0 Views

Chapter 36 – Kutan Desert (3)

“จงเผาไหม้ทุกอย่างในเส้นทาง บอลไฟ”

ซังจินได้ปล่อยบอลไฟเข้าไปใส่ปากของหนอทะเลทราย

“ตูม”

ไฟได้พุ่งออกมาจากภายในปากของหนอนทะเลทรายและมันก็ตายลง

‘ชิ ร้อนมาก…’

ซังจินเช็ดเหงื่อออกไปจากหน้าผากของเขา เขากำลังปล่อยบอลไฟออกมาท่ามกลางอากาศที่แสนจะร้อนอบอ้าว แต่มันก็ให้ผลที่ดี

การใช้เวทมนตร์โจมตี ‘บอลไฟ’ นั้นมันมีประโยชน์มากกับพวกมอนสเตอร์ที่จัดการได้ยากเช่นหนอนทะเลทราย หลังจากซังจินได้ใช้เวทมนตร์ออกไปหนึ่งครั้งเขาก็รู้สึกว่าพลังมานาของเขาลดต่ำลง

ซังจินนั้นมีพลังเวท 1195 และพลังมานา 6660 บอลไฟนั้นเป็นเวทมนตร์ระดับสี่ ดังนั้นมันจึงใช้มานาถึง 4780 หรือกคือในการใช้เวทมนตร์หนึ่งครั้งของเขามันได้กินมานาไปมากกว่าครึ่งนึงของทั้งหมด

เนื่องจากการใช้มานาเป็นอย่างมากต่อการใช้เวทมนตร์หนึืงครั้ง ซังจินจึงต้องพยายามใช้ ‘มูนสเปค’ กำจัดศัตรูเป็นหลัก

‘นี้คือข้อแลกเปลื่ยนสำหรับพลังทำลายที่สูง..’

หากพลังเวทมนตร์สูงเกินไปมานาก็จะถูกใช้เป็นจำนวนมาก และหากพลังจิตใจมากเกินไปเวทมนตร์ก็จะใช้ได้บ่อยแต่ประสิทธิภาพจะไม่สูงนัก การจัดการสัดส่วนของทั้งสองสิ่งนั้นเป็นสิ่งสำคัญ

‘มานา…คงจะต้องเติมมานา..’

เขาชี้นิ้วที่สวมแหวนไปทางหนอนทะเลทราย

“การกวักมือของลิช”

กระดูกได้เริ่มที่จะเคลื่อนตัวเพื่อที่จะดูดซับมานาน ในขณะที่ซังจินกำลังรอให้มานาเพิ่มขึ้นเขาก็ราดจากขวดน้ำลงบนหัวของตนเอง

แม้ว่าเขาจะพึ่งเทน้ำออกมาเพียงไม่กี่นาทีแต่มันก็ได้ระเหยหายไป ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากความร้อนของทะเลทราย

“โอ้”

เขาเลื่อนน้ำลงไปราดตามคอและแผ่นหลังของเขาต่อ แล้วโอเปอเรเตอร์ก็ประกาศออกมา

[คำเตือน]

[บอส ‘บาซิลิส’ ปรากฏตัว]

“หืมมม”

ซังจินมองไปรอบๆอย่างประหลายใจ แต่เขาก็ไม่สามารถหาที่ๆกิ้งก่ายักษ์บาซิลิสอยู่ได้ เขาจึงถามกับโอเปอเรเตอร์

“โอเปอเรเตอร์การจู่โจมดำเนินไปเท่าไหร่แล้ว?”

[75.8%]

นักล่าคนอื่นๆคงจะได้เพิ่มความคืบหน้าของการจู่โจมเป็น 75% ในระหว่างที่ซังจินกำลังล้างตัวด้วยน้ำ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงตอนนี้ก็มีโอกาสที่นักล่าคนอื่นๆจะเผชิญหน้ากับบอส

ซังจินมองกลับไปในทิศทางที่เขาจากมา มันเป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยศพของเหบ่ามอนสเตอร์ที่เขาฆ่า แต่เขาก็ไม่สามารถมองเห็นเหล่านักล่าและบอสได้

ถ้าเขาไม่ย้อนกลับไปตรวจสอบ มันก็อาจจะเกิดเหตุแบบที่เกิดในสุสานวิญญาณสีเทาได้

‘ฉันควรทำยังไงดีนะ?

