0 Views

Chapter 29 – Giants Canyon (7)

ซังจินจับคาตานะของแล้วลากยาวลงไปเรื่อยๆผ่านจากตาลงไปจมูก จมูกลงไปสู่ปากและก็ไม่สิ้นสุดทางคือคางที่ถูกตัดขาดลง

เมื่อซังจินได้ผ่าครึ่งหนึ่งของใบหน้าไซคลอปส์ เขาก็แทงดาบไปอีกครั้งที่หน้าอกแล้วกรีดมาเรื่อยๆในตอนที่เขากำลังร่วงลง

“ก๊าซซ….”

ไซคลอปส์ได้ร้องมาออกอย่างเจ็บปวดด้วยปากที่ถูกแยกออกจากกัน และเมื่อซังจินได้มาถึงช่วงท้องของมัน ลูกบาศก์ก็ได้ประกาศออกมาถึงชัยชนะ

[บอสลับ ราชายักษ์ไซคลอปส์ ได้ถูกกำจัดแล้ว]

อย่างไรก็ตามซังจินไม่ได้ดึงดาบของเขาออกมา เขายังคงอยู่สูงเกินไปที่จะลงมาด้วยความปลอดภัย เขาได้ควบคุมความลึกของดาบเพื่อที่จะปรับความเร็วในการลงและสไลล์ลงมาเช่นนักสกี

เมื่อเขาอยู่ในระดับความสูงที่พอเหมาะซังจินก็ดึงดาบออกมาและกระโดดลงไป หลังจากรอยอยู่ในอากาศครู่นึงซังจินก็ได้ลงถึงพื้นอย่างปลอดภัย ไซคลอปส์ได้ล้มลงมาอย่างช้าที่ค้างกำแพงหุบเขาด้านหนึ่ง

“คลื่น คลื่น”

พร้อมกับเสียงสั่นสะเทือนที่หน้ากลัวกำแพงหุบเขาที่ได้พังทลายลงการเป็นฝุ่นผงเต็มอยู่ในอากาศ มันได้ทำให้สายตาถูกบดบังและกีดขวางการหายใจ

“แค่ก แค่ก”

มันช่วยไม่ได้ที่ซังจินจะไอออกมา เขารีบนำมือมาปิดปากและจมูกเอาไว้และเดินออกไปจากพื้นที่นี้อย่างช้าๆ ในขณะนั้นโอเปอเรเตอร์ก็ประกาศออกมา

[การจู่โจมสมบูรณ์ 100%]

[อย่างไรก็ตามยังเหลือผู้มีสถานะฆาตกรอยู่ในปาตี้]

[รางวัลการจู่โจมจะแจกหลังจากที่ฆาตกรหรือสมาชิกคนอื่นๆถูกกำจัด]

[หรือไม่ก็เวลาหมดลง]

ซังจินผู้ได้คลายการ์ดของเขาลงเมื่อบอสได้ถูกกำจัดไปแล้ว ได้รีบกลังมาตื่นตัวอย่างรวดเร็วเมื่อเขาตระหนักถึงสิ่งนี้

‘นักฆ่า’

ถึงแม้ที่ในตอนบอสลับปรากฏตัวเขาก็ยังคงเฝ้าระวังนักฆ่า แต่เมื่อการต่อสู้ได้เริ่มขึ้นเขาก็ได้บืมเกี่ยวกับมันไป ซังจินดึงดาบออกมาอีกครั้งและเดินฝุ่นออกมา

เมื่อเวลาได้ผ่านไปฝุ่นก็ได้ลดลงทีละนิดๆและเขาก็ค่อยๆสามารถที่จะมองเห็นได้อีกครั้ง เขาได้ยินเสียงเซรินจากระยะไกล

“เค”

มันเป็นเรื่องยากที่จะได้ยินเสียงนี้ผ่านฝุ่นมาแต่เขาก็ได้ยิน เสียงของเธอนั้นดูกระวนกระวายใจ ซังจินจึงได้เดินไปที่ที่มาของเสียง

“เซ…เซริน แค่ก แค่ก”

ในที่ๆไกลออกไปเขาสามารถมองเห็นใครบางคนยืนอยู่ ซังจินจึงเดินไปในทางนั้น แต่เสียงของซานติอาโกก็ดังออกมาเพื่อบอกให้เขาหยุดลง

“เฮ้เจ้าจอมเวท หยุดอยู่ตรงนั้นซะหรือจะให้ฉันฆ่ายัยนี่”

ซังจินไม่มีทางเลือกอื่นอกจากหยุดลง

เมื่อฝุ่นได้ลดลงมากขึ้นอีกเขาก็สามารถที่จะมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้

ซานติอาโก้ได้จ่อมีดสั้นไว้ที่คอของเซรินและจ้องมองมาที่เขา

“ฉันคิดว่าฉันควรจะเรียกนายว่านักดาบแทนนะ ฉันเห็นทุกอย่างแล้ว วางดาบของนายลงซะ”

ซังจินหยุดบงเพื่อมองไปที่ซานติอาโก้ครู่นึง จากนั้นก็หันไปมองเซริน

‘ฉันควรจะทำยังไง?’

เมื่อเห็นว่าซังจินยังคงถือดาบของเขาอยู่ ซานติอาโก้ก็ขู่ออกมา

“อย่าได้ตุกติก ฉันจะฆ่าเธอถ้านายทำอะไรบางอย่าง”

เขายังได้จ่อมีดสั้นเข้าไปใกล้ลำคอของเซรินอีกทำให้เลือดได้ไหลออกมาเล็กน้อย ซังจินจึงได้ตะโกนบอกเพื่อให้ซานติอาโก้ใจเย็นลง

“ฉันรู้แล้ว! ฉันเข้าใจ! ฉันจะวางดาบลง ดังนั้นได้โปรดปล่อยเธอ”

อย่างช้าๆและระมัดระวัง เขาได้เก็บดาบเข้าไปในฝักและเอาดาบออกมาจากเอว เขาทำเป็นแสร้งจะวางมันลงและอย่างรวดเร็วเขาก็ชักดาบออกมาและตะโกนขึ้น

“เสียงคร่ำครวญของคนตาย”

ดาบ ‘มูนสเปค’ ได้เปล่งแสงสีฟ้าออกมา

“กรี๊ดดดดดดดด”

เสียงกรีดร้องเหมือนกับอยู่ในนรกได้ดังออกมาทั่วทั้งหุบเขา ซังจินรีบพุ่งเข้าไปข้างหน้าในทันที

“อา….อ่า….”

ซานติอาโก้ปล่อยเซรินและก้าวถอยหลังออกไป ซังจินได้รีบวิ่งเข้าไปหาเขาแล้วซานติอาโก้ก็ได้เหวี่ยงมีดสั้นใส่ซังจินอย่างหวาดกลัว แต่

“เคร๊ง เคร๊ง”

ในการฟันเพียงสองครั้ง มีดสั้นของซานติอาโก้ก็ได้หลุดไปจากมือของเขา ซังจินจึงถีบเข้าไปที่หน้าอกที่ไร้การป้องกัน

“ปั๊ก”

เขาได้ล้มลงไปข้างหลัง ซังจินก็จ้องมองไปที่เขา สายตาของซานติอาโก้ในตอนนี้จึงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

“อา….อ่า…”

ซานติอาโก้พยายามที่จะลุกขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ซังจินได้เดินเขาไปหาเขาและตัดเท้าทั้งสองข้างของเขาออก

“อ๊ากกก”

ซานติอาโก้ได้ร้องออกมาอย่างทรมาน ซังจินได้พูดกับเขาอย่างไร้อารมณ์

“นี้คือสำหรับเคน”

ซังจินชี้ดาบไปที่ซานติอาโก้และเดินเข้าไปหา ในตอนนี้ที่เขาแน่ใจแล้วว่าเขากำลังจะตาย ซานติอาโก้จึงได้เริ่มร้องขอชีวิต

“ได้โปรด…ได้โปรดเมตตาฉันด้วย”

ซานติอาโก้อ้อนวอนออกมาในขณะที่ประสานมือภาวนา สิ่งนี้จึงได้ทำให้ซังจินได้เห็นรอยสักที่แขนเขาอีกครั้ง

ซังจินยกดาบขึ้นมาชี้ไปที่หน้าของซานติอาโก้และพูดขึ้น

“ฉันรู้ว่าขยะเช่นนาย ในโลกก่อนหน้านี้ที่เราถูกส่งมาที่นี่ นายอาจจะได้ทำสิ่งพวกนี้โดยที่ไม่ได้ลังเลใจเลย ลองมองในมุมที่ะต่างออกไปสิ”

ซังจินยังคงไม่ได้โจมตีเขาและยังพูดต่อไป

“นายไม่เคยมองลงไปที่ผู้ที่เป็นเหยื่อของนาย ผู้ซึ่งได้อ้อนวอนขอความช่วยเหลือและขอความเมตตา ฉันสามารถที่จะฆ่านายได้หลายครั้งในเวลานี้ แต่เหตุผลที่ฉันรอ…”

“จะทำอะไรก็ได้ แต่ขอชีวิตของฉัน”

ซานติอาโก้ยังคงขอร้องต่อ

“นี่แหละ ฉันต้องการให้นายได้รับประสบการณ์นี้ ความหวาดกลัวที่นายได้ทำไว้กับเหยื่อของนายจนถึงตอนนี้”

ซังจินนับถอย 5 วินาทีภายในใจ ซานติอาโก้พยายามที่จะหลบหนีแค่เท้าของเขาได้ถูกตััดออกไป เขาจึงสามารถทำได้แค่คลานออกไปด้วยมือของเขา แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาไปไกลเลย

“ฉันคิดว่ามันคงจะเพียงพอแล้วสำหรับการใคร่ครวญ”

ซังจินก้าวไปข้างหน้าและเหวี่ยงดาบขอบเขา

“ตาย”

“ชิ้ง”

หัวของซานติอาโก้ได้ขาดออกมากลิ้งไปไกล และซังจินก็ได้สะบัดเลือดออกจากดาบตามนิสัยของเขา

เลือดของซานติอาโก้กระเซ้นอยู่เต็มพื้น และซังจินก็ได้เก็บดาบเข้าฝัก เขาได้เดินกลับไปเพื่อเข้าไปหาเซริน

เซรินกำลังตัวสั่นในขณะที่กอดตนเองไว้ ถ้านี่มันคือผลข้างเคียงของ ‘เสียงคร่ำครวญของคนตาย’ ก็แสดงว่ามันมีผลกับทุกๆคนแม้แต่พวกเดียวกัน ซังจินเข้าไปหาเธอและพูดขึ้น

“ไม่ต้องกลัวเซริน ไม่เป็นแล้ว สิ่งนี้มันไม่ใช่เรื่องจริง…มันเป็นภาพลวงตา”

เซรินหันหน้ามามองซังจินและถามเขา

“แล้ว…มันหละ?”

ซังจินเอียงหัวไปทางที่มีศพของซานติอาโก้อยู่ เธอหันไปมองอย่างหวั่นวิตกและเธอก็ได้เห็นหัวของซานติอาโก้ที่อยู่บนพื้นที่ไกลออกไป

เซรินหันกลับมามองซังจินแล้วกล่าวกับเขา

“ขอบคุณ….ขอบคุณจริงๆ เค”

ซังจินหยักหน้ากับการขอบคุณและเดินออกห่างจากเธอเพื่อให้เธอได้รับความเป็นส่วนตัว เพื่อที่เธอจะได้มีเวลาสงบสติอารมณ์ลง และลูกบาศก์ก็ได้ทำลายความเงียบนี้

[ฆาตกรทั้งหมดในปาตี้ได้ถูกกำจัดแล้ว]

[เริ่มการแจกรางวัลการจู่โจม]

เขายังไม่ได้ค้นหาชิ้นส่วนลับเลยและการแจกรางวัลก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว แต่มันก็ไม่เป็นอะไรเพราะเขาสามารถที่ออกจะค้นหาได้เมื่อการแจกรางวัลจบลง

[กำลังคำนวณรางวัลที่ได้รับ]

[มอนสเตอร์ที่ได้กำจัด: ยักษ์:30 ตัว ยักษ์สองหัว:20 ตัว ยักษ์ขนดก: 10 ตัว รวมเป็น 3200 คะแนน]

[บอสที่ได้กำจัด: ยักษ์จอมเวท เพ็คและโชวรอช:’400 คะแนน]

[บอสลับ ราชายักษ์ไซคลอปส์ 400 คะแนน]

[รวมทั้งหมดเป็น 4000 คะแนน]

[เริ่มทำการแจกคะแนน]

เริ่มขึ้นจากเซริน

[คุณมีผลงาน 29.5% ได้รับแต้มสเตตัส 1180 แต้ม เหรียญดำ 1180 เหรียญเป็นรางวัล โบนัสเคลียการจู่โจม แต้มสเตตัส 1000 แต้ม เหรียญดำ 1000 เหรียญ รวมทั้งหมดเป็น แต้มสเตตัส 2180 แต้ม เหรียญดำ 2180 เหรียญ]

แต้มผลงานของเธอมีจำนวนที่มากเมื่อนำไปเทียบกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆที่ซังจินได้เจอมา แต่มันก็สมเหตุสมผบเพราะเธอได้ยิงธนูใส่หัวของเป้าหมอย่างมากมาย

[ผลงานของคุณคือ 70.5% ได้รับแต้มสเตตัส 2820 แต้ม เหรียญดำ 2820 เหรียญ เป็นรางวัล โบนัสเคลียการจู่โจม แต้มสเตตัส 1000 แต้ม เหรียญดำ 1000 เหรียญ ผลของไอเทมทำงาน เพิ่มเงินที่ได้รับ 10% รวมทั้งหมดเป็น แต้มสเตตัส 3820 แต้ม เหรียญดำ 4202 เหรียญ]

ซังจินคิดขึ้นกับตัวเอง

‘4202….ฉันเกือบจะเก็บมันไม่ครบ’

เขาต้องการเหรียญ 4022 เหรียญ เพื่อที่จะซื้อหนังสือส่วนที่เหลือ หากเขาขาดไอเทม ‘หัวใจแห่งทอง’ เขาก็คงจะยังเก็บไม่ครบ

[และในตอนนี้เราจะเริ่มทำการแจกไอเทม]

และแน่นอนมันเริ่มขึ้นจากเซริน

[ดวงตาของไซคลอปส์ – ความแข็งแกร่งของยักษ์]

[โพชั่นฟื้นฟูขนาดเล็ก 4 ขวด]

ถัดมาก็คือซังจิน แม้ว่าเขาจะได้ผ่านกระบวนการนี้มาแล้วหลายครั้งแต่เขาก็ยังคงตื่นเต้นคาดหวังในสิ่งที่เขาจะได้รับ

[แมนต้า – คทาของโชวรอช]

[แกมรัมธ์ – แหวนของแฝดสยาม]

[โพชั่นฟื้นฟูขนาดเล็ก 3 ขวด]

[หนังสือเวทมนตร์ – ลูกบอลไฟ]

และก็ได้จบลงเพียงเท่านี้ แม้ว่าในปกติเขาจะได้รับไอเทมรับวีรบุรุษสามชิ้น

‘ทำไม ทำไมฉันถึงได้เพียงแพ่สองอัน’

ซังจินได้คิดข้องใจอยู่ภายในใจ แต่โอเปอเตอร์ก็ได้พูดต่ออีกครั้ง

[ขอแสดงความยินดีด้วย คุณได้รับไอเทมระดับตำนาน ‘แกมรัมธ์ – แหวนของแฝดสยาม]

‘ไอเทมระดับตำนาน?’

โอเปอเรเตอร์ได้ประกาศออกมาว่าเขาได้รับไอเทมระดับตำนาน ซังจินได้ลืมเลือนเกี่ยวกับความข้องใจของเขาในทันที เขาได้หยิบแหวนขึ้นมา

ตรงกลางของมันเป็นเพรชสีแดงเลือดอยู่สองก้อนติดกันเหมือนกับแฝด

‘นี้มันอะไร’

เขาต้องการที่จะถามออกมา แต่การแจกรางวัลยังไม่จบลง

[และอย่างสุดท้ายจะเป็นการมอบฉายาให้แก่คุณจากการกระทำภายในการจู่โจม]

เป็นอีกครัเงที่เซรินเริ่มก่อน

[นักล่าหัว – เมื่อโจมตีไปบนหัวของศัตรูด้วยลูกธนูจะเพิ่มดาจเมจ 40%]

มันเป็นฉายาที่ยอดเยี่ยม ถ้าเธอมีทักษะนี้เธอก็จะเหมือนกับได้เพิ่มพลังโจมตีขึ้น 40% ตลอดเวลาเพราะความแม่นยำของเธอ ต่อมาก็ซังจิน

[ผู้พิพากษา – เมื่อฆ่าสมาชิกในปาตี้ที่ได้เขาสู่สถานะ ‘ฆาตกร’ จะทำให้ได้รับไอเทมสวมใส่ของพวกเขาสองชิ้น]

‘หืออ’

เขาไม่เคยคิดเลยว่ามีฉายาดังกล่าวอยู่

‘…คงเป็นเพราะว่าฉันได้จัดการฆาตกรสองคนในการจู่โจมครั้งเดียว?’

ในชีวิตก่อนของซังจิน เขานั้นได้มีโชคดีเป็นอย่างมากในเรื่องเพื่อนร่วมทีม เขาจึงแทบจะไม่เคยพบกับฆาตกรเลย ดังนั้นฉายานี้จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะได้รับรู้เกี่ยวกับมัน

แถมเขายังไม่เคยพบเห็นเดินไปรอบๆด้วยฉายานี้ ที่เป็นอย่างนั่นคงจะเป็นเพราะฉายานี้ไม่ค่อยมีประโยชน์ทันสามารถใช้งานได้เพียงบางโอกาสเท่านั้น

ในการจู่โจมชีวิตของคุณจะแขวนอยู่บนเส้นด้ายอยู่เสมอดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะสวมใส่มันเข้าไปในการจู่โจมที่ไม่สามารถจะรู้ได้ว่าจะมีฆาตกรหรือไม่

ถ้าหากฆาตกรไม่ปรากฏออกมามันจะไร้ค่าทันที

‘ดี เพราะได้ถูกมอบให้ฉันแล้ว ฉันก็จะต้องยอมรับมันด้วยความขอบคุณ’

เมื่อรางวัลได้ถูกแจก เซรินก็เข้ามาหาซังจิน

“ทำได้ดี สุดยอดนักล่าเคทักษะของคุณขึ้นอยู่กับฉายา”

ซังจินหยักหน้า

“เซรินเธอก็เช่นกัน…เยี่ยม เราทำกันได้ดีในการเอาชนะบทนี้ เธอรู้อะไรไหมหลังจากที่ทุกอย่างได้เกิดขึ้น”

ซังจินเตะตัวเองจากภายใจจากการที่ได้กล่าวถึง ‘สิ่งนั้น’ มันอาจจะดีกว่าก็ได้ที่จะไม่พูดถึงเรื่องนี้

แต่โชคดีที่ดูเหมือนเซรินจะเข้าใจมันเป็นอย่างดี

“ฉันโอเค ….บางอย่างที่เกิดขึ้นกับฉันในบทนี้ก็อาจจะเกิดขึ้นอีกเช่นกัน”

ด้วยคำพูดที่ตรงไปตรงมาของเธอได้ทำให้ซังจินไร้คำพูด ด้วยเหตุผลอย่างนี้ทำให้มีผู้หญิงไม่กี่คนที่รอดมาได้

“ถ้าถึงเวลานั้น ฉันก็จะดูแลตัวเองด้วยคันธนูอันนี้เอง แต่ในคราวนี้….ยังไงก็ต้องขอบคุณนายมากๆเลยนะ เค”

ซังจินได้หยักหน้าอย่างไร้คำพูด แล้วโอเปอเรเตอร์ก็ได้บอกถึงเวลาที่เหลืออยู่

[คุณจะกลับไปสู่ตลาดมืดอีกภายใน 28 นาที 48 วินาที]

ยังเหลือเวลาอีกมากมาย แต่ซังจินก็มีสิ่งหนึ่งที่ต้องทำนั่นคือการค้นหาชิ้นส่วนลับ เขาจึงพูดกับโอเปอเรเตอร์

“ฉันต้องการจะใช้ทักษะนักล่าสมบัติ ได้โปรดบอกใบ้ฉันเกี่ยวกับตำแหน่งที่ซ่อนอยู่ภายในพื้นที่นี้”

 


ตอนนี้กลุ่มลับอยู่ที่ตอน 48 สามารถที่จะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <