0 Views

Chapter 141 – Greenskin Fortress (2)

[นักบวชลัทธิยอนฮัวเรท วาร์มิลและผู้นับถือได้ปรากฏตัว] (ตรงนี้ขอแก้ไขจากตอนที่แล้วนะครับแปลผิดมากๆเลย)

ซังจินได้ฟังคำเตือนของโอเปอเรเตอร์และคิดขึ้น

‘….ลัทธิยอนฮัวเรท?’

ยอนฮัวเรทไม่ใช่ใครอื่นนอกไปจากผู้ที่กระซิบว่า

‘ฆ่า ฆ่า’

เข้าไปในหูของเขา

“ก๊าซซซซ!”

ออร์คที่มีดวงตาสีแดงจำนวนมากได้พุ่งเข้ามาใส่ซังจิน ตัดสินจากด้วยตาของพวกมัน ออร์คพวกนี้มันคลั่งไปแล้ว

‘ตอนนี้ที่ฉันได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้….มันก็มีซ่อนที่คล้ายๆกับบอสลับในบทที่ 1 นะ’

ทุกๆตัวที่พุ่งเข้ามาหาซังจินเร็วยิ่งกว่าแกรนเคลมาก ซังจินได้ต่อสู้กับพวกมันในขณะที่วิ่งถอยหลังไปด้วย เนื่องจากว่ามันมีจำนวนมากดังนั้นถ้าเขาถูกล้อมมันจะไม่ใช่เรื่องง่ายแม้แต่กับเขาที่จะจัดการกับพวกมัน ซังจินได้ชักมูนสเปคออกมาและตะโกนขึ้น

“เสียงคร่ำครวญของคนตาย”

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด!!!”

วิญญาณของมูนสเปคได้กรีดร้องออกมาในขณะที่วนเวียนอยู่รอบๆดาบ ซึ่งนั่นทำให้พวกออร์คได้สูญเสียสติและวิ่งหนีไป ในระหว่างเวลานั้นซังจินก็ได้หยิบเอารูปสลักออกมาและโยนมันไปในอากาศ ครู่หนึ่งเคนก็ปรากฏตัวออกมา

“กรรร!”

จากนั้นซังจินก็สั่นกระดิ่งแมนยาต้าออกมา เคนผู้ที่เป็นอมตะได้เริ่มวิ่งไปฉีกกระชากออร์คด้วยความเร็วที่มหาศาล ซังจินก็ได้ใช้ดาบคู่ในมือของเขาตามไป ออร์คที่บ้าคลั่งก็ไม่สนใจว่าจะถูกตัดหรือไม่และยังคงวิ่งเข้ามา

‘ถ้าพวกมันเป็นแบบนี้ถ้างั้น…พวกมันก็ไม่เหมาะที่จะใช้ทดสอบ’

ถึงแม้ว่าซังจินจะอยากฝึกการใช้เวทย์ย้อนเวลา พวกมันก็ไม่เหมาะที่จะใช้สำหรับทดสอบ

‘มันจะดีกว่าถ้าใช้มันสำหรับฆาตกร’

ซังจินได้ทิ้งความคิดนั้นของเขาและมุ่งเน้นไปที่การหั่นพวกออร์คแทน และในเวลาไม่กี่นาทีนั้น

[บอสลับ ‘นักบวชลัทธิยอนฮัวเรท วาร์มิลและผู้นับถือ’ ได้ถูกเคลียร์แล้ว]

ซังจินได้ดึงดาบที่แทงเข้าไปในหัวใจของออร์คตัวสุดท้ายออกมา

“ฟู่…”

เขาได้ถอนหายใจเบาๆ แม้ว่าบอสลับที่เขาเผชิญหน้าด้วยจะแข็งแกร่ง แต่ซังจินก็แข็งแกร่งพอที่จะไปถึงจุดที่สามารถอัญเชิญเคนและใช้ทักษะโดยไม่มากก็สามารถจะเคลียร์ได้แล้ว

“ฮืมม ถ้ามันมาก…”

ซังจินได้นึกย้อนกลับไปถึงอดีตที่ห่างไกล

‘ความแข็งแกร่งของมันประมาณสาม…ไม่สิ สี่เท่า ถ้างั้นฉันก็ได้ข้ามผ่านตัวตนในอดีตไปแล้ว’

อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถจะพอใจกับเรื่องนี้ได้ เพราะว่า ‘การจู่โจมปราสาทราชาปีศาจ’ ที่เขาได้ตายไปมันอยู่ไม่ไกลแล้ว จนกว่าจะถึงตอนนั้นเขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้นไปเรื่อยๆ ซังจินได้เตรียมตัวที่จะย้ายมิติ อย่างไรก็ตามเขาก็ได้คิดเกี่ยวกับในตอนนี้ เขายังไม่ได้ยินเสียงที่ได้ยินตามปกติเลย

‘การจู่โจมสมบูรณ์ 100%’

‘ฉันได้พบชิ้นส่วนลับและฆ่าแม้แต่บอสลับแล้ว…’

นี่อาจจะหมายความว่ายังมีออร์คที่ยังมีชีวิตเหลืออยู่ ซังจินได้เรียกเคนในทันที

“เคน”

“โฮ่ง”

“เคนนายคิดว่ายังมีออร์คตัวอื่นๆเหลืออยู่ที่นี่อีกมั๊ย?”

เคนได้ยกจมูกของเขาขึ้น

“ฟุดฟิดๆ”

และหลังจากที่สูดกลิ่นจากอากาศ เคนก็ไดด้ยกจมูกขึ้นแล้วร้องออกมา

“โฮ่ง โฮ่ง”

ในตอนนี้ซังจินสามารถจะเข้าใจในสิ่งที่เคนสื่อสารได้บ้างแล้ว การยกจมูกของเขามันเป็นสัญญาณของการยืนยัน

“นำไปเลย เพราะว่าฉันจะต้องฆ่าพวกมันอย่างรวดเร็วและไปล่าฆาตกรณ์ต่อ”

“โฮ่ง”

ด้วยคำพูดของซังจิน เคนได้พุ่งออกไปเหมือนกับกระสุน เขาได้พุ่งไปที่บันไดอย่างไม่คาดคิด ดูเหมือนว่าเขาจะพลาดออร์คไปบางตัวด้านบนนั้นเมื่อตอนที่เขาไปล่าบอสปกติ เพราะว่ามันเป็นการจู่โจมแบบโซโล่ เขาจึงไม่ต้องกังวลถึงคนอื่นๆ

‘ฉันจะไม่ปล่อยไว้แม้แต่ตัวเดีย’

ซังจินได้คิดในใจในขณะที่ไล่ตามเคนไป

เคนได้นำไปสู่ชั้นที่ 2 ของป้องปราการแล้วฆ่ากลุ่มของออร์คไปด้วยกัน

[การจู่โจมสมบูรณ์ 100%]

ในที่สุดซังจินก็ได้ยินคำนี้

[เริ่มการแจกรางวัล]
[มอนสเตอร์ที่สังหาร ก็อบลิน: 100 โทรลเหล็ก: 20 นักรบออร์ค…]

ซังจินได้รับแต้มสเตตัสทั้งหมด 15000 แต้มและเหรียญดำทั้งหมด 15000 เหรียญด้วยตัวเอง มันเป็นธรรมชาติเพราะว่าเขาได้เคลียร์การจู่โจมด้วยตัวคนเดียวและฆ่ามอนสเตอร์ทั้งหมดด้วยตัวเอง และก็เนื่องจากผลโบนัสสเตตัสของ ‘ราเที่ยน – ดาวแห่งความโดดเดี่ยว’ และโบนัสเหรียญจาก ‘หัวใจแห่งทอง’ ที่ให้โบนัสอย่างละ 10% ทำให้ซังจินได้รับแต้มสเตตัสและเหรียญดำเท่าๆกัน

[และตอนนี้เราจะเริ่มแจกไอเทม]
[คอเซี่ยน – ขวานของราชา]
[บิลทารัช – รองเท้าของผู้ติดตาม]
[หินเอนชานต์]

คราวนี้ไอเทมที่เขาได้รับก็คือขวานและรองเท้าคู่หนึ่ง

[และอย่างสุดท้ายที่คุณจะได้รับคือฉายาที่คุณจะได้จากสิ่งที่คุณทำในการจู่โจม]

ฉายาในครั้งนี้ที่ซังจินได้รับก็คือ ‘ชาวภูเขา’

‘เหมือนว่าฉันจะเคยเห็นฉายานี้ที่ไหนมาก่อนนะ?’

เมื่อเขาได้คิดดูดีๆแล้ว มันก็คือฉายาที่ฟรานซ์ได้ใช้ก่อนที่จะเปลื่ยนมาเป็นผู้ถูกเลือก และผลของมันก็คือ

[เมื่อได้รับบาดเจ็บถึงตาย คุณจะฟื้นขึ้นมาด้วยพลังชีวิต 100% และเมื่อไม่ได้สวมใส่ฉายานี่แทนที่จะเป็นครึ่งหนึ่ง คุณจะฟื้นขึ้นมาด้วยพลังชีวิต 10% หลังจากที่ฟื้นขึ้นมา ฉายานี้ก็จะหายไป]

มันเป็นฉายาที่ดี มันเป็นการป้องกันเล็กๆ แต่ว่าสำหรับในการจู่โจมที่คุณไม่รู้ว่าคุณจะตาบเมื่อไหร่ มันจึงเป็นฉายาที่ใช้งานได้จริง

‘มันอาจจะไม่มีโอกาสให้ฉันสวมใส่มัน…แต่ว่าการมีมันอยู่ก็คุ้มค่า’

มันเหมือนกับเป็นชีวิตที่สอง ซังจินได้มีรอยยิ้มพึงพอใจขึ้นมาบนใบหน้า

[คุณจะกลับไปยังตลาดมืดในอีก 10 นาที]

โอเปอเรเตอร์ได้เตือนออกมา ซังจินเลยได้บอกกับเธอ

“อา ฉันไม่ได้จะกลับไป มันจะโอเคใช่มั๊ย?”

[การกลับไปได้ถูกยกเลิก คุณจะกลับไปที่ฮอลล์นักล่าตามเวลาที่กำหนดใน 1 ชั่วโมง 42 นาที]

ซังจินได้กลับขึ้นไปที่ชั้นบนสุดที่ๆราชาออร์คอาศัยอยู่

“เปลื่ยนชื่อไปเป็นผู้พิพากษา”

ซังจินได้ใช้ดาวไร้นามเพื่อเปลื่ยนฉายาและจากนั้นก็ใช้หินแหวงหาฆาตกร

“แสวงหาความยุติธรรม”

อย่างไรก็ตามมันได้มีคำตอบที่ไม่คาดคิดกลับมา

[ไม่มีมิติที่สามารถจะใช้งานได้]

‘หืม?’

ซังจินได้มองสลับไปมาระหว่างหินแสวงหาฆาตกรกับลูกบาศก์โอเปอเรเตอร์

‘ฉันเคลียร์มันเร็วเกินไปหรอ?’

แต่ว่าเขาก็ได้จัดการเคลียร์มันแบบสมบูรณ์แบบดังนั้นมันไม่น่าจะเร็วเกินไป นอกจากนี้เมื่อเทียบกับในตอนเมืองของดาร์คเอลฟ์แล้วตอนนี้ของเขาก็ยังช้ากว่ามาก

‘ถ้างั้นแล้วปัญหามันคืออะไร?’

ซังจินได้กอดอกและคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในตอนนั้นเองเบสโกโร่ก็พูดขึ้นมา

‘มันจะเป็นไปได้มั๊ยที่พวกฆาตกรไรค่าพวกนั้นมันได้กำลังออกไปหมดแล้ว?’

“นายเพิ่งจะพูดอะไร…”

ซังจินต้องการที่จะปฏิเสธคำพูดดังกล่างของเบสโกโร่โดยไม่คิดอะไร แต่แล้วจากนั้นเขาก็ได้คิดถึงสิ่งหนึ่งที่เป็นไปได้ หลังจากการจู่โจมครั้งที่แล้วมีนักล่าเหลืออีกประมาณ 100000 คน ถ้าหากแบบออกเป็นทีม ทีมละ 5 คน มันก็จะมีทีมอยู่ในปัจจุบันแค่ 20000 ทีมเท่านั้น ดังนั้นความน่าจะเป็นที่จะมีฆาตกรปรากฏตัวจึงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากนั้นซังจินก็พูดต่อกับเบสโกโร่

“….นี่มันก็อาจจะเป็นไปได้”

‘ใช่มั๊ยล่ะ?’

เนื่องจากว่าในก่อนหน้านี้เบสโกโร่ชอบเสียการควบคุมตัวเองไปเพื่อเห็นผู้หญิง ซังจินเลยไม่ค่อยจะสนใจเขาเท่าไหร่ แต่ว่าที่เขาพูดตะกี้นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแน่นอน ซังจินได้ลูบคางและคิดขึ้น

‘ตอนนี้จำนวนของนักล่าค่อนข้างต่ำ…และจำนวนฆาตกรที่ฉันได้ล่าไปจนถึงตอนนี้มันควรจะมากเลยทีเดียว…’

นอกจากนี้เมื่อพวกเขาดำเนินไปถึงครึ่งหลังของการจู่โจมทุกๆคนจะระแวงมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการเกิดฆาตกรไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

‘แต่ว่าถ้ามันยังมีคนอยู่ถึง 100000 คนถ้างั้นมันก็น่าจะยังใช้งานได้อยู่…’

ซังจินได้ตัดสินใจที่จะหาบางสิ่งเพื่อฆ่าเวลา อย่างแรกเลยก็คือ

“โอเปอเรเตอร์เพิ่มค่าความแข็งแรง 4000 ความคล่องแคล่ว 4000 ความทนทาน 3000 และพลังจิตใจ 4000”

เขาได้จัดสรรแต้มสเตตัสที่ได้ลับมา ผู้ถูกเลือกที่ยังอยู่ในช่วงกลางของการจู่โจมก็ยังจะได้รับประโยชน์จากสิ่งนี้อีกด้วย หลังจากนั้นซังจินก็ได้เอาไอเทมที่ได้รับมาในคราวนี้มาตรวจสอบ เขาได้เก็บเอาขวานไว้ก่อนเพราะว่าเขาไม่เคยมีความคิดที่จะใช้มันเลย จากนั้นก็หยิบรองเท้าขึ้นมา

—–
บิลทารัช – รองเท้าผู้ติดตาม
รองเท้าระดับตำนาน – ป้องกัน 30%

ทักษะติดตัว
ก้าวย่างแห่งการช่วยชีวิต (I) – เมื่อวิ่งไปหาพันธมิตรที่มีพลังชีวิตน้อยกว่า 30% จะทำให้เคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น 200%
ก้าวย่างแห่งการลงทัณฑ์ (I) – เมื่อวิ่งไปหาศัตรูที่มีพลังชีวิตน้อยกว่า 30% จะทำให้เคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น 200%

ฮีโร่จะต้องลุกขึ้นในช่วงเวลาแห่งความวุ่นวาย
—–

ซังจินได้มองไปที่ลองเท้านี้

“โหวว…”

มันดีมาก นอกจากนี้มันจะถูกใช้โดยหนึ่งใน 10 คนสุดท้ายก่อนหน้านี้อีกด้วย

‘เป็นอรูวโจหรือป่าวนะ? หรือว่าเป็นอัมคูบ้า?’

ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามมันก็เป็นไอเทมที่ดีสำหรับการไล่ล่าหรือช่วยเหลือ ซังจินได้มองลงไปที่รองเท้าที่เขาใส่อยู่ในตอนนี้ ซึ่งก็คือสวิฟพาวที่เขาได้รับมาตั้งแต่ในบทที่ 2 รองเท้าระดับวีรชน

ไม่ว่าจะมองยังไงรองเท้าที่เขาพึ่งจะได้รับมามันก็ดีกว่าอย่างแน่นอน และนอกจากนี้ซังจินก็สามารถที่จะขี่ชาโดวรัน เคน หรือราร์ได้ ดังนั้นเขาเลยไม่มีโอกาสให้ได้ใช้ทักษะของรองเท้าคู่นั้นนี้แล้ว มันไม่จำเป็นจะต้องคิดอะไรเลย ซังจินได้ยกรองเท้ามาและพูดขึ้น

“สวมใส่”

รองเท้าสวิฟพาวได้ถูกถอดออกไปและร้องเท้าใหม่ก็ถูกสวมเข้ามา ซังจินได้หยิบสวิฟพาวขึ้นและเก็บมันกลับไปในลูกบาศก์ และเขาก็ได้พูดกับรองเท้าราวกับเป็นคนรู้จัก

“นายทำงานมามากแล้วจนถึงตอนนี้”

หลังจากที่เปลื่ยนรองเท้าแล้ว ซังจินก็ได้ลองเดินอยู่พักหนึ่ง รองเท้าที่เขาสวมใส่ได้ถูกปลับให้เข้ากับไซด์ของเขาอย่างพอดี

“มันพอดีเลย”

เขาได้จัดการแต้มสเตตัสและ เขาได้เปลื่ยนไอเทมเรียบร้อยเวลามันก็ได้ผ่านไปพักหนึ่งแล้ว ซังจินได้หยิบเอาหินแสวงหาฆาตกรขึ้นมาอีกครั้ง

“แสวงหาความยุติธรรม”

จากนั้น

[คำขอย้ายมิติได้รับการยอมรับ]

ในคราวนี้การย้ายมิติได้ประสบความสำเร็จ ก่อนหน้านี้มันล้มเหลวเพราะว่ามันเร็วเกินไปสำหรับพวกคนที่มีจำนวนที่น้อย

[คุณจะถูกเทเลพอตในอีก 10 วินาที 10 9 …]

ซังจินได้ยืนคอยอยู่สิบวินาที ในตอนที่ยืนคอยนั้นเขาก็คิดขึ้น

‘การจู่โจม 10 คน … บทที่ 14…และเมื่อบทที่ 17 จบลงถ้างั้นการล่าฆาตกรก็น่าจะเกือบที่จะเป็นไปไม่ได้แล้ว’

มันดูเหมือนว่า ‘การล่าฆาตกร’ ที่ต่อเนื่องมาหลายๆบท มันกำลังจะจบลงอย่างช้าๆ แม้ว่าซังจินจะรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย แต่เขาก็คิดกับตัวเองว่า

“ถ้างั้นก่อนจะถึงตอนนั้น ฉันก็จะได้รับเงินเป็นจำนวนมาก”

และแล้วเขาก็ได้ถูกย้ายไปอีกมิติหนึ่ง

*****

‘วูบบบบ’

โชคดีที่ฆาตกรยืนอยู่ถัดไปจากจุดที่ซังจินปรากฏตัวอยู่ไม่ไกล

“สวัสดี”

มันดูเหมือนว่าเขาพึ่งจะประสบความสำเร็จในการเป็นฆาตกร เขาได้ปกคลุมไปด้วยเลือดและกำลังดื่มโพชั่น

“แกมันเป็นใครกัน?”

เขาไม่ได้วิตกกังวลอะไรกับการเผชิญหน้ากับฆาตกรอีกแล้ว ซังจินได้ใช้ทักษะใช้งานในทันที

“อยู่นิ่งๆ สเน็คอาย”

และที่เขาทำอย่างนี้เพราะว่ามันจะน่ารำคาญถ้าเขาวิ่งหนีออกไป อย่างไรก็ตามฆาตกรนั้นได้ใช้ฉายา ‘จิตแกร่ง’ ฉายาที่จะลดอาการตัวแข็ง มันดูเหมือนว่าการจู่โจมที่ได้มาถึงจุดนี้ทุกๆคนส่วนใหญ่ก็จะมีความสามารถในการหยุดอาการอัมพาตได้แล้ว

‘น่ารำคาญ’

ซังจินได้เตรียมพร้อมที่จะไล่ล่าฆาตกร แต่แล้วฆาตกรไม่ได้เลือกที่จะหลบหนี

“ฉันไม่รู้ว่าแกเป็นใคร แต่ว่าเข้ามาเลยไอเวร”

ฆาตกรได้ถือดาบและโล่เพื่อเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับซังจิน

“ขอบคุณมาก”

หลังจากที่ซังจินได้ขอบคุณให้กับเขาอย่างจริงใจ เขาก็ได้พุ่งเข้าไปหาฆาตกร ฆาตกรที่ได้เห็นซังจินเข้าไปหา เขาก็ได้ยกโล่ขึ้นและเตรียมพร้อมที่จะปะทะ ซังจินได้ยิ้มขึ้นและ

“ฟึบ ฟึบ”

ในวินาทีเดียวเขาก็ได้ปัดโล่และดาบของฆาตกรออกไป

“อะ อะไรกัน!?”

ดวงตาของฆาตกรได้เบิกกว้างราวกับถูกเวทมนตร์

“อย่างที่ฉันพูดไป ฉันรู้สึกขอบคุณจริงๆที่นายไม่ได้วิ่งหนีไป”

ในวินาทีต่อมา

“ฉึก”

ซังจินก็ได้แทงดาบเข้าไปในระหว่างชุดเกราะของฆาตกร

“อะ…อ๊ากกกก!”

เพิ่งแค่ได้รู้ถึงความแตกต่างของทักษะ ในที่สุดฆาตกรก็ได้เริ่มที่จะวิ่งหนีออกไป ซังจินได้นับหนึ่งถึงสามก่อนที่จะไล่ตามเขาไป และต้องขอบคุณในรองเท้าใหม่ของเขา

‘ว้าว…’

การก้าวเดินของซังจินได้รวดเร็วมาก ซังจินสามารถจะถึงตัวของฆาตกรที่วิ่งหนีไปได้อีกครั้งหลังจากไม่กี่วินาที

“ขอโทษด้วยนะ แต่ว่าเหตุผลที่ว่าทำไมฉันไม่ฆ่านายในก่อนหน้านี้…มันก็เพราะว่าฉันต้องการที่จะลองไอเทมใหม่นะ”

ตาของฆาตกรได้เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว มันดูเหมือนว่าเขากำลังจำเริ่มร้องขอชีวิต แต่ว่าก่อนที่เขาจะได้ทำ ซังจินก็ได้ตัดคอของเขาอย่างรวดเร็ว

“ฉูดดด”

เขาไม่ได้มีความรู้สึกใดๆจากสิ่งนี้เลย ความรู้สึกผิดก็เช่นกัน

หลังจากที่หยิบไอเทมขึ้นมา ซังจินก็หันหน้ากลับไปที่บัลลังก์ของราชาออร์คและนั่งลงไปบนเก้าอีก นับตั้งแต่ที่เขาล่าฆาตกร์หลังจากที่ย้ายมาในทันที มันจึงยังมีเวลาเหลืออยู่อีกมา ซังจินได้จัดการแต้มสเตตัสไปแล้ว และได้เปลื่ยนไอเทมแล้ว เขาไม่มีอะไรที่จะทำแล้ว

‘ตอนนี้จะทำอะไรดี?’

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ซังจินก็ได้นึกบางอย่างออก

‘ฉันควรจะตรวจสอบคนอื่นๆเพื่อนดูว่าพวกเขากำลังอะไรกันอยู่’

“โอเปอเรเตอร์”

ซังจินได้เรียกโอเปเรเตอร์และหยิบเอาคทาขุนศึกออกมา จากนั้นเขาก็วาดวงกลมกลางอากาศและพูดออกมา

“การตรวบสอบ”

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย < ตอนล่าสุดในกลุ่มลับทันอิ้งแล้วครับผ