0 Views

Chapter 21 – Graysoul Cemetery (7)

ซอมบี้ โครงกระดูกและกูลพวกมันทั้งหมดได้พุ่งเข้าใส่ซังจินจากทุกทิศทาง ซังจินได้เหวี่ยงคาตานะของเขา การเหวี่ยงแต่ละครั้งของเขาได้ทำให้ศัตณุนับสิบได้ล้มลง และเมื่อจำนวนของพวกมันได้ลดลง

“การตื่นขึ้นของคนตาย”

เนโครแมนเซอร์ก็จะเรียกพวกคนตายขึ้นมาจากหลุมศพ แต่แม้ว่าพวกเขาจะตื่นขึ้นมาอีกครับแบบเดียวกับอคานน่าแต่ความสามารถก็ต่างกว่ากันมาก

สิ่งนี้มันชี้ให้เห็นว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะจัดการศัตรูในพื้นที่นี้ให้หมด เมื่อเขาจัดการมันไปเท่าไหร่พวกมันก็จะถูกเรียกขึ้นมาใหม่มากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะกับในสถานที่แห่งนี้ๆที่ๆสามารถมองเห็นแต่หลุมศพได้จนสุดสายตา ด้วยจำนวนศัตรูอย่างนี้มันได้ทำให้ซังจินพบกับทางตัน

‘…ฆ่า…’

ยอนฮัวเรทก็ยังคงส่งเสียงให้ซังจิน แต่เขาก็ได้ทำอย่างดีที่สุดเพื่อที่จะต่อต้านมัน

‘หุบปาก’

ในขณะนั้นเอง

“ฟิ้วว”

ลูกธนูของคาลตูได้พุ่งเข้ามาหาเขา และแทนที่เขาจะปัดมันออกไปด้วยอาวุธเขากลับจับมันด้วยมือเปล่า

คาลตูก็ได้นำลูกธนูออกมาวางบนคันธนูต่ออีกลูกในทันที ถ้าหากเขายังคงเป็นมนุษย์อยู่เขาก็คงจะตกใจกลัวความแข็งแกร่งของซังจินและถอยไปแล้ว

‘…เขาเป็นอันเดธ…ที่ไร้ซึ่งความกลัว…’

ซังจินหยุดลงและได้คิดเกี่ยวกับทักษะ ‘เสียงคร่ำครวญของคนตาย’

‘มันคุ้มค่าที่จะลองดู’

ในขณะที่ซังจินกำลังครุ่นคิดอยู่ เนโครแมนเซอร์ก็ได้ร่ายคาถาอื่นต่อ

“บ้าคลั่ง”

ความเร็วของอันเดธก็เริ่มที่จะเพิ่มขึ้น เมื่อซังจินเห็นถึงสิ่งนั้นเขาก็เก็บดาบกลับเข้าไปในฝัก

“ชิ้ง คลิ๊ก”

และเมื่อพวกฝูงอุนเดธได้เข้ามาล้อมซังจินไว้โดยสมบูรณ์ ซังจินก็ได้ดึงดาบออกจากฝักและตะโกนออกมา

“เสียงคร่ำครวญของคนตาย”

ในขณะที่ดาบกำลังออกจากฝัก

“กรี๊ดดดดด”

เสียงกรีดร้องที่โหดร้ายและแปลกประหลาดก็ดังออกมาเต็มไปทั่วทั้งพื้นที่

และในทันทีพวกกูล โครงกระดูกและซ้อมบี้ได้ที่ได้ล้อมรอบเขาอยู่ได้กระจัดกระจายออกไป ศัตรูที่ก่อนหน้านี้ได้ต่อสู้อย่างไม่แยแสสิ่งใดๆของพวกมันแม้จะสูญเสียแขนและขา แต่ในตอนนี้พวกมันกลับพยายามที่จะหนีออกไปให้เร็วที่สุดเท่าที่ขาของพวกมันจะสามารถทำได้

พวกมันได้เหยียบย้ำกันเองเพื่อที่จะหนีจากซังจิน พวกที่แขนขาแตกกระจายต่างก็พยายามกระเสือกกระสนปืนป่ายคนอื่นๆเพื่อหนีจนดูเหมือนกับมันเป็นเรื่องโกหกหลอกลวง และในไม่ช้าในพื้นที่นี้ก็เหลือเพียงผู้เฝ้าสุสานอิ๊กซ์

มันก็เช่นกันกำลังสั่นด้วยความกลัวและหันกลับมาช้าๆพร้อมกับพลั่วของเขา

“แก…ดาบนั่น..”
ดูเหมือนกับว่าเขามีบางอย่างที่อยากจะพูดออกมา แต่ซังจินไม่สนใจและไม่ใส่ใจที่จะฟัง ซังจินเดินเขาไปหาเขาและ

“ชิ้ง”

พร้อมกับเสียงใบมีดตัดผ่านอากาศหัวของอิ๊กซ์ก็ขาดลง

และในช่วงเวลาที่หัวของเขาขาดลง ซอมบี้ทั้งหลายก็ล้มลงราวกับว่าหุ่นเชิดหลุดออกจากสาย ไม่เหลือสิ่งใดที่เคลื่อนไหวในพื้นที่นี้อีก

[บอสลับ ผู้เฝ้าสุสานอิ๊ก ถูกจัดการแล้ว]

[ขอแสดงความยินดีด้วย คุณได้เคลียทุกภารกิจภายในบทนี้]

[จะไม่คำนึงถึงเวลาที่เหลืออยู่และจบการจู่โจมในทันที]

เมื่อบอสลับได้ถูกจัดการลง ทันใดนั้นการจู่โจมก็เคลีย 100% ดูเหมือนว่าการฆ่าเนโครแมนเซอร์จะเหมือนกับการจัดการอันเดธส่วนที่เหลืออยู่ด้วย ซังจินหันไปมองที่ดาบ ‘มูนสเปค’ อีกครั้ง

‘มันใช้งานได้ดีกว่าที่คิดเอาไว้ซะอีก’

เมื่อไม่มีเหล่าอันเดธนั้นบอสก็เหมือนกับจะเป็นอัมพาส ด้วยผลที่มีประสิทธิภาพมากนี้ ก็ไม่ต้องสงสัยในศักยภาพของทักษะนี้อีก

‘….เยี่ยมมาก’

ซังจินยิ้มออกมาและขยับดาบของเขาแต่

“อ่าาา”

เขาได้ยินเสียงร้องที่หวาดกลัวบางอย่าง เมื่อเขามองไปรอบๆกเห็นเฮนริคนั่งสั่นกลัวอยู่กับพื้น

มันอาจจะเป็นเพราะผลของทักษะ ‘เสียงคร่ำครวญของคนตาย’ และซังจินยังเห็นฮิโระวิ่งหนีหายไปไกล

‘นอกจากนี้มันก็ยังมีผลกับมนุษย์อีกด้วย’

เป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนรู้ทักษะ ‘เสียงคร่ำครวญของคนตาย’ นี้อีกด้วย ซังจินมองไปรอบๆตรวจสอบพื้นที่ๆเขาต่อสู้มาจนถึงตอนนี้

ไม่ไกลจากนี้ก็มีศพของอคานน่าและคาลตูนอนอยู่กับพื้น เมื่อเห็นพวกเขาซังจินก็ได้เลียริมฝีปากที่แห้ง

‘…ฉันไม่ต้องการที่จะให้มันเป็นอย่างนี้’

ถ้าหากซังจินไม่ได้เรียกบอสลับออกมาพวกเขาก็จะไม่ตาย ซังจินได้ปิดตาลงและก็หัวลงเพื่อที่จะไว้อาลัยพวกเขา เขานั้นรู้สึกผิดและเสียใจกับความตายของพวกเขา

ในขณะเดียวกันเฮนริคก็สามารถที่จะฟื้นตัวขึ้นมาได้มากเขา เขาเข้ามาหาซังจินและพูดบางคำที่ดี

“อย่าปล่อยให้ความเศร้ากลืนกินคุณ เคตามที่โอเปอเรเตอร์ได้ประกาศไว้ พวกเขานั้นยังไม่ได้ตาย พวกเขาเพียงแค่ถูกส่งไปที่นรก พวกเขารวมถึงคนอื่นๆจะฟื้นกลับขึ้นมาเมื่อการจู่โจมทั้งหมดจบลง”

เฮนริคพูดถูก ตอนนี้สิ่งเดียวที่ซังจินสามารถที่จะทำเพื่อพวกเขาได้ก็คือเคลียการจู่โจมทั้งหมด

ถ้าเขาสามารถที่จะทำเช่นนั้นได้พวกเขาสองคนก็จะฟื้นขึ้นมารวมไปถึงทุกๆคนด้วยในตอนท้าย แต่แน่นอนว่าหากเขาทำล้มเหลวทุกคนก็จะไม่สามารถเห็นแสงตะวันได้อีก

ฮิโระผู้ซึ่งจัดการกับตัวเองได้แล้วก็เข้ามาพูดกับซังจิน

“อาจารย์ด้วยทักษะของท่าน ท่านก็จะสามารถอยู่มองดูได้จนจบลงและทั้งสองคนก็ขะเชื่อในตัวท่านอีกด้วย”

ด้วยคำพูดนี้ทำให้ซังจินได้ปลดเปลื้องออกจากความรู้สึกผิดเขามองไปที่ศพทั้งสองคนอรกครั้งและคิดขึ้นมา

“ได้โปรดเชื่อในตัวฉัน”

เขารวบเก็บแขนและปิดตาลง เขานั้นไม่มีศาสนาแต่ว่าเขารู้สึกจะต้องอธิษฐานออกมา แต่แล้วโอเปอเรเตอร์ก็ได้ขัดจังหวะเขา

[คำนวณรางวัลที่ได้รับ]

[มอนสเตอร์ที่กำจัด: ซอมบี้ 120 ตัว โครงกระดูก 60 ตัว กูล 40 ตัว รวมทั้งหมด 2400 คะแนน]

[บอสที่กำจัด:ลิชเดธมอนด์ 300 คะแนน]

[บอสลับผู้เฝ้าสุสานอิ๊กซ์ 300 คะแนน]

[นับรวมทั้งหมดเป็น 3000 คะแนน]

ลูกบาศก์ของเฮนริคเริ่มที่จะแจกรางวัลก่อนเป็นคนแรก เพราะการแจกรางวัลจะเริ่มจากคนที่มีผลงานน้อยที่สุดก่อน

[คุณมีผลงาน 6% ได้รับแต้มสเตตัส 180 แต้ม เหรียญดำ 180 เหรียญเป็นรางวัล โบนัสเคลียการจู่โจม แต้มสเตตัส 800 แต้มและเหรียญดำ 800 เหรียญเป็นรางวัล รวมทั้งหมดเป็น แต้มสเตตัส 980 แต้มและเหรียญดำ 980 เหรียญ]

ลูกบาศก์บอกฮิโระเป็นคนที่สอง

[คุณมีผลงาน 18% ได้รับแต้มสเตตัส 540 แต้ม เหรียญดำ 540 เหรียญเป็นรางวัล โบนัสเคลียการจู่โจม แต้มสเตตัส 800 แต้มและเหรียญดำ 800 เหรียญเป็นรางวัล รวมทั้งหมดเป็น แต้มสเตตัส 1340 แต้มและเหรียญดำ 1340 เหรียญ]

และสุดท้ายลูกบาศก์ก็ได้บอกซังจิน

[คุณมีผลงาน 76% ได้รับแต้มสเตตัส 2280 แต้ม เหรียญดำ 2280 เหรียญเป็นรางวัล โบนัสเคลียการจู่โจม แต้มสเตตัส 800 แต้มและเหรียญดำ 800 เหรียญเป็นรางวัล ผลของไอเทมเพิ่มเงิน 10% ทำงาน รวมทั้งหมดเป็น แต้มสเตตัส 3080 แต้มและเหรียญดำ 3388 เหรียญ]

‘3080 แต้มแล้ว 3388 เหรียญ’

ซังจินจดจำตัวเลขเอาไว้

[และในตอนนี้เราจะทำการแจกไอเทม]

เริ่มต้นที่ฮิโระเช่นเคย

[ดาบสั้นของโครงกระดูก]

[โพชั่นฟื้นฟูขนาดเล็ก 3 ขวด]

ตามมาด้วยรางวัลของฮิโระ

[เกราะกระดูกของโครงกระดูก]

[หนังสือเวทมนต์ – ฟรอสต์ไบท์]

[โพชั่นฟื้นฟูขนาดเล็ก 4 ขวด]

ในที่สุดก็ถึงตาของซังจิน

[สัญลักษณ์แห่งลมหายใจ – ผ้าคลุมน้ำแข็ง]

[แมนยาตะ – กระดิ่งของผู้เชี่ยวชาญ]

[แหวนของเดธมอนด์ – นิ้วมือของลิช]

[หนังสือเวทมนต์ – ฟรอสต์ไบท์]

[หนังสือเวทมนต์ – การตื่นของคนตาย]

[โพชั่นฟื้นฟูขนาดเล็ก 4 ขวด]

ตอนนี้ทุกคนได้คุ้นเคยในการเก็บไอเทมแล้ว ซังจินได้เก็บไอเทมอื่นๆของเขาไปในลูกบาศก์ยกเว้นเครื่องสวมใส่สามชิ้น

[สุดท้ายนี้ก็จะเป็นการมอบฉายาที่ได้จากการจู่โจมนี้]

แน่นอนว่าคนแรกก็คือเฮนริค

[ไกด์ – เส้นทางที่จะไปสู่บอสจะปรากฏออกมาให้เห็น]

เฮนริครู้สึกผิดหวัง

“ฉันอาจจะตายถ้าหากเข้าไปหาบอส แล้วนี้มันอะไรกัน…”

ต่อมาเป็นฮิโระ

[นักล่าอันเดธ – เพิ่มโบนัสดาเมจ 30% กับมอนสเตอร์ประเภทอันเดธ]

“ในอนาคตมันจะมีอันเดธพวกนี้อีกไหน…”

สุดท้ายก็ซังจิน

[ซามูไรชั้นยอด – เพิ่มดาเมจจากอาวุธประเภทคาตานะ 40%]

“ว๊าว..”

ซังจินไม่ได้ตอบสนองอะไรกับมัน แค่ฮิโระได้ร้องออกมามากพแสำหรับคนสองคน

“มันน่าอัศจรรย์มากเลย ท่านอาจารย์”

ซังจินฟังอยู่อย่างเงียบๆ

‘ชั้นยอด…อย่างน้อยมันก็ระดับสูงที่สุด…’

ดาเมจเพิ่มขึ้นเป็น 1.4 เท่าจากปกติและ 1.2 เท่าในขณะที่ไม่ได้สวมใส่มัน มันเป็นความสามารถที่อยู่ในระดับสูงที่ควรจะมี

แต่นับตังแต่ที่ซังจินได้ดาบ ‘มูนสเปค’ มา เขาก็มีพลังมากพอที่จะจัดการศัตรูที่ไม่ใช่บอสให้ตายได้ในทีเดียวได้ไปจนถึง 2-3 บทต่อไป

