0 Views

Chapter 126 – Kariharan Frostplains (5)

อิลลิช ฟรานซ์และนักล่าคนอื่นๆได้เข้าไปตรวสอบกลุ่มคนที่ถูกแช่แข็งเหล่านั้น

“มันคืออะไร?”

“นี้มันคือบอสลับหรอ?”

หนึ่งในนักล่าได้เหวี่ยงดาบไปโจมตีน้ำแข็งนี้

“เคร๊ง”

แต่ว่ามันก็ทิ้งไว้เพียงแค่รอยบนน้ำแข็งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น มันไม่ได้มีอะไรตอบสนองกลับมาเลย ฟรานซ์ได้ยืนอยู่ด้านหลังและท่องข้อมูลที่เขาได้รับมาในตอนเช้า

“บอส…พวกเราจะต้องคนหากลุ่มคนพวกนี้และปล่อยให้เขาเป็นอิสระ”

“นายพูดว่าบอสหรอ?”

ในขณะที่คนอื่นๆได้เอียงหัวด้วยความสงสัย

“เขาอยู่นี่”

อิลลิชได้พบชายคนหนึ่งที่ดูจะเป็นผู้นำของคนพวกนี้ เสื้อคลุมของเขาโดดเด่นเป็นอย่างมากในกลุ่มที่เหลือ นักล่าทีละคนได้มารวมตัวกันต่อหน้าเขา อิลลิชก็ได้ถามพวกเขา

“…พร้อมนะ?”

เมื่อนักล่าได้เหลือบมองกันเขาก็หยักหน้า

“ถ้างั้นเราควรจะเริ่ม”

อิลลิชได้เอี่ยมมือไปถือโล่และเตรียมใช้เวทย์

“เพลิงแห่งการชำละล้าง ไฟแบลส”

เพลิงได้ลุกขึ้นมาจากมือของเขาและเริ่มที่จะละลายน้ำแข็.ของผู้บัญชาการ ฟรานซ์ได้เหลือบมองไปที่อิลลิชจากมุมหนึ่งของดวงตา อิลลิชนั้นไม่นั้นไม่ได้ใช้เวทย์บ่อยๆ แต่ว่าเขาจะใช้มันในช่วงเวลาสำคัญๆเช่นแบบนี้

เมื่อน้ำแข็งมันได้ละลายหมดแล้วผู้บัญชาการก็ได้ตื่นขึ้นและมองไปรอบๆ

“ฮาห์….ฮาห์….ที่นี่….ที่ไหน?”

พวกทหารก็ได้เริ่มขยับตัวเช่นกัน อิลลิชจึงได้ออกคำสั่งออกมา

“ประจำตำแหน่ง”

นักล่าแต่ละคนได้เตรียมอาวุธของพวกเขา การต่อสู้จะเริ่มขึ้นอีกในไม่ช้า

****

ซังจินได้เงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้า พายุหิมะมันได้หยุดลงไปแล้ว มันหมายความว่าแม่มดน้ำแข็งได้ตายไปแล้ว

“พวกเขาจะอยู่ที่ไหน…”

ซังจินได้เข้าไปในพระราชวัง ระหว่างทางที่เข้าไปนั้นมีนักล่าสองคนกำลังสู้กันอยู่ ในตอนที่เขาเห็นพวกนี้ พวกเขาทั้งสองคนก็ได้ถูกล้อมรอบไปด้วยสีแดง ไม่ว่าพวกเขาก็จะต้องได้กลายมาเป็นฆาตกรในเวลาเดียวกันหรือบางทีในตอนแรกพวกเขาอาจจะเริ่มมือกันจัดการคนอยู่ แต่แล้วพวกเขาก็ได้มาจบด้วยการต่อสู้กัน

‘มันเยี่ยมมากพวกเขากำลังสู้กันอยู่ แต่ว่า…ฉันจะไม่ยอมเสียส่วนแบ่งของฉัน’

ซังจินได้เข้าไปอย่างรวดเร็ว

“อะ…อะไร”

ทั้งสองคนตกใจมากเมื่อเห็นซังจินที่ปรากฏตัวขึ้น แต่ว่าเมื่อเห็นซังจินพุ่งเข้ามาพร้อมกับวาดดาบ พวกเขาก็รู้ได้โดดสัญชาตญาณ

‘มันเป็นศัตรู’

นักล่าที่ได้สู้กันอยู่ในตอนนี้ได้สับสนว่าจะทำยังไงดีโดยเฉพาะคนที่อยู่ด้านฝั่งที่ซังจินจะเข้ามา เขาจะต้องรับศึกทั้งสองทางทั้งข้างหน้าและหลัง

