0 Views

Chapter 125 – Kariharan Frostplains (4)

“โซ่สายฟ้า”

ซาดาเมียร์ได้ยิงศรสายฟ้าออกไป

“แกว๊ก”

ราร์ก็ได้พุ่งลงมาทับพวกทหารบนพื้นจากท้องฟ้า ซังจินก็ยังคงแกว่งดาบเข้าใส่ศัตรูอย่างไม่หยุดหย่อน

ทหารสามหรือสี่คนที่ดวงตาได้เปลื่ยนเป็นสีฟ้าได้พุ่งเข้ามาโจมตีซังจินพร้อมๆกัน แต่ว่าก็ไม่มีแม้แต่ตัวเดียวที่สัมผัสเสื้อของซังจินได้

ผู้บัญชาการชุดแดงกำลังมองมาด้วยตนเองและเข้ามาหาเขาเพื่อที่จะแสดงฝีมือด้านดาบ แต่ว่าถึงแม้เช่นนั้นเขาก็ไม่สามารถจะทำให้ซังจินต้องทำอะไรมากมายนัก

“เคร๊ง เคร๊ง เคร๊ง”

ในการปะทะเพียงแค่สามครั้ง เขาก็ได้ทำดาบหลุดไป

“ฉึก”

และครั้งต่อมามันก็ได้เจาะผ่านหัวใจของเขา

“ปุ้ง”

เมื่อเขาได้ล้มลงไปทั้งยืน ทหารที่ยังเหลืออยู่ก็ได้หายไปทันที เมื่อการต่อสู้ได้จบลง ซาดาเมียร์ก็พูดออกมา

“มันแปลกมาก บอสลับมันอ่อนแอมาก…”

ซังจินได้ขุัดเขาเอาไว้

“มันยังไม่จบ”

“ท่านหมายถึงอะไร?”

ซังจินได้เคาะไปที่ลูกบาศก์

“เจ้านี่มันยังเงียบอยู่”

“ห๊ะ?”

ไม่นานหลังจากที่ซังจินอธิบายจบ ผู้บัญชาสการที่ถูกแทงหัวใจในก่อนหน้านี้ก็ได้ลุกกลับขึ้นมายืนทั้งทียังมีเลือดไหล

“ไม่ใช่แบบนี้…ข้าจะต้องไม่ตายแบบนี้ได้…จนกว่าที่จะทำตามคำสั่งของราชา….รวบรวมคนมา พวกเราไม่สามารถพักได้”

ด้วยคำพูดนี้ หนึ่งในทหารที่ตายไปแล้วที่ด้านหลังของเขาก็ได้ลอยขึ้นมาและติดไปที่หลังของเขาราวกับโดนดูดด้วยแม่เหล็ก

ไม่นานทีละคนจนไปถึงคนที่ยี่สิบกว่าๆ พวกเขาได้มารวมเข้าด้วยกันจนเป็นก้อนเดียวและกลายไปเป็นมอนสเตอร์ชนิดหนึ่ง มันมีแขนและขามากกว่าสิบข้าง มอนสเตอร์ตัวนี้มันได้ถูกปกคลุมไปด้วยดาบ โล่ เกราะ และหมวก มันปรากฏออกมาเป็นลักษณะที่แปลกประหลาดพิสดาร

“เอ๊ะ…”

ซาดาเมียร์ได้มองไปที่มอนสเตอร์นี้ด้วยปากที่เปิดกว้าง ซังจินก็ได้พูดกับมูนสเปค

“มูนสเปค”

‘ค่ะ?’

“ไปกันเถอะ”

‘ค่ะนายท่าน’

ซังจินได้เก็บมูนสเปคลงไปในฝักในขณะวิ่งเข้าไปหามอนสเตอร์ตนนั้น เมื่อเข้าได้เข้าใกล้กับมันแขนนับสิบของมันก็ได้เหวี่ยวแขนและอาวุธมากมายไปยังซังจินอย่างยุ่งเหยิง

มันเป็นงานที่ยากแม้แต่กับซังจินที่จะหลบมันทั้งหมด เขาได้ระษาระยะห่างจากมันเอาไว้ในขณะที่ดึงมูนสเปคออกมาและตะโกน

“เสียงคร่ำครวญของคนตาย”

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด”

เสียงกรีดร้องมันได้ดังก้องไปทั่วพื้นที่ อัศวินที่ได้ถูกรวมด้วยกันไม่ได้ตอบสนองด้วยความกลัว แต่ว่าตัวที่อยู่ใกล้กับซังจินได้ทิ้งอาวุธลงไป

ที่ส่วนบนของมันนั้นไม่ได้รับความหวาดกลัวและต่อสู้กับซังจิน แต่ว่ามูนสเปคก็ได้ร้องออกมาอีก

มูนสเปคที่ได้อัพเกรดมามันมีผลที่มากยิ่งขึ้นดังนั้นส่วนบนมันก็เริ่มได้รับผลและถอยกลับไป ในระหว่างช่วงเวลานี้

“นี่มันไม่ได้การแล้ว กำแพงโล่”

เสียงของผูบัญชาการได้ดังออกมาจากมวลเนื้อและโล่ของมอนสเตอร์หลายๆอันก็ได้โผล่ออกมาและหมวกบางอันก็ได้ถูกนำไปป้องกันด้วยเช่นกัน

ในตอนนี้มันจะไม่มีประโยขน์อะไรที่จะโจมตีเข้าไป ซังจินได้ไปหาที่ซาดาเมียร์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง

“โซ่สายฟ้า”

ศรสายฟ้าได้พุ่งเข้ามาและชนแผ่กระจายไปที่พื้นผิวของโล่

“ก๊าาาา”

ส่วนที่ได้ถูกสายฟ้าได้ร้องออกมาอย่างเจ็บปวดและหลุดจากการป้องกันชั่วครู่ ซังจินจึงได้โจมตีไม่ในทีๆไม่ได้ผลกระทบกับสิ่งดังกล่าว

“เบสโกโร่ คลั่ง”

‘โอเค’

ซังจินได้ปัดโล่ออกไปและใช้ทักษะคลั่งของเบสโกโร่ จากนั้นเขาก็เริ่มตัดชิ้นส่วนอื่นของร่างกายออก แถมยังรวมไปถึงอัศวินยี่สิบกว่าคน พวกนั้นได้ต่อสูงกลับมาและหลบดาบของซังจิน

“เคร๊ง เคร๊ง วูบบบ”

มันเป็นการโจมตีแบบสุ่มที่เกือบจะโดนซังจินในบางครั้งแต่ว่าผลในตอนท้ายมันก็ชัดเจน ซังจินสามารถจะต่อสู้กับศัตรูพวกนี้ได้โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องได้รับรอบขีดข่วน

“เวรเอ้ย แสดงกระดูกสันหลังออกมา อัศวินแห่งสิงโตสีชาด”

“อว๊ากกกก”

พวกศัตรูได้เนิ่มกรีดร้องออกมา ซังจินรู้สึกได้ว่าวิสัยทัศน์ของเขาผิดแปลกไปชั่วขณะ แต่ว่า

[จิตแกร่งได้ใช้งาน]

ฉายาที่เขาได้ลืมไปแล้วได้ถูกใช้งานออกมา ซังจินยังคงจำการต่อสู้ที่เขาเคยทำในอดีตได้ สิ่งเหล่านี้มันจะทำตามคำสั่งของผู้บัญชาการและเปลื่ยนแผนไปตามแต่สถานการณ์ จากการป้องกันไปจนถึงการโจมตี

มันแม้กระทั่งตะโกนพร้อมๆกันเพื่อให้เกิดเวทมนตร์ที่สร้างสถานะผิดปกติ แบบเดียวกับพวกฮาปี้ในอดีต

‘ฉันเกลียดสิ่งที่น่ารำคาญนี้’

ซังจินได้โยนหนังสือออกมาจากเสื้อกั๊ก ครู่หนึ่งแว่นของกอเมทก็ได้อ่านมันออกมาดังๆ

“แจ้งให้ฉันทราบเมื่อศัตรูเข้ามาในระยะสิบเก้านี้ นายทหารก็ได้ตอบกลับมาเมื่อพวกเขามาได้สิบเก้า เขาก็ได้สั่งอีกครั้งว่าให้รายงานอีกครั้งเมื่อพวกเขาเข้ามาในระยะห้าเก้า นายท่านคนนั้นด้ตะโกนออกมาด้วยความเกรงกลัวเมื่อศัตรูเข้า เขาได้หยิบอาวุธขึ้นมาในขณะลุกขึ้นและคำราม”

