0 Views

Chapter 140 – Greenskin Fortress

“Ka’chui! Meda’ruk!”

“Ba’siru! Da’mim!”

ป้อมปราการกรีนสกินได้ตกอยู่ในสภาวะฉุกเฉิน นี่มันเป็นเพราะการปรากฏตัวของมนุษย์เพียงคนที่มาทำลายทหารของป้องนี้ทั้งหมด คนๆนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกไปเสียจากซังจิน

ทุกๆครั้งที่ดาบของซังจินร่ายรำ ก็อบลิน ออร์คและโทรลนับไม่ถ้วนก็จะก็จะถูกหั่นเป็นชิ้นๆโดยไม่สามารถจะทำอะไรได้ สงความระหว่างทั้งป้อมปราการกับชายคนหนึ่งได้ประทุขึ้น แต่ว่าผลลัพธ์ของสิ่งนี้

“หือ ~ ฮ้า ~”

มันน่าทึ่งอย่างมาก ซังจินกำลังหายใจดังออกมาในขณะที่กำลังสังหารหมู่พวกมอนสเตอร์นี้ เขาประหลาดใจอย่างมากกับความเปลื่ยนแปลกนี้ เมื่อเขาได้นึกย้อนกลับไปในอดีต เขาจำเป็นจะต้องฝ่าไปอย่างช้าๆและระมัดระวังพร้อมกับกลุ่ม 5 คนเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์ที่อันตรายขึ้น

ซังจินได้ไต่ขึ้นมันไดไปขณะที่ทิ้งกองซากศพไว้เบื้องหลัง มันไม่ได้ใช้เวลานานเลยที่จะไปชั้นที่ๆราชาออร์คแกรนเคลอยู่ เพราะว่าเขาพุ่งตรงเข้ามาโดยที่ไม่ได้สนใจอะไรเลนทำให้มีมอนสเตอร์กลุ่มใหญ่ของออร์คอยู่เต็มห้องโถงนี้

อย่างไรก็ตามนี่มันเป็นเรื่องที่น่าพอใจอย่างมากเพราะว่าในตอนนี้เขาไม่จำเป็นจะต้องไปพยายามหามอนสเตอร์ที่ตกหล่นแล้ว

“ก๊าซซซ”

กลุ่มทหารออร์คระดับสูงได้พุ่งเข้ามาใส่ซังจิน พวกมันเป็นนักรบที่น่ากลัวซึ่งดูเพียงแค่กล้ามเนื้อมันก็เหมือนกับว่าทำมาจากเกราะแล้ว

‘ถึงอย่างนั้นพวกมันก็เป็นแค่หมูที่มีกล้ามเนื้อเท่านั้น’

พวกมันได้วิ่งเข้ามาใส่ซังจิน แต่ละตัวต่างก็ถือขวาน ค้อนหรือดาบตามลำดับ ซังจินได้ป้องกันอาวุธพวกนั้นและตัดเกราะและเนื้อหนังของมันราวกับว่าเขากำลังร่ายรำ

“ก๊าาา!”

ในขณะพวกมันได้ถูกสังหารไป

“นายท่านนั่นเป็นเวทมนตร์”ฃ

มูนสเปคได้เตือนฉัน ตอนนี้ฉันได้มองออกไปมันมีออร์คนักบวชระดับสูงอยู่ในระยะที่ไกลออกไปซึ่งมันกำลังเตรียมที่จะปล่อยบอลเพลิงออกมา มันดูเหมือนว่าออร์คนั่นมันพร้อมที่จะเผาเขาไปพร้อมๆกับพวกทหารออร์คแล้ว

‘พวกมันขายความจงรักภักดีหรืออะไรแบบนั้นหรอ?’

อย่างไรก็ตามออร์คนักบวชได้ปล่อยบอลเพลิงออกมาโดยที่ไม่กังวลเรื่องดังกล่าวเลย บอสไฟที่มันได้ปล่อยออกมามันใหญ่อย่างไม่น่าเชื่อ

“คลืนนน”

ซังจินได้ดึงอาเทอร์มิโอออกมาและดูดเวทมนตร์

“ดูดกลืน”

เมื่อเห็นบอลเพลิงยักษ์ที่หายไปออร์คนักบวชและแม้แต่ออร์คที่กำลังจะเสียสละก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ

“พวกนายจะไม่ของคุณฉันหรอ? ฉันช่วยแกไว้นะ”

ซังจินได้เหวี่ยงอาเทอร์มิโอที่ส่องแสงและมูนสเปคตัดหัวพวกออร์คทหารต่อไป

“ก๊าาา..”

เมื่อเขาได้ตัดหัวพวกออร์คทหารจนเกือบจะหมดนั้นเอง

‘นายท่านมีเวทมนตร์มาอีกแล้ว’

มูนสเปคก็ได้เตือนออกมา

“เข้าใจแล้ว”

ซังจินก็ได้เหวี่ยงอาเทอร์มิโอเพื่อที่จะปลดปล่อยบอลเพลิงที่เก็บเอาไว้ก่อนหน้านี้ใส่ออร์คนักบวช

“ก๊าา..”

ออร์คนักบวชที่กำลังร่ายเวทย์อยู่มันไม่สามารถจะร่ายเวทย์ได้จบและจากนั้น

“ตูมม!”

มันได้โดนเวทย์ของตัวเองระเบิดใส่ ดังนั้นในชั้นสุดท้ายได้ถูกเคลียร์ไปเรียบร้อยแล้ว ที่ด้านหน้าของซังจินเป็นประตูขนาดใหญ่ เป็นห้องของบอสธรรมดา ซังจินได้ผลักประตูและเดินเข้าไป

*****

ออร์คตัวหนึ่งได้เอนกายอยู่บัลลังก์เมื่อที่เบลเทรนได้ผลักประตูและเปิดเข้าไป ออร์คตัวนี้ดูค่อนข้างจะจริงจังสมกับที่เป็นราชา นอกจากนี้มันยังรู้วิธีที่จะพูดภาษาของมนุษย์อีกด้วย

“ยโสอะไรแบบนี้! เข้ากล้าที่จะมาท้าทายบัลลังก์ของข้างั้นรึ?”

อย่างไรก็ตามเบลเทรนได้ตรวจสอบรอบๆแทนที่จะฟังคำพูดของมัน ตามคำพูดของสุดยอดนักล่าเคมันจะมีการซุ่มโจมตีรออยู่ เบลเทรนได้พูดกับนักล่าที่อยู่ด้านหลังของเขา

“เราจะกำจัดนักธนูที่ซ่อนอยู่ออกไปก่อน”

นักล่าได้หยักหน้ารับ

“ถ้างั้นไปกัน”

[คำเตือน]
[ราชาออร์คแกรนเคลปรากฏตัว!]

เบลเทรนได้พุ่งเข้าไปใส่ราชาออร์คเพียงลำพังเมื่อได้ยินเสียงประกาศของโอเปอเรเตอร์ นักธนูออร์คที่ได้ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังได้ปรากฏตัวออกมาอย่างรวดเร็วและยิงลูกธนูไปที่เบลเทรนในเวลาพร้อมๆกัน

“ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ!”

เบลเทรนได้ถือไม้กระบองขึ้นและพูดออกมา

“บาเรียแม่เหล็กไฟฟ้า”

ได้มีบาเรียทรงกลมปรากฏขึ้นมารอบๆเบลเทรน ลูกธนูที่พุ่งมาปะทะกับบาเรียก็ได้ตกลงไปกับพื้น ในขณะที่เกิดเรื่องเช่นนี้

“โซ่สายฟ้า”

“ราพิด ช็อต”

นักธนูที่อยู่ด้านหลังของเบลเทรนได้ฆ่าออร์คนักธนูลงไป เมื่อการซุ่มโจมตีล้มเหลวแกรนเคลก็ได้ลุกขึ้นจากบัลลังก์และคว้าขวานขึ้นมา

“จงดูพลังของราชาซะ!”

มันได้พุ่งเข้ามาใส่นักล่าด้วยความในมือ

“เข้ามา!”

เบลเทรนได้ตั้งโล่ของเขาและกระแทกอย่างรุนแรงไปที่แกรนเคล ราชาแห่งออร์คมันก็ได้ตอบโต้ด้วยการเหวี่ยงจวานเข้าใส่อย่างมั่นใจ

เบลเทรนได้ป้องกันการโจมตีของแกรนเคลด้วยโล่และบางครั้งเขาก็จะโจมตีกลับไปด้วยไม้กระมอง ในขณะที่พวกเขากำลังปะทะกัน นักล่าคนอื่นๆก็ได้กวาดล้างออร์คที่เหลืออยู่ อย่างไรก็ตามในบางครั้งแกรนเคลก็จะกรีดร้องขึ้น

“มานี่และปกป้องราชาของเจ้า!”

สิ่งนี้มันจะทำให้เกิดออร์คขึ้นมาและโจมตีพวกนักล่า พวกเราได้ต่อสู้กันอย่างนี้ไปพักหนึ่ง แกรนเคลผู้ที่ได้เหวี่ยงขวานอย่างดุเดือน ทันใดนั้นเองมันก็วิ่งถอยหลังไปและซ่อนตัวอยู่หลังบัลลังก์

เบลเทรนได้สังเกตุเห็นว่าที่มุมหนึ่งของบัลลังก์มันมีออร์คนักบวชกำลังใข้เวทย์ออกมา เบลเทรนได้วิ่งไปหน้าหน้าและร้องออกมาในทันที

“โล่ของเทพเจ้า!”

*****

“ย๊่ากกกก!”

ฟรานซ์ได้แทนดาบเข้าไปที่ด้านข้างของแกรนเคล

“ก๊าซซซ!”

แกรนเคลมันได้กรีดร้องออกมาและเหวี่ยงขวานออกไป แต่ดูเหมือนว่าฟรานซ์จะคาดการณ์เรื่องนี้เอาไปแล้วในขณะนั้นเองเขาก็ได้ใช้ทักษะ ‘อิเร็คโต’ และป้องกันขวานเอาไว้ กระแสไฟฟ้าได้ไหลจากดาบของฟรานซ์ไปยังขวานของแกรนเคลและเข้าไปหาตัวของแกรนเคลเอง

“ก๊าซซซซซซ!”

ราชาออี์คมันได้กลายเป็นอัมพาตโดยกระแสไฟฟ้าและไม่สามารถจะขยับได้ชั่วคราว ในช่วงเวลนี้นักล่าก็ได้โจมตี ฟรานซ์ก็ยังถือดาบและพุ่งเข้าเข้าใส่แกรนเคลพร้อมๆกับพวกนักล่าอีกด้วย

“ก๊าซซซซซซซซซซ~”

แกรนเคลได้เปล่งเสียงที่น่าอดสูออกมาไม่แตกต่างไปจากเหล่าออร์คตัวอื่นๆในขณะที่ล้มลงไป ฟรานซ์ก็ได้เก็บดาบกลับเข้าฝักและพูดขึ้น

“มันเรียกตัวเองว่าราชา แต่ว่าในตอนที่ตายมันก็ไม่ได้ต่างไปจากคนอื่นๆเลย”

ในขณะเดียวกันนักล่าก็ได้มารวมตัวกันรอบๆฟรานซ์และพูดกับเขา

“ว้าว….นายนี่นาทึ่งจริงๆเลยนะฟรานซ์”

“นายน่าเหลือเชื่อมาก คุณแข็งแกร่งขนาดนี้ได้ยังไงกัน?”

ฟรานซ์ได้ยิ้มออกมาอย่างอายๆเมื่อถูกสรรเสริญอย่างกระทันหัน

“ไม่หรอก ฉันก็ไม่ได้เยี่ยมขนาดนั้น”

หนึ่งในพวกนั้นก็ได้พูดออกมา

“ฉันคิดว่าฟรานซ์จะต้องเป็นนักล่าที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่นักล่าที่รอดอยู่”

ฟรานซ์ได้หัวเราะขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินอย่างนี้ ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็เพิ่งจะได้รู้ถึงความแตกต่างอย่างมากในช่วงเช้านี้

“เอ่อ…ฉันไม่ใช่คนที่น่าทึ่งหรอก มีใครบางคนที่แข็งแกร่งกว่าฉันถึงสองเท่า… ไม่สิแข็งแกร่งมากยิ่งไปกว่านั้นซะอีก”

ด้วยคำพูดเหล่านี้ทำให้นักล่าคนอื่นๆตกใจมาก

“จริงดิ?”

บางคนก็ได้แสดงท่าทางสงสัยออกมา

“อ๊ะ มันไม่มีทาง…”

‘มันเป็นความจริง…’

ฟรานซ์ได้คิดที่จะบอกออกไปแต่แล้วเขาก็ไม่ทำ เพราะเขาคนนั้นไม่ใช่คนที่สามารถจะอธิบายด้วยคำพูดได้

“ยังไงก็เถอะ ลองไปหาชิ้นส่วนลับกันเถอะ มีใครในที่นี่มีฉายานักล่าสมบัติมั๊ย?”

“ฉัน”

ได้มีคนยกมือขึ้นมา ฟรานซ์ก็ได้พูดกับเขา

“ถ้างั้นก็ช่วนถามกับโอเปอเรเตอร์ทีว่าชิ้นส่วนลับซ่อนอยู่ที่ไหนเพราะว่าฉันรู้ที่อยู่ของบอสลับแล้ว”

“อา…โอเค โอเปอเรเตอร์ฉันจะใช้ทักษะนักล่าสมบัติ ช่วยบอกที่อยู่ของชิ้นส่วนลับที”

กลอนที่เป็นคำใบ้ได้ไหลออกมาจากลูกบาศก์

[พ่อค้าเร่จากดินแดนที่ห่างไหล]
[ข้ามพรมแดนมาพร้อมกับสิ้นค้าที่ห่อแน่น]
[เขาได้ถูกจับได้และโดนมัดมือ]
[ความหวังเดียวที่เขามีอยู่คือ]
[อิญที่หลวมในห้องขังใต้ดิน]
[และฟันยาวที่เขามี]

หนึ่งในนักล่าได้ยินกลอนก็ได้พึมพัมขึ้น

“คุกชั้นใต้ดิน…มันมีอะไรแบบนั้นด้วยหรอ?”

*****

นาดาได้ควงกริซของเธอในขณะที่พูดออกมา

“มันมีถนนบนชั้นที่ 1 ที่นำไปสู่ชั้นใต้ดิน”

“งั้นหรอฦW

“นี่มันโชคดีมาก เพราะว่าบอสลับก็อยู่ในชั้นใต้ดินเหมือนกัน ไปกันเถอะ”

ด้วยคำพูดของเธอ นักล่าได้เดินไปที่ชั้นใต้ดินทีละคนโดยไร้ซึ่งคำพูดใดๆ

“ก๊าซซซซ”

นักรบออร์คได้พุ่งเข้าใส่พวกนักล่า แต่ว่าพวกมันก็ไม่ได้คุกคามอะไรเลย พวกมันได้เสียชีวิตไปจากเวทมนตร์ดำของนาดา

“พลังแห่งความชั่วร้าย จงปล่อยความเสียหายต่อชีวิต ความตายที่เน่าเปื่อย!”

ด้วยทาสซอมบี้

“โดมินโก้กัดพวกมัน”

“กรรร”

และด้วยกริซที่ดูหรูหราของเธอ เธอไม่ได้เหงื่ออกเลยแม้แต่น้อยกับการฆ่าพวกมัน เธอได้บอกกับพวกนักล่า

“ไปกันต่อเถอะ มันไม่มีเวลาแล้ว”

นักล่าไม่สามารถจะทำอะไรได้นอกเหนือไปจากการอยู่เงียบๆและเหงื่อฟังเธอ และเพราะรูปลักษณ์ที่น่าทึ่งและร่างกายที่ยอดเยี่ยมของเธอ มีนักล่าหลายคนที่จะต้องกลืนน้ำลายของพวกเขาลงไปเมื่อมองไปที่เธอ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยากที่จะคิดจะทำอะไรกับเธอ

ความสามารถของเธอมีมากล้นพอๆกับเสน่ห์ของเธอเลย และอย่างที่มีกล่าวไว้ในบทกลอน มันมีเรือนจำขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้าพวกเขาเมื่อมาถึงที่ชั้นใต้ดิน

“ก๊าซซซ”

หลังจากที่ฆ่าผู้คุ้มกันห้องขัง นักล่าก็ได้เดินเข้าไปและเปิดประตูห้องขัง ภายในเรือนจำขนาดใหญ่นี้มีนักโทษหลากหลายสายพันธ์

เมื่อพวกนักโทษได้วิ่งออกไปเขาก็จะพูดอย่างเสมอๆว่า

“ขอบคุณ”

นักล่าได้ค้นหาไปที่ละห้องขัง แต่ก็ไม่สามารถจะพบชิ้นส่วนลับพบ

“หืมม…นี้มันแปลกๆนะ…มันน่าจะมีคุกใต้ดินเพียงแค่ที่เดียว…”

ในช่วงทั้งหมดนี้ นาดาก็ได้มองไปที่ห้องขังอย่างใกล้ชิด

“มานี่และดูมัน”

ห้องขังนี้มันเป็นห้องที่ว่างเปล่าไม่มีนักโทษด้านใน มันดูเหมือนกับว่าเธอจะได้พบอะไรบางอย่างในนี้ เธอได้ชี้ไปที่กำแพงด้ววยกริซของเธอเมื่อนักล่าได้มารวมกันเธอก็พูดออกมา

“จำได้มั๊ย? มันบอกว่ามีเพียงความหวังเดียวก็คืออิฐที่หลวม”

จริงๆแล้วส่วนนี้มันเปราะบางมากในกำแพงห้องขังทั้งหมด เมื่อนัก่าได้สัมผัสไปที่จุดนั้นเอง

คลืน

อิฐก็ได้ทรุดตัวลงไป ภายในนั้นมันมีทางยาว

*****

ภายในเส้นทางยาวนั้นคือพ่อค้าหนูที่เซริน ฮาน เคยพบมาก่อนเมื่อนานมาแล้ว ด้วยการพิจารณาจากฟันสีน้ำตาลของเขา มันดูเหมือนว่าเขาจะกำลังขุดอุโมงนี้โดยใช้ฟันของเขา เมื่อพ่อค้าได้เห็นนักล่า อย่างแรกเลยคือเขาตกใจ

“พวกนายเป็นใคร? มนุษย์? นายมาที่นี่ได้ยังไง?”

เมื่อเขาตระหนักได้ว่าคนที่เขาพบคืออะไร ทัศนคติของเขาก็เปลื่ยนไป

“อ่า แน่นอนนักล่า เฮ้ให้ฉันไปด้วยสิ ถ้าพวกนายให้ฉันไปด้วย ฉันก็จะให้สิ่งนี้กับพวกนาย”

เขาได้หยิบเอาก้อนหินที่ห้อยอยู่ออกมาจากหน้าอก

มันเป็นหินเอนชานต์ นักล่าได้พาเขาออกไปและแต่ละคนก็ได้รับหินเอนชานต์มา หลังจากที่ได้รับชิ้นส่วนลับมาแล้วพวกเขาก็หันหน้าไปมองเซริน ไม่สิ ไปทางมุสตาฟา

“นายบอกว่านายรู้ที่อยู่ของบอสลับใช่มั๊ย?”

เซรินได้ตอบกับไปด้วนเสียงทุ้มลึก

“ใช่แล้ว ตามฉันมา”

เธอได้นำเหล่านักล่าไปที่ห้องหัวหน้าผู้คุม ภายในห้องหัวหน้าผู้คุมมันมีพรมสี่เหลี่ยมอยู่บนพิ้น

‘ฉันฉันขยับสิ่งนี้…เขาได้บอกว่ามันจะมีบางอย่างอยู่ด้านล่าง…’

เธอได้ขยับพรมตามที่ซังจินได้แนะนำเอาไป ที่ด้านล่างมันมีประตูไม้อยู่ นักล่าได้เปิดประตูออกมาแล้วเดินลงไป

“ห้องใต้ดินใต้ห้องใต้ดิน…มันรู้สึกแปลกๆนะ”

“ถ้างั้นตอนนี้พวกเราควรจะออกไปดีมั๊ย?”

“นั่นมันไม่ได้นะ”

หนึ่งในนักล่าได้พูดออกมา

“มันหาได้ยากที่จะมีคนรอดครบทั้งห้าคนจนจบ ดังนั้นเราควรจะใช้โอกาสนี้ในการล่าบอสลับ นายไม่คิดแบบนั้นหรอ?”

นักล่าแต่ละคนได้หยักหน้าออกมา นี่มันเป็นเพราะว่าเขามีคนที่พวกเขาเชื่อมั่นด้วย ซึ่งนั้นก็คือ ‘ผู้ถูกเลือก’ เซริน ฮาน ผู้ที่เปลื่ยนเป็นมุสตาฟา

นักล่าที่เห็นความสามารถของเธอซึ่งได้สร้างหลุมบนหัวของออร์คจากที่ๆห่างไกลมากๆโดยที่ไม่ต้องใช้มือแต่พวกมัน พวกเขาเชื่อมั่นว่านี่จะเป็นโอกาสทองที่พวกเขาจะได้รับคะแนน

พวกเขาได้มุ่งหน้าไปที่ชั้นใต้ดินโดยที่ไม่จำเป็นจะต้องทำเครื่องหมายใดๆเลย มันเป็นทางเดินยาวเหยียวอยู่ภายใน ในขณะที่พวกเขาได้เดินเข้าไปข้างในทางเดินก็ได้กว้างขึ้นเรื่อยๆ

“ฮ่า….มีสถานที่แบบนี้ด้วยหรอ?”

แต่ในขณะที่พวกเขาไปต่อ ก็ได้มีเสียงบางอย่างที่เหมือนกับบทสวดที่แปลกประหลาดดังออกมาจากด้านใน

“โอม เมนิ ไซออน ราร์ คาทัช ไมออน”

นักล่าได้เข้าไปและมองดูภายใน ในนั้นมีอะไรที่เป็นสถานที่ไว้บูชาอยู่ มันมีแท่นบูชาที่มีเลือดอยู่เต็ม ยนนั้นก็ยังมีชิ้นส่วนของเนื้อหนังอยู่อีกด้วย แล้วมีอะไรบางอย่างสวดอะไรบางอย่างอยู่ด้านหน้า

“เรรู เฮ็น คาทัช เบล มิโอ”

และข้างหลังของเขาก็มีออร์คนับสิบนั่งคำนับอยู่ หนึ่งในนักล่าได้พูดขึ้น

“นี่มันคืออะไร…”

ในขณะนั้นเองการสวดก็ได้หยุดลง ออร์คทั้งหมดได้หันมามองนักล่าพร้อมๆกัน อย่างไรก็ตามมันไม่ปกติ ดวงตาของออร์คมันแตกตาจากออร์คตามปกติ ดวงตาของพวกมันได้ส่องประกายด้วยแสงสีแดง

[คำเตือนบอสลับ]
[นักบวชแห่งยอนฮัวเรท วาร์มิล และคัลทิสได้ปรากฏตัว]

นักล่าทั้งหมดได้หยุดที่จะพูดคุยและประจำตะแหน่งของตัวเองเพื่อที่จะเผชิญหน้ากับบอสลับ รูปแบบของงพวกเขาก็คือการปกป้องเซริน ที่เบื้องหลังของเหล่านักล่าเซรินได้หยิบเอาหนังสืออาหรับ ราตรีขึ้นมา จากนั้นเธอก็เปิดมันขึ้นมา

“ก๊าซซซซซซซซซซ!!!!”

พวกออร์คที่บ้าคลั่งได้พุ่งเข้ามาใส่เหล่านักล่า เซรินได้เริ่มอ่านเนื้อหาในหนังสืออย่างเร่งรีบ

อาลีบาบาได้ยืนอยู่เบื้องหน้าประตูและพูดออกมาว่า ‘เปิดงาน

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย < ตอนล่าสุดในกลุ่มลับทันอิ้งแล้วครับผม