“เวรเอ้ย”

เขาได้สบถออกมาในขณะที่เหวี่ยงค้อนของเขาไปรอบๆ ค้อนมันกว้างกว้างพอที่จะขู่ทั้งสองคนได้ แต่ว่าซังจินก็ได้หลบไปจากทางและนักล่าอีกคนก็ได้ก้าวถอยหลังหลบไป ในที่สุดค้อนมันก็ได้ปะทะเข้ากับสะพานน้ำแข็ง

“แคร๊ก”

แต่ว่ามันก็ไม่ใช่ทั้งหมด เขาไม่สามารถจะควบคุมการหมุนได้และลื่นตกบันได้ลงไป

“ตูม”

เขาได้ตกลงไปเสียงดังอย่างไม่น่าเชื่อ ซังจินได้จ้อมมองไปที่ชายคนนั้น

“อา ขาฉัน…ขาฉัน…”

เขาได้กอดขาเอาไว้และร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

‘อย่างน้อยเขาก็จะไม่สามารถจะหนีออกไปได้’

ซังจินได้หันไปสนใจที่ฆาตกรอีกคนหนึ่งนักล่าที่ถือดาบคู่ได้จ้องมองลงมาที่ซังจิน หลังจากที่จ้องมองกันได้ครึ่งวินาที เขาก็

“อว๊ากกก”

ได้พุ่งเข้ามาหาซังจินและแกว่งดาบทั้งสองข้างของเขา ซังจินไม่สามารถจะหยุดยิ้มได้เลย นักล่าคนนี้ช้ามาก มันเป็นการโจมตีทีเดิมพันด้วยชีวิตของเขา แต่ว่าซังจินแค่ใช่มูนสเปคเล่มเดียวก็พอแล้ว

“เคร๊ง เคร๊ง”

เขาได้ทำลายดาบทั้งสองเล่มในเวลาเดียวกันและใช้บลัดเวเจนเพื่อที่จะตัดคอเขา

“อา?”

นักล่าได้งงอยากมากที่ดาบได้ถูกตัดออกไปเป็นครั้งแรก และเมื่อเขาเห็นเลือดพุ่งออกมาจากคอ เขาก็ได้ปล่อยมือจากดาบและจับไปที่คอของเขา

“อะไร….”

แต่ว่าซังจินก็ได้หันไปและวิ่งไปหาคนที่ตกลงไป เขาได้มองซังจินจากไปก่อนที่เขาจะกลายเป็นศพอยู่ตรงนั้น

‘มันง่ายมากถ้าฉันไปจัดการพวกที่ไม่รู้ในความแข็งแกร่งของฉัน’

ซังจินได้คิดในขณะที่ลงบันไดไป แต่ว่าฆาตกรก็ไม่ได้อยู่ด้านล่างแล้ว มันมีขวดยาเปล่าวางอยู่ที่พื้น

‘อะไร?’

ซังจินเงยหน้าขึ้น ฆาตกรที่ตกลงมาได้วิ่งหนีไปไกล เขาอาจจะต้องได้เห็นนักล่าอีกคนที่ได้ตายไปด้วยดาบเดียว

“เฮ้ นี่มันไม่ใช่เรื่องดีเลย”

ซังจินได้ไล่ตามหลังเขาไปอย่างรวดเร็ว ฆาตกรมันได้ทิ้งค้อนเอาไว้และวิ่งหนีไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซังจินได้พกดาบสี่เล่มไว้กับตัวแต่ว่าเขาก็ยังเร็วกว่าฆาตกร แม้ว่าซังจินจะร่นระยะห่างไปได้ แต่เรื่องที่ไม่คิดฝันก็เกิดขึ้น

“กรรร”

เสือเขี้ยวดาบได้ออกมาจากซักที่ ฆาตกรที่ปราศจาคอาวุธได้ถูกทำให้ล้มลง เขาอยู่ห่างจากกระเพาะของเสืออีกไม่ไกลแล้ว

“ฮ่าห์”

ซังจินได้ปามูนสเปคออกไป เสือเขี้ยวดาบได้พยายามจะหลบดาบ แต่ว่า

“ฮ้า”

ซังจินได้เรียกมูนสเปคกลับมาและแทงไปที่เสือ

“ฉึก”

“ก๊าซซซซ”

ในขณะที่เสือเขี้ยวดาบกำลังร้องด้วยความเจ็บปวด ซังจินก็ได้ยืนยันให้แน่ใจอย่างรวดเร็วว่าเสือมันจะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