[การสถิตของเตียนอุยเอ้อไหลได้ถูกใช้งาน]

[ทักษะติดตัว – เพิ่มพลังโจมตี(IV) ความว่องไว(II) ใช้แล้ว]

ซังจินได้คิดขึ้นกับตัวเอง

‘นักรบ….มันมีบางอย่างที่ฉันต้องการจะทดสอบว่ามันเป็นยุทธวิธี…’

ซังจินได้ยืนความแข็งแกร่งจากพงศาวดารสามก๊กเพื่อที่จะล้มมนุษย์ประหลาดคนนี้

“มันไม่ดีแล้ว กำแพงโล่”

มอนสเตอร์มันได้ทำท่าที่จะป้องกันอีกครั้ง ซังจินได้คิดตริตรองว่าควรจะทำเช่นไรดี

‘ฉันจะไปเข้าใกล้มันได้ยังไง?’

ปกติแล้วการโจมมันจะต้องโจมตีด้วยการที่มันสลับท่าจากโจมตีเป็นป้องกันและสวนกลับไปด้วยการโจมตีที่ร้ายแรงในตอนนั้นที่มันสลับท่าทางโดนการยิงเวทย์เข้าไป

แต่ว่าซังจินต้องการที่จะสู้ซึ่งๆหน้ากับมัน เขายังมีบัพนักรบจากพงศาวดารสามก๊กอยู่และสถานะคลั่ง การสู้ซึ่งๆหน้านั้นคือตัวเลือกของเขา

ดังนั้นซังจินจึงเดินเข้าไปหาภูเขาโล่และใช้บลัดเวเจน

”ชี่”

เขาได้ตัดชิ้นส่วนของโล่ออกจากกัน หอกและดาบนับสิบได้พุ่งเข้ามาทางซังจินในช่องว่างระหว่างนั้น นักรบส่วนใหญ่จะมีการโจมตีอย่างสายฟ้าและเพื่้อสวนกลับ แต่ว่ามันก็ไม่ใช่แผนของซังจินที่จะใช้สำหรับสถานะปัจจุบันของเขา

‘ช่าย มันเป็นการแสดงออกที่น่ารัก’

ซังจินได้เยาะเย้ยในใจในขณะใช้ดาบคู่ตัดอาวุธทั้งหมดที่เข้ามาหาเขา มันเป็นการปะทะกันของโลหะ แต่ว่าดาบของซังจินก็ไม่ได้เสียหายอะไรเลย

‘ขอบคุณมากคาร์กอต’

ซังจินได้คิดในขณะที่วิ่งไปซุ่มโตมตี ซังจินได้เริ่มกลายไปเป็นสัตว์ โดนการที่ใช้พลังของเดี่ยนเว่ย

ผู้บัญชาการได้ตื่นตระหนกและตัดโกนออกมา

“ถอย ป้องกัน สวนกลับ”

แต่ว่ามันก็มีแค่นี้น หลังจากที่ร่างกายส่วนหนึ่งถูกตัดไปผู้บัญชาการก็ได้ถูกตัดหัวออก และแม้ว่าร้านจะดีกลับถูกลอยแพ

“ไม่ คำสั่งของราชา…”

เขาได้พูดออกมาบรรทัดนึงก่อนที่จะตาย

[บอสลับผู้บัญชาการราฮาแห่งอัศวินสีชาดและคณะอัศวินได้ถูกกำจัดแล้ว]

ซังจินได้สูดหายใจ้เข้าลึกๆ มันมีซากศพอยู่มากมายอยู่ด้านหลังของเขา ตายด้วยความเย็น อ่อนแอ และตายด้วยดาบ พวกนั้นได้มารวมกันเป็นสิ่งเดียวที่น่าหวาดกลัว รังกียจและได้แยกออกจากกันอีกครั้ง พวกเขาทั้งหมดได้พบกับชะตากรรมที่น่ากลัว

แต่โชคร้ายที่ว่าสำหรับพวกเขา ซังจินไม่ได้มีเวลาที่จะใส่ใจกับความตายของพวกเขา ซังจินได้ทิ้งพวกนี้ไว้ด้านหลังในขณะที่กลับไปเปิดใช้งานหินแสวงหาฆาตกร

[การย้ายมิติได้ทำการร้องขอแล้ว]

[ก่อนจะมีการย้ายมิติตจะต้องมีการแจกร่างวัลเกิดขึ้นก่อน]

[เริ่มแจกรางวัล]

[มอนสเตอร์ที่กำจัด เยติ 4 เสือเขี้ยวดาบ 6 โทรลน้ำแข็ง 20 รวมทั้งหมดเป็น 11000 คะแนน

[บอสที่กำจัดแม่มดโอเลีย 1400 คะแนน….]

จำนวนแต้่มที่เขาได้รับมาในตอนนี้มี 12232 คะแนน และเหรียญกำที่ได้รับก็คือ 13455 ซังจินได้คิดคำนวนอยู่ครู่หนึ่ง

‘ครั้งล่าสุด…’

ยกเว้นในรอบสิบคน รางวัลการจู่โจมแบบ 5 คนของซังจินก็ได้เพิ่มขึ้นไปมากกว่าแต่ละรอบ

[และสำหรับตอนนี้จะทำการแจกไอเทม]

[แอสแทรนท์ – ธนูน้ำแข็ง]

[ทรอกค์ – ถุงมือนำแข็ง]

[หินเอนชานตร์ 2 ก้อน]

ไอเทมสองชิ้นและหินตีบวกสองก้อนได้ตกลงมาที่ซังจิน ชิ้นหนึ่งเป็นธนูที่ทำมาจากน้ำแข็ง และอีกอันเป็นถุงมือสีขาว ซังจินยังไม่มีเวลาที่จะตรวจสอบไอเทมทั้งสองอย่างนี้ แต่ว่าธนูมันก็น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถจะใช้มันได้

‘…นำมันไปจบที่ตลาดประมูล’

[ขอแสดงความยินดีด้วยคุณได้รับไอเทมระดับตำนาน แอสแทรนท์ – ธนูน้ำแข็ง]

[ขอแสดงความยินดีด้วยคุณได้รับไอเทมระดับตำนาน ทรอกค์ – ถุงมือน้ำแข็ง]

โชคดีที่ว่ามันเป็นไอเทมระดับตำนานดังนั้นมันจะต้องมีราคาที่สูงขึ้น

‘ไอเทมระดับตำนานแทบจะไม่เคยไปมีในคลาดประมูล….ฉันควรจะขายมันไปไหม? อืมมม…ในตอนนี้ฉันควรจะคิดเกี่ยวกับมัน….หรือว่ามันจะดีกว่าถ้ามอบมันให้กับเซริน เธอใช้ธนูแบบไหน?’

ในขณะที่ซังจินกำลังคิดอยู่ลูกบาศก์ของซังจินก็ได้มอบฉายาให้แก่เขาในรอบนี้

[หัวใจน้ำแข็ง – ดูไอเทมของนักล่าคนอื่นๆและสเตตัสได้ตามต้องการ มีให้เลือกสองอย่างในขณะที่สวมใส่และหนึ่งอย่างในขณะที่ไม่สวมใส่]

เขาได้รับฉายาที่น่าสนใจมาในรอบนี้

มันจะเป็นประโยชน์ในการต่อสู้กับนักล่าคนอื่นๆ หากนักล่าคนใดได้รู้ถึงทักษะและสเตตัสของผู้อื่นเขาก็จะสามารถวางแผนการต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แน่นอนว่ามันมีความหมายน้อยกับซังจิน แม้ว่าจะมีฆาตกรมาลุมเขาสามหรือสี่คนมันก็จะไม่มีใครในกลุ่มนี้มาคุมคามเขาได้อย่างจริงจัง และถ้ามีมากกว่า 3 หรือ 4 คนมันก็จะทำให้เขาไม่สามารถจะตรวจสอบได้ครบทุกคนเช่นกัน

‘เอาหละ…ถ้าเป็นกรณีนี้…ฉันแน่ใจว่าจะต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ประโยชน์ของมัน ในมิติถัดไป…ฉันควรจะลองใช้มันดูดีไหม?’

และจากนั้นเขาก็ตระหนักได้

‘หืมม…ฉายานี่มันจะเป็นฉายาที่ดีถ้าหากฆาตกรใช้…ถ้า…ฆาตกรได้ใช้งานสิ่งนี้…’

****

ที่ด้านบนของพระราชวังน้ำแข็ง มันมีดาวหกแฉกส่องประกายอยู่ด้านบน หัวใขน้ำแข็งอิลลิชได้ไต่ขึ้นไปเอที่จะเอาดาวหกแฉกมา

เขาได้จับไปที่ดาวหกแฉกก่อนมราจะปีนลงมา

[ขอแสดงความยินดีด้วยคุณได้รับชิ้นส่วนลับหัวใจของฤดูหนาว]

แต่แล้วจากนั้นดาวอีกดวงหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นที่ด้านบนของปลายยอด

“หืมมม?”

นักล่าทั้งหลายคนแปลกใจ แต่ว่าอิลลิชก็ได้อธิบายออกมาให้กับพวกเขา

“นายรู้ไหม? ชิ้นส่วนลับมันได้ถูกออกแบบมาสำหรับทุกคนให้เอาไปได้หนึ่งอัน ไปซะแล้วเอามันมา”

“โอ้…”

ด้วยคำพูดนี้นักล่าแต่ละคนได้ผลัดกันไปเอาอย่างรวดเร็ว ฟรานซ์ก็ได้ชอบอิลลิชมากขึ้น เขามีทั้งความเป็นผู้นำ ความแข็งแกร่ง และความรู้

อิลลิชได้ยกดาวขึ้นเหนือหัวและพูดออกมา

“หืมมม…นี่คือ…วัตถุ ฉันจะต้องนำมันไปหาช่างตีเหล็ก”

เขาได้วางมันลงไปในลูกบาศก์ ฟรานซ์ได้ทำตามเขาและตรวจสอบดาวก่อนที่จะวางมันลงไปในลูกบาศก์เช่นเดียวกัน สิ่งถัดไปที่จะต้องทำก็คือการค้นหาบอสลับ อิลลิชได้ถามกับฟรานซ์

“เฮ้ ตานายแล้ว บอสลับมันอยู่ที่ไหนหรอ?”

ฟรานซ์ได้มองไปรอบๆ พายุหิมะได้หยุดลงแล้ว และพื้นดินรอบๆมันก็เหมาะสมที่จะเป็นขุดชมวิวมาก แน่นอนว่าจะสวยขึ้นไปอีกเมื่อปราศจาคความมืด

“หืมมม…ที่ด้านหลังของพระราชวัง…มันควรจะมีคนถูกแช่แข็งอยู่ที่นั่น มันยากที่จะมองเห็นเนื่องจากความมืด…”

“อา ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก”

อิลลิชได้ผลักไปที่หมวกของเขาลงและพูดออกมา

“ตาทิพย์”

ทันใดนั้นดวงตาขนาดใหญ่ก็ได้โผล่ออกมาจากหมวกและเริ่มมองไปรอบๆ

‘มันเป็นไอเทมที่แปลก…ฉันเดามาเขาจะต้องพบไอเทมแปลกๆมากมายจากฉายานักล่าสมบัติ’

“พวกเขาอยู่ที่นั่น คนที่ถูกแช่แข็ง”

“ที่ไหน?”

ด้วยคำถามของฟรานซ์ อิลลิชได้ถอดหมวสกออกมาและชี้ไปที่่ทางหนึ่ง มันไม่สามารถจะมองเห็นได้เนื่องจากความมืด แต่ว่าก็ไม่มีใครสงสัยอะไรเลย

นักล่าทุกคนได้โผล่ออกมาจากพระราชวังน้ำแข็งด้วยกันและมุ่งหน้าไปสู่ความมืด ไม่น่านหลังจากนั้นพวกเขาก็ได้มาพบกับกลุ่มคนที่ถูกแช่แข็ง

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย < กลุ่มสองลดครึ่งราคาครับผม