ซังจินพิจารณาถึงสิ่งที่เขาจำเป็นต้องทำและเขาก็นึกออก

“เคน ออกมา”

ซังจินเรียกเคนออกมา เคนได้มองไปรอบๆราวกับเขาไม่คุ้นเคยกับทะเลทรายแบบนี้ ซังจินได้พูดกับเคนเบาๆ

“เคนใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่นายมีอยู่ ไม่ว่าการฟัง การดม…ค้นหาเหล่านักล่า เข้าใจนะ”

“โฮ่ง”

และครู่ต่อมา

“โฮ่งๆ”

เคนได้เห่าออกมาสองครั้งและมองไกลออกไป

“ทางนั้นสินะ”

ซังจินมองไปในทางที่เคนมองอยู่

“สวิฟพาว”

เขาเรียกใช้ทักษะรองเท้าและเตรียมพร้อมที่จะออกวิ่งไปพร้อมกับเคน

“ไป เคน”

เคนได้ก้าวเท้าออกไปสองเก้าและหยุดลง ซังจินจึงต้องหยุดและมองไปที่เคน

“มีอะไรผิดพลาดหรอ?”

เคนได้อยู่ในสภาพที่ผิดปกติ เคนได้มองมาที่ซังจินพร้อมกับลิ้นห้อยออกมา

“อา..”

สาเหตุของพฤติกรรมของเคนนั้นเห็นได้ชัด ขนาดซังจินที่ได้สวมใส่เสื้อผ้าและผ้าโผกหัวเขายังทุกข์ทรมานกับแสงแดด สำหรับเคนแล้วที่ไม่ได้สวมใส่อะไรสิ่งที่เขาเผชิญอยู่ก็คงจะมากกว่าซังจินแน่นอน

“ใช่แล้ว มันจะไม่เป็นไรกลับไปพักก่อนนะเคน ยกเลิกการอัญเชิญ”

ซังจินได้เรียกให้เคนกลับไป และเขาก็มองออกไปในทางที่เคนได้บอกเขาก่อนหน้านี้พร้อมกับเริืมวิ่งออกไปด้วยตัวคนเดียว

****

นักล่าทั้งสี่คนรีบหยิบอาวุธขึ้นมาอย่างรวดเร็ว บอสได้โผล่ออกมาในบริเวณเนินทรายที่ไกลออกไป

มันได้ยืนอยู่ด้วยความสูงที่มากกว่ากิ้งก่าตัวอื่นๆถึงสองเท่า ถ้าหากไดโนเสาร์ยังมีอยู่มันก็คงจะเป็นเช่นนี้

“ก๊าซซ”

เสียงร้องของบอสได้ทำให้ทะเลทรายสะเทือนและสะท้อนออกมารอบๆ และอิกกอก็พูดขึ้น

“อย่างที่พวกนายได้เห็นในกระดาษข้อมูล การมองตาของมันจะทำให้เรากลายเป็นหิน มูเนียร์นายต้องโจมตีมันจากด้านหลังและอย่าไปมองที่ใบหน้าของมัน ระวังหางของทันเอาไว้ด้วย”

มูเนียร์ได้หยักหน้ารับและอิกกอก็พูดต่อ

“ราล์ฟ…พร้อมจะบ้าคลั่งนะ?”

เขาเป็นผู้ที่ได้รับตำแหน่งเป็นผู้นำของนักล่า และทุกคนยอมรับเขาโดยไม่ต้องสงสัย

นักล่าคนอื่นๆทั้งสามคนต่างก็มีความสามารถในแบบของตนเอง แต่หลังจากที่พวกเขาได้ร่วมล่าด้วยกัน พวกเขาก็ได้รู้ว่าอิกกอได้อยู่ในระดับที่ต่างออกไป

“มันพร้อมอยู่แล้วตลอดเวลา มันเพียงแค่…เมื่อฉันได้ใช้มันพลังชีวิตของฉันจะลดลงครึ่งหนึ่ง ดูนะ”

ราล์ฟได้ชขวานของเขาขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนได้ดู


ธอร์ฟินส์ – ขวานคนคลั่ง
ขวานระดับวีรบุรุษ – ความแข็งแรง S ความคล่องแคล่ว C

ทักษะติดตัว
อาละวาด (II)
ทุกๆครั้งที่โจมตีศัตรูตัวเดิมจะเพิ่มพลังโจมตี 20%
สะสมสูงสุด 3 ครั้ง

ทักษะใช้งาน
บ้าคลั่ง (II)
เพิ่มพลังโจมตี 200% และความเร็วในการโจมตี 200% 30 วินาที
เมื่อระยะเวลาใช้งานหมดลงจะลดพลังชีวิตปัจจุบันลงครึ่งหนึ่ง
คูลดาว 5 นาที


ทุกๆคนได้อ่านข้อมูลของขวาน

“อย่างที่พวกนายเห็น…มันเป็นทักษะที่ค่อนข้างจะมีประโยชน์ แต่เมื่อเวลาหมดลงมันจะกลายเป็นอันตรายทันที ดังนั้น…ช่วยปกป้องฉันด้วย”

อิกกอตรวจสอบไอเทมอีกครั้งหนึ่งและตอบกลับมา

“ฉันจะให้สัญญารเมื่อฉันคิดว่ามันจะปลอดภัยหรือมีโอกาสที่ดีที่จะใช้มัน”

ราล์ฟเม้มริมฝีปากลงและหยักหน้า อิกกอกล่างถึงผู้ที่รับหน้าที่แท้งบูกิไตเป็นคนสุดท้าย

“บูกิไต พยายามดึงความสนใจของมันเอาไว้โดยที่ไม่มองตาของมัน”

บูกิไตตอบกลับมาอย่างไม่เต็มใจ

“แต่…ฉันจะป้องกันการโจมตีโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นไปมองได้ยังไง?”

“มองดูพื้นเอาไว้ ด้วยขนาดของมันนายจะสามารถคาดเดาการเคลื่อนไหวของมันได้จากเงาของมัน”

บูกิไตห่อไหล่ลงและตอบกลับ

“พูดนะมันง่าย…”

“แค่พยายามเอาตัวรอดไว้ ฉันก็จะช่วยด้วยเช่นกัน”

บูกิได้หยักหน้าออกมา เมื่อการประชุมเสร็จสิ้นอิกกอก็มองไปที่บอสและพูดออกมา

“มันจะโอเค ไปกันเถอะ”

บูกิไตเดินออกไปด้านหน้าเพื่อใช้โล่ของเขาบดบังสายตาของบาซิลิส

“ก๊าซซ”

บาซิลิสเข้ามาใกล้และคำรามออกมาอย่างยิ่งใหญ่ มันได้ทำให้แผ่นทรายถึงกับสะเทือน และอิกกอก็ตะโกนตามออกมา

“มันเข้ามาแล้ว เตรียมตัวไว้”

บูกิไตพยายามแอบมองไปข้างหน้า เมื่อเขาเห็นขาของบาซิลิสที่เดินตรงเข้ามา เขาก็พุ่งออกไป

“เงา…ดูเงาไว้…’

แต่มันไม่ง่ายเลยที่จะคาดเดาการเคลื่อนที่ของศัตรูโดยพึ่งเพียงแค่เงา เขาไม่ได้พยายามเงยหน้าขึ้นไปเลยเขาทำเพียงแค่มองต่ำเอาไว้

ขาขวา ขาซ้าย ขาขวา ขาซ้าย ในไม่ช้าเงาของมันก็ได้ปกคลุมบูกิไต บอสได้ใช้เท้าขวาเตะเข้าใส่บูกิไตและบูกิไตก็ได้ยืนหยัดเอาโล่ขึ้นมาป้องกัน

“ปังง”

กรงเล็บของบาซิลิสได้ปะทะเข้ากับโล่ของบูกิไตและเขาก็ได้ถูกผลักถอยกลับมา หลังจากทั้งหมดได้เกิดขึ้นเขาก็ตะโกนออกมา

“เร็วเข้า โจมตี”

จะระยะไกล มูเนียร์ได้ใช้หน้าไม้ยิงลูกธนูออกมา

“ฟุบ ฟุบ.ฟุบ”

“ย๊ากก”

เสียงคำรามของราล์ฟได้ดังออกมา แต่บูกิไตก็ไม่ได้หันไปมองรอบๆ เขากลัวว่าเขาจะบังเอิญหันไปมองตาของบาซิลิสเข้า

“วูบบ”

บาซิลิสได้เตะเข้ามาอีกครั้งจากด้านขวา และซ้าย และจากนั้นก็ขวาอีกรอบ โดยการมองเพียงเงาบูกิไตก็ยังคงป้องกันการโจมตีของบาซิลิสต่อไป และในที่สุดเขาก็ตะโกนบอกนักล่าคนอื่นๆ

“ฉันทนได้อีกไม่นานแล้ว”

ในเวลานั้นเอง

“ฟืดด”

บางสิ่งบางอย่างที่ลื่นได้เข้ามารัดรอบๆตัวเขาและยกเขาขึ้นไปบนอากาศ

ด้วยการรัดที่น่าตกใจ บูกิไตได้เงยหน้าขึ้นไปมอง ลิ้นที่ยาวของบาซิลิสได้รัดพันเขาเอาไว้อยู่

“หวา..”

เมื่อเขาถูกยกขึ้นไปในอากาศมันก็เริ่มหลวมขึ้น แต่แล้วเขาก็ได้บังเอิญมองเขาไปภายในตาของบาซิลิส

“อ๊ากก”

บูกิไตเริ่มที่จะแข็งตัวในทันที เขายังคงมีสติดีอยู่ แต่ร่างกายในตอนนี้ของเขาเหมือนกับผัก

“ขยับสิ ขยับ”

บาซิลิสได้พยายามนำบูกิไตเข้าไปใส่ภายในปากเพื่อที่จะกลินเขา จากนั้น

“วูบ วูบ วูบ”

โล่กลมๆได้หมุนเหมือนกับจากบินและกระแทกเข้าใส่ลิ้นของบาซิลิส

“ก๊าซซ”

ลิ้นของบาซิลิสได้ขาดครึ่งลงและบูกิไตก็ได้ตกลงมาเฉกเช่นเห็น แม้ว่าเขาจะตกถึงพื้นแล้วแต่ตัวเขาเองก็ไม่สามารถจะเคลื่อนไหวได้

แต่เขาก็ยังสามารถที่จะมองเห็น โล่กลมที่ได้ตัดลิ้นของบาซิลิสยังคงลอยต่อไปและกลับเข้าสู่มือของอิกกอ ในขณะนั้นเอง

“อะ..”

เขาสามารถพูดได้อีกครั้ง ดังนั้นเขาได้ลองพยายามขยับแขนและขาอย่างรวดเร็วและพบว่ามันเริ่มจะตอบสนองต่อความต้องการเขาแล้ว อัมพาตนั้นกินเวลาประมาณ 3-4 วินาทีเท่านั้น

บูกิไตได้ยกโล่ของเขาขึ้นและพยายามที่จะป้องกันขาของบาซิลิสอีกครั้ง แต่แล้วมันก็ได้วิ่งผ่านเขาไป

ตอนนี้บอสกำลังวิ่งไล่อิกกอผู้ที่ได้ตัดลิ้นของมัน และในขณะเดียวกันก็ได้มีความเสียหายเกิดขึ้นรอบๆ

“อั๊ก”

ราล์ฟได้บังเอิญมองเข้าไปในดวงตาของบาซิลิสในขณะที่เขากำลังฟันมันจากด้านข้างอยู่ เมื่อเขาได้หยุดอยู่กับที่ เขาก็ถูกเตะและโยนออกไปโดยบาซิลิส

และอีกหนึ่งอุบัติเหตุก็เกิดกับมูเนียร์

“ช่วยฉันด้วย”

เขาได้ถูกรัดไว้โดยหางของบาซิลิสและถูกยกขึ้นไปในอากาศ

‘ทั้งหมดนี้มันเป้นความผิดของฉัน…เพราะฉันไม่สามารถทำหน้าที่ของฉันได้สำเร็จ’

บูกิไตตำหนิตัวเองในขณะที่วิ่งเข้าไปหาบาซิลิส แต่แล้วเขาก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย

“มันยังไม่สายเกินไป”

และก่อนที่เขาจะได้หันไปมอง เสียงนั้นก็ได้พูดขึ้นมาอีกครั้ง

“ให้ฉันยืมไหล่ของนายหน่อยนะพวก”

มีคนได้ก้าวเข้ามาเหยียบไหลของเขา บูกิไตได้หันไปมองโดยอัตโนมัต เขาก็คือสมาชิกที่ได้หายไป สุดยอดนักล่าเค เขากำลังเหยียบไหล่ของบูกิไตและกระโดดขึ้น

สุดยอดนักล่าได้กระโดดเข้าไปหาหัวของบาซิลิส อย่างไรก็ตามในขณะที่เคกำลังอยู่กลางอากาศบาซิลิสก็รู้สึกได้ถึงบางอย่างและหันกลับมามอง ตาของบาซิลิสและเคได้สบกัน บูกิไตได้ตะโกนออกมาทันทีเมื่อเห็นเช่นนั้น

“ไม่ !”

การมองเข้าไปในดวงตาของบาซิลิสก็เหมือนกับได้ก้าวเข้าไปในความตายแล้วครึ่งก้าว แต่สุดยอดนักล่าก็ได้มองไปที่ดวงตาของบาซิลิสแบบเต็มๆตา

“เวรเอ้ย”

บูกิไตได้วิ่งออกไปเพื่อที่จะช่วยเขา แต่แล้วเคก็ได้ตะโกนออกมา

“ฟรีอาค”

และพร้อมกับเสียงตะโกนของเขา เคก็ได้พุ่งเข้าไปแทงที่ดวงตาของบาซิลิส

“ก๊าซซ”

บาซิลิสได้ร้องตะโกนออกมาดังกว่าแต่ก่อน เคพลิกตัวกลางและลงมาอยู่เบื้องหน้าของบาซิลิส

“ไอ้กิ้งก่าหน้าโง่และดวงตาที่น่าลำคาญ..”

บาซิลิสได้ใช้ขาของมันเตะไปที่เคเพื่อที่จะแก้แค้น

“วูบ”

มันเป็นการโจมตีที่รวดเร็ว แต่เคก็สามารถหลบมันได้อย่างง่ายดาย มีเพียงแค่มรายที่เขายืนอยู่ก่อนหน้านี้ที่ถูกโจมตี

ในขณะที่บูกิไตได้ยืนจ้องมองด้วยปากที่เบิกกว้าง เคก็ได้ไปที่ด้านข้างของบาซิลิสและร่ายเวทมนตร์

“จงเผาไหม้ทุกสิ่งในเส้นทาง บอลไฟ”

ตาของเคได้มองอยู่ที่พื้น แต่ลูกไฟที่ได้ปล่อยออกไปของเขาได้พุ่งเข้าใส่ตาของบาซิลิสอีกข้างอย่างแม่นยำ

“ก๊าซซ”

บาซิลิสได้ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด บูกิไตได้มองไปรอบๆ บาซิลิสในตอนนี้ได้ตาบอดลงและขยับขาไปอย่างมั่วซั่ว

‘ในตอนนี้มันควรที่จะง่ายขึ้น’

บูกิไตได้เต็มไปด้วยความกล้าหาญอีกครั้งและพุ่งเข้าไปหาบาซิลิส พร้อมกันนั้นเขาก็ได้ยินเสียงของอิกกอ

“ตอนนี้แหละ ราล์ฟ”

และจากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงของราล์ฟมาจากระยะไกล

“ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฉันจะฆ่าแกไอ้กิ้งก่าเวร”

เขาได้ยินเสียงตะโกนประหลาดๆออกมา แต่มันก็เยี่ยมแล้วในตอนนี้ นักล่าทั้งสี่คน ไม่สิห้าคนแล้วเมื่อรวมกับเคที่ได้หายไปตลอดการจู่โจม พวกเขาในเวลานี้ได้ลุมโจมตีบาซิลิสที่ตาบอดพร้อมๆกัน

 


ตอนนี้กลุ่มลับอยู่ที่ตอน 61 สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <