหลังของเขา เขาจึงวิ่งเข้าไปหาโอเอซิส

และในไม่ช้าความเร็วของเขาก็ช้าลงเรื่อยๆ ทักษะสวิฟพาวของเขาได้หมดเวลาลง

‘เวลามัน..’

ในตอนนี้เขาก็ต้องรออีก 5 นาทีเพื่อให้สวิฟพาวสามารถใช้งานได้อีกครั้ง นอกจากนี้สิ่งเขากลัวก้ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง โอเอซิสได้หายไปและปรากฏอยู่ข้างหลังของเขา

เมื่อใดก็ตามที่เขาได้เข้าใกล้โอเอซิส มันกจะหายไปอย่างกับควัน.น้ำและพืชได้หายออกไปในเนินทรายโดดไร้ซึ่งร่องรอย

ซังจินรู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังตกอยู่ภายใต้เวทมนตร์ลวงตา

‘เวรเอ้ย..’

แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ เขาได้ค้นหามันอีกครั้งและมันก็ได้หายไปปรากฏอยู่ด้านข้าง

‘ฉันไม่มีสวิฟพาว…’

แต่เขาก็ไม่มีทางเลือก ซังจินจึงวิ่งไปต่ออย่างขยันขันแข็งและแล้วโอเอซิสก็ได้หายไปก่อนที่เขาจะมาถึง

มันได้หายไปอีกครั้ง และไม่มีอะไรเหลืออยู่เลยนอกจากเนินทราย ซังจินในตอนนี้กำลังหงุดหงิดและรำคาญ เขาได้ไล่ตามภาพลวงตามาหลายครั้งแล้วแต่มันก็หายไปราวกับมันได้มีใครมาเล่นตลกกับเขา

เขาได้เงยหน้าขึ้นไปบนฟ้าและตะโกนออกมา

“ไอ้เวรรรรร!!”

ในตอนนั้นเองเขาได้เห็นบางอย่างบินมาหาเขาจากระยะไกล มันมีร่างกายเป็นสิงโตและมีใบหน้าเป็นมนุษย์ พร้อมด้วยปีกที่อยู่ด้านหลัง

“สฟิงซ์”

ซังจินได้เตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ทันที เขาคงจะต้องได้พบกับบอสลับโดยบังเอิญ มือข้างหนึ่งของเขาได้เตรียมดาบออกมา ในขณะที่มืออีกข้างชี้ไปที่สฟิงซ์

เมื่อเป้าหมายได้ใกล้เข้ามา เขาก็เริ่มร่ายเวทมนตร์

“จงเผาไหม้ทุกสิ่งในเส้นทาง บอลไฟ”

[คำเตือน]

โอเปอเรเตอร์ได้เริ่มประกาศออกมา เขาได้คิดคำถัดไปขึ้นมาขึ้นมาทันที

‘บอสลับปรากฏตัว’

แต่แล้ว

[การโจมตีสิ่งมีชีวิตที่เป็นมิตร จะทำให้ได้รับบทลงโทษ]

ไม่เหมือนกับที่เขาคิดไว้ เขาได้รับข้อความเตือนที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ซังจินรีบยกเลิกเวทมนตร์ลงในทักที และครู่หนึ่งสฟิงซ์ก็ได้มาอยู่เบื้องหน้าซังจิน

สฟิงซ์นั้นไ่ได้มีขนาดที่ใหญ่อย่างที่เขาคิดไว้ ร่างกายของมันมีขนาดเพียงอค่เท่ากับช้างเท่านั้น

ซังจินมองขึ้นไปที่ใบหน้าสฟิงซ์ เพียงแค่เขาได้มองขึ้นไปสฟิงซ์ก็พูดออกมา

“เด็กหนุ่มที่หลงทางในทะเลทราย เจ้ากำลังมองหาอะไร?”

ซังจินตอบกลับไปอย่างง่ายๆ

“โอเอซิส”

“ข้ารู้แล้ว. ฉันจะพาเจ้าไปที่โอเอซิส ถ้าเจ้าสามารถที่จะตอบปริศนาของฉันได้ เจ้าอยากจะลองแก้ปริศนาไหม? ”

ซังจินหยักหน้ารับ ด้วยพฤติกรรมของซังจินดูเหมือนมันจะทำให้สฟิงซ์เสียใจ มันจึงถามออกมาอีกครั้ง

“ตอบด้วยคำพูดของเจ้า เด็กหนุ่มทีหลงทางในทะเลทรายเจ้าต้องการที่จะลองตอบคำถามข้าไหม?”

มันเป็นคนที่ดูประหลาด เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเขาจะต้องตอบกลับด้วยวาจา แต่แล้วซังจินก็ตัดสินใจที่จะทำตามคำขอร้องของเขา

“..ใช่แล้ว ฉันต้องการ”

“ดี นี่คือคำถาม อะไรเอ๋ยที่เดินสี่ขาในตอนเช้า สองขาในตอนกลางวัน และสามขาในตอนเย็น”

มันเป็นคำถามที่เขาเคยได้ยินมาหลายครั้งแล้วในอดีต ซังจินจึงรู้คำตอบอยู่แล้ว

“คำตอบคือคน”

“เหตุผลหละ?”

“ตอนเป็นเด็กคนจะเดินด้วยการคลานสี่ขา เมื่อโตขึ้นมาก็จะเดินสองขา และเมื่อได้แก่ตัวลงก็จะเดินพร้อมกับไม้เท้าเป็นสามขา”

“ถูกต้อง แต่นี้เป็นเพียงแค่การทดสอบเท่านั้น ตอนนี้ข้าจะให้คำถามที่แท้จริงแก่เจ้า เจ้าพร้อมไหม?”

ซังจินขมวดคิ้วขึ้นมา สฟิงซ์ดูเหมือนว่าจะเป็นคนที่ดูจะไม่ซื่อสัตย์และไม่สามารถจะขู่ด้วยดาบแบบรัฟฟ์ ฮานได้เช่นกัน

เมื่อซังจินไม่ตอบเขากลับมา เขาจึงถามอีกครั้ง

“ข้าจะถามอีกครั้ง เจ้าพร้อมที่จะรับคำถามที่แท้จริงหรือไม่”

เจ้าสัตว์ประหลาดนี้ดูเหมือนจะชอบถามคำถาม เขาจึงตัดสินใจตอบกลับไปอีกครั้ง

“ใช่ ฉันพร้อม”

ในที่สุดสฟิงซ์ก็ถามคำถามที่แท้จริงออกมา

“ดี ในตอนนี้ฟังให้ดีและตอบอย่างระมัดระวัง”

ซังจินมองไปที่สฟิงซ์อย่างตั้งใจ และสฟิงศ์ก็พูดปริศนาออกมา

“อะไรคือสิ่งแรกที่ถูกตัดเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ สิ่งนี้เป็นของที่ไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิงและหากเจ้ายังไม่มีมันเจ้าก็ไม่สามารถอยู่ได้ นี้คืออะไร?”

 


ตอนนี้กลุ่มลับอยู่ที่ตอน 64 สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <