0 Views

Chapter 34 – Kutan Desert (1)

[เหลืออีก 1 ชั่วโมงก่อนการจู่โจมจะเริ่มขึ้น]

ซังจินได้ตื่นขึ้นมาจากเสียงของโอเปอเรเตอร์

‘อืมม?’

ปกติในตอนที่เขาหลับเขาจะตั้งเวลาเตือนขึ้นมาในเวลาก่อนการจู่โจมจะเริ่ม 2 ชั่วโมง แต่ในตอนนี้เขาได้ลืมมันและหลับไป ซังจินขึ้นคิดกับตัวเอง

‘ฉันได้อัพเสตตัสไปแล้วหรือยังนะ?’

ใช่แล้ว เขาจำขึ้นได้ว่าเขาได้ทำมันไปในตอนที่อาบน้ำ ซังจินได้หลับตาลงอีกครั้ง ทุกๆอย่างที่ต้องทำเร่งด่วนได้ถูกจัดการไปแล้ว ดังนั้นเวลาเตรียมตัวเพียง 50 นาทีก็เพียงพอแล้ว

“โอเปอเรเตอร์ เตือนฉันเมื่อผ่านไป 10 นาที”

[รับทราบ]

แต่แล้ว 5 นาทีต่อมา

“ก๊อก ก๊อก”

ดารูปินได้มาเคาะประตู

“นายท่าน?”

ซังจินไม่มีทางเลือกได้แต่ลุกขึ้นมา

“ว่าไง?”

เขาตอบออกไปพร้อมกับเปิดประตู ที่ด้านนอกดารูปินยืนรออยู่พร้อมกับขวดน้ำและผ้ายาวๆในมือ

‘โอ้ ใช่สิ’

“ปกติท่านมักจะตื่นก่อนหน้านี้….แต่คุณได้ใช้เวลาช่วงเช้าอยู่บนเตียงผมจึงตัดสินใจนำสิ่งนี้มาให้ท่านด้วยตัวเอง มันคือสิ่งของสำหรับนักล่าทุกๆคน อย่างที่คุณเห็นแล้วว่าการจู่โจมถัดไปจะเป็นทะเลทราย ดังนั้น….”

ซังจินหยักหน้ารับ และดารูปินก็ได้ยื่นน้ำมาให้เขาเป็นอย่างแรก

“ขวดเก็บน้ำเย็นนี้จะถูกเติมอัตโนมัติด้วยเวทมนตร์ ดังนั้นท่านสามารถที่จะดื่มมันได้เท่าที่ท่านต้องการ”

ซัวจินรับขวดน้ำมา

“ขอบคุณ”

“และผ้ายาวผืนนี้..”

“ฉันรู้อยู่แล้ว ฉันจะกินอาหารก่อนเป็นอย่างแล้ว และฉันจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าฉันได้เอามันไปก่อนการจู่โจมจะเริ่มขึ้น ดังนั้นในตอนนี้ช่วยรอก่อน”

“รับทราบ ผมได้เตรียมเสื้อผ้าที่หลากหลายซึ่ง….”

“ฉันรู้ เอาไว้ภายหลัง”

ดารูปินโค้งคำนับและกล่าวออกมา

“รับทราบ”

เขาปิดประตูห้องและกลับเข้าไปอาบน้ำอย่างรวดเร็วหังจากนั้นก็เช็คในตู้เสื้อผ้า

ตู้เสื้อผ้าเต็มไปด้วยเสื้อผ้ามากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อที่ชาวอาหรับมักจะสวมใส่ เป็นครั้งที่สองแ้วที่ซังจินได้ใส่เสื้อผ้าเช่นนี้ มันดูไม่เหมาะกับตัวเขา แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น

[เวลาได้ผ่านไปแล้ว 10 นาที]

เสียงเตือนที่เขาได้ตั้งในก่อนหน้านี้ได้ดังออกมา

“ฉันรู้แล้ว ฉันรู้แล้ว”

ซังจินกดลงไปด้านบนของลูกบาศก์และออกจากห้องลงไปชั้นล่าง

“โฮ่ง”

