0 Views

Chapter 143 – Black Market Twelfth Shopping

[มานาต่ำ]

โอเปอเรอเตอร์ได้แจ้งเตือนออกมาในขณะที่ซังจินมองไปที่มือของเขา

“หืม…”

เขาสามารถจะปรับตัวได้เร็วมากกว่าที่คิดบางนี้อาจจะเป็นเพราะว่าเขาเคยที่จะประสบเหตุการณ์เดียวกันมาแล้วก็ได้

‘หลังจากที่ฉันได้ใช้มันอีกสักครั้งสองครั้ง…ฉันก็น่าจะสามารถใช้มันได้อย่างสมบูรณ์’

ซังจินได้มองไปที่ฆาตกรที่ล้มลงไปในขณะที่คิดไปด้วย มันมีไอเทมสองชิ้นอยู่ข้างหน้าฆาตกร เขาได้เก็บมันมาทั้งคู่และใส่ลงไปในลูกบาศก์

“โอเปอเรเตอร์อีกนานแก่ไหนก่อนที่ฉันจะกลับไปที่ตลาดมืด?”

[อีก 14 นาที 8 วินาที]

มันยังมีเวลาเหลืออยู่อีกหลังจากที่เขาได้ทำทุกๆอย่างเสร็จสิ้น ซังจินได้ถือคทาขุนศึกขึ้นมาอีกครั้งและมองไปที่นักล่า

“ตรวจสอบ”

คนแรกที่ได้ฆ่าบอสลับไปก็คือเซริน ตอนนี้เธอกำลังนั่งกินเค้กอยู่ในร้านค้าในตลาดมืด หรือก็คือเธอได้ประสบความสำเร็จในการเคลียร์ดันเจี้ยน 100% แล้ว

‘ตามที่คาดเลย…นี่คือพลังแห่งอาหรับราตรีสินะ?’

มาฮาเดสและนาดาพวกเขาก็กำลังรับรางวัลอยู่

[ผลงานของคุณคือ….]

การได้รับรางวัลในตอนนี้นั้นก็หมายความว่ากลุ่มนี้ก็ได้รับความสำเร็จ 100% แล้วเช่นกัน และส่วนที่นาดาสนก็คือจากลูกบาศก์ของนาดาก็มีภาพของมาฮาเดสอยู่ และจากลูกบาศก์ของมาฮาเดสก็มีภาพของนาดาอยู่

‘เมื่อฉันได้คิดเกี่ยวกับมัน…มันก็เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็น ‘ผู้ถูกเลือก’ อยู่ในปาตี้เดียวกัน แม้ว่ามันจะเป็นเพราะว่าฉันเพียงจะไปล้างบาปมาก็ตาม’

ส่วนเบลเทรนและฟรานซ์กำลังดำเนินการกันไปอย่างช้าเล็กน้อย พวกเขาได้ฆ่าบอสลับไปแล้วและกำลังไล่ฆ่ามอนสเตอร์ปกติที่เหลืออยู่ เมื่อเห็นสมาชิกทั้งห้าคนของทั้้งสองปาตี้ที่อยู่กันครับ พวกเขาก็สามารถจะประสบความสำเร็จการจู่โจมแบบ 100% ได้ในเวลาที่เหลืออยู่

‘ถ้าสิ่งต่างๆเป็นแบบนี้…พวกเขาก็คงไม่ต้องการความช่วยเหลือใดๆ’

เมื่อได้ยืนยันเรื่องนี้แล้ว ซังจินก็เรียกโอเปอเรเตอร์และพูดขึ้น

“โอเปอเรเตอร์ช่วยส่งฉันไปที่ตลาดมืดที”

โอเปอเรเตอร์ได้ตอบรับคำขอนี้ในทันที

[จะเทเลพอตในอีก 10 วินาที]

