0 Views

Chapter 133 – Kariharan Frostplains (12)

ซังจินได้เดินเข้าไปหาอิลลิชพร้อมกับดาบที่ได้เตรียมพร้อม แต่แล้วจากนั้นอิลลิชก็ได้ยกมือขึ้นและพูดออกมา

“เฮ้ ฟังฉันเดี๋ยวสิ”

ซังจินได้หยุดมือเอาไว้

‘…อย่างน้อยฉันก็สามารถที่จะฟังคำพูดสุดท้ายของเขา’

“ฉันไม่รู้นะว่านายมากจากไหนหรืออะไรที่นายจะทำ…แต่ว่าทำไมนายถึงพยายามจะฆ่าฉัน?”

ซังจินได้ตอบกลับไปสั้นๆ

“เพราะว่านายเป็นฆาตกร”

“เดี๋ยวนะ ถ้างั้นทำไมนายโจมตีเพียงแค่ฉันและทิ้งนักดาบเอาไว้ล่ะ?”

ซังจินได้เงียบสำหรับคำถามนี้ เขาไม่สามารถจะบอกไปได้เกี่ยวกับเรื่องผู้ถูกเลือก เขาไม่ได้ตั้งใจจะบอกทุกๆอย่างกับเขา แต่แล้วอิลลิชก็พูดออกมา

“มันเป็นเพราะนักดาบคนนั้นเป็น ‘ผู้ถูกเลือก’ หรอ? แล้วนายก็เป็น ‘ผู้เลือก’? โบนัสสเตตัสของผู้ถูกเลือกก็คือ 20% ของสเตตัสของนาย ฉันพูดถูกใช่มั๊ย?”

‘…ฉลาดเหมือนเคย’

เขาสามารถที่จะสรุปเรื่องราวนี้ได้จากสเตตัส เมื่อเห็นซังจินยังคงเงียบ อิลลิชก็พูดต่อไป

“เฮ้ ฉันคิดว่านายเข้าใจอะไรบางอย่างผิดไปนะ ฉันโจมตีกลับไปเพราะว่าเขาโจมตีมาที่ฉันก่อน นายไม่เห็นรัศมีสีแดงบนตัวของเขางั้นหรอ? ฉันก็แค่ป้องกันตัวเองนะ”

มันช่วยไม่ได้ที่ซังจินจะยิ้มขึ้นมา เขาไม่เคยเห็นอิลลิชแสดงท่าทางเช่นนี้มาก่อนเลย

‘ไม่มีอะไรที่จะทำอิลลิชได้เมื่อเผชิญกับอำนาจเด็ดขาด’

“คนๆนั้นไม่ได้โจมตีคนอื่นมั่วๆ ถ้าเขาโจมตีนาย นายจะต้องทำอะไรบางอย่างที่กระตุ้นเขา”

จากนั้นอิลลิชก็ได้กล่าวยืนยันตัวเองออกมาอย่างหนักแน่น

“นักดาบคนนั้นใช้อารมณ์มากเกินไป เขาจะเอาชนะความเศร้าโสกจากการเสียพรรคพวกและพยายามจะตำหนิฉันที่ทำให้พวกเขาตาย นั่นมันคือเมื่อตอนที่เขาโจมตีฉัน ฉันจะต้องทำยังไงล่ะ? ฉันได้เข้าร่วมในการจู่โจมและพยายามจะเอาชีวิตรอด แต่เขาก็ได้ทำร้ายฉัน ทั้งหมดนั่นมันคือการป้องกันตัวจริงๆ”

ซังจินได้จ้องมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่รู้ว่าอิลลิชใช้วิธใด แต่มันก็เป็นไปได้อย่างมากว่าเขาได้กระตุ้นฟรานซ์ให้มีเจตนาเริ่มการต่อสู้ แต่ว่า

‘นักดาบคนนั้นใช้อารมณ์มากเกินไป’

เขาไม่ได้พูดผิดเลยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ฟรานซ์นั้นเคยเข้ามาโจมตีซังจินกที่เขาไปข้างหน้าด้วยตัวคนเดียว มันเป็นเรื่องดีที่ฟรานซ์มีอาการชอบความเป็นธรรมอย่างมาก แต่ว่าบางครั้งเขาก็จะมองแคบเกินไป

‘หืมม ฉันควรจะพูดอะไรซักอย่างกับเขาก่อนที่จะฆ่าเขา?’

ซังจินได้คิดขึ้น ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะถามออกมา

“ถ้านายเป็นคนที่ถูกต้อง แล้วทำไมนายถึงวิ่งหนีไปเมื่อเห็นฉัน?”

“ฉันจะทำอะไรได้บ้างล่ะเมื่อมีคนที่แข็งแกร่งกว่ามาโจมตีฉัน? ฉันทำได้แค่หนีเท่านั้น”

“ถ้างั้นทำไมนายซุ่มโจมตีฉัน”

“นายเร็วกว่าฉัน และการติดตามใครท่ามกลางพื้นที่หิมะก็ง่ายมาก ดังนั้นฉันจึงคิดว่ามันเป็นเพียงวิธีเดียวที่ฉันจะรอดได้ ฉันพยายามที่จะต่อสู้เพื่อความความอยู่รอดสุดท้ายและแม้กระทั่ง ฉันได้ว่างว่าจะโจมตีแค่สองสามครั้งก่อนที่จะวิ่งหนีไปอีก”

‘เขายังคงพูดได้น่าเชื่อถือมาก’

เขาเคยเป็นทหารผ่านศึกมาก่อน มันเป็นเรื่องยากที่จะหาความจริงจากคำพูดของเขา ซังจินจึงคิดว่าจะใช้ดวงตาแก่งเจรามิท ไม่ว่าเขาจะฉลาดแค่ไหนเขาก็ไม่สามารถจะหลบผลกระทบของไอเทมชิ้นนี้ไปได้ ซังจินได้สัมผัสไปที่ไอเทมในขณะที่ถามออกมา

“ถ้างั้นนายจะบอกว่านายไม่เคยเป็นฆาตกรมาก่อนหรอ?”

“แน่นอน ฉันเคยทำมันแค่ครั้งนี้ครั้งเดียเท่านั้น นักดาบคนนั้นแข็งแกร่งเกินไป ฉันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องจัดการกับเขา”

ซังจินได้รอคอยให้ความคิดของเขาออกมา แต่แล้วมันกลับกลายเป็นอย่างอื่นแทน

[ดวงตาแห่งเจรามิท ยังเหลือคูลดาวล์อยู่อีก 5 นาที 7 วินาที]

เป็นเสียงประกาศของโอเปอเรเตอร์แทน

‘โอ้…ใช่สิ’

เขาได้ใช้ดวงตาไปแล้วเมื่อตอนคุยกับเบลเทรน

‘นายผ่าน’

หลังจากนั้นเขาก็ไปที่มิติอื่นต่อ แต่ว่ามันได้ผ่านไปแค่ 5 นาทีเท่านั้น ซังจินได้จ้องไปที่อิลลิชจากด้านบน

‘ฉันควรจะให้เวลาเขา 5 นาที?’

แต่ว่านั่นมันนานเกินไป คนที่ฉลาดแกมโกงแบบเขาอาจจะพยายามทำบางอย่างในตอนนั้นได้ ซังจินได้พิจารณาตัวเลือกของเขา

‘ฉันควรจะทำยังไง? ตัดหัวเขาไปตามปกติ? หรือรอฟังความคิดของเขา?’

ในขณะเดียวกันอิลลิชก็ยังคงแก้ต่างให้กับตัวเองอย่างต่อเนื่อง

“ไปถามนักดาบนั่นกันว่าทำไมถึงโจมตีฉัน ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน”

ซังจินได้เหลือบมองไปทางฟรานซ์ที่นอนอยู่ไกลออกไป ถ้าซังจินพาเขาเข้าในบทสนาความจริงก็อาจจะถูกเปิดเผยได้ง่าย แต่บางทีอาจจะเป็นเพราะอาการบาดเจ็บฟรานซ์จึงไม่ได้ลุกขึ้นเลย

หรือก็คือเขากำลังจะแก้ต่างให้ตัวเองโดยที่ฟรานซ์ไม่สามารถจะพูดอะไรได้ แต่ในขณะที่ซังจินกำลังคิดถึงสิ่งหนึ่ง เขาก็ตระหนักได้ถึงบางอย่าง

‘โบนัสสเตตัสของผู้ถูกเลือกก็คือ 20% ของสเตตัสของนาย’

‘นั่นคือตอนที่เขาโจมตีฉัน ฉันจะต้องทำอะไร?’

ในที่สุดซังจินก็มองขึ้นไปที่ฉายาของอิลลิช ‘หัวใจน้ำแข็ง’ เขาได้ละเลยที่จะพิจารณาไปถึงฉายาของอิลลิชเพราะว่าเขารู้จักอิลลิชอยู่แล้ว เพียงแค่ฉายาของเขาที่ไม่ได้เกี่ยวกับการต่อสู้มันก็เพียงพอแล้วที่จะบอกในสิ่งที่เขาต้องการ

“…ตอนนี้ฉันได้คิดได้ถึงบางอย่าง ไม่ใช่แค่ว่านายสามารถเห็นสเตตัสของฉัน แต่นายก็สามารถที่จะเห็นสเตตัสของฟรานซ์ได้เช่นกัน”

“อา…นั่นคือความจริง”

“แล้ว นายรู้สเตตัสของเขาได้ยังไง? ถ้าเขาโจมตีนายแบบทันที นายเอาเวลไหนมาตรวจสอบสเตตัส?”

“อา นั่น…มันเป็นนิสัยติดตัวของฉันนะ ฉันมักจะตรวจสอบเพื่อดูสเตตัสของนักล่าคนอื่นๆก่อนที่มันจะเริ่มต้น ฉันจำเป็นจะต้องรู้ในความสามารถของพันธมิตรเพื่อวางแผนกลยุทธ์”

จากตรงนี้ซังจินได้สังเกตุถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ

“แต่ว่านายก็เพียงแค่ถามพวกเขาก็พอนี่”

“อืม มันซับซ้อนนะ และฉันก็ไม่สามารถจะถามเรื่องเล็กๆน้อย..”

ซังจินได้ตัดสินใจที่จะถามไปอีกเพื่อล่อเขา

“แล้วนายสามารถจะตรวจสอบสเตตัสของคนอื่นๆได้ยังไง?”

และในที่สุดอิลลิชก็หุบเหยื่อ

“มันเป็นความลับของ…ทักษะใช้งานของฉายาฉัน มันช่วยให้ฉันสามารถจะตรวจสอบสเตตัสของนักล่าที่ฉันกำหนดไว้ได้”

และเขาก็ฉลาดพอที่จะโกหกในเรื่องพลังของฉายาเขา ถ้าเขาได้แก้ตัวเกี่ยวกับไอเทมที่ช่วยให้สเตตัสของคนอื่นๆซังจินก็จะสามารถขอดูสถานะของมันได้ แต่ว่าน่าเสียดายอีกเช่นกันเพราะว่าซังจินก็มีฉายาแบบเดียวกันกับเขา

‘ไม่ว่าใครจะฉลาดมากแค่ไหน…พวกเขาก็สามารถจะเก่งได้เท่าที่ข้อมูลที่พวกเขามีเท่านั้น’

ซังจินได้เอาดาบไปจ่อที่คอของอิลลิช

“แล้วนายก็ตรวจสอบสเตตัสของเป้าหมายก่อนที่จะทำการฆ่าเขา”

“อะ…อะไร? ฉันไม่ได้บอกว่าฉันใช้มันเพื่อเป็นฆาตกรเลยนะ ฉันแค่คิดเกี่ยวกับทีม…”

ซังจินได้แกว่งดาบโดยไม่พูดอะไรอีก

“เคร๊ง”

อิลลิชได้ยกโล่ขึ้นมากันอย่างทันท่วงที แต่ว่าซังจินก็ได้ขยับอาเทอร์มิโอแทบจะในเวลาเดียวกันและตัดมือเขาไป

“อ้าาาา”

โล่ของเขาได้ล่วงลงไปพร้อมๆกับมือของเขา ซังจินได้พูดกับเขาในขณะที่กรีดร้อง

“โทษนะ แต่ฉันเกลียดพวกที่ภายนอกแตกต่างจากภายในมากที่สุด”

เมื่อมือของเขาได้ถูกตัดออกไป ในที่สุดเขาก็กลายเป็นซื่อตรงมากยิ่งขึ้น

“นาย…ฉันไม่รู้ว่านายคืออะไร…แต่ชายคนนั้น..! เลือกฉันแทนชายคนนั้น! ฉันแข็งแกร่งจริงๆนะ นายก็เห็นใช่มั๊ย? ฉันเอาชนะชายคนนั้นที่มีสเตตัสที่มีโบนัสที่มากได้ เพียงแค่คิดเกี่ยวกับมัน ถ้านายให้โบนัสนั่นแกฉัน ฉันก็จะเป็นตัวช่วยที่ยิ่งใหญ่แก่นาย

ซังจินได้กัดริมฝีปากครู่หนึ่ง เขารู้ดีกว่าใครว่าอิลลิชแข็งแกร่งแค่ไหน นั่นมันจึงเป็นเหตุผลที่มันเป็นความอัปยศ ถ้าหากว่าเขาเป็นคนที่ดีเขาก็จะเป็นพรรคพวกที่เป็นกำลังได้อย่างมาก

แต่ว่าเขาไม่ใช่คนแบบนั้น ซังจินได้แต่ปล่อยให้เขามองมาในขณะที่ส่ายหัว

“โทษนะ…แต่ไม่ว่านายจะแข็งแกร่งแค่ไหน ฉันก็ไม่สามารถจะยอมรับใครก็ตามที่เป็นอันตรายต่อทีมได้”

ในขณะนั้นอิลลิชก็ได้กระโดดขึ้นมาและพุ่งเข้ามาหาซังจินพร้อมด้วยมีดที่ซ่อนเอาไว้

‘ฉึก’

เสียงของใบมีดที่เจาะผ่านเนื้อได้ดังไปทั่วทั้งที่ราบน้ำแข็งแห่งนี้ ซังจินได้มองลงไป ก่อนที่มีดสั้นของอิลลิชจะได้แดงหัวใจของเขา ดาบสองมือได้เจาะผ่านตัวของอิลลิชไป เจ้าของดาบสองมีก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกไปจากฟรานซ์

“จิ๊สสสส”

กระแสสายฟ้าได้เผาไหม้เนื้อของอิลลิชที่ยังมีชีวิตอยู่ ซังจินได้เฝ้ามองอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเหวี่ยงบลัดเวเจนของเขา

“ฉึบ”

เขาได้ตัดหัวของอิลลิชและกล่าวขอโทษฟรานซ์

“โทษทีฟรานซ์ ฉันรู้ว่านายต้องการที่จะแก้แค้น แต่ถ้าฉันฆ่าเขา ฉันจะได้รับไอเทมสองชิ้น”

ไอเทมได้ดรอปออกมาจากร่างกายของอิลลิชและร่วงลงไปบนพื้น ฟรานซ์ได้ถอยกลับไปและลดหัวลง

“ไม่ ฉันต่างห่างที่จะต้องขอบคุณมากๆที่นายมาช่วยฉันเอาไว้”

“ฉันยินดีที่จะทำมัน”

ซังจินได้ตรวจสอบไอเทมที่อยู่บนพื้น มันเป็นโล่และผ้าคลุมที่เขาใช้ มันเหมือนว่าจะเป็นของที่มีค่ามากๆถ้าเขาได้ตัดสินใจที่จะใช้มัน

‘การพบที่ไม่คาดคิดและก็ผลตอบแทนที่ไม่คาดคิด’

ซังจินได้คิดกับตัวเองในขณะที่เก็บไอเทมมาและวางมันบนลูกบาศก์ ฟรานซ์ก็ได้เดินเข้ามาเพื่อขอโทษ

“ฉันขอโทษจริงๆนะ ฉันควรที่จะชนะ… ฉันไม่สามารถที่จะเอาชนะฆาตกรเพียงคนเดียวได้…”

ซังจินต้องการจะบอกกับเขาไป

‘มันไม่เป็นไร เขาไม่ใช่พวกฆาตกรธรรมดา’

แต่แทนที่จะทำเช่นนั้นเขาได้ตบไปที่ไหล่ของฟรานซ์ ซังจินได้สังเกตุเห็นว่าร่างของฟรานซ์เรืองแสงสีแดงอยู่ เขาอยู่ในสถานะฆาตกร ซังจินได้พูดกับเขาา

“เฮ้ฟรานซ์”

“ว่าไง?”

“นายเป็นคนที่มีความสำคัญ นายรู้ใช่มั๊ย?W

“เอ๊ะ? นายจะทำอะไร…”

ใบหน้าของฟรานซ์ได้กลายเป็นแดง ซังจินได้ยิ้มออกมาและพูดต่อไป

“นายเป็นฆาตกรเพียงคนเดียวที่ฉันจะไม่ฆ่าในการจู่โจมทั้งหมด ขอบคุณซะนะ”

“อา…ใช่ ขอบคุณนะเค”

“อย่าได้พักที่นี่ ไปล่าพวกมอนสเตอร์ให้มากยิ่งขึ้นก่อนที่จะกลับไป นายจะต้องผูดขาดผลงานในรอบนี้ได้เท่าที่นายสามารถจะได้รับได้”

“เข้าใจแล้วเค”

ดังนั้นซังจินและฟรานซ์จึงได้ใช้เวลาที่เหลือในการเดินไปทั่วที่ราบน้ำแข็งเพื่อที่จะไล่ล่าพวกมอนสเตอร์ และเพราะว่าซังจินเป็นคนจากมิติอื่น ทุกๆอย่างที่พวกเขาฆ่าจึงเป็นของฟรานซ์เพียวคนเดียว

[การจู่โจมสมบูรณ์ 100%]
[ขอแสดงความยินดีด้วย! คุณได้รับไอเทมในตำนาน…]

ฟรานซ์ได้รับไอเทมมากมายและทุกๆอย่างที่บทนี้มันจะให้ได้แก่เขาเพียงผู้เดียว

[สุดท้ายนี้คุณจะได้รับฉายาจากสิ่งที่คุณได้ทำในวันนี้]
[ผู้พิพากษา – เมื่อฆ่าสมาชิกในปาตี้ที่อยู่ในสถานะฆาตกรจะได้รับไอเทมจากพวกเขาสองชิ้น]

“โอ้…”

มันเป็นสิ่งที่เขาต้องการมาเสมอ ฉายา ‘ผู้พิพากษา’ เป็นสิ่งที่สุดท้ายในรอบนี้

“ในที่สุด…”

ซังจินได้พูดกับฟรานซ์ผู้ที่ดูเหมือนจะพอใจเป็นอย่างมาก

“ถ้างั้นไว้เจอกันพร้อมกับคนอื่นในวันพรุ่งนี้เช้านะ ไปนอนให้เร็วๆล่ะ ตั้งแต่ที่มีผู้ถูกเลือกเพิ่มมาหนึ่งคน นายก็จำเป็นจะต้องทักทายเขา”

“อา…เข้าใจแล้วเค”

ครู่หนึ่งโอเปอเรเตอร์ก็เริ่มนับถอยหลัง

[จะกลับไปสู่ฮอลนักล่าในอีก 10 9 8 7 … 1 0]

ฟรานซ์และซังจินได้ถูกเทเลพอตออกไปพร้อมกัน ไปสู้ฮอลนักล่า

*****

ในสถานที่ๆไร้ที่สุดสุดที่เรียกว่าฮอลนักล่านี้ เป็นสถานที่ๆได้เต็มไปด้วยผู้คนมากมายสุดเท่าทีตาจะมองเห็น ตอนนี้จำนวนคนที่สามารถจะมองเห็ยได้ได้ลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด และใบหน้าที่คุ้นเคยของดอเปอเรเตอร์ก็ปรากฏออกมา

[ขอแสดงความยินดีด้วยที่นักล่าทุกคนในที่แห่งนี้ได้เคลียร์บทที่สิบเอ็ดสำเร็จ]
[จากจำนวนผู้เข้าร่วมทั้ง 7,310,067,613 คนในบทที่ 1]
[จำนวนนักล่าในปัจจุบันก็คือ 103,655]
[ทุกๆคนที่อยู่ในที่แห่งนี้ก็คือมนุษยชาติที่อยู่ชั้นบนเพียงแค่ 0.0014%]
[และได้พิสูจน์คุณค่าของตัวเองแล้วผ่านความแข็งแกร่งของคุณ]

“อะไร…เหลือน้อยแค่นี้อะน่ะ?”

“ฉันคิดว่ามีคนหลายคนตายไปในระหว่างการจู่โจมรังมังกร…”

“ฉันคิดว่ามีคนจำนวนมากแข็งตายไปในบทนี้เหมือนกัน”

ในขณะที่มองดูคนอื่นๆซุบซิบนินทากัน ซังจินก็คิดกับตัวเอง

‘มันจะอีกไม่นานหรอก…ที่ฮอลแห่งนี้จะเหลือนักล่าเพียงแค่ 10 คนสุดท้ายเท่านั้น’

 

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย < ตอนล่าสุดในกลุ่มลับทันอิ้งแล้วครับผม