0 Views

Chapter 33 – Black Market Fourth Shopping (2)

ซังจินได้ยกมือขึ้นไปบนฟ้าเพื่อรับหนังสือที่ค่อยๆหล่นลงมาและแสงก็ค่อยๆจางลง พ่อค้าแพะได้เดาะลิ้นออกมาและพูดขึ้น

“บทที่สี่พึ่งจะจบลงไป….และท่านก็ได้สร้างสิ่งของโบราณสำเร็จ…โลกนี้มันเกิดอะไรขึ้นกัน”

ซังจินได้หันลงไปมองหน้าปก โดยไม่ต้องสงสัยเลยมันคือเรื่องราวของ ‘สามก๊ก’ และเขาก็ได้หันไปหากอเมทพร้อมกับกล่างขอบคุณเขาอย่างจริงใจ

“ขอบคุณมากสำหรับการซื้อขาย ในตอนนี้ฉันคงจะต้องไปแล้ว”

“โอเคร ไว้เจอกันอีกครั้ง ถ้าท่านต้องการอะไรอีกก็เชิญมาที่นี่ได้ตลอด”

ซังจินกล่าวขอบคุณออกมาอีกครั้งและเดินออกไปจากร้านค้า ในขณะที่เรากำลังเดินไปในตลาดเขาก็ได้พลิกหน้าหนังสือ ‘เรื่องราวของสามก๊ก’ ในชีวิตที่แล้วของเขาหนังสือเล่มนี้ได้ถูกครอบครองโดยนักล่าคนอื่น

‘เรื่องราวโบราณ’ นั้นเป็นไอเทมที่ไม่เหมือนใคร มันสามารถที่จะถูกครอบครัวได้เพียงแค่นักล่าคนเดียวเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงจะสามารถเห็นความสามารถของมันได้เพียงแค่จากการดูนักล่าคนอื่นๆใช้ในชีวิตก่อน


เรื่องราวของสามก๊ก – เรื่องราวโบราณของตะวันออก
หนังสือโบราณระดับตำนาน

ทักษะติดตัว
สุนทรพจน์ (V)
อ่านหนังสือ การอ่านหนังสือในส่วนต่างๆของหนังสือเล่มนี้จะให้ผลที่แตกต่างกัน
ใช้ได้ 1 ครั้งต่อวัน

เรื่องเล่าในหมู่เรื่องเล่าเรื่อง ความคลาสสิคในหมู่เรื่องความคลาสสิค
หนังสือโบราณได้เล่มได้ถูกปรับให้ทุกๆคน ทุกเชื้อชาติสามารถที่จะอ่านได้


‘ฉันแทบไม่อยากจะเชื่อ ว่าฉันจะได้รับมันในตอนนี้..’

มันเป็นไอเทมที่ระดับสูงมาก ผลประโยชน์ของมันจะมีมากแม้จะในบทท้ายๆ บทต่อๆไป แต่การที่เขาได้รับมันในช่วงต้นๆมันก็จะทำให้เขาได้รับพลังที่มหาศาลมาก

‘ฉันจะต้องทดสอบมันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้’

ซังจินเก็บหนังสือลงไปในกระเป๋าอย่างระมัดระวังแล้วกลับไปที่โรงแรมซึ่งเคนคงกำลังรอเขาอยู่

****

เมื่อเขาได้กลับมาถึงโรงแรมเก้าสิบเก้าคืน

“โฮ่ง โฮ่ง”

เคนเห่าออกมาเพื่อทักทายเขาเป็นอย่างแรกตามปกติ ซังจินได้เข้าไปตรวจสอบที่คอของเคนในทันทีที่เจอกันแต่ที่คอของเขาไม่มีแม้แต่รอยอะไร บาดแผลของเขาได้รับการรักษาแล้วและมันไม่มีแม้แต่รอยแผลเดียวทิ้งไว้

บาดแผลใดๆก็ตามที่ได้เกิดขึ้นในการจู่โจมจะหายไปเมื่อนักล่าได้ถูกวาปกลับมาตลาดมืด ซังจินเข้าไปลูบใบหน้าเคนและกระซิบข้างหู

“นายทำได้ดีมากเคน ขอบคุณ”

“บรูวววว~”

เคนได้หอนออกมาอย่างดีใจ

“โอเค โอเค”

ซังจินย่อตัวลงและเข้าไปกอดเคน อย่างได้ก็ตามเขารู้สึกว่ามันแตกต่างจากแต่ก่อน

แขนของเขารู้สึกเหมือนจะเอืมได้สั้นลง ซังจินหยุดอยู่ครู่หนึ่งและจ้องไปที่เคน

‘นี่เขา…ตัวใหญ่ขึ้น? สูงขึ้น?’