โอเปอเรเตอร์ดูเหมือนจะมีความยืดหยุ่นเล็กน้อยเมื่อเป้าหมายหลักของการจู่โจมสำเร็จเรียบร้อย

*****

“แคร๊ก”

ก้อนน้ำแข็งในกาแฟได้ถูกละลายและเกิดเสียงขึ้น ซังจินได้นั่งอยู่ที่ร้าน ‘เฟิสดรอป’ และจัดการกับรายกายไอเทมที่มี

‘6000 ถึง 7000 สำหรับเจ้านี่…’

ในบรรดาไอเทมทั้งหลายเหล่านี้ ‘สวิฟพาว’ ที่เขาได้ใช้อยู่มันทำให้เขาต้องยกมันขึ้นมาด้วยความสงสัย

‘ใครจะซื้อมันไป…’

ในความจริงแล้วเพราะว่ามันเป็นไอเทมระดับวีรชนดังนั้นมันจึงไม่ได้ขายดีนัก นี้มันเป็นเพราะว่านักล่าที่มีชิวิตอยู่ส่วนใหญ๋ล้วนแต่ใช้ไอเทมระดับ ‘วีรชน’ หรือ ‘ตำนาน’ เกือบจะครบทุกส่วนแล้ว

‘สำหรับตอนนี้ฉันควรจะตั้งราคามันไว้ซัก 2000 ถึง 3000 แล้วถ้ามีใครมาซื้อมันก็จะดีมาก ถ้าไม่อย่างนั้นฉันก็แค่เอามันไปขายที่ร้านค้า’

เมื่อซังจินได้คิดแบบนี้เขาก็เอาเก็บลงไปในลูกบาศก์ เมื่อการคำนวนทุกอย่างเสร็จแล้ว ซังจินก็ออกไปจากร้านเฟิสดรอปและเดินไปทางร้านประมูล

“ยินดีต้อนรับท่านนักล่า”

เหมือนเคยมนุษย์หมูทั้งสามตัวได้ต้อนรับอย่างดี หลังจากที่ซังจินได้วางสินค้าไว้แล้วเพื่อขาย เขาก็ถามพวกนั้น

“เป็นยังไงมั้ง? จำนวนไอเทมในร้านประมูลได้ลดลงมาเมื่อไม่นานมานี้ใช่มั๊ย?”

“โชคร้ายจริงๆเลย มันเป็นความจริงเพราะว่าจำนวนของนักล่าได้ลดลง”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ซังจินก็คิดขึ้น

“ตามที่คาดเลย…มันไม่มีเวลามากนักแล้ว”

จำนวนของนักล่าได้ลดลงเมื่อผ่านบทต่างๆไปเรื่อยๆ ในตอนท้ายของบทที่ 11 มีนักล่าอยู่ประมาณ 100000 คน และหลังจากที่สิ้นสุดบทที่ 14 จำนวนของพวกเขาก็จะลดลงอย่างไม่น่าเชื่อจนเหลือน้อยยิ่งกว่าครึ่งของเดิม

นอกจากนี้ในตอนท้ายของการจู่โจมแบบ 10 คนในบทที่ 17 นักล่าก็ควรที่จะวนกลับมาพบคนที่เคยพบมาก่อนได้ เนื่องด้วยประสบการณ์ในชีวิตที่แล้วของเขา ซังจินนั้นรู้เรื่องนี้ดี

‘จนกว่าจะถึงตอนนั้นฉันจะต้องได้รับทุกสิ่งทุกอย่างให้มากที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้…’

ซังจินก็ยังได้ถามมนุษย์หมูไปอีกเพื่อยืนยันอีกเรื่อง

“อีกอย่าง มีไอเทมในระดับตำนานมาขายมั๊ย?”

“อา ใช่แล้วมันมีอยู่ ท่านต้องการจะดูรายกายไอเทมมั๊ย?”

