0 Views

Chapter 27 – Giants Canyon (5)

ซังจินได้เก็บดาบของเขาเข้าฝัก เมื่อเขาฆ่าบอสเสร็จแล้วก็ได้ถึงเวลาที่จะหาบอสลับและชิ้นส่วนลับ

อย่างไรก็ตามซังจินกำลังสับสน

‘สมมุติว่ามีบอสลับและชิ้นส่วนลับซ่อนอยู่ทั้งสองอย่าง…เขาก็ควรจะเปิดใช้งานทักษะนักล่าสมบัติตอนไหนถึงจะดีที่สุด’

ซังจินนั้นไม่รู้ว่าสิ่งนั้นจะหายากแค่ไหนและคุ้มค่ากับที่ใช้ทักษะไปในตอนนั้นหรือไม่ แต่ในช่วงที่เขากัำลังคิดถึงสิ่งนั้นก็ได้ถูกขัดโยเสียงหอนของเคน

“บรูววว”

เคนหอนออกมาและวิ่งกลับไปในทางที่เขาได้วิ่งผ่านมา

“มีอะไรผิดพลาดงั้นหรอเคน?”

ซังจินได้ถามหมาป่าของเขา เคนนั้นได้เอียงหูของมันราวกับฟังเสียงอะไรบางอย่าง ซังจินจึงเงียบเสียงลงเพื่อให้เคนสามารถตั้งใจฟังได้ ครู่ต่อมาเคนก็ได้เงยหน้าขึ้นมามองซังจินและเห่าขึ้น

“โฮ่งง”

และเคนก็ได้เริ่มเคลื่อนที่ออกไป เคนดูเหมือนกับกำลังรีบร้อนราวกับเป็นเรื่องเร่งด่วน ซังจินจึงไล่ตามเขาไปอย่างรวดเร็ว

“จะไปไหนกันนะ?”

ซังจินเอียงหัวด้วยความสับสน

‘หรือเคน…จะเห็นชิ้นส่วนลับ?’

ถ้าหากในกรณีนั้น ซังจินจึงให้คำสั่งกับเคน

“ถ้าหากนายเห็นอะไรบางอย่างก็ไปข้างหามันและแสดงให้ฉันเห็น นายสามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดได้เลย เดี๋ยวฉันจะตามไปเอง”

ด้วยคำสั่งนี้เคนได้หยุดลงและหันหลังกลับมา

“บรูวววว”

เขาหอนออกมายาวก่อนที่จะวิ่งไปต่อด้วยความเร็วสูงสุด เคนนั้นมีความเร็วที่สูงกว่าซังจินมาก เพื่อที่จะตามไปให้ทันซังจินจึง

“สวิฟพาว”

ซังจินจึงได้ใช้ทักษะของรองเท้าเพื่อตามให้ทัน

****

เชี่ยนยังคงถอยหลังออกมาในขณะที่มีดยังคงปักอยู่ที่ท้องของเขาและเขาก็เหวี่ยงหอกออกไป

“ปัง”

หอกของเขาได้ถูกป้องกันด้วยโล่ของราจช์ ในที่สุดเซรินก็ได้สังเกตุเห็ยว่าพวกเขากำลังสู้กันและเหลือบไปมองพร้อมกับถามขึ้น

“ขอโทษนะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น”

ซานติอาโก้ได้กวัดแกว่งมีดสั้นเล่มอื่นๆของเขา

‘ฉึก’

เขาได้แทงเชี่ยนในเวลาต่อมาเป็นครั้งที่สอง เซรินที่ตลอดการต่อสู้มาไม่เคยแม้แต่กระพิบตาในขณะที่ฆ่ามอนสเตอร์ แต่เมื่อเธอได้เห็นได้รับบาดเจ็บเธอก็ปิดปากและพูดไม่ออก

“นี้มัน…”

เชี่ยนได้เหวี่ยงหอกของเขาอย่างดุร้าย

“คุณเซ..ริน …หนี..”

เขาพยายามที่จะเตือนเธอ แต่มันก็ได้กลายเป็นคำพูดของเขา ราจช์ได้ทุบหัวของเขาด้วยกระบองจึงทำให้เขาตาย

เมื่อเชี่ยนได้กบายเป็นศพอยู่บนพื้น ครู่ต่อแสงสีแดงก็ส่องขึ้นมาจากร่างกายของราจช์และซานติอาโก้ แล้วคำเตือนก็ดังออกมาจากลูกบาศก์

[นักล่าได้โจมตีพันธมิตร ได้เข้าสู่สถานะ “ฆาตกร”]

[นักล่าที่อยู่ในสถานะ ‘ฆาตกร’ จะได้รับโทษโดยได้รับการแจกรางวัลจู่โจมลดลง 10%]

[และในกรณีที่ผู้มีสถานะ ‘ฆาตกร’ ถูกฆ่าโดยนักล่าคนอื่น]

[ผู้ที่โจมตีก็จะไม่ติดสถานะ ‘ฆาตกร’]

“เอ๊ะ ทำไมเป็นอย่างนี้?”

ราจช์ถามกลับไปจากคำพูดของโอเปอเรเตอร์ แต่ซานติอาโก้นั้นเขาไม่สนใจ

เขาได้พุ่งเข้าไปหาเซริน

“ทำไม…”

เซรินตื่นตระหนกเมื่อเห็นซานติอาโก้พุ่งเข้ามาหาเธอและเธอก็ยิงลูกธนูออกไป

“ฟิ้ว”

ลูกศรได้ปักลงบนไหล่ของเขา แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาตกใจ เขายังคงวิ่งเข้าไปพร้อมกับลูกศรบนไหล่

ระยะห่างของพวกเขาลดลงอย่างรวดเร็ว เซรินงุนงงและยิงธนูออกไปอีกลูก แต่เขาก็ได้มาอยู่เบื้องหน้าเธอแล้ว

“ฟิ้ว”

ซานติอาโก้หลบธนูอย่างง่ายดายและโจมตีเธอด้วยมีด เขาเล็งโจมตีไปที่มือที่ถือธนูก่อน

อย่างไรก็ตามมีดสั้นของเขาได้ปะทะกับธนูแทน เพราะเซรินได้รีบหดแขนอย่างรวดเร็ว แต่ธนูของเธอได้หลุดออกจากมือไปแล้ว

เซรินหยิบมืดสั้นออกมาจากด้านหลังของเธอ แต่เธอก็ไม่มีทางที่จะเทียบกับการใช้ใช้มีดของซานติอาโก้ได้ เธอเล็งไปที่อกของซานติอาโก้และแทง แต่แล้ว

“เคร้ง”

ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว เขาก็ได้ปัดมีดออกไปจากมือของเธอและจับข้อมือของเธอ เซรินได้พยายามต่อต้านอีกโดยการต่อยซานติอาโก้ด้วยหมัดของเธอ แต่มันก็ไร้ผล

ซานติอาโก้หยิบมีดและแทงเข้าไปที่มือของเธอ

“กรี๊ดด”

ซานติอาโก้พุ่งตามไปพร้อมกับการโจมตีจึงทำให้เธอได้ล้มลงและเขาก็จัดการปักมีดที่แทงมือของเธออยู่ไว้กับพื้น เมื่อมือของเธอไม่สามารถใช้ได้แล้ว ดวงตาของเขาก็ได้เผยความชั่วช้าออกมาในขณะเลียริมฝีปาก

“ฆ่าฉันซะ ไอ้สารเลว”

เซรินได้ด่าเขาออกมาแต่เขาก็ไม่ใส่ใจ

เขาใช้มีดสั้นของเขาในการกรีดเสื้อผ้าของเซรินออก เขาดูเหมือนกับว่าเขานั้นคุ้นเคยกับการทำแบบนี้มาก

“ปล่อยฉันนะไอชั่ว”

เซรินได้พยายามขยับตัวของเธอเพื่อให้ได้รับอิสระ แต่เนื่องด้วยมีดสั้นนั้นมันได้ทำให้เธอเลือดไหลออก ราจช์ได้เดินมายืนอยู่ข้างหลังและพูดออกมาราวกับว่าเซรินเป็นของเขา

“เฮ้ เฮ้ อย่าได้สร้างรอบขีดข่วนมากเกินไปสิ ฉันไม่ชอบมัน”

เมื่อซานติอาก็กรีดเสื้อผ้าของเซรินเสร็จสิ้น เขาก็เริ่มที่จะถอดเสื้อผ้าของตน ทันใดนั้นเอง

“กรรร”

หมาป่าได้ปรากฏตัวออกมาจากที่ไหนก็ไม่รู้และได้กระแทกเข้าซานติอาโก้ เขาได้ถูกพุ่งเข้าใส่โดยไม่รู้ตัว มันทำให้เขากระเด็นไปไกล

“อะไร?”

ราจช์ตะโกนออกมาอย่างะื่นตระหนก และในขณะนั้นเขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างจากด้านหลังเขา

“โว่ว โว่ว ทั้งหมดนี้มันอะไรกัน”

ราจช์ได้สะดุ้งขึ้นด้วยความตกใจ เขาได้มองไปรอบๆและได้รู้ว่าสิ่งที่อยู่ด้านหลังของเขาคือเจ้าสุดยอดนักล่าเค ผู้ที่ได้หายไปตลอดในช่วงการจู่โจม

เคมองที่เส้นสีแดงบนตัวของราจช์และซานติอาโก้และพูดขึ้น

“….สถานะฆาตร?”

นั้นคือทั้งหมดที่เขาพูด เขาได้มองเห็นศพของเชี่ยนและในตอนนี้ก็เห็นร่างที่เปลือยเปล่าของเซรินอยู่บนพื้น

“อ่า เยี่ยม ฉันเดาว่าบางสิ่งบางอย่างเช่นนี้มันหลีกเลี่ยงไม่ได้”

เคพูดขึ้นมากับตัวเองและเขาก็คว้าไปที่ดาบจับของคาตานะที่ดูโทรมมาก

“หืมม…มันคงไม่เหมาะกับฉันที่จะทำตัวเป็นอัศวินขี่ม้าขาว แต่ฉันก็ยังไม่อยากจะวิ่งอยู่ในสถานที่เดียวกับฆาตกรแบบพวกนาย”

ทุกคนที่ไม่ใช่พันธมิตรนั้นคือศัตรู ราจช์รีบตัดสินใจที่จะโจมตีซังจิน ตั้งแต่ที่รู้ว่าเคเป็นจอมเวท ราจช์ก็ต้องการที่จะเป็นฝ่ายโจมตีก่อน ก่อนที่เคจะมีโอกาสได้ร่ายเวท

“ตาย”

เขาเหวี่ยงกระบอกของเขาใส่เค มันควรที่จะเป็นเรื่องง่ายที่จะจัดการกับจอมเวทในระยะประชิด แต่แล้ว

“ฉูด”

แขนของราจช์ได้ถูกตัดออกด้วยการเหวี่ยงดาบอย่างขี้เกียจเพียงครั้งเดียวของเค

“อ๊ากก”

ราจช์ได้ร้องออกมา แต่เมื่อสูญเสียแขนไปข้างหนึ่ง เขาก็ได้ไปจดจ่ออยู่กับความคิดที่เขาได้คิดจนผ่านมาถึงบทนี้

‘ด้วยค่าความอดทน ฉันจะสามารถดื่มโพชั่นและอยู่ได้นา…’

แต่เคได้ขัดจังหวะความคิดของเขา เคได้พุ่งเข้ามาหาราจช์ ราจช์ได้รีบเร่งใช้ทักษะในทันที

“กำแพงเหล็กของเอ็นวิล”

แสงของโล่ได้โตขึ้นและปกคลุมเขา แต่

“นายกำลังทำอะไร?”