“เคนนายตัวใหญ่ขึ้นหรอ?”

“โฮ่ง..”

เคนเปล่งเสียงออกมาสั้นๆ

“เยี่ยม…โอเค อย่างไรก็ตามมันดีแล้ว ไปกินข้าวกันเถอะ”

“โฮ่ง”

เขาดูเข้าใจได้ง่าย เมื่อเขาไปข้างในดารูปินก็ได้ทักทายซังจินตามปกติ

“ยินดีต้อนรับกลับ ท่านนักล่าที่เคารพ”

“ช่วยเตรียมอาหารให้พวกเราหน่อย”

“ท่านต้องการจะสั่งอาหารเป็นอะไร”

“หืมมมม…”

ซังจินคิดอยู่ครู่หนึ่งและสิ่งแรกที่เข้ามาในหัวเขาคือ

“พิซซ่า”

“หน้าอิตาเรี่ยนดั้งเดิม หรือ แบบหน้าอเมริกาครับ?”

“อา…เอาสไตร์แฟรนไชส์เกาหลีและสไตร์อเมริกาดัดแปลง โดยทั้งสองวิธีต้องมีชีสเนย”

“รับทราบ ต้องการเพิ่มอะไรลงในหน้าอีกไหม?”

“เบคอน พริกไทยและกระเทียม แล้วก็ขอเนื้อแกะไว้ให้สำหรับเคน”

“รับทราบ ได้โปรดรอสักครู่ ผมจะไปเตรียมอาหาร”

ดารูปินโค้งคำนับอย่างสวยงามแล้วกลับเข้าไปในห้องครัว ในขณะที่ดารูปินไปทำอาหาร ซังจินก็ได้คิดถึงหนังสือเวทมนตร์ที่ได้รับจากการจู่โจม

‘ฉันควรจะเรียนรู้มันอย่างรวดเร็วก่อนที่พิซซ่าจะเสร็จ’

“โอเปอเรเตอร์ ช่วยส่งหนังสือเวทมนตร์มาหน่อย”

ลูกบาศก์ได้เปิดฝาอย่างเงียบๆ และส่งหนังสือเวทมนตร์มาให้แก่ซังจิน ซังจินตรวจสอบหนังสือเวทมนตร์ในทันที


หนังสือเวทมนตร์ – บอลไฟ
เวทมนตร์โจมตีระดับ 4

ปล่อยลูกไฟยักษ์ออกไป และมันจะระเบิดเมื่อถูกเป้าหมายและจะสร้างความเสียหาในบริเวณใกล้เคียงด้วย


มันเป็นเวทมนตร์พื้นฐานของเวทมนตร์ไฟ จอมเวทส่วนใหญ่จะสามารถใช้มันได้ภายใจเวลาหนึ่ง ซังจินพูดออกมาอย่างไม่ลังเล

“จดจำ”

แสงสีแดงได้สว่าวขึ้นและปกคลุมทั่วทั้งโรงแรม

[เวทมนตร์ – บอลไฟได้ถูกจดจำแล้ว]

[คำร่ายของเวทมนตร์คือ ‘จงเผาไหม้ทุกอย่างในเส้นทาง บอลเพลิง]

เมื่อเสร็จสิ้นการเรียนรู้แล้ว ดารูปินก็ได้กลับมาพร้อมกับพิซซ่าและเนื้อแกะ

“กินเยอะๆนะเคน”

ซังจินลูบไปบนหัวของเคนก่อนที่จะกินอาหารคำแรก เนยชีสได้ยืดออกยาวในขณะที่เขาหยิบชิ้นพิซซ่าออกมา

ซังจินได้ตัดชิสนั้นด้วยนิ้วมือและส่งพิซซ่าเข้าปากไป

“อืมมมม”

รสชาติของชีสและขนมปังที่เนียมนุ่มพร้อมกับเบคอนที่อยู่ด้านบนรสชาติอันน่ารื่นรมนี้ได้ทำให้เขาเคลิ้มไปช่วงหนึ่ง พิซซ่าจานนี้จะต้องถูกทำอย่างสุดฝีมือแน่นอน

ซังจินจ้องไปที่ดารูปิน

“ท่านต้องการอะไรอีกไหม?”

