0 Views

Chapter 132 – Kariharan Frostplains (11)

แสงได้ส่องลงมาที่ซังจิน มันทำให้ซังจินอดไม่ได้ที่จะเขย่งเข้าไปหามัน โดยปกติแล้วซังจินมักจะรอคอยการเทเลพอตอย่่างใจเย็น แต่ว่าการได้เห็หน้าของอิลลิชที่เดินผ่านมันทำให้เขารู้สึกว่าจะต้องเร่งรีบ

‘ที่ฉันเห็นคืออิลลิชจริงๆ? ถ้าเป็นเขาจริงเขาคือศัตรู…’

แม้แต่ฟรานซ์ที่มีบัพจากฉายาผู้ถูกเลือกก็จะต้องมีช่วงที่ต้องลำบาก มันเป็นเพราะว่าอิลลิชเป็นชายที่มีความใกล้เคียงกับเหล็กและมีการตัดสินใจที่สมบูรณ์แบบ เขาเป็นนักล่าที่ใกล้ความสมบูรณ์แบบ

ซังจินได้รีบเร่งกับลูกบาศ์อย่างไร้เดียงสา

“เร็วเข้า เร็ว ส่งฉันไป!”

แน่นอนว่ามันก็ไม่ต่างไปจากความเร็วปกติเลย เมื่อซังจนิได้มาถึงเขาก็ได้ตรวจสอบรอบๆอย่างรวดเร็ว

ฟรานซ์กำลังนอนอยู่บนพื้นหิมะและอิลลิชยืนอยู่เหนือเขาพร้อมขวานที่กำลังจะฟันลงไปบนหัวของเขา มันเป็นช่วงเวลาที่อันตรายอย่างมาก ซังจินได้รีบขว้างดาบในมือขวาไปอย่างรวดเร็ว

“ย่าห์”

อิลลิชที่กำลังจะฟันไปก็รู้สึกได้ถึงดาบที่ลอยมาและโดดถอยหลังหลบไป ซังจินได้ขัดขวางเขาไว้ได้สำเร็จ

“ฮ่าห์”

เขาได้เรียกกลับมา อิลลิชได้จ้องมองไปในทางที่ดาบลอยไป และทั้งสองคนก็ได้สบสายตากัน ซังจินได้ขบริมฝีปากเล็กน้อย

‘เขาคึอ…อิลลิชจริงๆ’

สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือเขาใช้ฉายาที่ซังจินพึ่งจะได้รับมาในวันนี้ อิลลิชได้ถามกับซังจิน

“…นาย…คือใคร?”

ออร่าสีแดงได้แสดงให้เห็นว่าเขาอยู่ในสถานะฆาตกร แต่ฟรานซ์ก็ยังมีออร่านี้เหมือนกัน มันไม่น่าจะเป็นไม่ได้ที่ฟรานซ์ผู้ที่เกลียดฆาตกรจะโจมตีอิลลิชเพื่อขโมยผลงาน

‘ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ว่า…’

ซังจินเชื่อใจในฟรานซ์มากกว่า ซังจินได้เตรียมอาวุธของเขาและพุ่งเข้าไปหาอิลลิชเพื่อช่วยฟรานซ์

ฟรานซ์เป็นนักล่าคนแรกที่ซังจินใช้น้ำศักดิ์ศิทธิ์แห่งการล้างบาป เขาไม่ได้การที่จะเสียไปที่นี่

อิลลิชนั้นไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาก็ตั้งท่าป้องกันในทันที ซังจินได้นึกไปถึงในอดีต

‘ซังจินนายคุมด้านหลัง นายทำมันได้ใช่มั้ย? และก็เมื่อนายจัดการเสร็จแล้วช่วยกลับมาที่แนวหน้าและช่วยนาดาด้วยนะ’

เขาเป็นคนที่เย็นชา แต่เขาไม่ใช่คนที่จะสร้างปัญหาให้กับคนอื่น ตอนนี้ซังจินต้องการที่จะผลักอิลลิชให้ออกห่างไปจากฟรานซ์เท่านั้น ดังนั้นเขาจึงเหวี่ยงดาบข่มแทนที่จะเหวี่ยงเพื่อฆ่า

“เคร๊ง ๆ”

เขาได้เหวี่ยงออกไป 2 ครั้งและมันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้บรรลุเป้าหมาย เมื่ออิลลิชได้ตระหนักถึงความเร็วของซังจิน เขาก็ได้ถอยกลับออกไปในขณะที่ยกโล่ขึ้น

ในขณะเดียวกันซังจินก็เขาไปหาฟรานซ์ ฟรานซ?นั้นมีเลือดไหลออกมาจากหลายๆแผล แต่ว่ามันก็ไม่อันตรายถึงชีวิต

“เกิดอะไรขึ้นที่นี่?”

“ชายคนนั้น..ฆ่าคนอื่นๆ…ดังนั้นฉันจึงสู้กับเขาและ…”

ซังจินได้จ้องไปที่ฟรานซ์ ถ้าหากจะมีอะไรที่เป็นข้อดีของเขา มันก็คงจะเป็นความซื่อสัตย์ เป็นความซื่อสัตย์ที่ใกล้กับคำว่าซื่อเลยล่ะ

“ฉันไม่มีข้อแก้ตัว ฉันคิดว่าฉันสามารถจะเอาชนะเขาได้…แต่แล้วฉันก็ต้องขอความช่วยเหลือในตอนท้าย”

เขาได้ขมวดคิ้วแน่นราวกับว่ามันได้ทำลายความภาคภูมิใจของเขาไป ถึงแม้ว่าเขาจะทำพลาด แต่ซังจินก็ได้ชอบชายคนนี้มากยิ่งขึ้น

คนที่เขาต้องการจะเลือกไม่ใช่นักล่าที่แข็งแกร่ง แต่เป็นคนที่ซื่อสัตย์เหมือนกับเขา ซังจินได้หันไปเผชิญหน้ากับอิลลิช

“ไม่ มันไม่เป็นไร ชายคนนี้…”

ในขณะเดียวกันอิลลิชก็ได้ใช้ทักษะของฉายาหัวใจน้ำแข็งของเขา

[โอเปอเรเตอร์ แสดงหน้าต่างสเตตัสของผู้พิพากษาให้ฉัน]

เขากำลังมองมาที่สเตตัสของซังจินโดยไม่ได้รับอนุญาต อิลลิชนั้นไม่ได้ตกใจบ่อยนัก แต่ว่าเมื่อเขาเห็นตัวเลข ดวงตาของเขาก็ได้เบิกกว้างก่อนที่จะกลับมาเป็นปกติ

“ขนาดนี้เลย…”

ซังจินได้ยืนขึ้นและทิ้งฟรานซ์ไว้กับพื้นเพียงลำพัง อิลลิชได้มองสลับไปมาระหว่างซังจินและฟรานซ์ เขาได้ปะติดปะต่อเรื่องราวเข้าด้วยกัน

ซังจินได้หรี่ตาและเตรียมดาบของเขา แต่ว่าอิลลิชได้คลุมตัวเองด้วยผ้าคลุมและพูดออกมา

“ชาโดว วอร์ค”

และเขาก็ได้หายไปจากการมองเห็น มันเป็นไอเทมที่ใช้ในการล่องหน ซังจินได้รู้สึกตรงเครียดขึ้นครู่หนึ่ง การโจมตีที่น่าประหลาดใจสามารถจะบินเข้ามาหาเข้าได้ตลอดเวลา แต่เบสโกโร่ก็ได้บอกกับเขา

‘เค มันอยู่ในพื้นที่หิมะ มองหารอยเท้า’

และในขณะที่เขาแนะนำ ซังจินก็มองต่ำลงไป ด้วยวิสัยทัศน์วิญญาณมันทำให้เขาสามารถมองเห็นรอบๆได้อย่างชัดเจน

‘…เขากำลังพยายามจะทำอะไร?’

ซังจินยังคงเฝ้าระวังการโจมตีใดๆก็ตามที่จะมาในขณะเดียวกันก็เดินไปในจุดที่อิลลิชยืนอยู่ก่อนหน้านี้

‘เขาอยู่ตรงนี้ก่อนหน้านี้…’

เขาได้ให้ความสนใจกับรอยเท้าบนหิมะ ทั่วสถานที่นี้มีแต่รอยเท่าไปทั่วจากการต่อสู้ แต่ซังจินก็สามารถที่จะแยกแยะความแตกต่างในรอยเท้าของแต่ละคนได้

‘นี่เป็นของฉัน…นี่รอยเท้าของฟรานซ์ที่ถอยไป…และนี่ของอิลลิช…’

เขาเห็นรอยเท้าของอิลลิชเปลื่ยนทิศทางและวิ่งห่างออกไปจากเขา และมันก็ยังวิ่งต่อไปอีกไหล ครู่หนึ่งซังจินก็ตระหนักได้

“เขาวิ่งหนีไป!”

อิลลิชเป็นคนฉลาด เมื่อเขาได้เห็นสเตตัสของซังจิน เขาจะต้องตัดสินใจว่าเขาไม่สามารถจะเอาชนะได้

ซังจินได้ไล่ตามรอยเท้าไป ขณะทีวิ่งอยู่ ความคิดหลายอย่างก็เข้ามา

‘ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอิลลิชจะเป็นฆาตกรจริงๆ ฉันเชื่อว่าตัวเขาเป็นพรรคพวกที่น่าเชื่อถือ…งั้นนี่ก็คือวิธีที่ทำให้เขากลายเป็นคนที่แข็งแกร่งหรอ?’

เขาเคยคิดไปถึงความเป็นไปได้ที่อิลลิชได้ใช้การเป็นฆาตกรเพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้น แต่ในสิ่งที่เห็นนี่มันก็ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหผิดหวัง ซังจินได้มั่นกับตัวเอง เขาลังเลเล็กน้อยเพราะว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับเพื่อนเก่าของเขา แต่ว่าถ้าวิธีนี้มันเป็นวิธีที่อิลลิชได้ใช้เพื่อไปสู่ 10 คนสุดท้ายเขาจะทำบาปไปแค่ไหนกันนะ?

‘ในความเป็นจริงฉันไม่สามารถจะให้อภัยเขาได้’

ซังจินได้จับดาบทั้งสองเล่มแน่นและวิ่งตามรอยเท้าไป หลังจากนั้นไม่กี่นาทีรอยเท้าของอิลลิชก็หยุดลง

‘นี่มันอะไร?’

“ย๊ากก!”

อิลลิชได้ปรากฏตัวขึ้นบนอากาศและแกว่งขวานเข้าใส่ ซังจินได้ยกแขนซ้ายขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อที่ใช้อาเทอร์มิโอป้องกันการโจมตี อิลลิชได้ซุ่มโจมตีพลาดและถอยฉากหลบออกไป

จากนั้นเขาก็พุ่งเขาใส่ซังจินพร้อมกับเหวี่ยงขวานอีกครั้ง ชายคนนี้เร็วแต่ว่าตรงไปตรงมา แทนที่จะพึ่งพาทักษะที่แปลกประหลาดและซับซ้อน เขาได้หาวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการเอาชนะศัตรูของเขา

แต่นั้นมันเป็นวิธีที่แย่ที่สุดในการต่อสู้กับซังจิน เพราะนั่นหมายว่ามันจะเป็นการแข่นขันกันด้วยสเตตัสเพียวๆ

“เคร๊ง”

ซังจินได้ใช้บลัดเวเจนเพื่อป้องกันขวานและใช้แรงผลักอิลลิชออกไป จากนั้นเขาก็ใช้อาเทอร์มิโอโจมตี

“เคร๊ง”

แต่ว่าการโจมตีของเขาก็ไม่สามารถจะจัดการกับอิลลิชผู้ที่ไปถึง 10 คนสุดท้ายได้ เขาไม่เหมือนกับพวกฆาตกรอื่นๆ เขาสามารถจะป้องกันการโจมตีของซังจินได้มากกว่าหนึ่งครั้ง อิลลิชผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จในการซุ่มโจมตีได้พยายามที่จะใช้เวทมนตร์เพื่อหลบหนีในสถานการณ์นี้

“ผลักดันศัตรูข้า ลมกรรโชก!”

แต่เทคนิคนี้มันใช้ไม่ได้กับซังจิน

“ดูดเวทย์”

อาเทอร์มิโอได้ปล่อยสีม่วงออกมาในขณะที่ดูดเวทย์ไป ซังจินได้พุ่งเขาไปหาอิลลิชในทันที เมื่อเวทย์ของอิลลิชถูกป้องกันเขาก็ได้ยกโล่ขึ้นอย่างเร่งรีบเพื่อป้องกัน

“ปัง”

ดาบของซังจินได้ปะทะเข้ากับโล่จนเกิดประกายไฟออกมา ซังจินได้จ้องไปที่โล่ โล่นี้ได้ตกแต่งด้วยลวดลายรูปร่างสิงโตและดูเหมือนจะคุ้นเคย

‘โล่ของเขานี่คือ…’

มันเป็นไอเทมที่เขาได้มาในการโจมตีล่าสุด นั่นมันหมายความว่ามันเป็นไอเทมที่ดีอย่างไม่น่าเชื่อ และเห็นได้ชัดว่ามันไม่เป็นอะไรเลยหลังจากที่รับการโจมตีตรงๆจากบลัดเวเจนนี่มันได้แสดงให้เห็นถึงคุณภาพที่โดดเด่น นี่มันเป็นไอเทมระดับตำนานอย่างน้อยที่สุด

มันจะไม่สามารถจะรับการโจมตีของเขาได้ถ้าเป็นไอเทมระดับวีรชนหรือต่ำกว่า มันจะต้องแยกออกเป็นสองส่วนทันทีถ้าเป็นอย่างนั้น ขวานได้ถูกกวาดออกมาจากด้านข้างหลังจากที่การโจมตีหยุดลง แต่ว่ามันมีบางอย่างแปลกๆเกี่ยวกับขวาน แสงสีฟ้าได้หลุดออกมาจากขวานและแช่แข็งมือของซังจินซังจินได้ถอยออกมาทันที

‘ฟรานซ์ได้ไม่พ่ายแพ้เขาโดยไร้เหตุผล ฉันไม่สามารถจะให้อภัยชายคนนี้ได้’

ซังจินได้ยกดาบขึ้นและพึมพัม

“ไฟของแพะ”

จากสัตว์ทั้งสี่ตัวที่อยู่บนแหวนในมือของเขา ดวงตาของแพะได้ส่องสว่างออกมา เมื่อเขาได้รับภูมิคุ้มกันน้ำแข็ง ซังจินก็ได้เหวี่ยงดาบทั้งสองเล่นออกไปพร้อมๆกัน เขาได้ยืมพลังของแหวนแฝดเพื่อแกว่งดาบอย่างอิสระ แต่ว่าอิลลิชก็ยังสามารถป้องกันการโจมตีที่ไม่ปกตินี้

“เคร๊ง เคร๊ง ปัง แคร๊ก”

ด้วยการที่ว่าเขาสามารถจะป้องกันการโจมตีของซังจินได้แม้ว่าจะมีความแตกต่างอย่างมากในด้านสเตตัสนั่นก็หมายความว่าเขาสามารถที่จะคาดการณ์การโจมตีของซังจินได้ด้วยการมองดูการเคลี่ยนไหวและดาบของเขาได้ในเวลาเดียวกัน มันเป็นทักษะที่น่าประทับใจที่แทบจะไม่มีในนักล่าคนอื่นๆเลย แต่เขาก็แค่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับนักล่าคนอื่นๆเพียงเท่านั้น

“ฮ้า!”

เมื่อซังจินเริ่มจู่โจมอย่างจริงจังเขาก็ได้รับความกดดันให้ต้องป้องกันให้ถูกต้อง บางครั้งเขาก็จะอ่านการเคลื่อนไหวของซังจินช้าเกินไปและได้รับบาดแผลเล็กๆ ซังจินได้ใช้ทักษะเพิ่มเข้าไปอีก

“คลั่ง”

ดาบของเขาได้เริ่มเคลื่อนไหวเร็วยิ่งขึ้น อิลลิชไดด้รับบาดเจ็บมากยิ่งขึ้นจากนั้นขวานก็ถูกปัดกระเด็นไปจากมือ

“เคร๊งงงง”

เขาได้พยายามที่จะกระโดดขึ้นไปและจับขวานกลับมา แต่ว่าซังจินได้ชี้อาเทอร์มิโอออกไปและพูดออกมา

“ปลดปล่อย”

เขาได้ใช้ ‘ลมกรรโชก’ ที่ดูดมาในก่อนหน้านี้เพื่อผลักขวานให้กระเด็นออกไปไกล การต่อสู้ได้จบลงไปแล้ว ซังจินได้คิดขึ้น

‘…ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน นี้ก็คือขีดจำกัดของเขา’

ถ้าเขาต้องสู้กับอิลลิชก่อนในชีวิตก่อน เขาจะต้องแขวนชีวิตเอาไว้และใช้ทุกๆสิ่งที่มีเพื่อเอาชีวิตรอด แต่ว่าในตอนนี้ด้วยความแตกต่างที่มากมายนี่มันทำให้เขาเอาชนะได้ไม่ยาก

ซังจินได้เดินเข้าไปหาเขาด้วยดาบในมือ แต่แล้วจากนั้นชายคนนั้นก็หมอบลงและพูดออกมา

“ฉันแพ้แล้ว”

เขาเป็นคนที่เย็นชาและมีการตัดสินใจที่แม่นยำ เขาจะต้องรู้ว่าซังจินเป็นคนที่เขาไม่สามารถจะเอาชนะได้เลย

ดังนั้นเขาจึงได้หนีไปด้วยไอเทมที่ใช้ล่องหนและเปิดตัวด้วยการซุ่มโจมตีจากเงามืด และเมื่อเขาเห็นผลของอาเทอร์มิโอ เขาก็ได้เลิกที่จะพยายามต่อสู้ ซังจินได้จ้องมองลงไปที่เขาและพูดขึ้น

“น่าผิดหวังอะไรอย่างนี้ อิลลิช”

อิลลิชได้เงยหน้าขึ้น

“…ชื่อฉัน…ได้ยังไง..”

แม้ว่าเขาจะมองขึ้นมาจากมุมที่ต่ำกว่า ดวงตาของเขาก็ยังมีประกาย ดวงตาของเขาดูดีเช่นนี้เสมอ ดวงตาที่มองทุกๆสิ่งนี้มันทำให้เข้าตัดสินใจได้ถูกต้อง

แต่ไม่ว่าเขาจะมีไหวพริบแค่ไหนก็ตาม มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะรู้ว่าซังจินได้เคยต่อสู้เคียงข้างกับเขาในชีวิตก่อน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ที่เขาฉลาดมากยิ่งขึ้นไปอีก เขาจะไม่สามารถที่จะคาดเดาไปถึงเรื่องที่มันเหนือกว่าสามัญสำนึกปกติไปได้

อิลลิชได้ถามซังจินจากตำแกน่งที่ต่ำกว่า

“นาย…นายคืออะไร?”

ซังจินได้ยกดาบขึ้นและตอบกลับไป

“ฉันเป็นกรณีที่ผิดปกตินะ อิลลิช”

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย < ตอนล่าสุดในกลุ่มลับทันอิ้งแล้วครับผม