เคได้ตัดโล่ของเขาจนขาดครึ่งในครั้งเดียว

เมื่อโล่ที่น่าเชื่อถือของเขาได้ถูกตัดลง ราจช์ก็เริ่มพูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก

“แก…เป็น..จอทเวท..แก”

เคนั้นไร้ซึ่งความปราณี เขาเดินเขาไปและตัดราจช์ด้วยดาบของเขา

ราจช์นั้นได้สวมใสเกราะโซ่ถัก แต่ดาบคาตานะได้ตัดผ่านราวกับมันไม่มีอยู่จริง เกราะโซ่ถัก ผิวหนังและกระดูกของเขาได้ถูกตัดออกไปพร้อมๆกัน

“อ๊ากกกก”

ราจช์ได้ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด มันเป็นการร้องออกมาเพียงครั้งเดียว แต่

[คำเตือน พลังชีวิตของคุณต่ำกว่า 10%]

โอเปอเรเตอร์ได้ให้คำเตือนออกมา ดวงตาของราจช์เบิกกว้างราวกับอยากจะปฏิเสธอะไรบางอย่างในขณะก้าวถอยหลัง

“พลังชีวิตของฉันมีมากกว่า 1 หมืน ….”

มันช่วยไม่ได้แต่เคก็ยิ้มออกมา

“แล้วมันทำไม? ฉันยังมีเกือบจะ 2 หมื่นเลยถูกไหมโอเปอเรเตอร์”

[พลังชีวิตสูงสุดของคุณคือ 17100]

ตาของราจช์ได้เบิกขึ้นเรื่อยๆ ด้วยค่าสเคตัสที่ต่างเกินทำให้เขาไม่สามารถจะพูดหรือทำอะไรได้อีกทำได้เพียงจ้องมอง เคก็ได้หมุนดาบคาตานะไปรอบๆ

“ฉันนั้นไม่ชอบที่จะเห็นเลือดมนุษย์ … แต่ดูเหมือนว่าพวกนายจะฆ่าคนจีนคนนั้น พวกนายเข้าใจใช่ไหมว่าเลือดมันต้องล้างด้วยเลือด”

เคกำลังจะจบชีวิตของราจช์ลงแต่แล้ว

“ฟิ้ว”

ลูกธนูได้พุ่งเข้ามาเจาะผ่านหว่างคิ้วของเขาเข้าไปในกระโหลก ราจช์ได้ตายไปโดยที่ไม่รู้สึกตัวว่าถูกยิง

****

ซังจินลดคาตานะลงและหันไปมองข้างหลัง เขาเห็นเซรินได้ถือธนูด้วยท่าทางที่โกรธแค้น ความแค้นได้ปรากฏอยู่บนใบหน้าเธอ

“ทำไมผู้หญิงเวลาโกรธถึงน่ากลัวกันนะ…?”

ซังจินพูดออกมาในตอนที่เขามองไปรอบๆ ยังมีฆาตกรอยู่อีกคนนึง แต่เขาหาไม่เจอเลย

‘อยู่ไหนกัน?’

ห่างไปเล็กน้อยเคนได้ยืนอยู่ในจุดที่โจมตีกับฆาตกรอีกคนก่อนหน้านี้ แต่เคนยืนอยู่คนเดียวด้วยเหตุผลบางอย่าง

ซังจินเดินเข้าไปหาและถามขึ้น

“เคน เขาหายไปไหน”

แต่เคนไม่ได้ตอบ มันหันหน้าในที่ๆไกลออกไปและส่งเสียงออกมาเล็กน้อย

“กรรร”

มีบางอย่างที่ผิดปกติ ซังจินได้เข้าไปตรวจสอบร่างกายของเคน และเมื่อเขามองเข้าไปใกล้เขาก็เห็นว่ามีบาดแผลเล็ก ๆ อยู่ที่คอของเคน แผลไม่ได้เป็นสีแดง แต่เป็นสีม่วงแปลก ๆ