ดารูปินได้เอียงศีรษะขณะจ้องมองซังจิน หัวของเขาได้เอียงไปจนถึง 60 องศา ราวกับจะยืนยันว่าเขาเป็นนกฮูก ซังจินเงียบและชูนิ้วโป้งขึ้น

เมื่อเขาได้เข้ามจว่าซังจินต้องการจะสื่ออะไร ดารูปินก็โค้งคำนับและตอบกลับมา

“อา ขอบคุณ”

****


ฉายา: สุดยอดนักล่า
พลังชีวิต: 17100 มานา: 3990

ความแข็งแรง: 1912 (+574)
ความคล่องแคล่ว: 2093 (+628)
ความอดทน: 1315 (+395)
พลังเวท: 304 (+91)
พลังจิตใจ: 307 (+92)

แต้มที่ยังไม่ได้ใช้: 3820


“หืมม…”

ซังจินได้นั่งตรวจสอบแต้มสเตตัสของเขาอยู่ในอ่างน้ำอุ่น

‘ฉันควรจะลงแต้มไปเพิ่มค่าความแข็งแกร่ง ความคล่องแคล่ว และความอดทน…..ถูกไหม’

แม้ว่าซังจินจะตัดสินใจเข้าสู่เส้นทางการเป็นนักดาบเวท แต่พื้นฐานหลักของพลังเขาก็ยังคงเป็นนักดาบอยู่ ถึงว่าเขาจะเริ่มลงทุนไปกับพลังเวทและพลังจิตใจไปแล้ว เขาก็ไม่สามารถจะลืมความจริงข้อนี้ได้

‘รักษาความแข็งแกร่งทางกายภาพเป็นหลักและเพิ่มพลังเวทเท่าที่จะพอเป็นประโยชน์ได้พอ’

ซังจินได้นำแต้มไปลงที่ค่าความแข็งแกร่ง ความคล่องแคล่ว และความอดทนอย่างละ 1000 แต้ม

‘และยังเหลือแต้มอีก 820 แต้ม…’

เขานั้นไม่ได้มีโอกาสใช้เวทมนตร์มากนักในการจู่โจมครั้งก่อน…

‘อา…ฉันได้ฟื้นฟูพลังเวทก่อนจะต่อสู้กับ ‘เพ็คและโชวรอช’ แต่แล้วฉันก็ลืมจะใช้พลังเวทกับพวกเขา’

เขานั้นยังไม่คุ้นเคยกับเวทมนตร์ ในตอนที่อยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงเขาก็ได้ลืมเกี่ยวกับมันและใช้เพียงดาบ

เป็นปกติที่มนุษย์ทุกคนจะกลับไปสู่สิ่งที่คุ้นเคย เว้นแต่ว่ามันจะมีความปลอดภัยและเวลาในการทดลองสิ่งใหม่ๆ และอีกอย่างเวทมนตร์ของเขานั้นมันอ่อนแอกว่าพลังของดาบ

‘ถ้าฉันไม่ได้ใช้มันบ่อยๆ…ฉันก็จะเพิ่มพลังเวทมนตร์ให้แข็งแกร่งขึ้นแรงขึ้นในขณะที่ใช้’

ซังจินได้สรุปความคิดของเขา

‘ถ้าจะพิจารณาจากพลังเสทมนตร์ระดับ 4 บอลไฟ ฉันก็ไม่ควรจะเพิ่มพลังมานามากเกินไป’

ดังนั้นซังจินจึงวางแผนเพิ่มสเตตัสเขาดังนี้

“ด้วยอัตรา 3 ต่อ 1 สำหรับพลังเวทมนตร์และพลังจิตใจ เพิ่มสเตตัส 615 กับ 205 คะแนนตามลำดับ…”

ซังจินพยายามจะคำนวณแต้มดังกล่าว

‘พลังเวท 304 + 615 = 919 และโดยคำนวนจากผลของสุดยอดนักล่าอีก…’

เมื่อเริ่มรำคาญกับการคำนวนืซังจินจึงเรียกขอความช่วยเหลือจากโอเปอเรเตอร์

“โอเปอเรเตอร์ แต้มรวมจะเป็นเท่าไหร่หากฉันเพิ่มพลังเวท 615 แต้ม”

[1195]

“และถ้าฉันเพิ่มพลังจิตใจ 205 แต้ม”

[666]

มานาจะกลายเป็น 6660 กับพลังเวทมนตร์ของเขาที่มีิ 1195 เขาก็จะสามารถใช้เวทมนตร์ระดับสี่ได้อย่างน้อยหนึ่งครั้ง

‘ถ้าฉันต้องการมานาฉันก็สามารถจะใช้ ‘นิ้วของลิช’ และ ‘มูนสเปค’ ในการฟื้นฟูได้…’

ซังจินตัดสินใจที่จะลองวิธีนี้ดู เขาต้องการที่จะดูว่ามันจะเป็นเช่นไร

“โอเปอเรเตอร์ เพิ่มค่าความแข็งแกร่ว 1000 ความคล่องแคล่ว 1000 และความอดทน 1000 ”

“เพิ่มค่าพลังเวท 615 และพลังจิตใจ 205 ”

