0 Views

Chapter 14 – Black Market Second Shopping

และเมื่อคำอธิบายที่ยาวนานและเต็มไปด้วยรายละเอียดจบลงซังจินก็ได้ถูกส่งตัวไปที่ตลาดมืด

[และเมื่อเสร็จสิ้นการซื้อขายแล้วคุณสามารถใช้เวลาได้อย่างอิสระ]

[คุณสามารถที่จะไปที่โรงแรม ‘เก้าสิบเก้าคืน’ ได้ตลอดเวลา]

โอเปอเรเตอร์ทำการอธิบายต่อ แต่ซังจินรู้อยู่แล้ว

“ฉันเข้าใจแล้ว ขอบคุณ”

ซังจินโบกมือให้ลูกบาศก์และเดินเข้าไปสู่ตลาดมืด

‘ร้านหนังสือ…มันอยู่ที่ไหนกันนะ..’

ซังจินนั้นเคยที่จะมาที่ตลาดมืดหลายครั้งแต่เขาก็ไม่เคยเข้าไปที่ร้านหนังสือเลย

มันไม่มีเหตุผลที่ดีพอให้เขาเข้าไปที่นั่น ซังจินได้เดินไปในตลาดมืดเรื่อยๆจนไปพบกับร้านหนังสือในที่สุด

[ร้านหนังสือ ‘ดรายเมาส์’ แห่งนี้ถูกดูแลโดยบรรณารักษ์กอเมท]

[คุณสามารถซื้อหนังสือและข้อมูลต่างๆได้ที่นี่]

เจ้าของร้านนี้ดูเหมือนจะเป็นมนุษย์แพะที่เงียบสงบ เขานั้นกับลังอ่านหลังสือของเขาโดยที่ได้มีลูกค้าเข้ามาภายในร้าน ในที่สุดซังจินจึงไอออกมาเพื่อเรียกความสนใจ

“อะ..แฮ่ม”

ในที่สุดมนุษย์แพะก็รู้ตัวว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว สายตาของเขาได้ถอนออกมาจากหนังสือและมองไปที่ซังจินพร้อมกับทักทาย

“อา ขอโทษด้วยที่ผมไม่เห็นคุณก่อนหน้านี้…ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจ มันเป็นช่วงที่กำลังดีนะ…แล้วคุณต้องการจะซื้อหนังสืออะไรงั้นเหรอ”

“เปล่า…ฉันไม่ได้มาซื้อหนังสือ”

ซังจินได้หยินชิ้นส่วนแรกของ ‘เรื่องราวโบราณจากตะวันออก’ ออกมาอย่างระมัดระวังและแสดงให้กอเมทดู

“…คุณรู้จักหนังสือเล่มนี้หรือไม่”

ดวงตาของกอเมทเบิกกว้างอย่างตกใจ

“โอ้….พระเจ้า”

ตาของหันหันสลับมองไปมาระหว่างซังจินกับหนังสือ

“นี้มันเป็นของที่มีค่ามาก…..คุณไปได้มันมากจากที่ไหน”

ซังจินตอบกลับไปด้วยความจริง

“นายหมายถึงอะไร เห็นได้ชัดว่าฉันได้มันมาจากรางวัลการจู่โจม”

กอเมทส่ายหัวด้วยความไม่เชื่อและตอบกลับไปด้วยริ้มฝีปากที่แห้งเผือด

“ผมคิดว่าบทที่สองพึ่งจะจบลง…มันจะเป็นไปได้ยังไงที่จะได้รับชิ้นส่วนไอเทมในตำนานในช่วงนี้”

“..ฉันไม่รู้ว่ามันจะเป็นไปได้หรือไม่ แต่ว่า…นายมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับชิ้นส่วนอื่นหรือไม่”

“หืมม..ได้โปรดรอสักครู่”

กอเมทเก็บหนังสือและลุกขึ้น ที่เบี้ยงหลังของเขาเต็มไปด้วยหนังสือที่กองกันจนสูงกว่าตัวของซังจิน

เขาได้เดินเข้าไปขุดค้นภายในกองหนังสือนั้นและก็หายไปจากสายตา เมื่อเขาหายไปไม่กี่นาทีกองหนังสือก็สั่นเหมือนกับจะพังลงมา หลังจากนั้นไม่นานเขาก็โผล่ออกมาพร้อมหนังสืออีกสองเล่ม

ที่อยู่ในมือของเขาคือ ‘เรื่องราวโบราณจากตะวันออก’ ส่วนที่ 2 และส่วนที่ 3 กอเมทได้ประกาศออกมาอย่างภูมิใจ

“ผมมีมันอยู่นี้แล้ว คุณต้องการที่จะซื้อพวกมันไหม”

ซังจินได้แต่ยืนใบ้กิน

“….พวกนี้มันราคาเท่าไหร่”

“5000 เหรียญดำต่ออัน”

ซังจินแทบจะไม่เชื่อหูของตนเอง

“อะไรน๊ะ”

“5000 เหรียญดำต่ออัน นี้คุณเสียความสามารถในการได้ยินไปตั้งแต่ยังเด็กงั้นหรือ”

5000 เหรียญดำต่อชิ้น มันแพงมาก มันแพงเกินไป

“มันหมายความว่า…ไอเทมนี้มีค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็คือ 15000 เหรียญดำ…”

“ในความเห็นของกระผมเมื่อไอเทมชิ้นนี้มันสมบูรณ์มันจะมีค่ามากกว่า 15000 เหรียญดำมากนัก”

ซังจินยืนอย่างเงียบๆ กอเมทนั้นพูดถูก แต่ในตอนนี้เขาตััดสินใจเดินออกจากร้านไป

“…เข้าใจแล้ว ฉันจะกลับมาใหม่ในภายหลัง”

เขาต้องการ 10000 เหรียญดำเพื่อที่จะซื้อชิ้นส่วนทั้งสอง

“…ถ้าหากคุณคุณต้องการที่จะอ่านหนังสือเพื่อรอเวลาที่การจู่โจมครั้งถัดไปจะเริ่มขึ้น โปรดอย่าลังเลที่จะมาที่นี่ หนังสือเล่มใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการต้องสู้จะเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น”

ซังจินโบกมือให้แก่กอเมทและเดินจากมา จุดหมายต่อไปของเขาก็คือโรมแรม ‘เก้าสิบเก้าคืน’ ไม่มีอะไรแล้วในตอนนี้ที่เขาต้องการจะซื้อ มีเพียงแค่สองอย่างเท่านั้นที่เขาต้องการ

‘ฉันมีเหรียญดำอยู่ 2580 เหรียญ ดาบเล่มเก่าของฉันราคา 9700 เหรียญ และชิ้นส่วนที่เหลืออีกสองชิ้นราคา 1000 เหรียญ…’

“ท่านนักล่า ลองมาดูสินค้าของผมสิ”

พ่อค้าได้ตะโกนเรียก แต่เขาก็ไม่ใส่ใจเลยในตอนนี้เขากำลังมีปัญหากับสภาวะการเงินของเขาอยู่

‘รวบรวมหนังสือก่อนหรือเอาดาบเล่มเก่าก่อน…’

ซังจินนั้นขาดเงินอยู่ประมาณ 7500 เหรียญ เพื่อที่จะสามารถซื้อหนึ่งในสิ่งของทั้งสองอย่างได้ เขาจะต้องเคลียการจู่โจมอีกอย่างน้อยสองครั้งเพื่อที่จะมีเงินพอ เขากำลังวิเคราะห์หาข้อสรุปว่าควรจะซื้อสิ่งใดเป็นอันดับแรกในระหว่างเดินทางกลับโรงแรม

****

เมื่อเขากลับมาถึงโรงแรมแล้วเขาก็ได้พบกับเพื่อนที่คุ้นเถยกำลังรอเขาอยู่ มันก็คือหมาป่า ‘แกรนด์คิน’ เคนได้เห่าออกมาเหมือนจะเพื่อทักทายเขา

“โฮ่ง”

มันน่าเหลือเชื่อ แต่โอเปอเรเตอร์ก็ได้อธิบายถึงสิ่งนี้

[เริ่มต้นเชื่อมต่อกับทักษะ ‘สปิริตลิ้งค์’]

[‘แกรนด์คิน’ จะอยู่ที่โรงแรม ‘เก้าสิบเก้าคืน’ หลังจากนี้]

ซังจินรู้สึกยินดีกับข้อมูลนี้ แม้ว่าเขาจะรู้สึกไม่สบายกับคนอื่นๆ แต่การได้ใช้เวลากับสหายที่ซื่อสัตย์เช่นเคนนั้นก็ไม่ได้เสียหายอะไร

ซังจินได้เดินไปหาเคนและลูบหัวของมัน

“ไปกันเถอะเคน…ไปหาอะไรกินกัน”

เมื่อซังจินเข้าไปในโรงแนมครึ่งนกฮูกดารูปินก็ได้ทักทายเขาเช่นเคย

“ยินดีต้อนรับกลับ ท่านนักล่า”

เขาโค้งคำนับอย่างจริงใจจนเกือบจะถึงพื้น

“อาา..ของใจ”

“โฮ่งๆ”

เมื่อได้ยินเสียงหมาป่าที่ไม่คุ้นเคยดารูปินก็ได้หันหัวไปมองรอบๆจนเจอเคน ซังจินสามารถเห็นได้ว่าเขานั้นสามารถหันหัวได้เกือบ 180 องศา

“หมาป่าตัวนี้…”

ซังจินตอบอย่างลวกๆ

“เขาเป็นพรรคพวกฉันนะ ช่วยดูแลมันด้วยในตอนที่ฉันไม่อยู่แถวนี้”

“เข้าใจแล้วครับท่าน”

ดารูปินยืดตัวขึ้นแล้วถามต่อ

“ท่านหิวหรือไม่ กระผมจะได้ไปเตรียมอะไรมาให้”

ซังจินคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ซูชิหน้าต่างๆ 20 ชิ้น โอ้แล้วก็เอาเป็นหน้าปลาทูน่า 5 ชิ้นนะ”

ดารูปินหยักหน้า

“เข้าใจแล้ว ผมจะไปเตรียมทันที”

“อาา..แล้วก็เนื้อดิบสำหรับเคน 500 กรัม โอเครนะ”

ดารูปินหยักหน้าอีกครั้งหนึ่ง

[ไม่มีปัญหาครับ]

****

ซังจินได้คีบซูชิปลาทูน่าที่ยังเหลืออยู่เป็นชิ้นสุดท้ายขึ้นมาและหัวมันใส่ลงไปในปาก

เนื้อของปลาทูน่าที่นุ่มมีสัดส่วนของไขมันที่สมบูรณ์แบบ…มันเหมือนกับจะเป็นการหยายคายหากซันจินกลืนมันลงไป ผลงานอาหารที่สมบูรณ์แบบ

แต่แล้วในที่สุดมันก็ถูกกลืนลงไปอยู่ดี

‘ฉันควรจะสั่งเพิ่มดีไหมนะ’

ซังจินพิจารณาชั่งน้ำหนักตัวเลือกของเขาแล้วเขาก็เลือกที่จะไม่ทำ หากเขากินอาหารมากเกินไปมันอาจจะไปส่งผลในการจู่โจมของวันพรุ่งนี้

ซังจินมองลงไปทันทีที่เขากินเสร็จแล้วเขาก็เห็นเคนกิจเสร็จแล้วเช่นกันมันกำลังเลียจานเพื่อทำความสะอาดอยู่

“แล้วเจอกันพรุ่งนี้เคน”

ซังจินลูกไปที่เคนอีกครั้งหนึ่งและก็ขึ้นไปที่ชั้นบน เขาถามโอเปอเรเตอร์ในขณะถอดเสื้อผ้า

“โอเปอเรเตอร์ เหลือเวลาเท่าไหร่”

[10 ชั่วโมง 49 นาที 21 วินาที ก่อนที่ดารจู่โจมครั้งต่อไปจะเริ่ม]

ก่อนการจู่โจมครั้งถัดไปจะเริ่มขึ้นเขามีสิ่งที่ต้องทำอยู่สองอย่างด้วยกันนั้นคืออัพสเตตัสและตัดสินใจเกี่ยวกับฉายา

ซังจินลงไปในอ่างน้ำและถามโอเปอเรเตอร์

“แสดงค่าสเตตัสของฉัน”


ฉายา:สุดยอดนักล่า
พลังชีวิต:1500 มานา:220
ความแข็งแรง:212 (+63)
ความคล่องแคล่ว:293 (+88)
ความอดทน:115 (+35)
พลังเวท:14 (+4)
พลังจิตใจ:17 (+5)
แต้มที่ยังไม่ได้ใช้: 2200


‘2200 แต้มที่ยังไม่ได้ใช้หลังจากเคลียบทที่สอง…ฉันไม่คิดว่าฉันจะได้รับแต้มที่มากกว่า 2000 แต้ม แม้ว่าจะได้ไปถึงบทที่4แล้ว..’

มันเป็นจำนวนที่มากอย่างน่าเหลือเชื่อ มันเป็นเพราะซังจินได้รับคะแนนจากผลงานจากบทแรก และบทที่สองเป็นจำนวนมากบวกกับการเคลียแบบสมบูรณ์ 100%

‘ฉันคิดว่ามันเป็นเพราะฉันได้ทำทุกอย่างด้วยตัวฉันเอง’

คำถามที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือจะแบ่งอัพแต้มอย่างไรให้ดีที่สุด และหวังจากซังจินได้ตัดสินใจอย่างรอบคอบแล้วเขาก็ได้อัพค่าความแข็งแรง 700 ค่าความคล่องแคล่ว 800 และค่าความอดทนอีก 700

เหตุผบที่เขาได้อัพค่าความอดทนสูงขึ้นนั้นเป็นเพราะ…

‘จะเริ่มมีผู้ใช้เวทในการจู่โจมถัดไป’

มันจะมีการโจมตีด้วยเวทมนต์ที่ไม่สามารถจะหลบได้ไม่ว่าคุณนั้นจะมีความคล่องแคล่วมากสักเท่าไหร่ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยจึงต้องเพิ่มค่าความอดทน และแน่นอนว่าการที่ไปเพิ่มที่ค่าความอดทนอาจจะทำไปสู่การขาดแคลนพลังโจมตีแต่ว่า

‘ถ้าหากฉันต้องการฉันก็สามารถใช้ยอนฮัวเรทในการผ่านจุดที่ยากลำบากได้’

อีกหนึ่งอย่างที่ทำให้เขาลำบากใจก็คือจะทำอย่างไรกับฉายา

‘ถ้าฉันใช้ฉายาสุดยอดนักล่าก็จะได้รับโบนัสสเตตัสที่มากขึ้น แต่ถ้าฉันใช้ฉายานักล่าสมบัติโอกาสที่จะหาชิ้นส่วนลับเจอก็จะมากขึ้น…’

ยิ่งคิดมากขึ้นก็ยิ่งทำให้ตัดสิ้นใจได้ลำบาก ในที่สุดซังจินก็ตัดสินใจใช้ฉายาสุดยอดนักล่า

เหตุผลก็เพราะมันเป็นฉายาที่สุดยอดมาก แม้ว่าในบทท้ายๆซังจินก็ไม่เคยเจอฉายานี้มาก่อนแม้แต่ได้ยินก็ยังไม่มี

‘ฉันจะตัดสินใจอีกครั้งเกี่ยวกับฉายานักล่าสมบัติหลังจากลองใช้มันดูมากกว่าหนึ่งครั้ง…’

เมื่อซังจินได้อาบน้ำเสร็จเขาก็เก็บความคิดของเขาลง ความเหนื่อยล้าในวันนี้ได้ถูกผ่อนครายออกไปโดยการอาบน้ำแล้วและในคอนนี้เขาอยากที่จะนอนหลับบนเตียงนุ่มๆสบายๆ แต่แล้ว

“ก๊อก ก๊อก”

เขาก็ได้ยินเสียงเคาะประต

“ใคร”

ดารูปินได้ตอบคำถามเขาจากหลังประตู

“ท่านนักล่า ผมนำข้อมูลเกี่ยวกับการจู่โจมครั้งค่อไปมาให้ครับ”

‘ฉันไม่ต้องการมันแม้ว่า…’

แต่ซังจินก็เปิดประตูออกไป เขารู้สึกว่ามันจะเป็นการเสียมารยาทหากปฏิเสธความปรารถนาดีโดยเฉพาะกับดารูปินที่มอบอาหารที่ดีเยี่ยมและที่พักแก่เขา

เมื่อซังจินเปิดประตูออกมาดารูปินก็ยื่นกระดาษข้อมูลให้แก่เขา เมื่อซังจินรับมาเขาก็กล่าวขอบคุณ

“ขอบคุณมาก”

“หวังว่าท่านจะได้พักผ่อนอย่างสบายในยามเย็น”

และดารูปินก็จาดไปซังจินจึงมองไปที่กระดาษข้อมูล แต่มันก็ไม่มีคำใบ้เกี่ยวกับชิ้นส่วนลับเลย

ข้อมูลส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับภูมิประเทศ มอนสเตอร์ต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และเกี่ยวกับบอสที่ปกครองสถานที่ สิ่งธรรมดา ทุกสิ่งทุกอย่างที่ซังจินรู้แล้วจากประสบการณ์ในอดีต

ซังจินได้วางกระดาษลงไว้ข้างๆเตียงและแสงไฟกส่องทำให้ได้เห็นชื่อของมัน

‘ข้อมูลเกี่ยวกับ ‘สุสานวิญญาณสีเทา’ ‘

ในขณะที่นักล่าคนอื่นๆกำลังศึกษาข้อมูลจากกระดาษอย่างระมัดระวัง แต่ซังจินก็ได้ปิดไฟและล้มตัวลงนอนหลับ