0 Views

Chapter 145 – The Swamp of Kh’rot

“ตึก คึก”

ซังจินได้เดินผ่านน้ำไปอย่างรวดเร็วจนดูเหมือนกับเขากำลังวิ่งอยู่

“ผู้บุกรุก!”

“มันเป็นสิ่งมีชีวิตเลือดอุ่น!”

ลิซาร์ดแมนหลายสิบตัวได้ไล่ตามหลังซังจินมา น้ำโคลนได้สายไปทั่วร่างกาย ท่ามกลางเสียงเหล่านี้เสียงของโอเปอเรเตอร์ก็ดังขึ้นมา

[คำเตือน! บอสมอนสเตอร์]
[ราชาลิซาร์ดแมนคาร็อทปรากฏตัว!]

ในขณะที่ซังจินได้ยินเขาก็คิดขึ้นว่า

‘พวกมันติดเบ็ดแล้ว’

ซังจินได้มองย้อนกลับไปข้างหลังของเขา มันมีลิซาร์ดแมนนับสิบ ไม่สิเป็นร้อยตัวอยู่ด้านหลังของเขา หลังจากที่เขาได้ตรวจสอบจำนวนแล้วซังจินก็ได้หยิบเอาไข่ราร์ออกมาจากกระเป๋าของเขาและโยนมันขึ้นไปบนอากาศ

“แกว๊กกก”

ราร์ได้ปรากฏตัวขึ้นมาบนอากาศ และจากนั้นซังจินก็เรียกเขา

“พาฉันขึ้นไปทีราร์”

ราร์ได้รีบมองลงมาและจากนั้นก็ยกซังจินได้ไปบนท้องฟ้าในทันทีโดยการจับไหล่ของซังจิน จากนั้นซังจินก็พูดกับเขาอีก

“สูงอีก บินขึ้นไปสูงอีก”

“แกว๊กก!”

ราร์ได้บินสูงขึ้นไปบนท้องฟ้าในขณะที่จับซังจินเอาไว้แน่น ลิซาร์ดแมนที่ไล่ตามซังจินแต่ละก็ได้ทิ้งอาวุธลงและหยิบธนูขึ้นมา แต่ว่าก่อนที่พวกมันจะได้ยิงธนูออกมา ซังจินที่อยู่บนท้องฟ้าก็ได้ร่ายเวทย์พร้อมๆกับเบสโกโร่

“สายลมที่แช่แข็งทุกสิ่ง! สะเก็ดน้ำแข็งที่แหลมคม!”
“สายลมที่แช่แข็งทุกสิ่ง! สะเก็ดน้ำแข็งที่แหลมคม!”

“พายุเยือกแข็ง!”
“พายุเยือกแข็ง!”

ลิซาร์ดแมนได้ยิงธนูออกมา

‘ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว’

แต่ว่าก่อนที่มันจะได้ถึงซังจิน พายุหิมะขนาดใหญ่ก็ได้ปรากฏออกมาบนท้องฟ้า แม้ว่าจะไม่ได้ใช้พลังของแหวน ซังจินก็สามารถจะใช้เวทย์ได้แข็งแกร่งเลยทีเดียว ลูกธนูที่พุ่งเข้ามาใส่ซังจินได้ถูกพัดปลิวไปตามพายุและมาไม่ถึงตัวของเขา

ลิซาร์ดแมนได้นำธนูมาง้างใหม่อีกครั้ง แต่ว่าร่างกายของพวกมันได้กลายเป็นเชื่องช้า อ่อนแอขึ้น นี่มันเป็นเพราะว่าร่างกายของพวกเขาได้เปียกโชกจากน้ำในขณะที่ไล่ตามซังจิน

เมื่อถึงเวลาที่พายุหิมะได้พัดผ่านมาพวกมันก็ได้ถูกแช่แข็งไปจนถึงจุดที่ไม่สามารถจะเคลื่อนไหวได้ เมื่อเห็นแบบนี้ซังจินก็พูดออกมา

“ราร์ ลงไปกันเถอะ”

ราร์ได้ลดระดับลงมาและปล่อยซังจินลงไป และจากนั้นมันก็สะบัดร่างกายครั้งหนึ่ง เขาก็คงจะรู้สึกหนาวเช่นกัน

