0 Views

Chapter 22 – Black Market – Third Shopping

เมื่อซังจินมาโผล่ตลาดมืดเขาก็ได้เดินไปเรื่อยๆจนถึงร้านชาริมถนน แล้วเมื่อเขาก็เข้าไปและนั่งลง โอเปอเรเตอร์ก็ได้เริ่มอธิบายขึ้นมา

[ที่แห่งนี้คือร้านชาริมถนนที่มีเจ้าของคือซุยราน ร้าน’เฟิร์สดรอป’]

[คุณสามารถเพลิดเพลินกับชารถต่างๆได้ฟรี]

ครึ่งแพนด้าตัวใหญ่ได้ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าซังจิน

“ท่านต้องการที่จะดื่มชาอะไร ท่านนักล่า”

“เอาชาดำที่นึง”

“รับทราบ เดี๋ยวผมจะไปเอามาให้”

ครู่ต่อมาพ่อค้าก็ได้นำชามาเสิร์ฟให้แก่ซังจิน ซังจินจึงได้จิลชาไประหว่างตรวจสอบไอเทม

เขาจำเป็นจะต้องรู้ว่าไอเททสิ่งใดควรค่าแก่การเก็บไว้ไหม หากไม่เขาก็จะได้ขายออกไป

ชิ้นแรกเลยคือมันไอเป็นไอเทมชิ้นเล็กๆที่มีน้ำแข็งคลุมอยู่ลักษณะพื้นผิวของมันคล้ายกับผิวของแมงกระพรุน


สัญลักษณ์แห่งลมหายใจ – ผ้าคลุมน้ำแข็ง
ผ้าคล้าระดับวีรบุรุษ – ดูดซับความเสีย 5%

ทักษะติดตัว
การป้องกันเปลวเพลิง(III)
ลดความเสียหายที่เกิดขึ้นจากไฟลง 60%

ทักษะใช้งาน
แข็งตัว(IV)
ผ้าคลุมจะแข็งตัวในทันที ลดความเสียหายลง 99% ในระยะสั้นๆ

ผ้าคลุมที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของราชินีน้ำแข็ง
เธอได้แช่แข็งทุกๆอย่างที่อยู่รอบตัวของเธอเพราะว่าไม่สามารถที่จะควบคุมเวทมนต์ได้ และด้วยความพยายามของน้องสาวของเธอจึงทำให้เธอสามารถควบคุมพลังเวทได้ในที่สุด


‘…ลดความเสียหาย 99%…’

แน่นอนมันจะมีประโยชน์มากเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีของศัตรูที่ไม่สามารถหลบได้ เช่น การโจมตีด้วยเวทมนต์ลูกแก้วน้ำแข็งของลิช แถมทักษะติดตัวก็ยังมีประโยชน์อย่างมาก

ซังจินจับผ้าคลุมเอาไว้

“สวมใส่”

ผ้าหลุมหายออกไปจากมือ และโผล่ขึ้นติดอยู่ที่ด้านหลังเขา มันได้แกว่งไปมาเพราะสายลม เขานั้นแทบจะไม่รู้สึกถึงน้ำหนักของผ้าคลุมนี้เลยแถมมันยังช่วยให้เขารู้สึกเย็นเล็กน้อยอีกด้วย

ไอเททชิ้นถัดฟปนั้นเป็นกระดิ่งแปลกๆอันเล็กๆ


แมนยาตะ – กระดิ่งของผู้เชี่ยวชาญ
อุปกรณ์เสริมระดับวีรบุรุษ

ทักษะใช้งาน
เสียงเรียกแห่งความบ้าคลั่ง(IV)
มอนสเตอร์อัญเชิญของคุณจะคงกระพันและพลังโจมตีกับความเร็วจะเพิ่มขึ้น 400% เป็นเวลา 10 วินาที
คูลดาว 10 นาที

กระดิ่งของผู้เฝ้าสุสานอิ๊กซ์ เขาได้ใช้งานมันในการควบคุมเหล่าทาสของเขา


กระดิ่งนั้นเป็นไอเทมที่ดีสำหรับเนโครแมนเซอร์

‘อืมม..อัญเชิญ…อัญเชิญ ฉันจะไปหาพวกนั้นมาจากไหน…’

