0 Views

Chapter 25 – Giants Canyon (3)

เซรินได้ดึงสายธนูจนสุด และในขณะที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับปลายหัวธนูอยู่ เธอก็ได้ปล่อยลูกศรออกไป

“ฟิ้ว”

ลูกศรพุ่งออกไปไกลและตามมาด้วยเสียงที่น่าพอใจ

“ฉึก”

มันได้เจาะผ่านหนึ่งในหัวของยักษ์สองหัว

“ก๊าซซ”

หัวที่เหลืออยู่ของมันได้มองดูโดยรอบในทันทีและพบกับนักล่าทั้งสี่คน มันจึงได้พุ่งเข้าไปหานักล่าด้วยความโกรธ เมื่อมันตนองเช่นนี้เชี่ยน หวางก็ตะโกนออกมา

“ดึงความสนใจสำเร็จ เตรียมตัวไว้”

ราจช์ที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดของนักล่าก็ตะโกนออกมาในขณะตั้งโล่

“เข้ามา เข้ามาหาฉันนี่”

ยักษ์สองหัวที่เต็มไปด้วยความโกรธได้เหวี่ยงกระบองเข้าใจเขา

‘ฉันไม่สามารถหลบมันได้’

ราจช์ตัดสินใจที่จะใช้ทักษะและยกโล่ขึ้นขณะตะโกน

“กำแพงเหล็กของเอ็นวิล”

รูปสิงโตที่ฝังอยู่ภายในโล่ได้ส่องแสงออกมาและแสงก็ได้เติบโตขยายขึ้นออกมาเป็นสองเท่าของโล่ มันได้บดบังราจช์ให้อยู่หลังกำแพงนี้

เมื่อกระบองของยักษ์สองหัวได้เข้ามาปะทะกับกำแพง มันก็ได้แตกกระจายเป็นชิ้นๆหลังจากเสียง ‘แคร่ก’ ดังออกมา

ราจช์ได้ถอยออกมาเล็กน้อยแต่แรงปะทะส่วนใหญ่ได้หายไปก่อนหน้านี้แล้ว เชี่ยน หวางแทงเข้าไปที่ยักษ์สองหัวในตอนที่มันกำลังมึนงงจากการปะทะเมื่อครู่อยู่

“ก๊าซซ”

และซานติอาโก้ก็เดินผ่านหว่างไป เขาพึมพำบางคำออกมา

“เชือดและเสี่ยงดวง”

มีดสั้นที่มือเขาโดยที่จะหมุนคล้ายกับสว่าน ซานติอาโก้วิ่งเข้าไปหายักษ์สองหัวและแทงอย่างรุนแรง

ยักษ์สองหัวได้ก้าวถอยหลังเพื่อที่จะตอบสนองต่อการโจมตีที่ป่าเถื่อนของซานติอาโก้

“ฟิ้ว”

เขาที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวของมันก็ได้ถูกลูกธนูเจาะลงจนลึกถึงไปในกระโหลก ยักษ์สองหัวก็ได้ทรุดตัวลงในจุดนั้น

“มหัศจรรย์…”

เชี่ยน หวางได้หนีบหอกไว้ที่รักแร้และปรบมืออกมาให้กับเพื่อนร่วมทีม เพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆในทีมของเขาสุดยอดมาก

ราจช์ผู้ที่รับผิดชอบในการป้องกันคนในทีม เขามีโล่ที่ยอดเยี่ยม ค่าความอดทน และโพชั่นที่มากมาย

ซานติอาโก้ความคล่องแคล่วว่องไวและใช้มีดสั้นระดับสูง

และที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือนักธนูเหรียญทองเซรินผู้ที่ควบคุมการต่อสู้ตั้งแต่ต้นจนจบในทุกๆการต่อสู้ด้วยการโจมตีระยะไกลที่แม่นยำอย่างไม่น่าเชื่อ

อย่างไรก็ตามจอมเวทเคได้หนีหายไปตัวคนเดียวโดยไร้ซึ่งร่องรอย ที่การจู่โจมดำเนินต่อมาได้โดยปราศจากเขา ก็คงจะจะต้องขอบคุณนักล่าทั้งสามคนข้างต้น

ที่เชี่ยน หวาง สามารถที่จะมาถึงบทนนี้ได้เนื่องมาจากเขาได้ถูกช่วยไว้โดยคนที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ แต่กลับปรากฏว่าทีมของเขาในรอบนี้ยังดียิ่งกว่ารอบที่แล้วอีก

เมื่อการต่อสู้จบลงราจช์ก็ยืนขึ้นมาพร้อมกับโล่ที่กลับมาสู่ขนาดปกติแล้วก็ได้ถามโอเปอเรเตอร์

“เฮ้ โอเปอเรเตอร์พลังชีวิตของฉันเหลือ?”

[พลังชีวิต: 7932/9200]

“เยี่ยม แจ้งเตือนฉันเมื่อมันลดลงเหลือเพียงหนึ่งในสามของทั้งหมดฉันจะได้ทำการดื่มโพชั่น”

[รับทราบ]

เชี่ยน หวางตกตะลึง

“เขามีพลังชีวิตมากกว่า 9000”

ราจช์หยักไหล่ออกมา

“ฉันกมายถึง…ถ้าหากนายจะต่อสู้ในฐานะแนวหน้า ฉันคิดว่าการมีค่าพลังชีวิตที่สูงนั้นเป็นพื้นฐานที่สำคัญ ในทางตรงกันข้ามพลังด้านอื่นๆของฉันค่อนข้างจะต่ำ”

เซรินเหบือบมามองเขาและให้คำแนะนำ

“ควรที่จะทำให้แน่ใจว่าพลังชีวิตของนายเต็มก่อนที่เราจะไปพบกับบอส นายไม่มีทางจะรู้ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

“แน่นอน คุณคนสวย”

ราจช์แกล้งเล่นหูเล่นตากลับมาและแอบมองไปที่เรือนร่างของเซริน เชี่ยนไม่รู้ว่ามีใครได้เห็นถึงเรื่องนี้หรือไม่ แต่เขาเห็น

เชี่ยนนั้นไม่ชอบมันดังนั้นเขาจึงได้ตัดสินเปบื่ยนเรื่องคุย

“ฉันนั้นสงสัยว่านายจอมเวทนั้นได้ไปที่ไหน?”

ซานติอาโก้หมุนมีดสั้นในมืออย่างชำนาญในขณะที่ตอบกลับมา

“ใครจะไปรู้บางทีเขาอาจจะกลัวและวิ่งหนีไปก็ได้”

เชี่ยนได้มองกลับไปในทิศทางที่เขาได้เดินจากมา เขาไม่เห็นอะไรเลยนอกจากกองศพ

หุบเขาแห่งนี้มีเส้นทางตรง จอทเวทนั้นไม่ได้อยู่ทั้งข้างหน้าและข้างหลังของพวกเขา ไม่มีเขาให้เห็นเลยในเส้นทางเหล่านี้

“ฉันค่อนข้างแน่ใจว่าพวกเราจะไปเป็นอะไรกับการจัดการกับมอนสเตอร์ปกติ แต่ว่า…มันจะดีหรอที่จะจัดการบอสด้วยพวกเราเพียงสี่คน?”

เชี่ยนได้ยกความกังวลของเขาขึ้นมาและราจช์ก็ตอบเขากลับไป

“อืม…พวกเราไม่สามารถที่จะรู้ได้จนกว่าจะเจอกับถูกไหม? ไม่ใช่ว่าพวกเราก็จะสามารถหนีออกมาได้ถ้าหากสู้ไม่ไหวหรอกเหรอ นายก็รู้นี้ในสิ่งที่เจ้าเศษขยะนี้พูดทุกครั้งนะ”

ราจช์ได้เคาะลูกบาศก์และพูดคำพูดของเขาต่อของเขา

“ทำภารกิจให้สำเร็จหรือไม่ก็ตาย”

ซานติอาโก้หัวเราะกับเสียงแหลมสูงของราจช์ เซรินไม่ได้ตอบสนองอะไร เชี่ยนได้ปล่อยให้ไหล่ของเขาลู่ลง

“ฉันคิดว่า…สิ่งที่นายพูดนั้นถูกทั้งหมด”

เชี่ยนปรบมือขึ้นมาอีกครั้ง

“ถ้าอย่างนั้นไปลองดูกัน”

ข้างหน้้าของพวกเขามียักษ์ได้ยืนอยู่ตัวเดียว

และก็เป็นอีกครั้งที่สายตาของทุกคนไปอยู่ที่ลูกธนูของเซริน

“ฟิ้ว”

ลูกศรได้พุ่งออกไปไกลและตกลงไปที่หัวของยักษ์ ยักษ์ได้หันกลับมาโดยที่ลูกธนูยังคงปักหัวมันอยู่ มันมองมาที่เหล่านักล่าด้วยความโกรธและพุ่งเข้าใส่ ราจช์จึงได้พึ่งออกไปข้างหน้าเพื่อจัดการกับมา

“เข้ามาเลยไอ้สัตว์ประหลาด”

ราจช์ได้ยั่วยุมอนสเตอร์ให้หันสนใจมาที่เขาและให้อีกสามคนทำการโจมตี ด้วยกลยุทธ์นี้ทำให้พวกเขาเดินผ่านหุบเขาอย่างช้าๆและมั่นคง

****

“ก๊าซซ”

ยักษ์ที่กำลังโกรธได้เหวี่ยงกระบองของมัน

“วูบ วูบ”

กระบองที่ได้แกว่งผ่านอากาศได้ส่งเสียงขู่ที่น่ากลัว แม้ว่าซังจินจะเพิ่มค่าความอดทนไปมากแต่พลังชีวิตของเขาก็จะลดลงอย่างน้ำน้ำหลาก

‘ถ้าหากมันตีโดนน่ะนะ’

ซังจินนั้นได้อยู่ในระดับที่พวกมอนสเตอร์ปกติ ไม่สามารถโจมตีเขาโดนได้ด้วยการโจมตีที่เรียบง่ายแล้ว

ซังจินสามารถหลบกระบองได้อย่างง่านดายและเขาก็ดาบกลับไปสองครั้งในขณะที่หลบการโจมตี

เลือดของยักษ์ได้พุ่งออกมาเป็นรูปตัว X จากหน้าอกของมันและล้มลงไปด้านหลัง

“ก๊า”

กระบองสองอันได้ถูกเหวี่ยงเข้ามาใช่ซังจิน อันหนึ่งถูกเหวี่ยงโดยยักสองหัว ส่วนอีกอันถูกเหวี่ยงโดยยักษ์ที่มีขนดก

ซังจินก้มหน้าหลบและคลุมตัวเองด้วยผ้าคลุมก่อนจะตะโกนออกมา

“แข็งตัว”

ผ้าคลุมก็ได้แข็งตัวขึ้น กระบองได้ฟาดลงมาที่เขา แต่

“เป้งงง”

มีเสียงดังออกมาราวกับกระบองได้ตีเข้าไปในแผ่นเหล็ก การโจมตีไม่ได้ทำร้ายซังจินเลย

‘มันเป็นประโยชน์’

ซังจินยืนขึ้นมาและเผชิญหน้ากับศัตรูผ้าคลุมของเขาได้กระพือไปตามสายลม

“ก๊าา”

สองยักษ์ได้ยกกระบอกขึ้นอีกครั้ง แต่ซังจินได้สะบัดดาบของเขาสองครั้ง

“ฉูด”

“ฉูด”

และแขนที่ถือกระบอกงอยู่ก็ถูกตัดออก

ในตอนนี้มอนสเตอร์ที่โดนปลดอาวุธก็ได้พยายามที่จะจัดการกับซังจินแต่มันก็ไร้ผล ในเวลาเพียงไม่กี่วินาทียักษ์ทั้งสองตัวก็คร่ำครวญออกมาแล้วก็ล้มลงเป็นศพ

เมื่อการต่อสู้จบลง ซังจินก็ได้กระโดดขึ้นไปยืนอยู่บนพุงของยักษ์ด้วยขาข้างเดียวแล้วสำรวจรอบๆ

ในระยะไกลเขาก็ได้เห็นบอส ‘เพ็คและโชวรอช’ ซังจินได้ตรวจสอบดูเบื้องหลังของพวกมัน เขาก็ไม่เห็นอะไรเลยนอกไปซากกองศพที่ถูกเอามาทิ้งไว้ในหุบเขา ซังจินจึงเรียกโอเปอเรเตอร์

“โอเปอเรเตอร์เหลือเวลา?”

[เหลื่อเวลา 39 นาที 58 วินาที]

‘ฉันได้เจอกับบอสแล้วและยังเหลือเวลาอยู่อีก 40 นาที…ฉันคิดว่าคงไม่จำเป็ยจะต้องรีบร้อนใช้ทักษะ ‘นักล่าสมบัติ’ เร็วนี้ๆ’

เขากระโดดลงมาจากพุ่งของยักษ์ ชี้มือทางศพของมันและตะโกนคำร่ายออกมา

“จงตื่นขึ้นและมาเป็นทาสของฉัน การตื่นของคนตาย”

ยักษ์ได้ยินขึ้นมาราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นและยังอยู่แต่ด้านหลังของซังจิน ซังจินมองขึ้นไปที่มัน นี้เป็ยครั้งแรกที่ซังจินได้ใช้เวทมนตร์นี้

“โอเปอเรเตอร์ ฉันจะควบคุมมันยังไง”

[อัพเดทที่ถูกปลุกขึ้นโดยเวทมนตร์ การตื่นของคนตาย จะตอบสนองต่อคำสั่งด้วยวาจา]

“ตามฉันมาเดี๋ยวนี้”

ยักษ์ตอบสนองด้วยเสียงต่ำที่แตกต่างไปจากเสียงปกติตอนมันมีชีวิตอยู่

“กล๊าา…”

มันได้ตามซังจินช้ามาก ซังจินหันกลับไปมองและเห็นว่ามันกำลังเดินอืดๆมาหาเขา

“อะไรเนี้ย…ทำไมมันถึงช้า?”

ซังจินเดินกลับไปหาอันเดธยักษ์ เขามองดูรอบๆและเมื่อเขายืนยันได้ว่าศัตรูทั้งหมดแถวนี้ตาย เขาก็กางแขนออกมาแล้วพูดขึ้

“โจมตีฉัน”

“ก๊าซ~”

ยักษ์ได้ยกกระบองขึ้นและฟาดลงมา แน่นอนว่ามันขยับช้ามาก

“วูบ”

ซังจินเอียงตัวเล็กน้อยแล้วหลบการจู่โจมอย่างง่ายดาย ดูเหมือนว่ามันจะช้ากว่าตอนที่มีชีวิตอยู่ซะอีก

‘…ฉันคิดว่าพลังเวทของฉันมันต่ำเกินไป’

เวทมนตร์ของเอาไม่มีอันไหนเลยที่มีพลังใกล้เคียง ‘คนนั้น’ จากเมื่อชีวิตที่แล้วของเขา

เมื่อ ‘คนนั้น’ ได้ใช่การตื่นของคนตาย ผลมันได้ทำให้อัธเดทที่ฟื้นคืนมาแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม ซังจินมองไปที่บอส เพ็คและโชวรอช

‘ใช้ไม่สามารถใช้มันเป็นโล่ได้แน่’

ซังจินได้ชี้ไปที่อันเดธยักษ์

“กลับไปตายซะ”

“ก๊าซ..”

ซอมบี้ยักษ์ได้ล้มลงไม่เคลื่อนไหวไปอีกครั้ง ซังจินจ้องมองไปที่ยักษ์ครู่หนึ่ง

“อ่า ถูกแล้ว..”