“ฮ่าๆ โทษทีๆ”

เบื้องหน้าของซังจินมีลิซาร์ดแมนถูกแช่แข็งเป็นจำนวนมา

“ฉันเพียงแค่จะจัดการพวกพร้อมกันเท่านั้น นายก็ออกมาด้วยนะเคน”

ซังจินได้โยนรูปสลักไม้ของซังจินออกมาและโยนขึ้นไปในอากาศ ครู่หนึ่งเคนก็ปรากฏตัวออกมา

“เคน ช่วยเรียกพรรคพวกของนายมาและจัดการพวกนี้ที พวกมันไม่สามารถจะขยับได้มากนักเพราะมันถูกแช่แข็งอยู่”

“โฮ่งๆ”

เคนได้ตอบกลับมาด้วยการเห่าสองครั้ง และจากนั้น

“อะบรูววววว”

เขาก็ได้เรียกพรรคพวกออกมา ซังจินได้จัดการล่าเหล่าลิซาร์ดแมนที่ถูกแช่แข็งไปพร้อมๆกันกับเคนและทีมของเขา

แม้ว่าพวกมันจะมองเห็นดาบของซังจินและคมเขี้ยวของเคนพุ่งเข้าใส่แต่พวกมันก็ไม่สามารถที่จะตอบสนองอะไรได้

มีบางตัวที่พยายามจะยกโล่ขึ้นอย่างช้าๆ แต่ว่ามันอยู่ในระดับที่เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมาป้องกันความเร็วของซังจินและเคน ซังจินยังคงจัดการลิซาร์ดแมนไปโดนปราศจากความเมตตาและคิดกับตัวเอง

‘มันเป็นความจริง…’

คนที่บอกเขาถึงกลยุทธ์นี้ก็คือเพื่อนกับของเขาอรูวโจศาาสตราจารย์ชาวบราซิล เมื่อได้ยินเขาคนนั้นพูดถึงเรื่องนี้เขาก็ได้บอกมันออกมา

‘อ่าบทนั้นน่ะหรอ? บึงของเหล่าลิซาร์ดแมนสิน่ะ นั่นมันง่ายมากๆเลยถ้านายใช้เวทย์น้ำแข็ง พวกมันไม่สามารถที่จะสร้างความอบอุ่นให้กับตัวเองได้เมื่ออุณหภูมิลดต่ำลงไป ดังนั้นถ้านายใช้เวทย์แช่แข็ง มันก็จะใช้เวลานานมาที่จะสามารถขยับได้อีกครั้ง แม้ว่าพวกมันเหล่านี้จะมีรูปร่างที่เหมือนกับมนุษย์ก็ตามแต่มันก็ต่างออกไป’

และอย่างที่เขาได้พูดเลย ลิซาร์ดแมนพวกนี้ไม่สามารถจะเคลื่อนที่ได้เมื่ออุณหภูมิในร่างกายของพวกมันน้อยลง นอกจากนี้พวกลิซาร์ดแมนพวกนี้ยังมีสัมผัสที่ดีอย่างมา

ถ้าหากมีใครถูกฆ่าไปซักตัวพวกมันก็จะกลับมาสิบตัว และถ้าหากพวกมันถูกฆ่าสิบตัว พวกมันก็จะมาร้อยตัว ซังจินได้คำนึงถึงลักษณะนี้ของมันในทันทีและเมื่อเริ่มการจู่โจมเขาก็ได้เข้าไปจัดการพวกมันบางตัวและมุ่งตรงไปที่ที่บอสอาศัยอยู่

ตามที่เขาได้คาดเอาไว้มีพวกมันกว่าร้อยตัวได้ไล่ตามเขามา ซังจินได้ปล่อยให้พวกมันไล่ตามมาจนมาถึงที่ๆบอสอยู่

หลังจากที่ซังจินได้มาถึงและยืนยันแล้ว เขาก็ได้ใช้เวทย์แช่แข็งเพื่อหยุดพวกมันไว้พร้อมๆกัน โดยปกติแล้วพวกมันมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว ผิวที่แข็งแกร่ง และหางที่ทรงพลังพร้อมด้วยการร่วมมือกัน

ถ้าหากว่าต่อสู้กับพวกมันตามปกติมันก็ยากที่จะรับมือ แต่ว่าหลังจากที่มันได้ถูกแช่แข็งพวกมันก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้แม้แต่ยกโล่ขึ้น

“กร!”

พวกมันไม่สามารถจะช่วยตัวเองจากการโจมตีต่างๆได้เลย พวกมันได้ถูกกัดและฉีกกระชากออกไป พวกมันได้ตายไปแบบล้มทั้งยืน อย่างในก็ตามในระหว่างนั้น

“เอ๋ง!”

ได้มีเสียงกรีดร้องของหมาป่าได้ดังออกมา ซังจินได้หันหน้าไปในทางนั้นในทันที ในจุดๆนั้นมีราชาลิซาร์ดแมนคาร็อทอยู่อยู่ มันมีขนาดใหญ่กว่าตัวปกติประมาณครึ่งหนึ่ง แม้ว่ามันจะช้าลงอย่างมาก มันก็สามารถที่จะจัดการกับหมาป่าได้ด้วยดาบสั้นและโล่สีทองของมัน

ซังจินได้วิ่งเขาไปหามัน เมื่อคาร็อทได้เห็นนักล่าปรากฏตัวขึ้นมาท่ามกลางหมู่หมาป่ามันก็ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ

“มันเป็นแกสิน่ะ! ผู้ที่ทำให้เกิดความวุ่นวายนี้!”

แม้ว่ามันจะตะโกนออกมาก็ตาม แต่นั่นก็คือทั้งหมดที่มันสามารถจะทำได้ มันแทบจะไม่สามารถจะยืนหยัดได้เลยเมื่อถูกโจมตีแบบเต็มกำลังจากซังจิน ด้วยร่างกายที่ถูกแช่แข็งทำให้มันไม่สามารถจะต่อกรกับนักล่าได้ แขนที่ถือมีดสั้นของมันได้ถูกตัดออกไป โล่ได้ถูกตัดขาดครึ่งและหางที่พยายามจะเหวี่ยงออกมาก็ได้ถูกตัดออกไป

“ขอโทษด้วยนะ แต่ว่าฉันไม่มีเวลามา”

ซังจินได้ตัดหัวของเขาออกไป

[บอสมอนสเตอร์คาร็อทได้ถูกกำจัด]

เมื่อลิซาร์ดได้สูญเสียราชาไปพวกมันก็หมดกำลังใจที่จะต่อสู้และหันหลังหนีไป แต่อย่างไรก็ตามบึงที่เป็นบ้านเกิดของพวกมันก็ได้ถูกแช่แข็งหมดแล้ว

ซังจินและพรรคพวกหมาป่าได้จัดการกับพวกลิซาร์ดแมนในขณะที่สไลด์ไปตามน้ำแข็ง หลังจากที่เขาได้จัดการลิซาร์ดแมนทั้งหมดและเจ้าของบึงแล้ว เขาก็พูดขึ้น

“ราร์”

ซังจินได้เลือกราร์อีกครั้งหนึ่งและขึ้นไปขี่เขา จากมุมสูงบนท้องฟ้าบึงคาร็อทสามารถจะมองเห็นได้อย่างชัดเจน เมื่อมองลงไปข้างล่างซังจินก็คิดขึ้น

‘หืมม มันยังมีอีกหนึ่งที่เหลืออยู่คือ..’

แต่ทันใดนั้น

“แคว๊ก แคว๊ก”

ได้มีสัตว์ปีกที่ทำให้เกิดเสียงดังขึ้นปรากฏตัวออกมา พวกมันดูเหมือนกับมังกรขนาดเล็ก แต่ว่าพวกมันคือไวเวิร์นซึ่งมีคอที่ยากและหางเรียวเล็ก

ซังจินได้นึกถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากในอดีตที่เขาไม่สามารถจะบินได้ พวกมันมีทั้งหมด 5 ตัว เมื่อพวกมันได้เข้ามาใกล้ซังจินก็ได้ตบไปที่หลังคอของราร์และพูดออกมา

“ราร์เมื่อพวกมันเข้ามาใกล้นายช่วยบินให้สูงกว่ามันหน่อยนึงได้มั๊ย?”

“แกว๊ก!”

ราร์ได้ตอบด้วยเสียงที่ไม่สามารถจะรู้ได้ว่าเป็นการยืนยันหรือปฏิเสธ ซังจินได้รักษาสมดุลของตัวเองและลุกขึ้นยืนบนหลังของราร์

“โอเปอเรเตอร์พรม!”

เขาได้ดึงพรมเวทย์ขึ้นมาวางไว้บนอากาศ พรมได้ลอยอยู่เบื้องหลังของซังจินและราร์ ซังจินได้รีบเหลือบไปมองและหยิบเอามูนสเปคและบลัดเวเจนออกมา

ก่อนที่ราร์จะได้พุ่งปะทะกับไวเวิร์นซังจินก็ได้กระโดนขึ้นไปและไปยืนอยู่บนหลังของไวเวิร์น ไวเวิร์นมันดูเหมือนจะหงุดหงิดมากเมื่อถูกศัตรูขึ้นมาขี่หลัง ซังจินไม่ยอมที่จะพลาดโอกาสนี้ไปและปักมูนสเปคลงไปบนหลังของมัน

‘ฉึก’

ไวเวิร์นได้พยายามสะบัดตัวอย่างรุนแรงและเหวียงหางของมันเข้าใส่ หางของมันมีพิษที่ร้ายแรงมาก แต่ว่าซังจินไม่ใช่คนที่จะอยู่เฉยๆให้ถูกโจมตี เขาได้เหวี่ยงดาบเข้าไปปะทะกับหา

“แกว๊กกกกกก!”

หางของไวเวิร์นได้ถูดตัดออกไปอย่างสมบูรณ์ทำให้ร่างกายของมันสั่นอีกครั้ง ซังจินได้บิดมูนสเปคและดันมันเข้าไปด้านในของไวเวิร์น และเนื่องจากมันได้รับความเจ็บปวดที่รุนแรงมันก็ค่อยๆตกลงไปอย่างช้าๆ

‘มันจบแล้ว’

ซังจินได้กระโดดขึ้นไปหลังจากที่ดึงดาบออกมา จากนั้นพรมเวทย์ก็ได้ลอยมารับเขาเอาไว้อย่างรวดเร็ว ราร์ที่กำลังต่อสู้อยู่กลับไวเวิร์นเช่นกันด้วยกรงเล็บและปากจิก จากด้านบนพรมซังจินก็ได้ปาดาบออกไป

“ย่าห์”

‘ฉึก’

ไวเวิร์นที่ถูกโจมตีด้วยมูนสเปคได้สูญเสียกำลังที่ปีกและตกลงไป

“ฮ่าห์”

ซังจินได้เรียกดาบกลับมาถือเอาไว้แล้วไล่ลาไวเวิร์นตัวอื่นๆต่อ เขาได้ใช้วิธีตัดหางมันก่อนและโจมตีไปแบบเดิมๆ

หลังจากนั้นไม่นานการต่อสู้ก็ได้จบลงด้วยการที่ราร์ได้กัดคอของไวเวิร์นในเวลาเดียวกันกับที่ซังจินแทงเข้าไปที่ด้านหลังของไวเวิร์น

ในช่วงสุดท้ายไวเวิร์นมันได้พยายามหมุนไปรอบๆเพื่อสลัดซังจินออกไป แต่ก็เป็นอีกครั้งที่ซังจินกระโดดขึ้นไปเอง

พรมเวทบ?ก็ได้ลอยมารับเขาพร้อมๆกับราร์อย่างรวดเร็ว ทั้งสองอย่างได้ช่วยเขาเอาไว้อย่างรวดเร็ว เพราะแบบนี้มันจึงดูราวกับว่าซังจินกำลังขี่อยู่บนราร์ในขณะที่มีพรมปกคลุมอยู่รอบๆ ซังจินได้กอดทั้งพรมและราร์พร้อมกับพูดออกมา