และในตอนนี้เขาก็นึกออก เขาจำได้ว่าเขามีเคนอยู่

‘ถ้าหากใช้มันกับเคน…ในตอนนี้ฉันจะเก็บไอเทมนี้ไว้ก่อน’

ซังจินวางกระดิ่งลงด้านในกระเป๋า ไอเทมชิ้นถัดมาเป็นนิ้วโครงกระดูกยาว


แหวนของเดธมอนด์ – นิ้วมือของลิช
แหวนระดับวีรบุรุษ

ทักษะใช้งาน
การกวักมือของลิช(III)
ดูดซับมานาจากศพฟื้นคืนพลังมานา 75% ของมานาทั้งหมด
คูลดาว 10 นาที

เพิ่มพลังเวทมนต์(II)
เวทมนต์ครั้งต่าไปที่ร่ายจะมีพลังเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าและจะใช้มานาเป็นสองเท่า
คูลดาว 5 นาที

กระดูกนิ้วมือของลิช นิ้วของเขานั้นได้ทำให้หัวใจหลายดวงได้หยุดนิ่ง


ไอเทมนี้เป็นไอเทมที่ดรอปมาจากบอสปกติ ในช่วงชีวิตก่อนหน้านี้ของเขานักเวทหลายๆคนได้ใช้แหวนวงนี้

เพราะทักษะใช้งานของแหวนวงนี้นั้นมันมีประโยชน์อย่างมากกับนักเวท

‘เวทมนตร์’

ซังจินนั้นเป็นเพียงแค่นักดาบในชีวิตก่อนหน้านี้

อาวุธหลักของเขสนั้นคือ ‘บลัดเวเจน’ ทีมี่โบนัสความแข็งแรงระดับ SS และความคล่องแคล่วระดับ A ดังนั้นค่าสเตตัสหลักที่เขาอัพเลยมีแค่ความแข็งแรงเพื่อเพิ่มพลังโจมตี ความคล่องแคล่วเพื่อเพิ่มความเร็ว และความอดทนเพื่อเพิ่มพลังชีวิต

ในบทที่เหลืออยู่นั้นส่วนใหญ่จะเป็นการสู้ซึ่งๆหน้า ดังนั้นการเพิ่มค่าพลังเวทและพลังจิตใจจึงได้ถูกหลีกเลี่ยงเป็นปกติ เขาเลยจึงไม่ได้มีโอกาสได้ใช้เวทมนตร์

ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่เขาได้รับไอเทมที่เกี่ยวข้องกับเวทมนตร์เขาก็จะขายมันให้กับพ่อค้าคนอื่นๆหรือขายกับตลาดมืดเพื่อที่จะนำมาซื้อโพชั่น แต่ในตอนนี้นั้นมันต่างออกไป

‘ฉันคิดว่าในครั้งนี้ฉันควรที่จะลองลงทุนกับเวทมนตร์ดู’

เขาได้ทุ่มอััพแต้มไปที่ความแข็งแรง ความคล่องแคล่วและความอดทนไปเป็นจำนวนมากเพื่อที่จะผ่านสามบทแรก แต่การลองลงทุนใช้เวทมนตร์ในท้ายบทก็เป็นความคิดที่ดี เพราะการเอาชนะบทหลังๆด้วยการโจมตีทางกายภาพอย่างเดียวก็มีขีดจำกัดบางอย่าง

เนื่องจากเขามีฉายาที่เพิ่มสเตตัสทั้งหมด 30% อยู่ เขาจึงสามารถที่จะแบ่งออกไปอัพพลังเวทและพลังจิตใจได้ในบางส่วน การลงทุนเพื่อการเป็นนักดาบเวทนี้จะสามารถที่จะพิสูจน์ถึงข้อดีของมันได้ในภายหลัง

‘มันจะดีกว่าถ้าหากมีจอมเวทตัวจริง แต่…’

เขาได้นึกกลับไปถึงความทรงจะของเขา

‘กลับมาหาฉัน..’

ซังจินส่ายหัว เขาไม่สามารถที่จะไว้ใจใครได้ มันจะดีหากเขาได้รังทีมที่มีประโยชน์ แต่เขาต้องเตรียมพร้อมเผื่อในกรณีที่มันแย่ไว้ด้วย ซังขินยกแหวนขึ้นและพูด

“สวมใส่”

นิ้วของลิชเคลื่อนย้ายไปเป็นแหวนในนิ้วมือของเขา

‘แคร๊ก’

ได้เกิดเสียงออกมาในขณะที่มันกำลังเปลื่ยนรูปเป็นแหวนและในที่สุดมันก็กลายเป็นแหวนที่ดูไม่สะดุดตาอะไร

หลังจากที่เขาได้ตรวจสอบไอเทมครบทั้งสามชิ้นแล้ว เขาก็เรียกโอเปอเรเตอร์

“โอเปอเรเตอร์ส่งหนังสือเวทมนตร์ที่ฉันได้รับในรอบนี้มาให้หน่อย”

โอเปอเรเตอร์ได้ส่งหนังสือสองเล่มออกมาให้ซังจินจากลูกบาศก์


หนังสือเวทมนตร์ – ฟรอสต์ไบท์
เวทมนตร์นำแข็งระดับสอง

แช่แข็งพื้นและแช่แข็งขาศัตรูไว้กับพื้น


‘ฉันไม่รู้ว่าจะได้ใช้มันเมื่อไหร่…’

เนื่องจากที่เขาได้ตัดสินใจที่จะใช้เวทมนตร์ในเวลานี้ เขาจึงได้ลองใช้หนังสือเวทมนตร์ที่เขาได้รับมา เขายกมันขึ้นและตะโกน

“จดจำ”

หนังสือเวทมนตร์ – ฟรอสต์ไบท์ ส่องแสงสีฟ้าขึ้นมาและครู่ต่อมาก็ได้สลายหายไป โอเปอเรเตอร์ก็ได้ประกาศออกมา

[เวทมนตร์ – ฟรอสต์ไบท์ได้ถูกจดจำแล้ว]

[คำร่ายของเวทมนตร์คือ ‘จงพันธนาการด้วยน้ำแข็ง”]

โอเปอเรเตอร์ได้อธิบายถึงคำร่ายของเวทมนตร์

“…โอเค”

ซังจินมองไปที่เวทมนตร์อีกเล่มที่เขาได้รับมา


หนังสือเวทมนตร์ – การตื่นของคนตาย
เวทมนตร์ดำระดับ 4

คืนชีพศัตรูขึ้นมาเป็นอันเดธเพื่อใช้ในการต่อสู้เป็นเวลา 10 นาที


ไม่มีคำถามใดๆเกี่ยวกับการใช้เวทมนตร์บทนี้ มีเพียงแค่ปัญหาเดียวก็คือไม่รู้จำนวนที่เขาสามารถเรียกขึ้นมาได้ ซังจะตะโกนขึ้นมาอย่างไม่ลังเล

“จดจำ”

หลังสือเวทมนตร์ – การตื่นของคนตาย เปล่งแสงสีดำมืดออกมาและครู่นึงก็โดนเผาไหม้ไป

[เวทมนตร์ – การตื่นของคนตาย ได้ถูกจดจำแล้ว]

[คำร่ายของเวทมนตร์คือ จงตื่นขึ้นและมาเป็นทาสของข้า]

และในตอนนี้ซังจินก็มีเวทมนตร์อยู่ 2 สกิลแล้ว

‘ฉันคิดว่ามันจะไม่มีปัญหาในการเคลียสองสามบทถัดไปด้วยเพียงแค่ดาบ….แต่ว่าฉันน่าจะลองใช้เวทมนตร์ดูในรอบถัดไป’

เมื่อเขาตรวจสอบไอเทมใหม่ที่ได้รับมาทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว ซังจินก็กำลังจะยืนขึ้นและเดินออกไป แต่เขาก็นึกขึ้นได้ว่ายังมีไอเทมอีกอันที่ได้รับจากการจู่โจมครั้งนีิ

มันคือ ‘มูนสเปค’ ที่ห้อยอยู่ที่เอวของเขานั้นเอง ซังจินจึงดึงดาบออกมาเพื่อตรวจสอบ


มูนสเปค – ดาบที่ถูกสิง
คาตานะระดับตำนาน – ความแข็งแรง S ความคล่องแคล่ว A จิตใจ B

ทักษะติดตัว
ดูดวิญญาณ(II)
จะฟื้นฟูมานา 2% ของทั้งหมดต่อการโจมตีหนึ่งครั้ง

ทักษะใช้งาน
เสียงคร่ำครวญของคนตาย(IV)
ผีจะทำให้สิ่งมีชีวิตใกล้เคียงทั้งหมดเกิดความหวาดกลัว
คูลดาว 10 นาที

คาตานะที่เต็มไปด้วยพลังของวิญญาณร้าน ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าเจ้าของจะกลายเป็นวิญญาณพยาบาทหรือจะกลายเป็นวิญญาณพยาบาทเมื่อถุกดาบเล่มนี้ฟัน


‘ ‘เสียงคร่ำครวญของคนตาย’ มันมีพลังมากกว่าที่ฉันคาดไว้ะอีก’

ประสิทธิภาพของทักษะนี้น่ากลัวเป็นอย่างมาก

มันจะทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดเกิดความกลัว(รวมถึงอันเดธ)ในระยะ 20 เมตร

‘และนี่ยัง….ไม่มีผลข้างเคียง…’

มันเป็นทักษะที่เหมาะสมสำหรับไอเทมในตำนาน

แม้ว่าโบนัสสเตตัสของดาบเล่มนี้จะน้อยกว่าบลัดเวเจน แต่ด้วยค่าความแข็งแรงและค่าความคล่องแคล่วของซังจินก็มีสูงมากพอแล้วที่จะเคลียการจู่โจมในบทต้นๆ

และยังมีความสามารถที่เพิ่มความเสียหายค่าพลังจิตใจที่ค่อนข้างดีอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อซังจินใช้เวทมนตร์เขาก็จะต้องอัพค่าพลังจิตใจ ดังนั้นจึงได้ทำให้พลังสูงขึ้นไปอีกด้วย

ไหนจะทักษะติดตัว ‘ดูดวิญญาณ’ อีกด้วย

‘ดาบเล่มนี้มันสมควรที่จะได้รับชื่อว่าตำนวน’

หลังจากซังจินได้ใช้เวลาสักครู่ไปกับดาบ เขาก็วางถ้วยชาและยืนขึ้น

“ขอบคุณสำหรับชา”

แพนด้าอ้วยซุยรานหันมองมาเขาและพูดขึ้น

“ดูแลตัวเองด้วย”

ซังสินเดินออกมาจาก ‘เฟิร์สดรอป’ และมุ่งหน้าไปสู้ ‘ลาทเอท’

“ยินดีตอนรับท่านนักล่า สสสส์”

เช่นเคยเมื่อนากาเคนเนทได้เห็นเขาก็ทักทายขึ้น ซังจินจึงพูดกับเขา

“เอาคาตานะสีแดงเข้ม…บลัดเวเจน มาให้ฉันดูอีกครั้งหน่อย”

“เข้าใจแล้ว ท่านนักล่า”

เคนเนทเข้าไปภายในร้านและหยิบบลัดเวเจนมาให้แก่ซังจิน

“นี่คือดาบที่ท่านต้องการ”

ซังจินจับดาบขึ้นมาด้วยความรู้สึกคิดถึง

“แต่…ฉันคิดว่าฉันคงไม่ได้ใช้นายในเร็วๆนี้หรอก”

ซังจินขอโทษดาบราวกับว่ามันคือสิ่งที่เขารักมากที่สุด เขาได้รับดาบระดับตำนานมาแล้วในตอนนี้ ดังนั้นการที่จะซื้อบลัดเวเจนขึ้นมาอีกก็จะไม่ส่งผลดีนัก

มันจะดีมากหากเขาสามารถใช้ดาบคู่ได้ แต่เขาไม่สามารถที่จะทำภด้เพราะมือข้างที่เขาถนัดคือมือขวา หากเขาถือดาบด้วยมือซ้ายมันก็จะกลายเป็นนองไร้ประโยชน์ไปในทันที

ซังจินส่งบลัดเวเจนกลับคืนเคนเนท

“ฉันขอโทษด้วยที่มาดูโดยที่ไม่ได้ซื้ออะไรเลย”

เคนเนทหยักหน้ายอมรับและตอบกลับ

“มันไม่มีปัญหาเลย ท่านต้องการสิ่งอื่นอีกหรือไม่”

เมื่อนากาได้พูดประโยคนี้ ซังจินก็ได้คิดว่าเขายังเหลืออะไรที่ต้องทำอีก

“โอใช่ โอเปอเรเตอร์?”

[โปรดบอกสิ่งที่ต้องการ]

“ส่งดาบคาตานะพื้นฐานมา”

ซังจินดึงดาบคาตานะที่เขาได้มาจากการจู่โจมแรกออกมา

“ฉันต้องการที่จะขายมัน”

“เข้าใจแล้ว คาตานะพื้นฐานสามารถขายได้ 10 เหรียญดำ ท่านต้องการจะขายหรือไม่?”

ซังจินหยักหน้ารับ เคนเนทได้ส่งเงินให้ซังจิน 10 เหรียญเมื่อเสร็จสิ้นการค้าขายและซังจินก็ได้กล่าวลา

“บาย”

“ผมหวังว่าจะได้เจอกันอีกครั้ง ท่านนักล่าที่นับถือ สสสสส”

ซังจินเอา 10 เหรียญดำใส่ลงไปในลูกบาศก์และถามออกมา

“โอเปอเรเตอร์ ฉันมีเงินอยู่เท่าไหร่”

[ปัจจุบันคุณมีเงินอยู่ทั้งหมด 5979 เหรียญดำ]

‘5979 เหรียญ…ต้องการอีก 4022 เหรียญก็จะครบ’

เขากังวัลอะไรเกี่ยวกับไอเทมที่ควรจะเลือกซื้อก่อนอีกแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงทางเลือกเดียว

ซังจินได้ตัดสินใจที่จะใช้ ‘มูนสเปค’ แทน ‘บลัดเวเจน’ แล้วในตอนนี้ เมื่อเขาได้เดินทางกลับไปที่โรงแรมก็คิดกับตัวเองว่า

‘ฉันจะต้องได้เหรียญดำ 4022 เหรียญและทำให้หนังสือเสร็จสมบูรณ์ในบทต่อไป’

****

เมื่อซังจินกลับมาถึงโรงแรม

“อะบรูวว~”

เคนก็ได้เข้ามาทักทายเขา มันไม่ได้มีบาดแผลจากการโจมตีของลิชเหลืออยู่เลย เคนได้วิ่งวนรอบซังจินอย่างยินดี

ซังจินได้กอดคอเคนไว้และพูดขึ้น

“ว่าไงเคน นายทำได้ดีมากในก่อนหน้านี้ ขอบคุณมาก”

“โฮ่ง”

เคนเห่าออกมาสั้นๆเพื่อบอกว่าเขาไม่เป็นอะไร ซังจินและเคนก็ได้เขาไปในโรมแรมแล้วดารูปินก็โผล่ออกมาทักทายเขา

“ยินดีต้อนรับกลับ ท่านนักล่าที่น่าเคารพ”

ซังจินหยักหน้า

“สำหรับอาหารเย็นวันนี้…”

ซังจินได้ครุ่นคิดตอบตอบทันที

“ชีสเค้กหนึ่งชิ้น แล้วก็เอาเนื้อแกะดิบให้เคนด้วย”

“รับทราบครับ”

ครู่ต่อมา ดารูปินก็กลับมาพร้อมจานใส่ชีสเค้ก และถาดเนื้อแกะดิบ

ซังจินกำลังจะหยิบส้อมขึ้นมากิน แต่ดารูปินได้ส่งกระดาษให้เขาก่อน

“อ่า…นี้มันข้อมูลการจู่โจมครั้งต่อไป”

ซังจินตัดชีสเค้กด้วยส้อมแล้วใส่เข้าไปในปาก

“วางไว้บนโต๊ะเลย เดียวฉันจะดูเมื่อกินอาหารเย็นเสร็จ”

“ครับท่าน”

ดารูปินได้วางแผ่นกระดาษไว้ข้างๆซังจิน ซังจินได้เหบือบไปมองเล็กน้อย

‘ข้อมูลเกี่ยวกับหุบเขายักษ์’

เขาตรวจสอบเพียงแค่ข้อความหัวกระดาษ

‘มันยังคงเหมือนเดิม’

และเขาก็กลับไปกินชีสเค้กต่อ เค้กมันได้ละลายภายในปากของเขาและการกัดแต่ละครั้งของเขาก็ได้มีรสชาติที่แสนวิเศษและกลิ่นหอมอบอวลกระจายอยู่ตัวปาก

 

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจเลยครับ > จิ้มเลย <