[เพิ่มเรียบร้อยแล้ว]

เมื่อเสร็จสิ้นการอัพสเตตัสเขาก็ได้ทิ้งตัวลงไปในอ่าง ในบทที่นี้เต็มไปด้ววเหตุการต่างๆ

ลองใช้เวทมนตร์เป็นครั้งแรก ได้เจอกันเซริน ฮาน ต่อสู้กับไซครอปส์ขนาดเท่าตึก ฆ่าฆาตกรสองคน วิ่งค้นหาพ่อค้าเร่รัฟฟ์ ฮานและรวบรวมหนังสือโบราณสำเร็จ

หลายสิ่งหลายอย่างนี้ได้เกิดขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมง

“เฮ้ออ…”

ซังจินปิดตาลงและอาบน้ำในขณะครุ่นคิด

‘จนถึงคอนนี้….ฉันก็ได้เคลียทุกๆบทมาได้อย่างสมบูรณ์…’

ซังจินพยายามจะคิดย้อนกลับไปเมื่อชีวิตที่แล้วของเขา

[‘ผู้เชี่ยวชาญการร่ายมนตร์’ ได้ประสบความสำเร็จในการสร้างของโบราณในตำนาน ‘เรื่องราวของสามก๊ก’]

‘ไว้ลองดู….ในบทที่เหลืออยู่อีกครั้ง’

แม้แต่การคาดคะเนของอย่างน้อยสุดที่จะทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นก็คือในบทที่แปด แต่แล้วซังจินก็ได้ทำมันสำเร็จในบทที่สี่ ดังนั้นเขาจึงรู้สึกว่านี่มันเป็นการเริ่มต้นที่ดี

เมื่อเทียบกับการสุ่มสี่สุ่มห้าพยายามที่จะเสร็จสิ้นการจู่โจมเช่นครั้งล่าสุด เขาก็ได้มีที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ตอนนี้ซังจินมั่นใจว่าเขาจะไม่มีปัญหากับการจู่โจมเป็นเวลานาน

แน่นอนมันจะยกเว้นในสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน มันได้ทำให้เขานึกถึงอดีต

‘ทำไมนายถึงทำอย่างนั้น?’

ด้วยอารมณ์ที่ไม่แน่นอน มันช่วนไม่ได้ที่ซังจินจะพึมพัมชื่อบางคนในอดีตออกมาเบาๆ

“ผู้เชี่ยวชาญการร่ายมนตร์ เอ็ด…”

เขายังไม่รู้คำตอบของสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น แต่มันคือเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมา

‘ไม่จำเป็นต้องไปคิดเกี่ยวกับมัน’

ซังจินลุกออกจากอ่างอาบน้ำ

‘ถึงแม้จะมีฆาตกรมาขวางทาง แม้ว่าจะไม่มีพรรคพวกที่ไว้ใจได้ แม้ว่าจะต้องเดินทางโดยลำพัง ฉันก็จะต้องเห็นมันจบลงให้ได้’

ตรงกลางของห้องนั่นเล่นนั้นมี ‘มูนสเปค’ และ ‘เรื่องราวของสามก๊ก’ วางอยู่บนโต๊ะ ด้วยไอเทมสองชิ้นนี้ ซังจินก็จะพร้อมสำหรับทุกๆอย่างและบางสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้

เมื่อเขาได้จบการจู่โจมถัดไปแล้วเขาก็จะได้รับ ‘บลัดเวเจน’ มาอยู่ในมือ…ซังจินเช็ดร่างกายและสวมใส่ชุด

“ก๊อก ก๊อก”

ซังจินได้ยินเสียงเคาะดังมาจากประตู มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะสามารถมาเคาะประตูในตอนดึกเช่นนี้

“เข้ามาเลย”

ตามที่คาดเขาคือ ดารูปิน

“ท่านนักล่า นี้คือข้อมูลาำหรับการจู่โจมถัดไป”

ซังจินรับกระดาษมา จากนั้นดารูปินก็คำนับออกมาและ

“ราตรีสวัสดิ์”

เขากล่างออกมาและออกจากห้องไป เมื่อดารูปินจากไปแล้ว ซังจินก็ตรวจสอบข้อมูลในกระดาษเพียงแค่ชื่อหัวเรื่องเท่านั้น

‘ข้อมูลเกี่ยวกับทะเลทรายคูตาล’

ยังคงเป็นเช่นเดิม ซังจินทิ้งกระดาษลงและทิ้งตัวลงนอน วันนี้มันเป็นวันเวลาที่ยาวนาน และหลังจากเขาหลับตาลงไปเขาก็ได้หลับสนิท

 

 


ตอนนี้กลุ่มลับอยู่ที่ตอน 55 สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <