0 Views

Chapter 124 – Kariharan Frostplains (3)

ฟรานซ์ อิลลิช และคนอื่นๆได้มาถึงที่พระราชวังน้ำแข็ง เสาหลักทั้งสองต้นภายในนั้นได้กลายมาเป็นโกเลมน้ำแข็งจำนวนสองตัวและเข้ามาโ๗มตีนักล่า

แต่ว่าฟรานซ์และอิลลิชได้แสดงความกล้าหาญออกมาและเข้าไปต่อสู้กับพวกมัน มันเป็นเหมือนกับแม่มดน้ำแข็ง

เวทมนตร์ของเธอมันทรงพลังและกำแพงน้ำแข็งมันก็น่ารำคาญ หมอกที่เธอปล่อยออกมาจากคทาก็อันตรายมากเช่นกัน แต่ว่าเธอก็ไม่สามารถจะต้านทานนักล่าทั้งสองคนที่แข็งแกร่งได้ เพียงแค่เมื่อ

“ฉันอยู่ในอัน…”

นักล่าได้ถูกแช่แข็.โดยหมอกของเธอ แต่ว่าอิลลิชก็ได้พุ่งเข้ามาเหมือนกับสายฟ้า

“โล่แห่งความเชื่อมั่น”

เขาได้ถือโล่ของเขาเพื่อป้องกันการโจมตีและผลักเธอออกไป ฟรานซ์ก็ได้เข้ามาร่วมการต่อสู้ เขาได้หวี่ยงดาบสองมือออกไปเพื่อที่จะยิงใบมีดลม

“ลมตัด”

แม่มดน้ำแข็งได้ยกกำแพงน้ำแข็งขึ้นป้องกันการโจมตีของฟรานซ์ในขณะที่เธอถอยห่างออกไป

ใบมีดลมของฟรานซ์ได้แยกกำแพงออกเป็นสองซีกและดังนั้นดิลลิชและคนอื่นๆจึงวิ่งไล่ตามไปได้ยังอีกฝากของกำแพง

ที่น่าแปลกก็คือหมอกของแม่มดที่แช่แข็งนักล่าเอาไว้ พวกนักล่าจะกลับไปกลายเป็นปกติอย่างรวดเร็วเมื่อพวกเขาทำคัวให้อุ่น

หลังจากสามนีทีและการปะทะหลายครั้งได้ผ่านไป

“ก๊าซซซ”

เธอก็ได้ตายไปพร้อมกองเลือด ขวานของอิลลิชได้ปักอยู่ที่หน้าอกของเธอ

[บอสมอนสเตอร์แม่มดน้ำแข็งโอเลียได้ถูกกำจัด]

นักล่าได้แสดงความยินดีหลังจากที่โอเปอเรเตอร์พูดจบ

“ทำได้ดีมากทุกคน”

“นายทั้งสองคนสุดยอดจริงๆเลย อิลลิชกับฟรานซ์”

ฟรานซ์ได้เหลือบมองไปที่อิลลิช

เขาพูดเพียงแค่เรื่องในตอนที่สู้เพียงอย่างเดียว และเขาก็มีการพูดเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ฟรานซ์จึงไม่สามารถจะตัดสินใจในเรื่องนี้ได้ แต่ว่าความจำที่ว่าอิลลิชได้ช่วยสมาชิกจากความตายได้ประทับอยู่ในจิตใจของเขา

ฟรานซ์นั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจ

‘ชายคนนี้…เขาเข้าถึงยากเล็กน้อย…แต่ว่าเขานั้นเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ยอดเยี่ยม’

แต่ว่าความสามารถในการเป็นผู้นำและความสามารถพิเศษส่วนตัวที่สูงของอิลลิชมันสูงมากจนทำให้ฟรานซ์กังวลว่าเขาอาจจะไม่เต็มใจที่จะฟังเค

กลุ่มผู้ถูกเลือกนั้นได้ถูกออกแบบมาไว้สำหรับการทำงานร่วมกันกับเคเป็นแกนหลัก เริ่มต้นจากการที่เขาแข็งแกร่งกว่าคนอื่นๆ 3-4 เท่าและพลังของเขาก็จะกระจายแบ่งไปแก่คนอื่นๆ

และต้องขอบคุณในแหล่งข้อมูลบางอย่างจากเขา เขาได้ให้รายระเอียดเกี่ยวกับการจู่โจมก่อนที่มันจะเริ่ม มันจึงเป็นที่น่าสงสัยว่าถ้าหากเครับอิลลิชเข้ามาแล้วจะเป็นเช่นไร ในขณะที่ฟรานซ์กำลังคิดเช่นนี้

“แปะ แปะ”

อิลลิชได้ปรบมือสองครั้งเพื่อเรียกความสนใจจากทุกคน

“ทุกคนทำได้ดีมาก ในตอนนี้เราไปหาเป้าหมายถัดไปกันเถอะ การฆ่าบอสไม่ใช่เพียงแค่เป้าหมายเดียวของเราถูกไหม?”

นักล่าที่กำลังฉลองกันได้กลับมาตั้งตัวตามคำพูดของอิลลิช ความสมบูรณ์แบบของอิลลิชมันได้สยบพวกเขาเอาไว้แล้ว

“ในนี้มีใครที่มีฉายานักล่าสมบัติบ้าง?”