“อย่างที่คิดเลย พวกนายดีกว่าพวกนักล่า”

พรมเวทย์นั้นเงียบ แต่ว่าราร์ได้ร้องออกมาอย่างยินดี

“แกว๊กก”

ในขณะที่ซังจินกำลังบินอยู่นั้นเอง

[กรุณากลับไปสู้พื้นที่การล่า]
[บริเวณนี้เกินข้อจำกัดของนักล่าแล้ว]

คำเตือนของโอเปอเรเตอร์ได้ดังออกมา

[ถ้าคุณยังอยู่ในพื้นที่นี้หลังจาก 10 วินาที]
[คุณจะตาย 10 9 …]

ซังจินรีบสัมผัสไปที่หลังคอของราร์ในทันที

“โว้วๆ พวกเรากลับกันเถอะราร์”

ราวกับว่ารู้สึกถึงลางร้ายราร์ได้หันหัวกลับในทันทีก่อนที่ซังจินจะพูดซะอีก ซังจินผู้ซึ่งได้กลับมาในพื้นที่ๆปลอดภัยแล้วเขาก็ได้มองสำรวจไปรอบๆบึงในระหว่างที่บินอยู่

‘ดังนั้นนี่มันก็คือขอบเขต ถ้าแบบนั้นบอสลับก็…’

บึงนี้มันใหญ่มากกว่าที่สายตาจะมองได้หมด ซังจินได้พูดไปที่หูของราร์ในทันที

“ราร์ไปตรงนั้น”

ครู่หนึ่งราร์ก็ได้พาซังจินไปสู่ขอบของบึง

“ทำได้ดีมาราร์”

ซังจินได้ลูบหัวของราร์อีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะถามกับโอเปอเรเตอร์

“โอเปอเรเตอร์เวลามันได้ผ่านมาเท่าไหร่แล้ว?”

[7 นาที 22 วินาที]

เบสโกโร่ก็ได้พูดขึ้น

‘มันไม่ได้นานเลยจริงๆ’

“ใช่แล้ว แต่ว่าฉันคิดว่าจะจบมันอย่างรวดเร็วและจากนั้นก็ไปดูนักล่าคนอื่นๆ”

‘ผู้ถูกเลือกหรอ? ตอนนี้พวกเขาควรจะสบายดีไม่ใช่หรอ?’

“อืม มากกว่านั้นน่ะ ฉันต้องการที่จะดูเพื่อเลือกคนให้มากขึ้น หลังจากที่ฉันเสร็จสิ้นที่นี่แล้ว ฉันก็จะไปเยี่ยมปาตี้ของผู้ถูกเลือกและมองหาคนที่ดูจะโอเค จากนั้นก็ตรวจสอบเขาอย่างจริงจัง”

‘อ่า นั่นก็คือเหตุผลสิน่ะ’

แม้ว่าการเขามาในการจู่โจมเพียงคนเดียวมันจะย่อมเยี่ยมและไม่ต้องคอยกังวลเกี่ยวกับคนอื่นๆก็ตาม แต่การทำแบบนี้ก็จะทำให้เขาไม่สามารถจะมองหาคนอื่นๆมาร่วมทีมได้ในปาตี้ของตัวเอง

หลังจากไม่กี่บทต่อไป เขาก็อาจจะต้องเลือก ‘ผู้ถูกเลือก’ จากจำนวนที่จำกัด นอกจากนี้เมื่อจำนวนคนลดลงความเสี่ยงในการจะเลือกคนผิดก็จะเพิ่มขึ้น ซังจินต้องการที่จะพบกับผู้คนให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

“ฟรอสต์ไบท์”

ซังจินได้ปล่อยไอเย็นออกมาจากมือของเขา ครู่หนึ่งบึงที่มือของเขาได้ชี้ไปก็ได้กลายเป็นนำแข็งและเปลื่ยนเป็นเส้นทางน้ำแข็ง ซังจินได้มุ่งหน้าไปสู่ศูนย์กลางของบึงผ่านทางเส้นทางที่เขาสร้างขึ้น

 

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย < ตอนล่าสุดในกลุ่มลับทันอิ้งแล้วครับผม