0 Views

Chapter 24 – Giants Canyon (2)


Giant’s Canyon Raid
Objective – Hunt Ogre Mage ‘Pach’ and ‘Cho’Roch’
Time limit: 1 Hour.


โอเปอเรเตอร์ได้อธิบายภารกิจออกมาสั้นๆ นักล่าคนอื่นก็ยังคงจ้องมองไปเรื่อยๆโดยไร้ซึ่งคำพูดราวกับซากศพ เชี่ยน หวางได้ตบมือขึ้นอีกครั้งเพื่อที่จะรวบรวมความสนใจมาที่ตัวเขา

“เอาหละอย่างน้อยก็แนะนำตัวกันหน่อย ฉันจะเริ่มก่อนนะ ฉันชื่อเชี่ยน หวาง เป็นชาวจีน อายุ 30 ปีและก็ใช้หอกในการต่อสู้”

และก็เป็นที่ครั้งหนึ่งไม่มีใครสนใจเขาเลย คราวนี้เชี่ยน หวางจึงถามเซรินเพื่อที่จะช่วยตนเอง

“คุณเซริน คุณช่วยแนะนำตัวเองได้ไหม ถึงผมจะรู้แล้ว แต่คนส่วนใหญ่ในที่นี้ไม่รู้จักคุณ”

ในที่สุดเธอก็พูดออกมา

“ฉันเซริน ฮาน คนเกาหลี”

ด้วยคำแนะนำตัวสั้นๆของเธอ ชายที่สองคนก็ยังได้แนะนำตัวออกมา โดยเริ่มจากผู้ใช้โล่ ผู้พิทักษ์

“ราจช์ คนอินเดีย”

และ นักฆ่าผู้ใช้มีดสั้น

“ซานติอาโก้ คนเม็กซิโก”

ซานติอาโก้เขามีดของเขาออกมาและทำความสะอาดเล็บ เมื่อเขาขยับเสื้อของเขาก็ได้เลื่อนทำให้สามารถมองเห็นลอยสักที่ซับซ้อนบนแขนของเขา

‘ผู้ค้ายาในอเมริกาใต้?’

ซังจินได้มองเห็นและเก็บเอาไว้ภายในใจ ในช่วงท้ายๆเกมนั้นเขาได้เห็นหลายๆคนที่มีอดีตมืดมน เพราะพวกเขามีความรุนแรงในตัวซึ่งจะทำให้อยู่รอดและปรับตัวกับอันตรายได้

ในขณะที่ซังจินกำลังคิดสิ่งนี้อยู่ นักล่าคนอื่นๆก็ได้หันมามองเขา

“ฉัน เค”

เมื่อเขาตอบกลับ เชี่ยน หวางก็ได้ถามเขา

“เค…เค..? นายเป็นคนญี่ปุ่น?”

ซังจินยิ้มออกมาและตอบกลับ

“สัญชาติ…ทำไมต้องสนใจมันด้วยหละ?”

เชี่ยน หวางยกมือขึ้นมาทั้งสองข้างและตอบกลับ

“อ่า เยี่ยม…ฉันไม่อยากจะรู้แล้วหละ โอเคถ้างั้นเรามาคุยเกี่ยวกับการต่อสู้จากต่อไปจากนี้กันเถอะ ฉันใช้หอก…และฉันก็สามารถที่จะโจมตีศัตรูได้จากระยะไกล

ผู้พิทักษ์ก็พูดออกมา

“ฉันได้เน้นที่จะเพิ่มค่าความอดทนเป็นจำนวนมากและได้ใช้เหรียญทั้งหมดไปกับเพราะที่ใส่อยู่ ดังนั้นฉันควรที่จะเป็นกำแพงป้อมกันแนวหน้า”

บนเข็มขัดของเขาก็ยังมีโพชั่นอยู่หลายขวด จนถึงตอนนี้เขาคงจะทำหน้าที่เป็นคนป้องกันมานานแล้ว คนต่อมาก็ซานติอาโก้

“ฉัน…มีประสบการณ์เกี่ยวกับการเฉือดลำคอด้วยมีดและฉันยังเห็นอีกด้วยว่ามอนสเตอร์ทุกตัว…ยังมีคอ”

มีบางอย่างที่น่ากลัวเกี่ยวกับตัวเขา ต่อมาคือเซริน ฮาน

“…ฉันคิดว่าพวกนายคงจะได้ยินไปแล้ว แต่ฉันเป็นนักธนูเหรียญทอง”

สุดท้ายก็ถือซังจิน เขาได้นึกถึงสิ่งที่เขาคสรจะพูดออกไปในเวลานี้ แต่แล้วเขาก็นึกสนุกขึ้นมา

“ฉันเป็นจอมเวท”

ทุกๆคนมองไปที่เขาอย่างไม่เชื่อ

‘ฉันควรจะลองใช้เวทสักครั้งดูก่อนที่การจู่โจมจะเริ่มขึ้น’

ซังจินหันไปหานักล่าและร่ายเวทมนตร์

“จงพันธนาการด้วยน้ำแข็ง ฟรอสต์ไบท์”

มือขวาของซังจินได้เรืองแสงสีฟ้าออกมา และจากนั้นพื้นที่ประมาณ 10 เมตรก็เย็นตัวลง ซังจินได้ตรวจสอบผลของเวทมนตร์

มันไม่ได้มีความสามารถในการแช่แข็งอะไรมากนักเมื่อนำไปเทียบกับบอสในบทที่ 3 ลิช แถมพื้นที่ก็ยังเล็กอีกด้วย

‘ฉันคิดว่าคงเป็นเพราะพลังเวทที่ค่อนข้างต่ำ’

แต่ถึงแม้ว่าซังจินจะคิดเช่นนั้น

“ว๊าว…”

คนอื่นๆนั้นตกใจ มันเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นลักล่าใช้เวทมนตร์ โดยเฉลี่ยแล้วนักล่าส่วนใหญ่จะยังไม่สามารถใช้เวทมนตร์แม้จะมาถึงบทที่ 4 แล้ว

‘เยี่ยม…ฉันคิดว่าอย่างน้อยก็มีอยู่ ‘คนหนึ่ง’ ที่สามารถใช้เวทมนตร์ได้เมื่อมาถึงจุดนี้…’

เขาได้นึกถึงเพื่อนรวมทีมของเขาในชีวิตที่แล้ว และซังจินดึงมือที่เขาใช้เวทมนตร์กลับมา

“อย่างที่พวกนายได้เห็นไป ฉันเป็นจอมเวท ฉันสามารถที่จะใช้เวทมนตร์บางอย่างเพื่อช่วยเหลือทีมได้”

“ฉันเห็นแล้ว แล้ว….ดาบนั้นหละคืออะไร?”

เชี่ยน หวางชี้ไปที่ ‘มูนสเปค’ แล้วถามเขา ซังจินขึงตอบออกมาขณะที่ยกดาบขึ้น

“ฉันหยิบมันมาจากพื้นในทีที่ฉันผ่านนะ ฉันคิดว่าฉันควรที่จะมีของบางอย่างอยู่ในมือเผื่อบางกรณีนะ”

มันไม่ใช่เรื่องโกหก มันเป็นความจริงที่เขาได้หยิบตามเล่มนี้ในที่ๆเขาผ่าน เชี่ยน หวางหยักหน้ารับในคำอธิบายของซังจิน

‘มูนสเปค’ นั้นเมื่อดูจากภายนอกจะดูอ่อนแอ ดังนั้นจึงไม่มีใครสงสัยเขา เชี่ยน หวางตบมือขึ้นอีกครั้งเพื่อรวบรวมความสนใจ

“โอเครดี เรามีนึกธนูเหรียญทอง…และยังมีจอมเวทอีกด้วย ตอนนี้ทีมของเราคงจะแข็งแกร่งมากๆ”

ทุกคนหันมามองที่ซังจิน โดยเฉพาะกับเซริน ฮาน เธอมองเขาตาไม่กระพริบ เธอเป็นเพียงคนเดียวที่เห็นแสงจาก ‘มูนสเปค’

“หลีกเลี่ยงการเสียชีวิตและไปจบมันด้วยกัน”

ผู้พิทักษ์หยักหน้ายอมรับในสิ่งนี้

“เข้าใจแล้ว มาร่วมกันทำงานให้เต็มที่กัน”

ซังจินกำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับการวิ่งออกไปเมื่อการจู่โจมเริ่มขึ้น แต่เขาก็ได้ตัดสินใจที่จะที่จะร่วมทีมเป็นครั้งแรก

เขานั้นไม่ได้สนใจคนอื่นๆเลย แต่เขาอยากที่จะเห็นฝีมือของ ‘สไนเปอร์ชั้นยอด’ เซริน ฮานด้วยตาของตนเอง

‘การจู่โจมนี้มีเวลา 1 ชม…ดังนั้นการเสียเวลา 1-2 นาทีเพื่อดูการต่อสู้ของพวกเขาก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร’

เซรินจับผมของเธอขึ้นมาและมัดมันเป็นหางม้า ดูเหมือนผมมันจะบดบังการมองเห็นของเธอ เธอดูจะเป็นมืออาชีพเลยทีเดียว

‘ถ้าเธอเก่งจริงๆ…เธอก็ควรที่จะอยู่รอดจนถึงช่วงเวลาสุดท้าน…’

มีเพียงแค่หนึ่งในสองเหตุที่ทำให้ซังจินไม่เห็นเธอมาก่อนนั่นคือไม่มีความสามารถหรือไม่ก็โชคร้าย

โอเปอเรเตอร์เริ่มที่จะนับถอยหลัง

[การจู่โจมจะเริ่มขึ้นอีกภายใน 10 วินาที 10 9 8 … 1 0]

เมื่อการจู่โจมเริ่มขึ้นพวกเขาทั้งคนก็ได้เข้าไปในหุบเขาด้วยกัน ด้านหน้าสุดยืนอยู่ด้วยราจช์ และถัดจากเขาคือซานติอาโก้

ตรงกลางเป็นเชี่ยน หวางและด้านหลังเขาก็ได้มีเซรินและซังจินยืนอยู่ ซังจินนั้นยืนอยู่หลังสุดห่างจสกเซริน

เซรินได้หันมามองเขาแปลกๆ

“จอมเวทจะต้องสนับสนุนในพื้นที่ด้านหลังที่สุด”

สิ่งที่เธอตอบคือ

” โกหก ”

เธอหันหน้าและเดินจาากไป ซังจินไม่แน่ใจว่าเธอบอกว่าเขาโกหกเรื่องอะไร? เรื่องที่บอกว่าตนเองเป็นจอมเวทหรือเรื่องที่จอมเวทต้องยืนอยู่หลังสุด

ในที่สุดซังจินก็เดินตามนักล่าทั้งสีไป

“พวกมันมาแล้ว เตรียมตัว”

ยักษ์ตัวใหญ่ปรากฏขึ้นมาจากไกลๆมันใช้อาวุธเป็นค้อนยักษ์ ผู้พิทักษ์ราจช์ได้กระชับโล่และไม้กระบองภายในมือเพื่อที่จะล่อยักษ์

“มานี่ มา มาหาฉันนี่”

ยักษ์ได้ใช้ค้อนยักษ์ทุบลงมาบนโล่ของราจช์ ราจช์ทำเป็นตั้งโล่ของเขาเตรียมรับการโจมตี แต่แล้วเขาก็เก้าถอยกลังหลบค้อน

ในขณะนั้น เชี่ยนก็เห็นช่องที่จะแทงแขนของยักษ์ด้วยหอก อย่างไรก็ตามยักษ์นั้นก็ได้ทำสิ่งที่แตกต่างจากที่เขาคิด

ยักษ์ได้จับหอกเอาไว้และดึงออกมาจากแขน จากนั้นมันก็ยกหอกขึ้นไปบนอากาศพร้อมกับเชี่ยนที่ถือหอกอยู่

“อ่า อ๊าาาา.”

