0 Views

Chapter 23 – Giants Canyon (1)

เช้าวันรุ่งขึ้น ซังจินก็ได้ลงมาที่ชั้นล่างของโรงแรมเร็วกว่าปกติ ดารูปินก็ได้ทักทายเขา

“อรุณสวัสดิ์ครับ ท่านอนหลับสบายไหม? ทำไมถึงตื่นเร็วกว่าปกติ”

ซังจินหยักหน้าและตอบกลับ

“ฉันหลับสบายดี”

“แล้วท่านต้องการอะไรเป็นอาหารเช้า”

“เอาเป็นแซนวิซใส่ผักกับเบคอน กาแฟหนึ่งแก้ว และก็อะไรก็ได้ให้เคน”

“รับทราบครับ”

ดารูปินตอบรับออกมา และเตรียมตัวที่จะไปเตรียมอาหาร แต่ซังจินได้เรียกเขาเอาไว้ก่อน

“อ่า ก่อนที่นายจะไปเตรียมอาหาร พอจะมีปากกากับกระดาษมาให้ไหม”

ดารูปินได้หยิบปากกาและกระดาษออกมาให้แก่ซังจิน

“ขอบคุณมาก”

หลังจากเขาได้อุปกรณ์เครื่องเขียน ซังจินก็พูดกับโอเปอเรเตอร์

“โอเปอเรเตอร์ แสดงหน้าต่างสเตตัสของฉัน”


ฉายา: สุดยอดนักล่า
พลังชีวิต: 10600 มานา: 220

ความแข็งแรง: 912 (+274)
ความคล่องแคล่ว: 1093 (+328)
ความอดทน: 815 (+245)
พลังเวท: 14 (+4)
พลังจิตใจ: 17 (+5)

แต้มที่ยังไม่ได้ใช้: 3080


ซังจินเริ่มเขียนลงไปในกระดาษ

‘3080’

หลังจากเขาเขียนสเตตัสที่ยังไม่ได้ใช้ของเขา เขาก็เริ่มที่จะรวมค่าสเตตัสความแข็งแรงและความคล่องแคล่ว

‘1186 1421’

จำนวนเหล่านี้เป็นสเตตัสรวมของผลจากฉายาสุดยอดนักล่า ความจริงแล้วด้วยสเตตัสพวกนี้เขาก็จะไม่มีปัญหาในการเคลียในอีกสองสามบทต่อไป

ค่าสเตตัสของเขาเกินกว่าพันเขาไปแล้ว เมื่อพวกกับโบนัสสเตตัสความแข็งแรงระดับ S และโบนัสสเตตัสความคล่องแคล่วระดับ A จากดาบ ‘มูนสเปค’ แล้วยังมีผลจากฉายา ซามูไรชั้นยอด อีก….

ซังจินนั้นมีพลังโจมตีที่มากพอที่จัดจัดการศัตรูของเขาในดาบแม้ว่าจะเป็นบอสลับก็ตามที และยังมีความเร็วที่มากพอจะหลบทุกๆการโจมตีได้ การต่อสู้กับบอสลับผู้เฝ้าสุสานอิ๊กซ์ในก่อนหน้านี้ได้เป็นเครื่องพิสูจน์อย่างดี

‘เยี่ยม ข้อดีนี้มันเป็นประโยชน์…’

ดังนั้นซังจินจึงเขียนลงไปในค่าความแข็งแรงและความคล่องแคล่ว

‘+1000’

แม้ว่าเขายังไม่ได้ต้องการในทันที แต่ศัตรูจะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่การจู่โจมไปสู่บทลึกๆ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะอัพค่าความแข็งแรงและค่าความคล่องแคล่วอย่างสม่ำเสมอ

แม้ว่าเขาจะวางแผนที่จะใช้เวทมนตร์ แต่ว่ารากฐานของเขานั้นก็คือนักดาบดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการให้รากฐานของเขาเสียความมั่นคงไป

สเตตัสต่อมาที่เขามองก็คือค่าความอดทน เขาแทบจะไม่ต้องการมันเลย

มีเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นที่เขาได้ถูกโจมตีและในตอนนั้นก็ได้เคนมารับความเสียหายแทนเขา

ครั้งเดียวที่เขาได้เสียพลังชีวิตจริงๆคือตอนที่ใช้ยอนฮัวเรท

‘แต่ว่า..’

เขาเขียนไปที่ค่าความอดทน

‘+500’

ซังจินนั้นเคยต่อสู้กับบอสปกติเกือบทุกตัวและรู้เกี่ยวกับพวกมันทั้ง แต่เขานั้นไม่รู้ข้อมูลของบอสลับเลย

มันก็มีก็โอกาสที่หนึ่งในพวกมันจะสามารถโจมตีด้วยความสามารถทางเวทมนตร์ที่อันตรายหรือความสามารถที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ดังนั้นเขาจึงต้องเตรียมพร้อมไว้สำหรับในกรณีที่เลวร้ายที่สุด

แต้มที่เหลืออยู่ของเขาในตอนนี้คือ 580 เขาต้องการที่จะทดลองอัพค่าพลังเวทมนตร์และพลังจิตใจ

นี้จึงเป็นเหตุผลหลักที่เขาดูจะตื่นเต้นกว่าก่อนหน้านี้ ดังนั้นเพื่อที่เขาได้เขียนสเตตัสลงกระดาษได่อย่างถูกต้องเขาจึงได่ครุ่นคิดอย่างระเอียดรอบคอบ

“โอเปอเรเตอร์ การใชใช้มานะของเวทมนตร์คิดเป็นยังไง?”

[ระดับของเวทมนตร์คูณกับพลังเวท]

ข้อมูลนี้ตรงกับสิ่งที่เขาได้ยินจากนักล่าคนอื่น ๆในชีวิตก่อน ตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการจะใช้เวทมนตร์ระดับสอง ‘ฟรอสต์ไบท์’ การจ่ายมานาจะคำนวณเป็น 2*8 ดังนั้นค่าพลังมานาที่ต้องใช้คือ 36

ปัญหาสำคัญในตอนนี้ที่เขาจะต้องคิดคือหาอัตราส่วนที่ดีระหว่างพลังเวทและพลังจิตใจ

ถ้าหากพลังเวทของเขาต่ำกว่าพลังจิตใจ เขาก็จะสามารถร่ายเวทได้หลายครั้ง แต่มันจะอยู่ในระดับที่อ่อนแอมากๆ ในทางกลับกัน ถ้าพลังจิตใจของเขาต่ำกว่าพลังเวท ผลของเวทเขาก็จะแรงมากแต่ก็จะร่ายได้เพียงไม่กี่ครั้ง

ปัญหาคือซังจินนั้นไม่เคยใช้เวทมนตร์มาก่อน ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ค่าสเตตัสที่เหมาะสม

‘นี้เป็นครั้งแรกของฉัน…’

ซังจินตัดสินใจที่จะลองใช้เวทมนตร์ในบทต่อไป เพื่อที่จะได้รู้ถึงพลังของมัน

‘ฉันจะลองเริ่มต้นด้วยอัตรา 1 ต่อ 1 และค่อยพยายามผสมกันไปในภายหลัง ฉันอาจจะปรับการแบ่งค่าสเตตัสหากได้รับเวทมนตร์ระดับสูง’

ซังจินได้ตัดสินใช้อัพค่าพลังเวทและพลังจิตใจอย่างละ 290

เมื่อเขาเขียนเสร็จสิ้นลง เขาก็ได้สังเกตุเห็นแซนวิซวางอยู่ข้างหน้า เขาหมกหมุ่นอยู่กับการแบ่งค่าสเตตัสจนเกินไปทำให้ไม่ได้สังเกตุเห็นดารูปินที่เอามาให้

ซังจินได้หยิบแซนวิซขึ้นมาและกัดไปคำนึง ในขณะที่เขากำลังเคี้ยวอยู่ก็บอกกับโอเปอเรเตอร์

“โอเปอเรเตอร์ อัพค่าความแข็งแรง 1000 ความคล่องแคล่ว 1000 ความอดทน 500 พลังเวท 290 และพลังจิตใจ 290”

[แต้มทั้งหมดได้ถูกเพิ่มขึ้นแล้ว]

“แสดงหน้าต่างสเตตัสของฉัน”


ฉายา: สุดยอดนักล่า
พลังชีวิต: 17100 มานา: 3990

ความแข็งแรง: 1912 (+574)
ความคล่องแคล่ว: 2093 (+628)
ความอดทน: 1315 (+395)
พลังเวท: 304 (+91)
พลังจิตใจ: 307 (+92)

แต้มที่ยังไม่ได้ใช้: 0


‘ด้วยสเตตัสเช่นนี้….’

ซังจินหยิบปากกาขึ้นมาอีกครั้งและเริ่มเขียน

‘ฟรอสต์ไบท์ใช้มานา 395*2 หรือ 790 ต่อครั้ง การตื่นของคนตายใช้มานา 395*4 หรือ 1580 เนื่องจากฉันมีมานาทั้งหมด 3990 ฉันสามารถที่จะใช้ฟรอสต์ไบท์ได้ 5 ครั้ง หรือใช้การตื่นของคนตายได้สองครั้ง โดยที่ไม่ได้เติมมานา…’

มันเพียงพอแล้วที่จะทดลองใช้ดูในการจู่โจมต่อไป และถ้าหากเขาต้องการก็จะสามารถใช้ดาบหรือแหวนของลิชในการฟื้นฟูมานาที่เสียไปได้ เมื่อซังจินได้เสร็จสิ้นการคำนวณแล้วโอเปอเรเตอร์ก็ได่ประกาศออกมา

[การจู่โจมจะเริ่มอีกใน 30 นาที]

ซังจินได้ใช้เวลาที่เหลืออยู่อย่างสบายๆเพลิดเพลินไปกับอาหาร และในไม่ช้าเขาก็ถูกวาปไปสู่ ‘หุบเขายักษ์’

****

ดวงอาทิตย์ได้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก แสงสีส้มได้ย้อมภายในโลกให้กบายเป็นสีส้ม มีกำแพงหุบเขาสูงอยู่ทั้งสองฝั่ง ด้วยรังสีของแสงที่ได้ตกลงมาได้ทำให้พื้นแห้งแตก

สถานที่ๆซังจินถูกวาปมาเป็นหุบเขาขนาดมหึมา โอเปอเรเตอร์ได้เริ่มการประกาศของเธอ

[ยินดีต้อนรับสู่หุบเขายักษ์]

[เป็นที่ๆเผ่าพันธุ์รวมตัวกันและอาศัยอยู่]

[โปรดระวัง: ยักษ์นั้นเป็นอันตราย]

[เนื่องจากมันมีขนาดตัวที่ใหญ่]

ซังจินได้มองไปรอบๆอย่างไม่ใส่ใจ แกรนด์แคนยอนในอเมริกาน่าจะมีลักษณะคล้าย ๆ กันนี้ แม้ว่าเขาจะไม่เคยไปที่นั่นมาก่อน

“กำลังทำการจัดทีมนักล่า”

ซังจินยืนอยู่อย่างไม่กังวลว่าจะได้ใครมาเป็นเพื่อนร่วมทีมของเขา เพราะในตอนนี้เขานั้นมีแต้มสเตตัสที่มากพอจะเคลียการจู่โจมด้วยตัวคนเดียวอย่างปลอดภัยภายในเวลาที่กำหนด

“หาว~”

ซังจินได้หาวออกมา การที่เขาตื่นขึ้นมาเร็วกว่าปกติเพื่อจัดการแบ่งสเตตัสมันได้ทำให้เขาง่วงนอน ซังจินได้เช็ดน้ำตาออกไปก่อนที่จะมองสำรวจฉายาของเพื่อนร่วมทีม

‘ผู้พิทักษ์ นักฆ่า พลหอกระดับกลาง’

ฉายาทั้งหมดนั้นมีแต่ฉายาที่ดี เฉพาะแค่คนที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะสามารถไปข้างหน้าและอยู่รอดได้

ซังจินได้อ่านฉายาด้วยดวงตาที่ใกล้จะปิดลง แต่แล้วฉายาสุดท้าย

‘สไนเปอร์ชั้นยอด’

‘อะไร?’

ตาของซังจินเบิกกว้างออกมาอย่างประหลาดใจ เขารีบหันหัวลงมามองที่เข้าของฉายาในทันที และเขาก็ต้องตกใจอีกครั้ง เจ้าของฉายา ‘สไนเปอร์ชั้นยอด’ นั้นมีผมที่ยาว

‘ผู้หญิง?’

มันจะเป็นที่น่าประทับใจไม่ว่าใครก็ตามที่ได้รับฉายา ‘สไนเปอร์ชั้นยอด’ และนอกจากนี้เธอก็ยังสวย

เธอนั้นมีเครื่องหมายของชาวเอเชียคือผมสีดำตรงยาวจนถึงไหล่ โดยปราศจากเครื่องสำอางหน้าของเธอดูขาวบริสุทธิ์

ดวงตาคมและจมูกที่โด่งได้ทำให้้ใบหน้าเธอดูเย็นชา แถมยังร่างกายที่เพรียวได้รูปปราศจากไขมันส่วนเกิน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มีร่างกายเช่นนี้ เธอนั้นได้เปล่งประกายความงามของผู้หญิงออกมาจำนวนมาก

ซังจินจ้องมองเธออยู่ครู่หนึงและด้วยเหตุผลบางอย่างเธอดูคุ้นๆ

‘ฉันเคยเห็นเธอที่ไหนกันนะ…’

นักล่าคนอื่นๆทั้งสามคนที่เหลืออยู่ก็จ้องมองเธอเช่นกัน เริ่มจากบทที่ 1 นั้นได้มีผู้หญิงจำนวนน้อยมากที่สามารถจะอยู่รอดมาจนถึงตอนนี้

และในหมู่พวกเขา ชาวเอเชีย ‘พลหอกระดับกลาง’ ก็ได้เดินเข้าไปหาเธอ

“ขอโทษด้วยนะ…ใช่เซริน ฮานไหม? มือธนูเหรียญทองเซริน ฮาน?”

“อ่า..”

ในที่สุดซังจินก็นึกออกมือธนูเหรียญทองเซริน ฮาน

เธอเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและได้รับรางวัลเหรียญทองในการยิงธนู เธอได้รับความนิยมเป็นจำนวนมากเนื่องจากความสวยงามที่โดดเด่นของเธอ ถึงขนาดปรากฏในการจัดอันดับ ‘เซ็กซี่โอลิมปิคสตาร์’ ซึ่งทำให้เธอได้กลายเป็นคนมียื่อเสียง

เธอยังปรากฏตัวในป้ายตามถนนต่างๆและโฆษณาทางทีวีสำหรับการแต่งหน้าดังนั้นแม้แต่ซังจินที่ไม่ค่อยได้ดูทีวีก็ยังรู้จักเธอ

‘พลหอกระดับกลาง’ ยื่นมืออกมาและทักทายเธอ

“ผมเป็น…แฟนคลับตัวยงของคุณ ผมชื่อเชี่ยน หวาง…ผมมักจะเห็นคุณปรากฏตัวในงานเครื่องสำอางในประเทศจีน”

แต่เซรินได้กอดอกของเธอไม่สนใจมือที่ยื่นออกมาและหยักหน้า

“อ่า โอเค”

‘เย็นชา’

ไม่ใช่ว่าเขาไม่เข้าใจเธอ การจู่โจมนั้นเป็นสถานที่ป่าเถื่อน มันไม่มีอะไรที่จะรับประกันว่าทีมของเธอจะหันเหมาทำอะไรก็ตามกับเธอในระหว่างการจู่โจม

เช่นเดียวกับที่เขาเคยพูดมันไม่มีกฏใดๆที่ห้ามไม่ให้ฆ่านักล่าคนอื่นๆ และยังไม่มีการป้องกันนักล่าที่จะถูกนักล่าด้วยกันกระทำ ‘สิ่งต่างๆ’ อีกด้วย

‘แต่ถ้าเธออยู่ในระดับสไนเปอร์ชั้นยอด ก็ควรที่จะแทบไม่มีผู้ชายคนใดจัดการเธอได้ง่ายๆ…’

ซังจินมองไปรอบๆด้วยความสนใจ เพื่อนร่วมทีมที่เหลืออีกสองคนเป็นคนผิวคล้ำทั้งคู่ แต่ทั้งสองก็แตกต่างกันอย่างมาก

ผู้พิทักษ์ถือไม้กระบองที่ติดด้วยรวดหนามและโล่ขนาดใหญ่ เหมือนกับคาลตูเขาดูเหมือนจะมาจากแถวแถบอินเดีย ในขณะที่นักฆ่าซี่งถือกริซอยู่ดูเหมือนจะเป็นคนอเมริกัน

[การจู่โจมจะเริ่มขึ้นในอีก 3 นาที]

เชี่ยน หวางตบมือขึ้นหลังการประกาศของเธอและพูดขึ้น

“มาเถอะ มารวมกลุ่มกันแล้วหารือเกี่ยวกับกลยุทธ์ที่เราจะใช้ในต่อไป”

ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ตอบสนองต่อเขา ไม่ใช่ ซังจิน’สุดยอดนักล่า’ หรือ เซริน’สไนเปอร์ชั้นยอด’ หรือ ‘ผู้พิทักษ์’ หรือ ‘นักฆ่า’ ซังจินเงยหน้ามองสามาชิกคนอื่นๆ

‘นี้มันเป็นการรวมตัวของพวกสันโดษ ฉันคิดว่าฉันชอบแบบนี้มากกว่าแม้ว่า…’

ไม่ว่าเพื่อนร่วมทีมเขาจะเป็นยังไง เป้าหมายของซังจินก็ยังคงเหมือนเดิม

‘ค้นหาบอสลับ ชิ้นส่วนลับ และเก็บรวบรวมของหายาก’

ตอนนี้เขาคิดอย่างนี้ เขายังมีอีกหนึ่งเป้าหมาย

‘อ่า แล้วก็ทดลองใช้เวทมนตร์’

ซัวจินดึงดาบออกมามาจากฝักเล็กน้อยแล้วเก็บกลับเขาไป

“คลิ๊ก”

มันเป็นเสียงที่น่าพอใจ แล้วจากนั้นเขาก็รู้สึกว่าใครบางคนมองมาที่เขา เป็นเซริน ฮาน เธอคงจะได้เห็นประกายแสงสีฟ้าที่ออกมาจากดาบในตอนที่เขาชักออกมาเล็กน้อย เธอจ้องไปที่ดาบที่เกิดการเปลื่ยนแปลงเมื่อสักครู่

เมื่อซังจินหันมามองเธอสายตาของพวกเขาก็มาเจอกันและหลังจากการจ้องมองกันสั้นๆเธอก็หันหน้าไปทางอื่น เขาไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะความหยิ่งของเธอหรือไม่ แต่เธอก็ดูเหมือนจะไม่ได้หันมาอีก

‘เฮ่อ…ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรเธอซักหน่อย ดังนั้นเธอก็ไม่ควรที่จะทำตัวเย็นชา’

ซังจินหันไปมองพระอาทิตย์ตกในระยะไกลและยกมือเหยียดขึ้น

“หาววว~”

มันช่วยไม่ได้ที่เขาจะหาวออกมาอีกครั้ง ซังจินบิดคอและเริ่มเหยียดยืดส่วนต่างๆของร่างกายเขา ตอนนี้เหลือเวลาอีกเพียง 3 นาทีก่อนที่การจู่โจมจะเริ่มขึ้น

 

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจเลยครับ ตอนนี้นำอยู่ 10 ตอน > คลิ๊กเลย <