“จงพันธนาการด้วยน้ำแข็ง ฟรอสต์ไบท์”

เขาได้แช่แข็งพื้นบริเวณที่มันอยู่

“ก๊าซซซ”

ซังจินได้เข้าไปตัดหัวมันอย่างง่ายดาบ ฆาตกรที่เห็นเช่นนี้ก็ได้เบิกตากว้าง เขาเคยสู้กับเสือเขี้ยวดาบก่อนหน้านี้แต่ว่ามันอันตรายมากไม่เหมือนกับชัยชนะของซังจิน

“เมต…เมตตา…”

เขาได้เอาชนะความกลัวด้วยความไม่สามารถจะพูดได้ ซังจินนั้นไม่ใช่คนที่มีเมตตาที่จะมองทุกอย่างออกไปเมื่อเขาคิด

‘หัวใจน้ำแข็ง…’

เขาได้นึกถึงฉายาที่เขาได้รับมาและซังจินก็ตัดสินใจที่จะลองมันดู

“โอเปอเรเตอร์ฉันจะเปิดใช้งานทักษะหัวใจน้ำแข็งได้ยังไง

[พูด ‘ฉายา สเตตัส’]

“หืมแล้วคนนั้นหละ”

ฉายาของชายคนนั้นก็คือจักเกอร์แนนท์

“สถานนะจักเกอร์แนนท์?”

หน้าจอที่ใกล้เคียงกับหน้าตาสเตตัสได้ปรากฏออกมาคล้ายๆกันซังจิน


ฉายา: จักเกอร์แนนท์ (Juggernaut)
พลังชีวิต 83700 มานา 80

ความแข็งแกร่ง 7407(+741)
ความคล่องแคล่ว 8302
ความอดทน 6700(670)
พลังเวทย์ 9
พลังจิดใจ 8

แต้มที่ไม่ได้ใช้ 0


“นี้คือผลของมันที่มันทำ…”

ซังจินได้ตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ ที่มันเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นความพลังเวทย์และจิตใจ มันจะสมบูรณ์แล้วเพลงที่ร้องแต่เพื่อนได้ทิ้งไป สถานะของชายคนนี้ได้ช่วยเตือนซังจิน

‘นั่มันมาจากไหน? แล้วหัวข้ออะไร?’

แต่แล้วก็ไม่มีคำอธิยายใดๆนอกเหนือไปจากชื่อของฉายาและสถานะทั่วไป

“เฮ้ ตอบฉันหน่อย นายได้รับโบัสพวกนี้มามากแค่ไหน”

ชายคนนั้นได้ปิดปากเงียบและไม่ได้ตอบอะไรกลับมา

“ตอบมา หรือจะให้ฉันตัดมืออื่นของนาย”

เขาไม่สามารถจะทนความเจ็บได้และตอบกลับมา

“ใช่แล้ว ใช่แล้ว”

“หืม….จักเกอร์แนนท์มันแย่เล็กน้อบ แล้วทำมันไม่ถึงควรจะโดน

มันนั้นยังห่างไกลกว่าสุดยอดนักลกเผู้ที่ได้รับบวก 30% ในทุกๆสเตตัส แต่ว่านี่มันเพิ่มมาแค่ 10% เท่านั้น

“อั๊ก ๆ มือฉัน มือฉัน…”

ซังจินได้พูดพร้อมกับมองลงไปที่เขา

“นายได้วางให้ความสำคัญกับชีวิตของนาย แล้วทำไมถึงไม่คุณคุณค่าในชีวิตคนอื่นๆเช่นกันหละ?”

“นั่น…นั่นมัน…เพราะว่ามันมีคนมาสั่งฉัน…”

ซังจินได้ตัดหัวเขาในทันทีเมื่อได้ยินคำนี้

“นายฆ่าคนอื่นเพราะมีคนบอก…นายไม่คิดว่ามันเป็นเพียงขออ้างงั้นหรอ? หืม”

ซังจินได้เดินไปรอบๆและเก็บไอเทมลงไปในลูกบาศก์ ตอนนี้เขากำลังคุณว่าเขาไม่มีโอกาสที่จะเก็บฆาตกรเพราะว่าฆาตกรมันจะลดลงไปเรื่อยๆ

ซังจินได้ค่อยๆเดินกลับไปที่พระราชวังหลังจากที่เก็บของจากบันไดในขณะที่คิดว่า

‘หืมม…มันเป็นสถานที่ๆดีใช่ไหม?’

เขาได้นั่งลงไปบนบันได การคูลดาวของหิน 10 นาทีมันยังคงไม่หมดลง

“หืมมม….ฉันจะต้องจบทุกอย่างอย่างรวดเร็ว…ในกรณี่มีผู้ถูกเลือกที่ต้องการความช่วยเหลือ

เขาได้สั่งเอาไว้กับเซริน นาดา และฟรานซ์อาจะจะเรียกเขาถ้าหากว่าหาชิ้นส่วนลับไม่เจอเมื่อเวลาใกล้จะหมดลงหรือว่าถ้าหากเขาไม่สามารถจะฆ่าบอสลับได้

แน่นอนว่ามันจะดีเป็นอย่างมากถ้าหากว่าพวกเขาได้ไปล่าฆาตกรซังห้ารอบก่อนที่จะเรียกถูกเรียกขอความช่วยเหลือ

‘เอาหละ….มันจะดีที่สุดถ้าหากว่าพวกเขาสามารถทำได้ด้วยตนเอง’

ซังจินได้คิดในขณะที่เงยหน้าขึ้นและมองไปที่ทิศทางของพระราชวังน้ำแข็ง

เขาได้ยุ่งกับการต่อสู้มากเกินไปในก่อนหน้านี้ มันจึงได้ทำให้เขาไม่มีโอกาสที่จะได้มอบรอบๆหารายระเอียดของที่นี่ ชื่นชมความสวยงามของมัน ซังจินได้จ้องมองไปทั่วบริเวณโดยรอบ

แน่นอนว่าโอเลียในมิตินี้ก็ได้ตายและมีเลือดอยู่บนพื้น

‘แม้ว่าเธอจะมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคจิต..เธอก็ได้ทำพระราชวังนี้ขึ้นมา’

ซังจินกำลังคิดเกี่ยวผู้ถูกเลือกคนอื่นๆอยู่ในขณะที่รอให้คูลดาวมันหมดลง

‘เอาหละ ทุกๆคนมีฝีมือ…ดังนั้นำวกเขาจะไม่เป็รไ เซรินเป็นนักฑรํ…แม้ว่าเธอจะมีหนังสืออาหรับราตรีมันก็จะยังคงอันตรายถ้าหากปล่อยเธอไว้ลำพัง…ถ้าหากเธอมีโชคร้ายกับเพื่อนร่วมทีม….นาดาก็อาจจะสามารถทำผลงานได้ดี แต่ความจริงที่ว่าเธอไม่ใส่หน้ากากนั้นเป็นปัญหา ฉันควรจะบอกเธอเมื่อกลับไปในวันนี้ และอีกคนฟรานซ์เขาไม่มีอะไรน่าห่วงนะเพราะเขาเป็นผู้ชายและนักดาบที่แข็งแกร่ง’

****

ในขณะเดียวกันฟรานซ์ก็กำลังต่อสู้อยู่กับ กลุ่มซอมบี้อย่างง่าบๆ แต่ว่าเมื่อมันได้มารวมกันมันก็กลายไปเป็นยากยิ่งขึ้น ถ้าหากว่าผู้บัญชาการมอนสเตอร์ได้พูดออกใสง่ส

“กำแพงโล่”

โล่ทั้งสิบจะถูกยกขึ้นมารอบๆและเมื่อผู้บัญชาการตะโกน

“พุ่งเข้าไป”

มันเป็นสิ่งที่น่ารังเกี่ยจที่จะต้องถูกห้อมล้อมไปหอกมากมาย อิลลิชและฟรานซ์นั้นมีทักษะทื่มากพอที่จะจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้

“อั๊ก…”

มันจะมีการเสียหายขึ้นเป็นครั้งคราวทุกครั้งที่ใหม่ได้สั่ง

“ให้ความสนใจและรวมกลุ่ม”

เขาได้จัดระบบใหม่ด้วยคำสั่งนี้ ด้วยคำสั่งของเขา ฟรานซ์ก็พึงจะทำตามค้ำสั่งของเขาอย่างเชื่อฟัง และเมื่อรักล่าได้ตั้งรูปแบบ อิลลิชก็ได้ออกคำสั่ง

“คาเมล โมฮาเมด พัธ พุ่งไปตรงกลาง แล้วก็ฟรานซ์ให้มาโจมตีที่ปีกขวา”

ฟรานซ์ได้วิ่งไปที่ปีกขวาตามคำสั่งของอิลลิช ไม่มีใครสงสัยว่ามีอะไรเลย

ปล.ตอนของเมื่อวานนะครับมันหายไปเลยลงใหม่ แล้วก็วันนี้ของดนะครับ ขอโทษด้วยจริงๆ