“พิษอัมพาต”

ซังจินอยู่ขึ้นอย่างโกรธแค้นและมองไปรอบ แต่ไม่มีร่องรอยของฆาตกรอีกคน เขาคงจะทำให้เคนติดพิษอัมพาตแล้ววิ่งหนีออกไป

เคนคงจะติดอยู่กับที่โดยที่ไม่สามารถขยับได้และเจ็บปวด ซังจินได้กระซิบที่ข้างหูเคน

“นายทำได้ดีแล้วเคน กลับไปพักผ่อนที่โรงแรมก่อนนะ แล้วฉันจะตามไป”

และเมื่อยินขึ้นเขาก็ออกคำสั่ง

“ยกเลิกการอัญเชิญ”

เมื่แเคนได้กลับไปเป็นรูปสลักไม้ ซังจินก็เก็บลงไปในกระเป๋าแล้วเข้าไปหาเซริน

เซรินพยายามที่จะปกปิดร่างกายของเธอด้วยเสื้อผ้าที่เหลืออยู่ในขณะที่ร้องไห้ แม้ว่าเธอจะไม่ได้ส่งเสียงร้องดังออกมาแต่น้ำตาก็ได้ไหลลงไปตามแก้มของเธอ

“แม้ว่าเธอจะทำตัวเข็มแข็งยังไง ฉันก็คิดว่าผู้หญิงก็ยังคงเป็นผู้หญิง”

ซังจินเก็บคาตานะเข้าฝักและถามเธอ

“เธอโอเคไหม?”

เซรินจ้องมองซังจินเงียบๆราวกับประกาศว่าผู้ชายนั้นเหมือนกันทุกคน ซังจินชูมือขึ้นเพื่อแสดงว่าเขาไม่เป็นอันตราย

“อา, ฉันไม่มีความสนใจในตัวเธอแต่…ฉันจะต้องไปหาอะไรบางอย่างฉันต้องออกจากสถานที่นี้ …ผู้ชายคนนั้นหนีไป ดังนั้นปล่อยให้เธออยู่คนเดียวที่นี … ”

เมื่อซังจินได้กล่าวถึง ‘นักฆ่า’ คนนั้นน้ำตาของเธอก็ไหลมากขึ้น มันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในเมื่อก่อนหน้านี้เขาเกือบที่จะข่มขืนเธอ ซังจินเกาหัวและพูดต่อ

“ดี…ใช่…เพื่อที่จะให้เรื่องมันง่ายขึ้น…ฉันจะต้องออกไปค้นหาบางอย่างดังนั้นฉันจึงไม่สามารถที่จะอยู่ที่นี่ได้ ถ้าเธอต้องการที่จะตามมา ฉันก็จะปกป้องเธอ เธอควรที่จะมากับฉันนะเพื่อความปลอดภัย”

ซังจินหันหัวกลับไปทางหุบเขา เขาก้าวออกไปไม่กี่ก้าวแล้วมองกลับไป

เซรินห่อหุ้มตัวเองด้วยเสื้อที่ฉีกขาดและตามเขามาเงียบๆ เมื่อเห็นเธอซังจินก็คิดกับตัวเอง

‘ผลที่ตามมาของความงามที่พิเศษ…บางทีเธออาจจะ….อาจจะไม่ได้เจอกับมันเป็นครั้งสุดท้าย…’

คุณจะไม่สามารถอยู่รอดได้จนจบด้วยความสามารถเพียงน้อยนิด นี้คือวิธีการทำงานของ ‘การจู่โจม’

เมื่อเขาคิดจบลง เขาก็เริ่มเดินต่อไปตามทางเพื่อที่จะหาชิ้นส่วนลับ

 

 


กลุ่มลับตอนนี้อยู่ในตอนที่ 41 สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจเลยครับ > คลิ๊กเลย <