0 Views

Chapter 138 – Black Market Eleventh Shopping (5)

ฟรานซ์ได้เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น เขาได้สูดหายใจเข้าและออกขณะที่จับดาบเอาไว้ในมือ

“ฟู่ววววว….”

มันดูเหมือนจะเป็นวิธีการเตรียมตัวของเขาเอง ซังจินได้เหวี่ยงบลัดเวเจนและอาเรี่ยนเพื่อซ้อมมือของเขา

ฟุบ ฟุบ

และก็พูดออกมา

“เฮ้ฟรานซ์ถ้าเป็นแค่การสู้เฉยๆมันจะน่าเบื่อเกินไป ดังนั้นเรามาเดิมพันกันเล็กๆหน่อยมั๊ย? ถ้านายสามารถโจมตีฉันได้แม้แต่ครั้งนึงได้ด้วยดาบของนายถ้างั้นฉันจะ….”

เมื่อวานนี้หลังจากที่ซังจินซื้อของทุกอย่างแล้วเขายังมีเงินเหรียญอยู่อีก 1000 เหรียญดำ

“ฉันจะให้นาย 1000 เหรียญดำ”

“แล้วถ้าฉันไม่สามารถโจมตีได้ล่ะ?”

“ถ้างั้นนายจะต้องให้ฉัน 1000”

ฟรานซ์ได้ขบริมฝีปากและพูดออกมา

“อืมม…ดูเหมือนมันจะเสียเปรียบนะ…”

“ถ้างั้นฉันจะไม่ใช้ทักษะใช้งานของไอเทม”

“แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นแบบนั้น….”

ซังจินได้เก็บดาบกลับเข้าไปในฝักและพูดออกมา

“ถ้างั้นแบบนี้ล่ะ? ฉันจะใช้เพียงแค่ดาบเล่มเดียว”

ในที่สุดฟรานซ์ก็หยักหน้ารับ

“…โอเค นั่นไม่มีปัญหา”

“เอาล่ะ”

ฟรานซ์ได้ชูดาบขึ้นและพูดออกมา

“ถ้างั้นฉันจะเข้าไปละนะ”

เขาได้แสดงท่าทางที่จริงจังออกมา

“เข้ามาได้เสมอ”

ซังจินได้ตอบกลับไปในขณะที่มองไปที่เขา

‘เขาจะไม่มีโอกาสแน่ๆถ้าฉันต่อสู้อย่างจริงจัง…แต่ว่าถ้าฉันทำแบบนั้นฉันก็ก็จะไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้จากการย้อนเวลาได้อย่างเต็มที่…ฉันจะใช้เวทย์นี้หลังจากต่อสู้กันไปพักหนึ่ง’

ในขณะที่ซังจินคิดเช่นนี้

“ย้าาาา!”

ฟรานซ์ได้ตะโกนออกมาในขณะที่พุ่งมาใส่ซังจิน ฟรานซ์นั้นเร็วมากกว่าต่อที่เขาพบครั้งแรกที่หอกคอยไอวอรี่มาก เขาพุ่งมาอย่างรวดเร็วและเล็งโจมตีไปที่ไหล่ที่ว่างเปล่าของซังจิน ซังจินได้ยกอาเรี่ยนขึ้นเพื่อป้องกันการโจมตีนี้

เคร๊งงงง

น้ำหนักของการโจมตีระหว่างที่ดาบปะทะกันมันก็ยังหนักมากกว่าแต่ก่อนเหมือนกัน

‘โห…?’

ในขณะที่ซังจินรู้สึกประหลาดใจ ฟรานซ์ก็ตะโกนขึ้นอีก

“อีเร็คโต”

จากนั้น

“จีสสสสสสส์”

ดาบของฟรานซ์ได้ปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาเป็นจำนวนมาก กระแสไฟฟ้ามันได้ไหลผ่านอาเรี่ยนและมาถึงซังจินซึ่งทำให้เขาต้องดันดาบของฟรานซ์ออกไป แม้ว่าฟรานซ์จะเป็นคนที่ถูกผลักออกไปแต่คนที่ได้รับความเสียหายก็คือซังจิน

‘ฟู่…ดาบจะเป็นตัวนำกระแสไฟฟ้าถ้าฉันป้องกันมัน ฉันก็จะได้รับความเสียหาย…น่าลำบากอะไรแบบนี้’

ฟรานซ์ได้ควงดาบของเขาและเตรียมพร้อมที่จะโจมตีอีกครั้ง ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ต้องการให้ซังจินมีโอกาสได้คิดอะไร

“อว๊ากกกก!”

เขาได้ควงดาบสองมือเหมือนกับกังหันลมเข้าใส่ซังจิน การป้อมกันสนามไฟฟ้านี้มันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง ซังจินได้เงยหน้าขึ้นและหลบมา

“จีสสสสส!”

มีเสียงที่ข่มขู่เขาลอยผ่านหัวของเขาไป ฟรานซ์ที่โจมตีพลาดก็ได้หันไปมองตามและเหวี่ยงดาบอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้มันมาจากทิศที่ต่ำ ซังจินจึงกระโดดขึ้นเพื่อหลบ

อย่างไรก็ตามดาบของฟรานซ์ก็ยังคงไม่หยุดไล่ตามแม้ว่าซังจินจะกระโดด ฟรานซ์ได้ทำนายเอาไว้แล้วว่าฝ่ายตรงข้ามจะกระโดดขึ้น เมื่อซังจินไม่สามารถที่จะหลบในขณะที่อยู่กลางอากาศได้ เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเหวี่ยงอาเรี่ยนเข้าไปปะทะเพื่อป้องกันดาบของฟรานซ์

“เคร๊งงง”

และเมื่อเขาป้องกัน

“จีสสสส”

สายฟ้ามันก็ได้ไหลผ่านมาอีกครั้ง แขนที่ถืออาเรี่ยนเอาไว้กลายเป็นชาเล็กน้อย แต่ว่าซังจินก็ยังคงเตะฟรานซ์ไปในขณะที่อยู่ในสถานะเช่นนี้

“ฮ่าห์”

มันเป็นการโจมตีที่ไม่น่าคาดคิด

ตึก!

“อึกก”

มันดูเหมือนว่าฟรานซ์จะไม่ได้คิดว่าซังจินจะสามารถเตะกลางอากาศได้ในขณะที่ป้องกันดาบของเขา เขาได้เซไปในขณะที่โดนเตะเข้าไปจังๆที่หน้าอก

ซังจินก็ยังไม่ได้ปลอดภัยนัก เขาได้ถูกช็อตอีกครั้งด้วยสายฟ้าเมื่อเขาได้ถูกบังคับให้ป้องกันดาบของฟรานซ์ หลังจากที่เขาเปลื่ยนอาเรี่ยนจากมือขวาไปมือซ้ายแล้ว เขาก็ได้บีบมือขวาสองสามครั้ง

‘ชิ ความเสียหายที่ฉันได้รับแม้ว่าจะป้องกัน… มันเป็นประโยชน์อย่างมากเลยสำหรับนักดาบ’

ซังจินไม่แน่ใจว่าฟรานซ์แพ้อิลลิชได้ยังไง แต่ว่ามันก็ดูเหมือนว่าฟรานซ์จะไม่ได้อ่อนแอเลยเมื่อนำไปเทียบกับอิลลิช ถ้าหากฟรานซ์แข็งแกร่งกว่านี้อีกเล็กน้อย

‘เขาคงจะได้รับผลกระทบจากสงครามทางจิตวิทยาของอิลลิชสินะ? ถ้างั้นก็เป็นอีกครั้ง….อิลลิชเป็นคนที่ฉลาดแกมโกงที่สุดในหมู่ 10 คนสุดท้าย’

ขณะที่ซังจินกำลังคิดเช่นนั้น ฟรานซ์ก็ได้ร่ายเวทย์ในทันที

“สิ่งที่แท้จริงคือสิ่งลอง และของลวงคือความเป็นจริง! ภาพลวงตา!”

ฟรานซ์ได้แยกออกมาเป็นสี่คน ซังจินได้จับไปที่ปากในขณะที่มองดูสิ่งนี้

“โอ้ โห…”

จากนั้นฟรานซ์ทั้งสี่คนก็ได้พูดออกมาในเวลาเดียวกัน

“ฉันได้เรียนรู้เวทมนตร์บางอย่างมาตามที่นายแนะนำ มันคงจะเป็นเรื่องเสียเปล่าหากไม่ได้ใช้พลังเวทย์และพลังจิตใจนั่น”

“จริงหรอ? แต่ว่านะมันมีความแตกต่างระหว่างการใช้เวทย์ยังไงกับใช้มันได้อย่างถูกได้ เรจะมาดูกันว่านายทำได้ดีแค่ไหนกับมัน?”

“ใช่แล้ว! ช่วยพิสูจน์ด้วยตัวของนายเอง!”

เมื่อซังจินได้ซังเกตุเห็นฟรานซ์ทั้งสี่คนที่วิ่งเขามาหาเขา โคลนนี้จะทำให้ภาพลวงตาปรากฏออกมาว่าเหมือนกัน พวกเขาเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมองออกไปจากภายนอก การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ

‘เคนกัดหนึ่งในนั้น’

หรือ

‘ซาดาเมียร์ฉีกพวกเขาออก’

ซังจินสามารถที่จะใช้สัญอัญเชิญของเขาในการแยกตัวปลอมออกไป อย่างไรก็ตามการทำเช่นนั้นมันจะกลายเป็นการทำลายกฏการเดิมพันที่ตั้งขึ้นมา นอกจากนี้ก็ยังมี

‘จงเผาทุกอย่างในเส้นทาง! บอลเพลิง!’

หรือไม่ก็

‘จงพันธนาการด้วยน้ำแข็ง! ฟรอสต์ไบท์!’

เขาสามารถที่จะใช้เวทมนตร์เพื่อจัดการได้เช่นกัน แต่ว่าซังจินก็ต้องการที่จะเก็บมานาไว้ใช้สำหรับเวทย์ ‘ย้อนเวลา’ ซังจินได้ถือดาบของเขาเอาไว้ในขณะที่รอคอยฟรานซ์ทั้งสี่ จากนั้นสองในสองก็เขามาถึงเขาในเวลาเดียวกัน

“ย้ากกก!”

“ย้ากกก!”

เสียงตะโกนของพวกเขาเหมือนกัน

‘นี่มันก็อาจะเป็นจุดประสงค์บางอย่าง’ ซังจินได้คิดขึ้นมา

เขาได้ค่อยๆถอยหลังไปอย่างช้าๆ เขาได้นับจำนวนของฟรานซ์

‘ด้านหน้าซ้ายคือหมายเลข 1 ด้านหน้าขวาคือหมายเลข 2 หลังซ้ายคือหมายเลข 3 และหลังขวาก็คือหมายเลข 4’

ในขณะที่หมายเลข 1 และ 2 ได้พุ้งเข้มาหาเขาพร้อมๆกัน เขาได้วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ฟรานซ์หมายเลขหนึ่งที่เข้ามาฟันได้เผอิญถูกดาบของฟรานซ์หมายเลข 2 ตัดขาดครึ่งไป

‘ตัวนั้นเป็นตัวปลอม’

ตามที่คาดไว้ ฟรานซ์ไม่เคยใช้เวทมนตร์มาก่อน เขายังไม่รู้เรื่องการชนกันของตัวจริงกับตัวปลอมและตัวปลอมกับตัวปลอมซึ่งมันจะทำให้พวกเขาหายไปได้

ตอนนี้เหลือเพียงแค่สามเท่านั้น ฟรานซ์ดูเหมือนจะเข้าใจในความผิดพลาดของเขาและคราวนี้ร่างทั้งสามก็ถูกแยกให้ออกห่างจกกันและเข้ามาโจมตี

‘คนไหนเป็นตัวจริง….’

ถ้าซังจินสามารถจะใช้ดาบคู่ได้เขาก็จะไม่ต้องกังวลมากนัก แต่ว่าเนือกจากตอนนี้ด้วยการเดิมพันทำให้เขาใช้ดาบเพียงเล่มเดียวเท่านั้น ซังจินได้วิ่งเข้าไปหาหนึ่งคนที่กำลังเข้ามาหาเขาจากด้านหน้า เขาได้หลบการดาบและตัดแขนของตัวนั้นไป ครู่หนึ่งที่เขาจัดการตัดแขนภาพลวงตานั้นก็หายไป

‘นี้ก็เป็นตัวปลอมเหมือนกัน’ฃฃหมายเลข 2 และ 3 กำลังวิ่งเข้ามาหาซังจินจากด้านหน้าและด้านหลัง เวลาในการตอบสนองมันได้กลายเป็นสั้นลง แต่ว่าเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น ซังจินได้หันไปทางด้านหมายเลข 3 และแทงดาบไปที่ข้อมือของฟรานซ์ก่อนที่เขาจะโดนสัมผัสตัว

“ปุ้ง”

แต่อย่างไรก็ตามมันก็ยังคงเป็นตัวปลอม ซังจินได้รีบหันหคอไปอย่างเร่งรีบ และในขณะนั้นเอง

“ฟุบ”

ดาบของฟรานซ์หมายเลข 4 ได้เฉียดโดนหลังมือของเขาไป

“วู้ฮู”

ฟรานซ์ได้แทงดาบเข้าไปในพื้นและตะโกนออกมา

“เค พันเหรียญดำ นายยังจำสัญญาของเราได้ใช่มั๊ย?”

หลังจากที่มองไปที่ฟรานซ์ด้วยทางทางที่เศร้าเล็กน้อย ซังจินได้พูดออกมา

“อา ฉันจะรักษาสัญญา นั่นคือถ้านายยังสามารถจำมันได้นะ”

“ฮะ?”

ซังจินได้ใช้ทักษะใช้งานของเขาในทันทีเมื่อฟรานซ์เอียงหัว

“อำนาจเวทมนตร์”

แหวนของซังจินได้เริ่มส่องสว่างขึ้นมา

“กระแสมานา”

จากนั้นอาเรี่ยนก็ได้ร้องออกมา

“วูววววววววว”

การเตรียมการทั้งหมดได้เสร็จสิ้นแล้ว ซังจินได้ร่ายเวทย์ในทันที

“การตัดสินใจที่ไม่เคยผิดพลาด ความเสียใจที่ไม่เคยได้เกิดขึ้น ย้อนเวลา”

ฟรานซ์ได้ยืนจับดาบบนพื้นและมองมาที่ซังจิน ในเวลาเดียวกันซาดาเมียร์ที่ยืนอยู่ห่างออกไปเล็กน้อยได้กอดอกอย่างมีอารมณ์ ในระหว่างช่วงเวลาสั้นๆนั้นซังจินก็คิดขึ้นมา

‘มันควรจะทำงานใช่มั๊ย?’

จากนั้นปากของฟรานซ์ก็ได้ขยับ ช้า ช้ามากๆ

“นั่น มัน เวทย์ อะ ไรรรรรร…..”

คำพูดของเขาได้ยืดยาวออกมาราวกับว่าเทปที่ถูกยืดออกมา มันรู้สุดเวลากำลังไหลช้าๆ แล้วจากนั้นก็หยุดลง และ

‘มันทำงานใช่มั๊ย?’

เมื่อซังจินคิดอย่างนี้อีกครั้ง ทันใดนั้นเวลาก็เริ่มถอยหลัง ซาดาเมียร์ที่ได้กอดอกก็เริ่มเอามือออกกลับท่าเดิม ฟรานซ์ที่แทงดาบลงไปบนพื้น ก็ได้ยกขึ้นกลับไปและถือเอาไว้

ซังจินกระบวนการย้อนเวลาเช่นกัน การไหลของเวลาของเขาได้ย้อนกลับไป มองมองและการเคลื่อนที่ของเขาได้ย้อนกลับไป แผลด้านหลังมือของเขาที่โดนดาบฟันไปเฉียดๆได้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

หลังจากนั้นหมายเลขสองที่ถูกแทงข้อมือก็กลับมา หมายเลขสองที่ถูกตัดก็ถูกสร้างกลับมา หมายเลขหนึ่งก็ปรากฏตัวกลับมาอีกครั้งเช่นกัน

‘มันจะย้อนกลับไปจนถึงตอนไหน?’

ขณะที่วังจินกำลังขบคิดเรื่องนี้ การย้อนเวลก็ได้ช้าลง และเวลาก็ถูกหยุดและเริ่มกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

“ย้ากกก!”

“ย้ากกก!”

ฟรานซ์หมายเลข 1 และ 2 ได้พุ่งเข้ามาใส่ซังจิน ทั้งสองคนนี้เป็นตัวปลอมอยู่แล้ว ไม่ว่าเขาจะเขามาหรือไม่ก็ตาม ซังจินเพียงแค่ยืนอยู่ที่เดิน ดาบของหมายเลข 1 และ 2 ได้ฟันเขาคือคอและไหล่ของซังจินตามลำดับ

“ปุ้ง”

เมื่อดาบสัมผัสถูกตัวของซังจินพวกเขาก็หายไปเอง หลังจากนั้น

“อว๊ากกก”

“อว๊ากกก”

หมายเลข 3 และ 4 ได้กระโดดเข้ามา

‘ตัวจริงคือหมายเลข 4’

ซังจินได้เมินการกระโดดเข้ามาของหมายเลข 3 และโจมตีไปที่ข้อมือของหมายเลข 4 ด้วยสันดาบของอาเรี่ยน

ปึก

และด้วยเสียงนั้น

“อึก!”

ฟรานซ์ที่สูญเสียสมดุลก็ได้ตกลงมา เขาได้เริ่มจ้องไปที่ซังจินราวกับว่าเขาได้เห็นผีและถามออกมา

“ดะ ได้ ได้ยังกัน…นายรู้ได้ยังไง?”

ซังจินคิดว่ากำลังจะตอบกลับไปแต่ตอนนั้นเองโอเปอเรเตอร์ก็ได้เตือนออกมา

[มานาต่ำ]

‘…มานาที่ใช้ไป…มันดูเหมือนว่าจะไม่ได้กลับคืนมาด้วย’

ซังจินได้ยกแหวนขึ้นและพูดออกมา

“อำนวจพลังเวทย์”

[อยู่ในคูลดาวล์]

ตามที่คาดแหวนของจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ก็อยู่ในคูลดาวล์

‘…ฮืม…’

ซังจินได้ตกไปอยู่ในความคิดของเขา

‘ถ้าหากว่าใช้เวทย์นี้ มานาและทักษะใช้งานจะคงเดิม อย่างไรก็ตามสิ่งที่ไม่ได้ใช่…ก็จะสามารถที่จะใช้ได้…’

ซังจินได้คิดไปถึงข้อสรุปของมัน ตอนนั้นเองซาดาเมียร์ก็ได้เดินเขามาและพูดขึ้น

“ถ้ามานาของนายท่านต่ำ ถ้าอย่างนั้น

ซังจินได้มองไปที่จินนี่ของเขา ตอนนี้เขาก็ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซาดาเมียร์ต้องการที่จะใช้เวทย์ย้อนเวลามาทั้งชีวิต แต่ถ้าเวทมนตร์มันทำงานแบบนี้ ถ้าอย่างนั้นเขาก็ไม่สามารถจะเห็นการใช้งานของมันได้

นี่มันเป็นเพราะว่าถ้าซังจินได้ใช้เวทย์นี้ทุกคนรอบๆที่เห็นเขาใช้ก็จะลืมมันไปเมื่อเวลาได้ถูกย้อนกลับ

แม้แต่ซาดาเมียร์ในปัจจุบันก็ยังสับสนว่าซังจินได้ใช้เวทย์นี้หรือไม่ ไอเทมนั้นถูกใช้อย่างแรกนอน แต่เขายืนอยู่ที่นี่ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซังจินได้เก็บอาเรี่ยนเข้าฝักและพูดออกมา

“ถ้างั้นวันนี้เราจบมันไว้แค่นี้ละกัน ขอบใจมากฟรานซ์กลับไปด้านในและพักผ่อนเถอะ หลังจากนี้ซักพักก็มากินอาหารเช้าด้วยกัน”

“อา…โอเค เค”

หลังจากที่ซังจินได้หยักหน้าของเขา เขาก็เลือกซาดาเมียร์เข้ามา

“ซาดาเมียร์มานี่แปปนึงสิ”

“ครับนายท่าน”

เห็นได้ชัดว่าซาดาเมียร์ไม่ได้เห็นผลของเวทมนตร์ หลังจากนั้นซังจินก็ได้อธิบายถึงผลกระทบของเวทย์ให้ซาดาเมียร์ฟัง แล้วจากนั้นซังจินจะต้องปรึกษาเขาเกี่ยวกับวิธีการใช้และเมื่อใดที่ควรจะใช้เพื่อที่จะทำให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย < ตอนล่าสุดในกลุ่มลับทันอิ้งแล้วครับผม