ซังจินนึกขึ้นได้ว่าเขามีกระดิ่งแปลกๆอยู่ในกระเป๋า โดยมันมีชื่อว่า แมนยาตะ เขาหยิบมันออกมา

“โอเปอเรเตอร์ ไอเทมนี้มันมีผลก็อันเดธที่ฟื้นขึ้นมาไหม”

[ไม่]

‘ฉันควรจะลองดูในครั้งต่อไป’

เขาเก็บกระดิ่งกลับคืนไป

“มานาปัจจุบัน?”

[มานา: 1090/3990]

‘ฟรอสต์ไบท์’ และ ‘การตื่นของคนตาย’ ใช้มานาไป 790 และ 1580 ตามลำดับ

เขาเดินมาถึงบอสโดยที่ไม่ได้คำนึงถึงมานาของเขาเลย

‘ฉันควรที้จะจัดการเพิ่มมานาของฉันก่อนในตอนนี้’

ซังจินชี้นิ้วไปที่ซากของยักษ์สองหัวและพูดขึ้น

“การกวักมือของลิช”

นิ้วมือของลิชซึ่งได้พันเป็นแหวนอยู่ในก่อนหน้านี้ ได้หลุดออกมาและทำเครื่องหมายสองครั้ง แสงสีฟ้าคล้ายกับหมอกได้ลอยออกมาจากศพและดูดเข้าไปในนิ้วที่ยื่นออกมา ถึงแม้กระบวนการนี้จะช่วยเพิ่มมานาให้เขา แต่ซังจินรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย

“โอเปอเรเตอร์ มานา?”

[มานา: 3990/3990]

“อืมม โอเค”

ซังจินได้เดินไปทางที่บอสได้ยืนรออยู่

เพ็คและโชวรอช นั้นเป็นยักษ์ที่มีสองหัวเหมือนกับตัวที้เขาพึ่งดูดมานาไป เมื่อบอสได้เห็นนักล่าก็ตะโกนออกมาพร้อมกันทั้งสองหัวในทันที

“เข้ามามนุษย์” “นั้นมันมนุษย์”

[ระวัง บอส]

[ยักษ์จอมเวท เพ็คและโชวรอช ปรากฏตัว]

ลูกบาศก์ได้ประกาศออกมา

“นักเวท? แกหมายถึงอะไร? ฉันเป็นนักรบ” “ฉันเป็นจอมเวทผู้ทรงพลัง”

หัวที่มีขนาดใหญ่ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ และหัวที่เล็กกว่าอีกหัวได้หยักหน้าอย่างมีความสุข

ซังจินนั้นไม่รู้ว่าใครคือเพ็คและใครคือโชวรอช แต่ในไม่ช้าพวกเขาก็มองหน้ากันและตะโกนออกมาพร้อมกัน

“แกกำลังพูดเรื่องอะไร? เราเป็นนักรบ! ” “คุณพูดเรื่องอะไรกันน่ะ? เราเห็นได้ชัดว่าเป็นจอมเวท! ”

“แกควรที่จะฟังผู้ใหญ่สิ” “นายหมายถึงอะไร? ฉันนั้นแก่กว่าอีก”

“อะไรนะ?” “เห็นได้ว่าใครแก่กว่า หัวของฉันได้ออกมาก่อน”

ซังจินส่ายหัวออกมา

‘พวกเขาเหมือนกับครั้งก่อนเลย….เสียงดังและน่ารำคาญ’

ซังจินได้ดึงดาบออกมาจากฝัก ในที่สุดบอสก็หันมาสนใจเขาแล้วพูดในเรื่องเดียวเป็นครั้งแรก

“แกกล้าที่จะท้าทายเรา”

“ฉันจะฆ่าแก เจ้ามนุษย์ตัวเหม็น” “ฉันจะฆ่าแก เจ้ามนุษย์อ่อนแอ”

 

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > จิ้มเลย <