0 Views

Chapter 28 – Giants Canyon (6)

ซังจินทำการตรวจสอบพื้นที่ๆรอบๆอย่างต่อเนื่องในขณะที่กำลังเดินในหุบเขา เขากำลังค้นหาชิ้นส่วนลับ ในขณะนั้นก็มองหาเจ้านักฆ่าไปอีกด้วย

แล้วในไม่ช้าเขาก็มองกลับไปด้านหลังเพื่อตรวจสอบดูเซรินที่ตามเขาอยู่ด้านหลัง ที่แก้มของเธอยังคงมีรอบน้ำตาอยู่แต่ตอนนี้เธอกูสงบขึ้น

แน่นอนว่าเพราะประสบการณ์ก่อนหน้านี้ทำให้เธอได้ถือธนูและลูกศรตลอดเวลา แต่เธอก็ได้กลับคืนมาคล้ายกับในช่วงเวลาปกติ ซังจินได้หยุดและพูดกับเธอ

“ขอโทษนะ แตว่า..”

เซรินเม้มปากของเธอแล้วไม่ตอบซังจิน เธอยังคงระแวงซังจินอยู่

“เธอเห็นอะไรแปลกๆหรือเปล่าในระหว่างที่อยู่ในที่แห่งนี้’

ซังจินถามเซรินอย่างระมัดระวัง

“แปลกๆ..?”

“ใช่ อะไรแบบนั้นแหละ…เธอเห็นอะไรแบบนั้นไหม? บางอย่างที่ไม่ควรจะมีอยู่ บางสถานที่ๆดูเก่า…เช่นสถานที่ปกปิด…”

เซรินตอบคำถามของซังจินที่ได้ทำให้ชวนงง

“นายหมายถึงอะไร? สถานแห่งนี้มันเต็มไปด้วยสิ่งที่แปลกประหลาดอยู่แล้ว”

“ช่วยบอกหน่อยได้ไหม”

“สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ประหลาดตัวอ้วน ยักษ์สองหัว”

“…ฉันหมายถึง…”

เธอนั้นพูดถูกในทางเทคนิค ดังนั้นซังจินจึงไม่มีทางได้คำตอบในสิ่งที่อยากรู้ เขาจึงตัดสินใจที่จะเปลื่ยนคำถามใหม่

“ฉันไม่ได้หมายถึงแบบนั้น ฉันหมายถึงสิ่งที่แปลกประหลาดอย่างมาก สิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดในหมู่สัตว์ด้วยกันเอง สิ่งที่แปลกประหลาดในความประหลาด บางสิ่งบางอย่างที่โดดเด่นแม้กระทั่งในมี่แห่งนี้”

เซรินส่ายหัว

“ฉันไม่รู้ ฉันเกลียดการอยู่รอบ ๆ มอนสเตอร์เหล่านี้ ฉันแค่ต้องการออกจากสถานที่แห่งนี้โดยเร็วที่สุด ดังนั้นฉันจึงสนใจแต่เพียงการยิงหัวพวกมันด้วยลูกธนูเท่านั้น”

“”…ฉันเห็น”

ซังจินหยักหน้า ความจริงแล้วเขาก็ไม่ได้คาดหวังอะไรจากเธอไว้มาก อย่างไรก็ตามแม้ว่าในบทที่ 10 ผู้คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่มีใครรู้ถึงการมีอยู่ของ ชิ้นส่วนลับ เลย

‘หรือฉันควรที่จะใช้ทักษะนักล่าสมบัติ…’

เซรินขัดจังหวะความคิดของซังจินและถามออกมา

“เค…มันเป็นชื่อปลอมใช่ไหม? ที่อยู่จริงๆของนายคือที่ไหนกัน?”

ซังจินส่ายหัวของเขา

“…มันไม่สำคัญหรอกในสิ่งที่เธออยากจะรู้”

ซังจินตอบอย่างไม่เต็มใจ เขาไม่ต้องการที่จะใกล้ชิดกับคนที่น่าจะต้องตายในอนาคตอันใกล้นี้

มันมักจะเจ็บน้อยลงหากคนที่ไม่รู้จักตายเมื่อนำเทียบกับเพื่อน นี้จึงเป็นเหตุผลที่ทำไมซังจินถึงเรียกตัวเองว่า เค

“จะต้องอย่ในระหว่าง จีน ญี่ปุ่น เกาหลี”

ซังจินไม่ได้มีแผนที่จะตอบ จากนั้น

“ระหว่างกิมจิและทเวนจัง นายชอบอะไร”

ซังจินคิดคำตอบโดยสัญชาตญาณและไม่ได้ตั้งใจ ดวงตาคมชัดของเซรินนั้นไม่พบาดการเปลื่ยนแปลงเล็กน้อยนี้

“นายเป็นชาวเกาหลี”

“อะไรน่ะ”

“ถ้าหากนายเป็นคนจีนหรือญี่ปุ่น นายคงจะถามเกี่ยวกับมันเป็นอย่างแรก”

ซังจินนั้นคิดที่จะพูด

‘…ฉันเคยไปที่เกาหลีมาก่อน..’

แต่แล้วเขาก็หยุดตัวเอง

‘เธอเป็นคนฉลาด”

“ฉันเคยพูดมาก่อนแล้วว่าความแตกต่างของสัญชาติมันใช้ไม่ได้กับที่นี่”

แต่เธอก็ตอบกลับมา

“มันเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำได้สำหรับผู้ที่ถูกช่วยคือการจะจดจำชื่อและสัญชาติของผู้ที่ช่วยตนไว้”

ซังจินหันหัวกลับมามองเธอ

“อะไรน่ะ”

ในที่สุดเธอก็ตอบ

“ฉันอยากจะกล่าวขอบคุณขายสำหรับก่อนหน้านี้”

ตอนนี้เขาคิดว่านี่เป็นครั้งแรกที่เธอขอบคุณเขา รอยยิ้มที่จาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอขณะที่เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย

ซังจินได้ต่อสู้อย่างหนักกับอารมณ์ของเขา แม้แต่กระทั่งหัวใจที่เย็นชาของเขาก็สั่นเพราะรอยยิ้มของเธอ

“อ่า อืม ไม่เปนไร”

ซังจินมองออกไปอย่างจงใจ จากนั้นเขาก็เรียกโอเปอเรเตอร์

“เหลือเวลาอยู่เท่าไหร่”

[32 นาที 49 วินาที]

‘ถ้าหากฉันหากมันไม่เจอภายใน 20 นาที ฉันก็จะใช้ทักษะนักล่าสมบัติ’

ซังจินกลับไปเดินทางต่อในหุบเขา

****

หลังจากผ่านไปนาน เซรินก็ได้หยุดซังจิน

“เฮ้”

ซังจินได้หยุดลง เขาหันกลับมาและมองเธอ

“มีอะไรหรอ”

เธอที่ไปที่ไหนซักแห่งด้วยนิ้วของเธอ

“มันไม่น่าสงสัยหรือ”

ซัวจินมองตามทิศทางที่นิ้วของเธอชี้ไป ที่นั้นมีเพียงกำแพงหุบเขาธรรมดา

“เกี่ยวกับเรื่องนี้ มันแปลกยังไงหรอ”

“การมีอยู่ของมัน…นายเคยไปแกรนด์แคนยอนหรือไม่”

ซังจินส่ายหัว เขานั้นเป็นเด็กกำพร้าคนจนในหมู่คนจน เขานั้นไม่เคยออกจากประเทศเลยตลอดชีวิต ไม่แม้แต่จีนหรือญี่ปุ่น

“ฉันเคยไปมาสองครั้ง ฉันใช้ชีวิตอยู่ในอเมริกาในตอนเด็ก”

ซังจินหยักหน้าและได้นึกถึงบทความข่าวใสอดีต

‘เซริน ฮาน นักธนูสาวสวยผู้ที่เกิดมามีเงินและสิทธิ พ่อของเธอเป็นผู้เล่นหุ่นรายใหญ่ในอเมริกัน’

“กำแพงหุบเขานั้นถูกสร้างขึ้นโดยการบดอัดดินต่างๆและได้มาสะสมรวมกันเป็นเวลานาน ดังนั้นปกติแล้วมันควรจะมีความหลากหลายของสีอยู่บนกำแพงหุบเขา แต่ที่นั่น..”

ซังจินมองไปที่กำแพงอีกครั้งเมื่อฟังสิ่งที่เธออธิบาย ในตอนที่เธอพูดเขาก็สังเกตุเห็นความแปลกประหลาดนั้นในกำแพงเช่นกัน

ไม่ว่าด้านซ้ายและขวาล้วนคล้ายคลึงกันมีเพียงแค่ส่วนนี้ที่แตกต่างออกไป

ในที่ตรงกลางระหว่างนั้นมันดูแคบและสีก็แตกต่างกับในมุมอื่นๆ

มันมีลักษณะคล้าบกับรูปหน้า มีบางส่วนที่เหมือนจะโครงเว้าลงไป ส่วนลึกหนาบางในส่วนนี้ดูแม่นยำจนเกินไปราวกับได้ถูกตัดด้วยเครื่องมือบางอย่าง

“เดี๋ยวก่อน…นี้มันเหมือนกับ…”

ซังจินพยายามจะสัมผัสกับแพงดูแต่รอบแตกก็ได้ปรากฏขึ้นบนผนังและมีพื้นผิวสีขาวสามารถมองเห็นได้

‘นี้มันคืออะไร’

เขาได้คิดขึ้นสักครู่ แต่แล้วภายในพื้นที่สีขาวก็ได้มีลูกกลมใหญ่สีดำหมุนไปมา

“ดวงตา”

ซังจินร้องออกมาด้วยความตกใจและในเวลาเดียวกันพื้นก็สั่นสะเทือนอย่างมาก โอเปอเรเตอร์ก็ประกาศออกมา

[คำเตือน บอสลับ]

[ราชายักษ์ ไซคลอปส์ ปรากฏตัว]

“เธอหมายถึงอะไร บอสลับ?”

เซรินได้ถามออกมาจากด้านหลัง แต่ซังจินไม่ตอบกลับ ด้านหนึ่งของกำแพงหุบเขาได้ยืนขึ้น และมือก็โผล่ออกมาจากด้านในของมัน เซรินเงยหน้าขึ้นไปมองมือขนาดใหญ่แล้วได้อุทานออกมา

“พระเจ้าา…”

มือยักได้จับไปที่บนสุดของกำแพงหุบเขา

“ตึงง”

พื้นที่เริ่มที่จะสั่นสะเทือนอีกครั้ง มันได้สั่นสะเทือนเมื่อบอสลับเริ่มได้ปรากฏออกมา

ด้วยความสูงของบอสมันได้ทำให้ยักษ์ โทรล ดูเป็นของเล่นเด็กไปเลย

เพียงแค่มองขึ้นไปที่บอส ก็จะรู้ได้อย่างง่าวดายว่ามันสูงเทียบเท่ากับตึกสิบชั้น ซังจินเคยได้เห็นบอสขนาดใหญ่มามากมายในบทหลังจากนี้ไป แต่ก็ไม่มีตัวไหนเลยที่จะสูงเท่านี้

ยักษ์ยืนขึ้นโดยการพิงบนกำแพงหุบเขาและกระพริบตาใหญ่ไม่กี่ครั้ง มันจ้องมองไปที่ซังจินและปล่อยพลังเสียงดังออกมา

พื้นดินได้สั่นสะเทือนด้วยเสียงคำรามของมัน

“ฟิ้ว”

เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังและเขาเห็นลูกศรเล็ดลอดออกไปในอากาศ เซรินยิงลูกศรขึ้นไปที่หัวของยักษ์ แน่นอนเป้าหมายคือตาเดียวของมัน

การจัดการทำลายตานั้นจะทำลายตานั้นมันจะทำให้การล่าง่ายขึ้น แต่เมื่อลูกศรพุ่งไปสูงถึงกลางอก

“วูบบบ”

ยักษ์ก็ได้ตบลูกธนูที่อยู่บนอากาศ ด้วยความสูงของมันที่มากถึง 25~30 เมตร ไม่ว่าตามันจะใหญ่ขนาดไหนก็ยากที่จะยิงดวงตาของมันด้วยลูกธนู เซรินได้หมดบ่นออกมาเบาๆ

“เจ้านี่มันเป็นสิ่งที่…”

เธอไปอย่างมองท้อแท้ นั่นอาจเป็นปฏิกิริยาปกติในตอนนี้ แม้ว่าเธอจะได้เอาชนะหมาป่าขนาดใหญ่ มอนสเตอร์ที่ไม่มีวันตายและสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวอื่น ๆ แต่เธอไม่เคยเห็นอะไรที่ดูเหมือนจะไม่สามารถเอาชนะได้อย่างนี้

ซังจินจินดึงดาบออกมาและตะโกน

“ถอยไปอยู่ข้างหลังซะ”

และก็พุ่งเข้าไปหายักษ์

“ลองทดสอบด้วยน้ำดู”

ไซคลอปส์ยกเท้าขึ้นเมื่อสังเกตเห็นซังจินที่วิ่งเข้าหามัน มีเงาขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นด้านบนและรอบ ๆของซังจิน

ซังจินรีบเคบื่อนที่อย่างรวดเร็วออกจากเงายักษ์ ความเร็วของมันนั้นไม่มีอะไรพิเศษ แต่เนื่องจากขนาดและมวลอันใหญ่หลวงของมัน การหลบเลี่ยงอย่างไม่ถูกต้องก็อาจส่งผลให้กลายเป็นแพนเค้กทันที

“ตูมมมม”

เท้าของมันได้วางลงในตรงที่ซังจินได้ยินอยู่ก่อนหน้านี้ ซังจินได้หันกลับไปเหวี่ยงดาบคาตานะใส่หนึ่งในนิ้วเท้าของมัน

“ก๊าซ”

ทุกครั้งที่มันร้องออกมา พื้นดินก็จะสั่นไปกับมัน

‘มันได้รับความเสียหายไหม’

เขาถามขึ้นกับตัวเอง เงาอีกอันได้ปรากฏขึ้นด้านบนซังจิน เขาจึงถอยหลังหลบออกมา

“ตูม”

กำปั้นขนาดใหญ่ได้ต่อยลงมาที่ๆซังจินยืนอยู่ก่อนหน้านี้ ซังจินเตรียมพร้อมที่จะเขาไปโจมตีสวนกลับเมื่อมันยกมือขึ้น แต่แล้วยักษ์มันก็ได้พยายามคว้าและจับซังจิน

ซังจินไม่สามารถจะหลบได้เขาจึงรีบนำผ้าคลุมมาคลุมตัวและตะโกนออกมา

“แข็งตัว”

‘แคร่ก’

ด้วยสัญลักษณ์แห่งลมหายใจมันได้ป้องกันซังจินจากมือของยักษ์ เมื่อป้องกันได้แล้วซังจินก็ได้หมุนตัวไปรอบๆและเหวี่ยงดาบคาตานะเข้าใส่มือของมัน

“ก๊าาา”

นิ้วกลางของมันได้ถูกตัดออกโดยดาบคาตานะ เห็นได้ชัดว่ามันได้รับบาดเจ็บอย่างมาก ยักษ์ไซคลอปส์เริ่มร้องออกมาและโจมตีด้วยความโกรธ ซังจินได้หลบเลี่ยงการโจมตีที่มั่วซั่วนี้ด้วยความว่องไวอย่างมาก แม้ในขณะที่เขาหลบเขาก็คิดกับตัวเอง

‘…มันไม่ใช่บอสมี่ฉันจะสามารถฆ่าได้อย่างง่ายแม้ว่าจะมีสเตตัสที่สูง มันจะต้องโจมตีมากกว่าหนึ่งหรือสองครั้ง’

นั่นคือความจริง ไม่ว่าซังจินและดาบจะทรงพลังแค่ไหน มันก็ไม่มีทางเทียบได้กับขนาดตัวที่ใหญ่ของยักษ์ มีเพียงบางส่วนของมันเท่าน้ำที่ซังจินสามารถทำลายได้ในดาบเดียวนั้นคือนิ้วมือหรือนิ้วเท้า

‘ปีนขึ้นไปแบะทำการโจมตีที่ถึงตาย’

ซังจินได้คิดขึ้นภายในใจและเริ่มทำตามแผนทันที เขาได้หลอกล่อให้มันโจมตีใส่เขา มันได้ยกเท้าขึ้นมา

‘เท้า…ใช้ไม่ได้’

ซังจินได้หลบเท้าของมันในทันทีและได้มีเงาตามมาทับซังจินจากด้านบน

ไม่ต้องสงสัยเลยนี่คือกำปั่นของมัน ซังจินตั้งใจที่จะหลบกำปั้นของมันอย่างเฉียดๆ

“ตูม”

กำปั้นได้พุ่งลงใส่พื้นเปล่า แทนที่จะฟันมันซังจินได้กระโดดขึ้นไปและเกาะเอาไว้

และโดยที่มันไม่รู้ว่าซังจินได้เกาะมือมันอยู่มันได้ยกมือขึ้นตามปกติ

เมื่อมันยกขึ้นถึงระดับหนึ่ง มันก็ได้เห็นซังจินเกาะมือมันอยู่ ทั้งสองได้สบตากัน

‘อันตราย’

ซังจินได้รู้สึกถึงอันตราย และเขาก็ได้แทงดาบเข้าไปในมือของยักษ์อย่างรวดเร็ว

“กรรรร~”

ยักษ์ได้ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด และมันได้เหวี่ยงแขนด้วยความโกรเพื่อที่จะสลัดซังจินออกไป ซังจินกำลังถูกเหวี่ยงด้วยความรุนแรง

มันเป็นช่วงเวลาที่เป็นอันตรายสำหรับเขา ถ้าหากเขาปล่อยมือจากดาบเขาก็จะถูกเหวี่ยงไปไกลเหมือนกับตัวเล็กๆ ยักษ์ได้เพิ่มแรงเหวี่ยงแขนให้มากยิ่งขึ้น

‘ถ้ายังเป็นอย่างนี้…’

ขณะที่ซังจินกำลังถูกเหวี่ยงอยู่ เขาก็ได้ยินเสียงใครบางคนเรียก

“เค”

แม้ว่าเขากำลังถูกสั่นเขาก็ได้มองไปยังแหล่งที่มาของเสียง เซรินได้ปืนขึ้นมาบนยอดหน้าผาและเล็กไปที่ยังด้วยลูกธนูของเธอ

เธอได้ยิงลูกศรให้พุ่งเข้าใส่ดวงตาของมัน

“ฝนลูกศร”

ลูกธนูได้แยกออกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในอากาศและพุ่งเข้าใสใบหน้าของยักษ์ ทุกๆลูกศรของได้พุ่งเป้าหมาย เนื่องจากมันเป็นเป้าหมายขนาดใหญ่

ครู่ต่อมาลูกธนูนับสิบดอกก็ได้ปักลงบนใบหน้าของมัน

“ก๊าซซ”

ไซคลอปส์ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและเอามือไปจับที่ใบหน้าตามสัญชาตญาณ และด้วยเหตุนี้ทำให้ซังจินถูกพามาสู่จุดหมาย

ซังจินดึงดาบออกมาจากมือของไซคลอปส์และเมื่อเขาได้ดึงออกมาเขาก็ได้กระโดดพาตัวเองออกจากมือไปสู่หัวของมัน

“ย๊ากกก”

ซังจินได้ตะโกนออกมาแล้วพุ่งตัวไปในอากาศ คาตานะของเขาได้ถูกชี้ไปที่ถูกตาของไซคลอปส์ และแล้วมันก็ได้แทงเข้าไปในดวงตาของไซคลิปส์ในที่สุด

 

 


กลุ่มลับตอนนี้อยู่ที่ตอน 43 สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจเลยครับ > จิ้มเลย <