หลังจากนั้นเคนก็ทักทายเขา ซังจินได้สั่งอาหารให้เคนเป็นอันดับแรก

“ช่วยเอาเนื้อวัวอย่างดีให้เคนด้วย ในอนาคตก็ช่วยให้เนื้อกับเคนสามมื้อต่อวันในปริมาณที่เพียงพอกับเคนด้วย”

“รับทราบ”

“และสำหรับฉัน…”

ซังจินหยุดชั่วคราวเพื่อคิดถึงเมนูสำหรับอาหารเช้าและเขาก็ได้กล่าวสิ่งแรกที่คิดขึ้นได้ออกมา

“เอาเป็นอาหารเกาหลี เป็นซุบทเวนจังละกัน”

เมื่อเขาสั่งอาหารเสร็จ เขาก็ได้นึกคำถามเกี่ยวกับเมนูอาหารที่เขาพึ่งได้โดนถามมา

‘มันคืออะไรนะ…’

มันใช้เวลาไม่นานแบะเขาก็ได้นึกออก

‘ระหว่างกิมจิกับทเวนจัง นายชอบอะไรมากว่ากัน?’

ซังจินอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ครู่หนึ่งดารูปินก็ได้นำถ้วยซุปร้อนๆมาให้พร้อมกับข้าวสวย

ในขณะที่ซังจินกำลังเพลิดเพลินไปกับมื้ออาหาร โอเปอเรเตอร์ก็ได้ประกาศออกมา

[การจู่โจมจะเริ่มขึ้นในอีก 10 นาที]

เขาเพิ่งจะกินเสร็จเมื่อซักครู่นี้

‘ฉันคิดว่าฉันจะต้องย่อยอาหารในขณะที่กำลังล่า’

ซังจินหันไปหาดารูปิน แล้วบอกสิ่งที่ต้องการ

“เฮ้ดารูปิน ช่วยทำมันเลยในตอนนี้”

“อา..ใชสิ”

ซังจินลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้แล้วดารูปินก็ได้นำผ้ายาวก่อนหน้านี้มาพันรอบๆหัวของซังจินเป็นผ้าโผกหัว

ซังจินหันหัวไแซ้ายและขวา นี้มันเป็นครั้งที่สองที่เขาใส่มัน แต่เขาก็ไม่คุ้นเคยกับมันเลย แต่เขาก็ต้องอดทนกับมันเพราะมันเป็นสิ่งจำเป็น

ซังจินหยิบขวดน้ำขึ้นมาเปิดออกพร้อมกับดื่มมันอย่างรวดเร็ว

“อึกกก…”

ความเย็นของมันเกือบจะมากพอขึ้นสมองได้ แต่มันก็เยี่ยมมากสำหรับภายในทะเลทราย

เมื่อเขาได้เตรียมพร้อมเสร็จแล้ว ซังจินก็เดินออกไปข้างนอกและไปยืดเส้นยืดสาย หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ถูกวาปเข้าสู่การจู่โจม

****

แสงแดดที่แยงตาและเผาไหม้ผิวหนังทรายที่มี ความร้อนสูงทำให้เกิดแสงระยิบระยับในระยะไกล ตามมาด้วยพื้นที่ที่กว้างขวาง ลมโชยพัดทรายและทำให้มันเป็นเนิน

สถานที่ๆซังจินได้ถูกวาปมาคือทะเลทรายที่ไหม้เกรียม โอเปอเรเตอร์เริ่มต้นคำอธิบายของเธอ

[ยินดีต้อนรับสู่ทะเลทรายคูตาล]

[มันเป็นดินแดนที่แห้งแล้งที่ความตายอยู่ไม่ไกล]

[โปรดระวัง มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถจะทนกับความร้อนที่มากมายและสายลมมรณะได้]

[มันเป็นเรื่องยากและอันตราย]

ซังจินขมวดคิ้วและมองขึ้นไปบนฟ้า ดวงอาทิตย์มันให้ความร้อนที่มากจนเกินไป เขาไม่อยากจะอยู่ในที่แห่งนี้นานนัก

[ทำการจัดทีมนักล่า]

ซังจินยืนมองดูทีมของเขาที่ค่อยๆปรากฏออกมาทีละคนๆ ‘ผู้พิทักษ์ระดับสูง’ ‘คนคลั่ง’ ‘แกลดิเอเตอร์’ และ ‘นักสำรวจระดับสูง’ คนส่วนใหญ่นั้นจะมีฉายาที่ดีในรอบนี้

หลังจากบทที่สี่ คนที่อ่อนแอและมีฝีมือระดับปานกลางก็จะถูกคัดออกไป และในตอนนี้ก็จะเหลือเพียงแค่คนที่แข็งแกร่ง ในเวลานี้ซังจินมองไปที่ทีมของเขาด้วยความสนใจ ‘ผู้พิทักษ์ระดับสูง’ เป็นชาวเอเชียถือโล่และไม้กระบองอยู่

แม้ว่าเขาจะเป็นชาวเอเชีย แต่เขาก็มีขนาดตัวที่ใหญ่เช่นเดียวกับนักซูโม่หรือนักมวยปล้ำ

‘เขาดูไม่เหมือนกับชาวเกาหลี…เขาเป็นชาวจีนหรอ?’

แม้ว่าในการจู่โจมที่แล้วจะมีชาวจีนคือเชี่ยน หวางแล้ว แต่ถ้าหากพิจารณาจากจำนวนประชากรของชาวจีน มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะพบเจอกับชาวจีนในทุกๆรอบการจู่โจม

‘คนคลั่ง’ เป็นชายผิวดำตัวสูง เขาไม่เพียงแต่ตัวสูงเฉยๆกล้ามเนื้อของเขาก็ยังมีขนาดที่ใหญ่มาก เขาถือขวานอยู่ในทั้งสองมือโดยที่ขวานของเขาได้เปล่งแสงสีแดงๆออกมา รูปร่างหน้าตาของเขาดูน่ากลัวเอามากๆ

‘คนคลั่งใช้ขวานคู่…ดูเหมือนว่าจะเป็นวิธีการได้รับมัน’

‘แกลดิเอเตอร์’ เป็นชายผิวขาวที่มีจมูกคมเข้ม จนดูเหมือนกับว่าจะสามารถตัดกระดาษได้เลยด้วยจมูกเขา แม้ว่าขนาดร่างกายของเขาจะดูปกติ แต่โครงสร้างกล้ามเนื้อของเขาสามารถที่จะมองเห็นได้ชัดจากภายในเสื้อของเขา ดูเหมือนเขาจะออกกำลังกายอย่างหนักเป็นประจำ

เขาถือดาบที่มีลักษะขนาดอยู่ระหว่างดาบสั้นและดาบยาว บนแขนซ้ายของเขามีโล่ทรงกลมที่ปกปิดแขนเขาอยู่ มันทำให้เขาดูคล้ายกับนักรบชาวโรมัน แกลดิเอเตอร์

‘ชายคนนี้แข็งแกร่ง’

ซังจินสามารถตรวจสอบคนได้อย่างระมัดระวังถูกต้อง เพราะเบิ้องหลังของเขาคือประสบการณ์ในการผ่านการจู่โจมมานับไม่ถ้วน

เพียงแค่มองดูและอ่านท่าทางของเขา ซังจินก็สามารถจะบอกได้ว่าชายคนนี้มีพลังมากเป็นพิเศษ

สุดท้ายคือ ‘นักสำรวจระดับสูง’ เขาเป็นชาวอาหรับเครายาว เขาตัวสูงและผอมและอาวุธของเขาเป็นหน้าไม้ที่ดูจะมีราคาที่แพง

‘เซรินก็เป็นเช่นนี้เช่นกัน…นักล่าระยะไกลส่วนใหญ่จะลงทุนเป็นจำนวนมากเพื่ออาวุธที่พิเศษ’

มีหลากหลายเชื้อชาติ แต่ทุกๆคนก็สวมใส่ผ้าโผกหัวเหมือนๆกัน และแต่ละคนก็ดูเหมือนจะแข็งแกร่ง

ทั้งสี่คนอาจจะมีจุดแข็งและจุดอ่อนของพวกเขา แต่พวกเขาก็คงจะได้ใช้แต้มที่ได้รับมาจากการจู่โจมก่อนๆมาอัพเพื่อพัฒนาในสิ่งนั้นๆแล้ว

พวกเขาทุกๆคนมองกันอย่างระแวดระวัง ตอนนี้พวกเขาทุกคนต่างเข้าใจว่าธรรมชาติและความแข็งแกร่งของเพื่อนร่วมทีมนั้นเป็นตัวช่วยที่จะทำให้พวกเขามีโอกาสรอด

ในบางครั้ง ซังจินก็รู้สึกว่าพวกเขาทั้งสี่คนได้มองมาที่ฉายาที่ลอยอยู่บนหัวของเขา

‘ ‘สุดยอดนักล่า’ ได้ประสบความสำเร็จในการสร้างของโบราณในตำนาน ‘เรื่องราวของสามก๊ก’ ‘

อาจจะเป็นเพราะข้อความนี้ ทุกคนได้ยินมันในตอนที่อยู่ภายในตลาดมืด

‘ใครคือสุดยอดนักล่า’

และจากนั้นวนระหว่างอยู่ในการจู่โจมถัดไป พวกเขาก็เจอกับ ‘สุดยอดนักล่า’ ในทีมของพวกเขา ดังนั้นในความคิดของพวกเขาคงจะคิดเช่นเดียวกัน ‘นี้คือเขา’ ซังจินทำเป็นไม่สนใจการจ้องมองพวกนี้

ฉายานั้นไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว ดังนั้นจึงไม่มีอะไรรับประกันว่าเขานั้นเป็นคนๆเดียวกับที่ปรากาศก่อนหน้านี้ แม้ว่าการฉายาสุดยอดนักล่าจะมีให้เห็นน้อยมากจนเป็นไปไม่ได้ก็ตาม

ความเงียบสงบนี้ยังคงดำเนินไปอย่างยาวนาน แต่แล้วในที่สุดก็มีคนทำลายมัน

“โอเค ฉันคิดว่าผ่านมานานพอควรแล้ว มาแนะนำตัวกันก่อนเถอะ”

คนคนนั้นคือ ‘คนคลั่ง’ เขาเป็นคนแนะนำตัวเป็นคนแรก

“ฉันราล์ฟ เป็นชาวอเมริกัน ฉันหวังว่าจะได้ทำงานร่วมกันกับพวกนายนะ”

และตามมาอีกทีละคนนักล่าเริ่มแนะนำตัว ชาวเอเชีย ‘ผู้พิทักษ์ระดับสูง’ ตอบกลับมา

“ฉันบูกิไต ชาวมองโกล”

ซังจินหยักหน้าเล็กน้อย

‘อา ดังนั้นเขาคือชาวมองโกล…ฉันคิดอยู่แล้วว่าเขาตัวใหญ่เกินไปเมื่อเทียบกับชาวเอเชียคนอื่นๆ’

ต่อมาเป็นชายผิวขาวจมูกแหลม ‘แกลดิเอเตอร์’

“อิกกอ เจโนวิก ชาวรัสเซีย”

เสียงเย็นๆเข้ากับรูปร่างของเขาอย่างพอดี คนต่อมาอีกคือชาวอาหรับ ‘นักสำรวจระดับสูง’

“มูเนียร์ ยูเซพ เรียกฉันว่ามูเนียร์ ฉันเป็นคนแอลจีเรีย”

สุดท้ายคือตาของซังจิน

“เค….ชาวจีน”

เขาตอบออกไปอย่างไม่เต็มใจ เขาไม่ต้องการที่จะบอกต้นกำเนิดของเขา แต่เขาก็ไม่ต้องการได้ยินใครบ่นเกี่ยวกับชาติกำเนิดของเขาอีกเช่นกัน

เมื่อเขาได้บอกออกไปว่าเป็นชาวจีน คนอื่นๆก็ยอมรับโดยไร้ซึ่งคำถามใดๆ

ในเดียวที่สามารถดูเขาออกก็คงจะเป็นชาวเอเชียสัญชาติมองโกลเพียงคนเดียว แต่ก็ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจใดๆ

เขาเพีงแต่ดื่มน้ำที่ได้มาจากดารูปินไปอึกใหญ่และเทน้ำลงบนตัวเพียงเท่านั้น

คนคลั่งได้ตีขวานของเขาเข้าด้วยกันราวกับเขาตบมือและพูดออกมา

“มาให้ความร่วมมือและเอาชนะการจู่โจมนี้ไปด้วยกัน”

มูเนียร์ตอบรับออกมา

“ใช้แล้ว มาทำมันกัน”

แกลดิเอเตอร์หยักหน้ารับ มีเพียงแค่ชาวเอเชียสองคนเท่านั้นที่ไม่ได้ตอบสนองกลับมา

ชาวมองโกลกำลังยุ่งอยู่กับการเทน้ำลงบนตัวเอ และซังจินคิดถึงว่าช่วงเวลาไหนคือช่วงเวลาที่จะดีที่สุดในการใช้พลังของ ‘เรื่องราวของสามก๊ก’

‘ฉันควรจะใช้มันในตอนที่เจอบอส หรือว่าจะใช้มันในตอนที่เจอบอสลับดีนะ?’

ซังจินมองไกลออกไปในทะเลทรายที่ดูจะไร้จุดสิ้นสุด บทนี้มันไม่เหมาะสำผรับเขา พื้นที่ของมันอาจจะจำกัดสุดเท่าที่ตาจะสามารถมองเห็นได้

แม้ว่ามันจะแตกต่างจากสุสานวิญญาณสีเทา แต่เขาก็รู้สึกว่ามันคล้ายกัน เขาไม่สามารถจะบอกถึงมันว่าคืออะไร ซังจินคิดขึ้นกับตัวเอง

‘บอสการจู่โจมก็เรื่องหนึ่ง….แต่ฉันจะไปหาบอสลับที่ซ่อนอยู่ภายในทะเลทรายแห่งนี้ได้อย่างไรกัน’


Kutan Desert Raid
Objective – Hunt the King of Lizards ‘Basilisk’
Time Limit: 2 hours


โอเปอเรเตอร์ได้อธิบายถึงเป้าหมายของภารกิจนี้สั้นๆ เวลาในการจู่โจมภารกิจนี้มีมากว่าภารกิจก่อนๆ แต่แท้จริงการจู่โจมนี้จะเป็นไปอย่างยากลำบากสำหรับนักล่า

ซังจินมองขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้งหนึ่ง เพียงแค่ยืนเฉยๆ 2 ชั่วโมง ดวงอาทิตย์นี้ก็สามารถที่จะทำให้คนสลบลงไปได้

ตัวของเขาได้เต็มไปด้วยหยดเหงื่อภายในไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ซังจินเปิดขวดน้ำที่ได้รับจากดารูปินออกมาและดื่มลงไปไม่กี่อึก

มอนสเตอร์นั้นเป็นเพียงอีกเรื่องหนึ่ง แต่การที่จะต่อต้านกับความร้อนที่แผดเผานั้นมันเป็นไปไม่ได้

ชาวอเมริกันราล์ฟและแม้แต่ชาวรัสเซียอิกกอต่างก็เต็มไปด้วยเหงื่อ และแลดูอ่อนล้าก่อนที่การจู่โจมจะเริ่มขึ้นซะอีก ชาวมองโกลบูกิไตก็ไม่ได้จะดูดีขึ้นแม้จะดื่มน้ำและราดตัวเองด้วยน้ำ มีเพียงแค่มูเนียร์ที่ดูจะไม่เป็นไร

โดยไม่สนใจสถานการณ์ของนักล่า โอเปอเรเตอร์ได้นับถอยหลังอย่างไม่แยแส

[การจู่โจมจะเริ่มขึ้นอีกใน 10 วินาที 10 9 8]

ซังจินเลียริมฝีปากและวางมือไปบนคาตานะพร้อมกับคิดขึ้น

‘บอสลับหรืออะไรก็ตาม ฉันจะไปจบการจู่โจมนี้ให้เร็วที่สุด’

 

 


ตอนนี้กลุ่มลับอยู่ที่ตอน 57 สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย  <