ความสามารถของฉายานี้มันก็เหมือนกับการหยดน้ำลงไปในทะเล

‘ดี…ถึงยังไงมันก็จะมีประโยชน์ในช่วงท้ายๆ’

ซังจินได้ยอมรับฉายานี้อย่างเงียบๆ และเมื่อการแจกรางวัลจบลง เขาก็เรียกโอเปอเรเตอร์

“โอเปอเรเตอร์มันจะมีการบอกสิ่งต่างๆเมื่อเรากลับไปฮอลนักล่าอีกหรือไม่”

[ไม่มีแล้ว คุณจะถูกส่งไปที่ตลาดมืดโดยตรงเลยภายในเวลา 6 นาที 32 วินาที]

ซังจินหยักหน้า

‘ความทรงจำของฉันถูกต้อง’

แม้ว่ามันจะเป็นช่วเวลาที่ง่ายกว่าบทที่สองซึ่งในตอนนั้นเขาไม่มีไอเทมที่เพรียบพร้อมในการเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ แต่การที่จะต้องเผชิญกับคนที่ตายไปแล้วได้ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้า

ซังจินไม่สามารถที่จะรอเพื่อกลับไปและพักผ่อนในโรแรมได้ อย่างไรก็ตามฮิโระได้วิ่งเข้ามาถามเขา

“อาจารย์ ได้โปรด…บอกหน่อยได้ไหมว่าบอสลับคืออะไร”

ซังจินมองไปที่ฮิโระอย่างระมัดระวัง

“มันคือ…”

‘ฉันควรที่จะบอกเขาไหมนะ..’

ซังจินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง บอสลับนั้นมันแข็งแกร่งกว่าบอสทั่วไป

ในความเป็นจริงแล้วนั้นโดยเฉลี่ยแล้วบอสก็เป็นเรื่องยากแล้วที่จะจัดการโดยเหล่านักล่า การพยายามจะโลภและประมาทที่จะไปจะหาบอสลับนั้นมันจะเป็นเส้นทางที่นำไปสู่การถูกกำจัด ซังจินส่ายหัวตอบกลับ

“ไม่ มันยากเกินไปสำหรับนาย”

“แต่…ผมไม่เคยเห็นไอเทมระดับวีรบุรุษสามชิ้นดรอปออกมาในการจู่โจมเพียงครั้งเลย ผมต่อการที่จะแข็งแกร่งเหมือนท่าน ท่านอาจารณ์”

ซังจินส่ายหัวของเขา เขานั้นมีประสบการณ์ที่มากมายหลังจากที่เขาได้ผ่านทั้งอุปสรรคต่างๆและความตายมา เขาไม่ต้องการที่จะส่งเด็กที่อายุน้อยกว่่าเขาไปสู่ความตายด้วยตนเอง

“นายก็เห็นในสิ่งที่เกิดขึ้นกับอคานน่าและคาลตู นายยังต้องการจะรู้มันอีกหรอ”

ฮิโระไม่ได้ตอบปฏิเสธออกมา

“ใช่ ผมต้องการที่จะรู้”

ฮิโระได้แสดงใบหน้าที่จริงจังเป็นครั้งแรก ซังจินพยายามครุ่นคิดและในที่สุดเขาก็ตอบออกมา

“เพื่อความยุติธรรม… ฉันจะไม่บอกนายทั้งหมด สิ่งเดียวที่ฉันจะสามารถบอกได้คือทุกๆบทจะยังมีบอสลับซ่อนอยู่และบอสลับยังแข็งแกร่งมากอีกด้วย นายก็พอจะเห็นในสิ่งที่ฉันทำแล้วหนิ ใช่ไหม”

“ท่านหมายถึงอะไร”

ซังจินตอบคำถามของฮิโระ

“ฉันก็ยังต้องค้นหาพวกมันเมื่อฉันได้เข้าไปในนั้น ฉันไม่ได้รู้คำตอบทั้งหมด”

“…มันเป็นอย่างนั้น?”

ซังจินได้หยักหน้า

“ใช่”

“แล้วผมคิดว่าผมคงจะต้องค้นหาบอสลับในบทต่อไป”

ซังจินโบกมือแทนคำตอบ

“อ่า…นั่นแหละเป็นเหตุผลที่ฉันไม่บอกกับนายเกี่ยวกับเรื่องนี้ บอสลับนั้นแข็งแกร่งกว่าบอสทั่วไปมาก ดังนั้นถ้านายต้องการที่จะท้าทายบอสลับ…”

ซังจินกลืนน้ำลายลงก่อนที่จะอธิบายต่อ

“พยายามในตอนที่ทีมของนายทั้งสี่คนสามารถที่จะรอดจากบอสปกติได้ เฉพาะในตอนที่นายมั่นใจว่านายและทีมมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะเอาชนะบอสลับได้ มิฉะนั้นนายและทีมของนายก็จะถูกฆ่าตายโดยที่ไม่ได้อะไรเลย”

ซังจินได้ตอบเขาไปอย่างจริงจัง ฮิโระเงียบไปอีกครั้ง ซังจินมองไปที่เขาและคิดกับตัวเอง

‘เขาคงจะไม่ทำมัน ไม่สนใจตนเองและพาตัวเองเข้าไปสู่อันตรายหรอกนะใช่ไหม?’

แม้แต่การที่จะ’ฆ่าบอสปกติและเหลือสมาชิกอยู่ครบ’ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว หลังจากนั้น 10 วินาทีเขาก็ตอบกลับมา

“…ผมเข้าใจแล้วครับอาจารย์”

ในเวลาที่เหลืออยู่ซังจินจึงตัดสินใจที่จะตรวจสอบไอเทมทั้งสามอย่างของเขาที่ได้รับมา

‘อ่า…ฉันยังไม่ได้ตรวจสอบแม้แต่ไอเทมที่ฉันได้รับมา’

ด้วการสนทนากับฮิโระ ได้ทำให้ซังจินไม่ได้ตรวจสอบไอเทมของเขา และเมื่อเขายกไอเทมขึ้นมา….

“จะกลับสู่ตลาดมืดภายในอีก 10 วินาที 10 9 8 …]

โอเปอเรเตอร์ได้นับถอยหลังและฮิโระได้กล่าวลาเขา

“อาจารย์ ผมสัญญาว่าในครั้งหน้าที่เราได้พบกันผมจะแข็งแกร่งมากขึ้น”

ซังจินคอบกลับคำอำลาของฮิโระไป

“ดี…ถ้าหากนายไม่แข็งแกร่งขึ้นนายก็จะไม่สามารถที่จะอยู่รอดได้นาน”

มันเป็นความจริงที่ฮิโระนั้นมีพรสวรรค์ แต่เขาก็ได้มีแนวโน้มว่าจะตายก่อนที่จะจบเกม ในช่วงบทท้ายๆนั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่จะอยู่รอดได้โดยที่ไม่มีทักษะและโชคที่ยอดเยี่ยม

เฮนริคที่ยืนอยู่ระหว่างชายทั้งสองคนอย่างเฉือยชาได้อำลาออกมา

“โอ้…ที่ฉันสามารถที่จะอยู่รอดได้ต้องขอขอบคุณพวกนายสองคน ขอบคุณมาก”

“ไม่เป็นไร นายพูดเกินไปแล้วเฮนริค ดูแลตัวเองด้วย”

และด้วยเหตุนี้ก็จบการกล่าวอำลา ทั้งสามคนก็ได้หายตัวไปสู่ตลาดมืด

 

 


หลังจากนี้ผมจะขอลงแบบวันเว้นวันนะครับ แล้วก็มีกลุ่มลับแล้วนะครับถ้ายังไงก็สามารถติดต่อเข้ามาที่เพจได้เลยครับ > จิ้มเลย < 🙂