“ดู”

ไอเทมหลายชนิดได้ปรากฏที่เบื้องหน้าสายตาของซังจิน ส่วนใหญ่ไอเทมที่ปรากฏออกมามันจะเป็นอาวุธ นี้มันเป็นเพราะว่าทุกๆคนนั้นจะต้องใส่เกราะและขายอาวุธที่ไม่สามารถจะใช้ได้

‘ฉันคิดว่ามันน่าจะไม่มีอะไรที่ฉันต้องการ’

ในตอนนี้มันไม่มีผลอะไรกับซังจินเลยเพราะว่าซังจินมีไอเทมระดับตำนานพิเศษถึงสามชิ้นแล้ว แม้ว่ามันจะแตกต่างออกไปถ้าหากมีการขายอาเรี่ยนสามเล่ม แต่อย่างไรก็ตามมันเป็นไอเทมที่เขาได้สร้างขึ้นดังนั้นมันก็ไม่น่าจะมีอยู่ได้ ซังจินได้ส่ายหัวและพูดขึ้น

“มันไม่มีอะไรที่ฉันจะซื้อ…อย่างไรก็ตามช่วยสงใบเสร็จรับเงินมาตามเดิมด้วยนะ”

“ครับ ท่านนักล่า”

หลังจากนั้นซังจินก็ได้เดินไปที่โรงตีเหล็กของคาร์กอส เขาได้รับหินเอนชานต์มาจากการโจมตีครั้งก่อนและอีกสองก้อนจากการโจมตีครั้งนี้ ซังจินส่งอาเรี่ยนออกไปเป็นสิ่งแรกและพูดออกมา

“ช่วยอัพเกรดเจ้าสิ่งนี้ให้เป็นระดับตำนานพิเศษที มันพอจะเป็นไปได้มั๊ย?”

“อืม ได้สิ มันจะต้องใช้ความพยายามที่มากขึ้น แต่…เอาล่ะ ฉันจะรับมัน”

“แล้วก็…”

ซังจินได้หยิบเอาต่างหูที่ใส่ไว้อยู่ออกมาให้คาร์กอสดู

“มันเป็นไปได้มั๊ยที่จะอัพเกรดระดับของมัน? มันเป็นต่างหูระดับวีรชน…”

ไม่มีอะไรนอกเหนือไปจาก ‘ไทด์ – ดวงตาแห่งเจรามิส’ มันเป็นไอเทมที่สามารถจะอ่านความคิดพื้นฐานได้ เพราะว่ามันมีระยะเวลาเพียงแค่ 10 วินาที มันก็จะเป็นการดีถ้าระดับของมันเพิ่มขึ้น คาร์กอสได้หยิบไอเทมทั้งสองอันไปและพูดขึ้น

“มันไม่มีเหตุผลที่ฉันจะทำไม่ได้”

“สำหรับสองอย่างนี้มันราคาเท่าไหร่?”

“มันจะเป็น 13000”

“ฉันจะจ่ายในตอนนี้เลย”

ซังจินได้ใช้เหรียญดำที่เขาได้รับมาจากการจู่โจมนี้เพื่อจ่ายค่าอัพเกรดของไอเทมทั้งสองชิ้น

“ถ้างั้นก็เหมือนเดิมฉันจะมารับมันได้ในตอนเช้า”

“แน่นอน”

ซังจินได้เดินออกไปจากโรงตีเหล็กและมองขึ้นไปบนฟ้า ท้องฟ้าของตลาดมืดนั้นโล่งอยู่เสมอและมีสีน้ำเงิน

ตอนนี้มันไม่มีเวลาเหลือมากนักก่อนจะถึง ‘การจู่โจมปราสาทราชาปีศาจ’ แล้ว มันเป็นที่ๆนักล่าได้ล้มเหลวเป็นครั้งแรก นอกจากนี้พ่อค้าในร้านค้าลับก็ยังบอกอีกด้วยว่าบทสุดท้ายมันอยู่ไม่ห่างไกลไปจาก ‘การจู่โจมปราสาทราชาปีศาจ’

‘ถ้างั้น…มันก็หมายความว่าในการจู่โจมครั้งสุดท้ายในอดีตมันไม่ได้ไกลออกไปอีกแล้ว…’

ก่อนที่จะถึงตอนนั้นเขาจะต้องจัดการเตรียมพร้อมปาตี้ให้แข็งแกร่งและขมัดความไม่แน่นอนทั้งหมดออกไป จากมุมมองนี้การจู่โจมเมื่อสักครู่นี้ประสบผลสำเร็จอย่างแท้จริง

เขาได้เคลียร์การจู่โจม 100% ประสบความสำเร็จในการล่าฆาตกร และได้ใช้ย้อนเวลาในการต่อสู้จริง และยิ่งกว่านั้นอย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็คือการที่เขาสามารถจะได้รับมาฮาเดสมาเป็นพวกได้

ซังจินนั้นได้กังวลว่าเขาจะทำยังไงถ้าเขาไม่สามารถจะพบกับมาฮาเดสได้อีกครั้ง โชคดีที่มาฮาเดสยังมีชีวิตอยู่และเหนือสิ่งอื่นใดพวกเขาได้พบกันผ่านทาง ‘ตรวจสอบ’ เพราะว่าเขาได้อยู่ในปาตี้เดียวกันกับนาดา

พิจารณาจากเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่หาได้ยาก มันเป็นโชคดีจริงๆที่เขาได้รับคนแบบมาฮาเดสเข้ามาในปาตี้

‘มันเป็นไปได้ดีจริงๆ’

หลังจากที่ได้กลับมาที่โรงแรม ซังจินก็ได้ใช้คทาขุนศึกเรียกผู้ถูกเลือกมารวมกัน แน่นอนว่าในตอนนี้พวกเขาได้พบกับสมาชิกคนใหม่

“ฝากตัวด้วยนะ”

เมื่อเห็นความสงบนิ่งและชายตาสีฟ้าที่ป้องมือเข้าด้วยกัน สมาชิกเดิมก็ค่อนข้างจะอึดอัดเล็กน้อยในตอนแรก แต่ในไม่ช้าพวกเขาก็ได้เริ่มตระหนักถึงธรรมชาติที่ดีของกันและกันและเริ่มที่จะเข้ากันได้ดี

ด้วยเหตุนี้มีผู้ถูกเลือกทั้งหมด 5 คนแล้ว ปาตี้ในตอนนี้ได้กลายเป็นกลุ่ม 6 คน ด้วย 4 ตำแหน่งที่เหลืออยู่นั้นจะต้องเข้ามาเติมเต็มช่องว่างของบทบาทหน้าที่ที่ขาดหายไป

‘ฉันจะต้องเติมแต็มตำแหน่งด้วยคนที่เหมาะสมในเวลาที่เหลืออยู่…’

นี่มันไม่ใช่เรื่องที่ง่าย นี่มันเป็นเพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาคนที่มีทักษะและที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือมีความน่าเชื่อถือ ไว้ใจได้

นั่นก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมซังจินถึงต้องการที่จะอัพเกรดดวงตาแห่งเจรามิท อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นเวลา 10 วินาที หรือ 10 นาที มันก็ไม่เพียงพอที่จะใช้ทำความเข้าใจกับคนที่เราไม่คุ้นเคยได้ ไม่ว่าคุณจะสามารถอ่านความคิดเบื้องต้นของเขาได้ก็ตาม

‘มันจะดีมากถ้าหากว่าฉันได้พบใครบางคนที่ฉันรู้จัก’

สิ่งที่เข้ามาในจิตใจเขาในทันทีสำหรับคนที่น่าเชื่อถือจาก 10 คนสุดท้ายในอดีตก็คือฮิวเดอร์แบรนและมุสตาฟา เขาพร้อมที่จะมอบสองที่ให้แก่พวกเขาได้เลย เพราะว่าตำแหน่งของแท้งและนักเวทย์ยังเป็นตำแหน่งที่ต้องการอยู่ มันจะสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นถ้าหากได้พวกเขาเข้ามา