ในขณะที่เขากำลังตื่นตระหนกนั้น

“ฟิ้วว”

เซรินก็ได้ปล่อยลูกธนูออกมไป มันได้ฝังอยู่ในตาข้างหนึ่งของยักษ์

ยักษ์นั้นมันไม่ได้อยู่นิ่ง เธอสามารถที่จะยิงเข้าเป้าของมันได้ในขณะที่มันเคลื่อนไหวอยู่ในสนามรบได้ เป็นความแม่นยำที่น่าเหลือเชื่อ ซังจินได้แต่คิดกับตัวเอง

‘เธอนั้นมีทักษะที่สมควรจะได้รับเหรียญทอง’

“ก๊าซซ”

ยักษ์ปิดตาของมันด้วยความเจ็บปวดและปล่อยหอกของเชี่ยน

จากนั้นซานติอาโก้ก็ประกฏขึ้นด้านหลังของยักษ์และตัดหลอดเลือดแดงหัวใจตีบออก

“ก๊า…”

ในที่สุดยักษก็ล้มลงในขณะที่มันเอามือไปปิดคอไว้แต่เลือดก็ไหลออกมาตามร่องนิ้ว มันเป็นการเคลื่อนที่ๆไม่ดีเลย

และในตอนที่ซังจินก็ไร้ซึ่งการป้อมกันนั้น เพราะเชี่ยนและราจช์ได้พุ่งเข้าไปจัดการยักษ์จนในที่สุดมันตายลง แต่

ยักษ์อีกตัวก็ได้พุ่งเข้ามาใส่กลุ่มพวกเขาจากระยะไกล และดูเหมือนมันจะโกรธมากขึ้นเมื่อเห็นศพของพวกเดียวกัน มันได้วิ่งอย่างรวดเร็วมาทางนักล่า

‘…ฉันก็คงจะต้องมีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน’

เขาเริ่มที่จะร่ายเวทมนตร์

“จงพันธนาการด้วยน้ำแข็ง ฟรอสต์ไบท์”

เวทมนตร์นั้นมีผลมากกับยักษ์ ทำมห้ยักษ์ถูกพันธนาการไว้กับที่ ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

เซรินดึงคันธนูและหันขึ้นไปบนฟ้าพร้อมกับพูดชื่อทักษะ

“ฝนลูกศร”

เธอปล่อยมือออก และลูกธนูของเธอก็ได้พุ่งออกไปดอกเดียว แต่มันก็เริ่มแยกตัวออกและตกลงมาใส่ยักษ์บนพื้น

ยักษ์ที่ไม่สามารถจะเคลื่อนที่เพื่อหลบธนูได้ มันจึงได้ถูกบังคับให้เอามือเปล่ามาป้องกันหัวของตนเอง แม้ว่าหัวจะถูกป้องกันแต่จุดสำคัญอื่นๆก็ได้ถูกโจมตีจนเลือดเต็มไปหมดด้วยลูกธนู

“โว่ว..”

เชี่ยน หวาง อ้าปากกว้างด้วยความงุนงง

“พวกนายมัวแต่ทำอะไรอยู่?”

เซรินได้ตะโกนออกและมันได้ทำให้พวกเขาตื่นขึ้น

“ปะ..ไปกันเถอะ”

เชี่ยนได้พุ่งเข้าในยักษ์ตัวนั้นที่รอดอยู่แล้วตามมาด้วยราจช์และซานติอาโก้ ยักษ์ได้ถูกแช่แข็งไว้กับพื้นอยู่จึงกลายเป็นเพียงเป้าจากธนู

เมื่อมันได้ถูกล้อมโจมตีโดยชายทั้งสามคนและในที่สุดมันมันก็ได้ยอมจำนนกับการโจมตีอย่างต่อเนื่อง เมื่อยักษ์ถูกฆ่าตายในที่สุด เชี่ยนก็มองไปรอบๆ

เขากำลังตรวจสอบเพื่อดูว่ามียักษ์ตัวอื่นอีกหรือไป แต่เขาก็ไม่เจอศัตรูที่เข้ามาอีก ในที่สุดเขาจึงถอนหายใจยาวออกมา

“ฮ่าา…มันยอดเยี่ยมมากที่ทีมมีความสมดุลกันในการจู่โจมนี้”

ราจช์นั้นพึ่งพอใจอย่างเห็นได้ชัด

“ใช่ ด้วยนักธนูเหรียญทองและจอมเวท ฉันคิดว่าบทนี้จะกลายเป็นเรื่องง่าย”

เซรินเดินขึ้นมาจากด้านหลัง เธอมองไปที่ยักษ์ที่ตายไปแล้วและขมวดคิ้วขึ้นพร้อมกับพูดออกมาด้วยเสียงที่เบาจนแทบไม่ได้ยิน

“มอนสเตอร์…ที่น่าขยะแขยง”

ขณะที่ทุกคนกำลังแสดงความคิดเห็นกับการต่อสู้ซานติอาโก้ก็พูดขึ้น

“แล้ว….จอมเวทหายไปไหน”

อีกสามคนได้มองไปรอบๆเพื่อหาที่ๆจอมเวทได้ แต่เขาได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย

****

ในขณะนั้นซังจินกำลังวิ่งลึกและลึกเข้าไปในหุบเขา

บทนี้บทที่ 4 – “หุบเขายักษ์” มีความแตกต่างจากบทที่ 2 และบทที่ 3 ที่เป็นแผนที่มืดและเปิดกว้าง ที่แห่งนี้มันมีเข้าโครงที่ดูออกได้ง่ายมาก

ถ้าเขาเพียงแค่เดินไปตามทางและผ่านหุบเขานี้ไปเขาก็จะได้เจอกับบอส เพ็คและโชวรอค ที่ปลายทาง

ด้วยของเท้าสวิฟพาวมันช่วยทำให้ซังจินได้วิ่งผ่านมอนสเตอร์ได้ก่อนที่จะได้ทันตอบสนองต่อเขา เขาวิ่งผ่านหุบเขาด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ

‘ฉันจะต้องฆ่าบอสเป็นอย่างแรก และจากนั้นค่อยค้นหาบอสลับและชิ้นส่วนลับภายในเวลาที่เหลืออยู่’

นั่นคือแผนของเขา ในขณะที่เขากำลังวิ่งผ่านหุบเขาด้วยความเร็วสูงสุด เขาก็ได้คิกเกี่ยวกับเซริน ฮาน เกี่ยวกับทักษะ ฝนลูกศร ที่เธอได้ยิงออกมา

‘มันเป็นทักษะที่ติดอยู่กับอาวุธระดับวีรบุรุษหรือสูงกว่านั้น’

เขาไม่ทราบว่ามันเป็นรางวัลจากการจู่โจมหรือจากการใช้เหรียญซื้อมา แต่ธนูของเธอเป็นอาวุธที่ทรงพลังมาก

และมันยังเป็นสิ่งถูกต้อง ถ้าหากเธอมั่นใจในฝีมือการยิงธนูของเธอ การตัดสินใจลงทุนทุกสิ่งอย่างไปที่ธนูเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ในทีมที่มีการทำงานที่ถูกต้องจะไม่มีสถานการณ์ใดที่นักธนูจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูในระยะประชิด

ขณะที่เขากำลังวิ่งผ่านหุบเขาความเร็วของเขาก็ลดลงอย่างรวดเร็วหลังจากผ่านไป 30 วินาที

และเมื่อซังจินช้าลงยักษ์สองหัวที่อยู่ใกล้ๆก็วิ่งเข้ามาหาเข้า

“อว๊ากกกก”

เมื่อเห็นยักษ์สองหัวพุ่งเข้าใส่เขา เขาก็ชัก’มูนสเปค’ออกมา

‘ฉันเป็นจอมเวท’

เขาได้ยิ้มออกมากับการโกหกในก่อนหน้านี้ และก่อนที่จะคิดเสร็จสิ้นยักษ์สองหัวก็ได้ถกแบ่งออกเป็นสองซีกและตายลง

และเขาก็ทำตามนิสัยติดตัวสะบัดดาบคาตานะให้เบือกหลุดออกไแในอากาศ แล้วเดินตรงไปต่อในหุบเขา

เบื้องหน้าของเขา เขาได้เห็นยักษ์นับไม่ถ้วย ยักษ์สองหัวและสนุมตัวเล็กๆของพวกมัน แต่ซังจินกลับชอบในสิ่งนี้

‘ฉันรักในความตรงไปตรงมาของบทนี้จริงๆ’

ซังจินพุ่งออกไปข้างหน้า และเหวี่ยงดาบออกไป

 

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > จิ้มเลย <