ซังจินนั้นมีนาดา มาฮาเดสและเบลเทรนเท่านั้นคือผู้ที่ยังไม่ได้มีส่วนร่วมกับการมอบเหรียญขาว แต่พวกเขาก็ได้จูบแหวนเมื่ออาหารเย็นสิ้นสุดลง

เพราะว่าซังจินได้ใช้น้ำศักดิ์สิทธิ์ไปแล้วสองครั้งหลังจากที่ได้รับมาสามขวดจากก่อนหน้านี้ในการจู่โจมรังมังกรแดง ตอนนี้เขาเหลือเพียงแค่ขวดเดียวเท่านั้น หากว่าเขาได้ใช้เหรียญขาวทราได้รับจากพวกนี้เพื่อซื้อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ถ้าอย่างนั้นเขาก็สามารถที่จะได้รับมันมาเป็นทั้งหมด 4 ขวด

น้ำศักดิ์สิทธิ์สี่ขวดเพื่อที่จะเตรียมพร้อม 10 คนสุดท้ายชุดใหม่ นักล่าทั้งสามคนนั้นประหลาดใจกับการลงโทษการได้รับเงินลดลง 10% ไปตลอด แต่ว่าพวกเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร

“ฉันจะทำมัน เพราะว่าคนอื่นๆก็ทำมันเหมือนกัน ฉันไม่สามารถที่จะเป็นคนเดียวที่อยู่นิ่งๆได้”

“เอาล่ะ…ถ้ามันเป็นเพื่อสำหรับทีม ถ้าอย่างนั้นฉันก็ยินดีที่จะทำในสิ่งที่ฉันต้องทำ”

“อามิตตาพุทธ”

ในฐานะที่พวกเขาทุกคนเป็นผู้ถูกเลือก เหมือนกันกับฟรานซ์พวกเขาได้คิดว่ามันก็เหมือนกับภาษีที่จะต้องจ่ายไปให้กับโบนัสสเตตัส หลังจากที่อาหารเย็นสิ้นสุดลง นักล่าก็ได้แยกย้ายกันไปและกลับไปสู่มิติของตัวเอง

สำหรับตอนนี้ซังจินก็ได้กลับไปที่ห้องนอนหลังจากที่ได้เก็บเอาใบเสร็จรับเงินมาจากคนส่งไปรษณีย์ จำนวนเงินที่เขาได้รับจากการขายไอเทมมีอยู่ประมาณ 70000 เหรียญกำ แม้ว่าราคาขายไอเทมในแต่ละชิ้นจะเพิ่มขึ้น แต่มันก็ไม่สามารถที่จะขายไปเป็นจำนวนมากได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับไอเทมระดับวีรชนอย่างสวิฟพาว มันก็ยังไม่ได้ถูกขายออก

‘ตามที่ฉันคิด’

อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ได้เป็นปัญหาที่ใหญ่อะไรนักเพราะว่าด้วยจำนวนเหรียญดำที่มากมายนี้มันก็เพียงพอที่จะใช้ซื้ออิลิกเซอร์แล้ว

แม้ว่าถ้ามันได้รับเหรียญดำน้อยกว่าเก่า ถ้าเขาพิจารณาจากราเที่ยน-ดวงดาวแห่งความโดดเดี่ยวแล้ว ถ้าอย่างนั้นมันก็เหมือนกับจะไม่มีผลอะไรจากการได้รับเหรียญดำน้อยลง

‘ถ้ามันจะยังเหลือที่ๆจะต้องใช้เงินอยู่อีกก็…’

มันก็คงจะเป็นการเรียนรู้เวทย์ระดับ 9 ของสายอื่นๆที่ไม่ใช่สายน้ำเงิน อย่างไรก็ตามราคาของเวทย์ระดับ 9 มันสูงเกินไป ซังจินจะต้องเก็บเงินเอาไว้ประมาณสองบทถ้าหากว่าเขาต้องการที่จะซื้อมัน

‘เมื่อเทียบกับการใช้กว่า 100000 เหรียญดำเพื่อที่จะเรียนพวกนั้น มันจะเป็นการดีกว่าถ้าฉันนำเงินจำนวนนั้นไปซื้ออิลิกเซอร์มาดื่มแทน ด้วยวิธีนี้มันยังจะเป็นการช่วยนักล่าคนอื่นๆได้อีกด้วย’

นี้มันเป็นสิ่งที่ซังจินรู้สึก จากตอนเริ่มแรกซังจินไม่สามารถจะใช้เวทย์ระดับเก้าได้โดยที่ไม่ใช้แหวนของจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่อยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงมุ่งเน้นไปที่เวทย์ย้อนเวลาซะมากกว่า

*****

มันเป็นอีกครั้งในเวลารุ่งสางตีสี่ครึ่ง ซังจินได้วางเหรียญขาวเอาไว้บนโต๊ะและพูดออกมาอย่างห้วนๆ

“น้ำศักดิ์สิทธิ์สามขวด”

พ่อค้าของร้านค้าลับได้ลวงเข้าไปในเสื้อกั๊กและหยิบเอาขวดออกมาสามขวด ซังจินได้เก็บมันมาในลูกบาศก์โดยที่ไม่ได้พูดอะไร ในเวลาเดียวกันพ่อค้าก็ได้พูดออกมา

“ด้วยเหตุผลบางอย่างมันรู้สึกเหมือนกับว่านายจะพูดน้อยมาก”

“ซังจินก็ได้ตอบกลับไปอย่างเย็นชา

“ไม่นะ เติมพลังของหินแสวงฆาตกร…และฉันต้องการแลกเปลื่ยนเหรียญดำที่เหลือของฉันกับอิลิกเซอร์”

พ่อค้าได้ชาจน์พลังของหินแสวงหาฆาตกรและเอาเงินจำนวนมากของซังจินไปและเอาอิลิกเซอร์มอบให้แกซังจิน ซังจินได้เก็บหินแสวงหาฆาตกรและอิลิกเซอร์มาในครั้งเดียว ในขณะเดียวกันพ่อค้าก็ถามออกมา

“วันนี้มันเป็นยังไงมั้ง? ถ้านายแข็งแกร่ง ถ้าอย่างนั้นการจู่โจมในตอนนี้มันก็ควรจะง่ายสินะ ใช่มั๊ย?”

“อืม…ใช่”

“คุคุ เข้าใจแล้ว”

ซังจินกำลังจะลุกออกไปจากโต๊ะในทันทีที่ทำธุระเสร็จแล้ว แต่อย่างไรก็ตามมันได้มีคำถามเข้ามาในหัวของเขาในทันที

“ยังไงก็ตามได้มีใครมาถึงที่นี่นอกเหนือไปจากฉันมั๊ย?”

“ใครบางที่คนที่มาที่นี่?”

“ใช่แล้ว นักล่าคนอื่นๆ ตัวอย่างเช่น…”

คำพูดของซังจินได้หายไปในทันที เมื่อพ่อค้าได้เปลื่ยนรูปร่างไปเป็นเด็กหนุ่มผมบลอนด์ ตาสีน้ำเงิน และมีลักษณะที่สง่างาม เอ็ดเวิร์ด

“นายกำลังพูดถึงคนๆนี้งั้นหรอ?”

ซังจินได้ตบหน้าปากและพูดขึ้นทันที

“ใช่แล้ว คนๆนั้นแหละ”

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย < ตอนล่าสุดในกลุ่มลับทันอิ้งแล้วครับผม