ไม่มีใครยกมือออกมา แต่ฟรานซ์ได้ก้าวไปข้างหน้า

“อ่า…ฉันไม่มีฉายานักล่าสมบัติ…แต่ฉันรู้ว่าบอสลับมันอยู่ที่ไหน”

ฟรานซ์นั้นคงจะต้องขอบคุณมื้อเช้าที่เขาได้ไปมา

“…แล้วมัน?”

ชายคนนั้นได้จ้องมาที่ฟรานซ์ด้วยสายตาที่แหลมคมมันดูเหมือนกับว่าเขาจะสงสัยว่าฟรานซ์นั้นได้ข้อมูลนี้มายังไง แต่ว่าเขาก็ไม่ได้แคร์มันอีกต่อไป

“ถ้างั้น….เนื่องจากว่าฉันมีฉายานักล่าสมบัติอยู่ ฉันจะใช้มันเพื่อค้นหาชิ้นส่วนละ”

‘โอ้…’

เขามีแม้แต่ฉายานักล่าสมบัติ ประโยชน์ของฉายานี้มันดีเป็นอย่างมากมันจะช่วยลดเวลาในการค้นหายบอลลับหรือชิ้นส่วนลับไปได้

พวกคนทุกคนได้เริ่มตระหนักรู้ว่าผลงานมันมีความสำคัญ แต่ว่าการได้รับไอเทมที่มีประโยชน์นั้นมันดีกว่ามาก

‘ผู้เลือกสรร’ สุดยอดนักล่าเคก็ได้สวมแหนวนในทุกนิ้วของเขาและไอเทมทุกๆชิ้นของเขาก็ดูน่าประทับใจ

อิลลิชได้หันไปพูดกับลูกบาศก์

“โอเปอเรเตอร์ใช้ทักษะนักล่าสมบัติ บอกฉันทีว่าสมบัติลับมันอยู่ที่ไหน”

โอเปอเรเตอร์ได้ให้คำใบ้ออกมา

[ดาวโดดเดียวในท้องฟ้าอันมืดมิด]

[ในใจกลางฤดูหนาว…]

จู่ๆอิลลิชก็เงยหน้าขึ้นในขณะฟังอยู่และพูดออกมา

“ไปที่เพดาน ฉันจำได้ว่าเห็นอะไรบางอย่างที่เหมือนกับดาวหกแฉก”

****

ซังจินได้ถือดาวหกแฉกเอาไว้


เรเที่ยน – ดาวแห่งฤดูหนาว
วัตถุระดับตำนาน

ดาวอันโดดเดี่ยวลำพัง แต่ว่ามันจะให้แสงสว่างที่มากกว่าดวงอื่นๆ


“นี่มันคือ..”

เขาไม่สามารถจะเข้าใจความสามารถของมันได้จากคำอธิบายไอเทมเพียงสองบรรทัด มันไม่มีคำอื่นใดอีกเลยที่ติดมาด้วย

‘เอาหละ…,มันถูกระบุว่าเป็นวัตถุดังนั้นคากอตก็ควรจะรู้เกี่ยวกับมัน’

ซังจินได้เก็บมันลงไปในลูกบาศก์สำหรับในตอนนี้ ต้องขอบคุณบอลไฟที่เขาได้ขว้างออกไปโดยไม่คิดที่ทำให้เขาได้รับชิ้นส่วนลับมาในทันที

‘ถ้างั้นอย่างต่อไปก็…’

ซังจินได้มองไปรอบๆ ที่ๆบอสลับอยู่มันไม่ได้อยู่ไกลนัก และต้องขอบคุณพายุหิมะที่หายไปมันได้ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ซังจินได้จ้องไปบนท้องฟ้าหน้าหนาวอย่างๆเงียบๆและก็คิดว่า

‘อา…ฉันควรจะลองมันที่นี่’

เขาได้เอี่ยมมือไปลูกบาศก์เพื่อที่จะหยิบไข่ของราร์ออกมา เขาได้โยนมันไปบนอากาศ

“ออกมาราร์”

ครู่หนึ่งกริฟฟินจักพรรดิก็ได้ปรากฏตัวออกมา นี่จะต้องเป็นครั้งแรกแน่ที่เขาจะได้เห็นหิมะ

“แกว๊ก แกว๊ก”

ราร์ได้ร้องออกมาในขณะที่เขาก้าวเดินไปรอบๆหิมะ

‘เขามีขนาดตัวที่ใหม่มา…แต่ว่าเขาก็ยังคงมีจิตใจที่เป็นเด็กฦ’

ซังจินได้เข้าไปหาราร์ในขณะที่คิด

“ราร์ ฉันรู้ว่านายกำลังสนุก แต่ว่านายช่วยให้ฉันขี่ได้ไหม?”

“แกว๊ก”

ราร์ได้ค่อยๆย่อตัวของตัวเองเพื่อที่จะให้ซังจินสามารถจะขึ้นไปได้ ซังจินได้ขึ้นไปบนหลังของราร์ในทันที

“ไปกันเถอะ เป้าหมายคือ…. ชั่งเถอะ ไปบินกันบนท้องฟ้ากันก่อนดีกว่า”

ราร์ได้บินสูงขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับซังจิน ซังจินได้มองสำรวจไปรอบๆพื้นที่

‘มันไม่ไกล..’

วิสัยทัศน์วิญญาณของเบสโกโร่รวมไปกับพื้นที่หิมะที่ค่อยข้างจะเรียบมันได้ทำให้ซังจินสามารถจะมองออกไปได้ไกลสุดสายตา เขาได้พูดกัยราร์

“ราร์นายสามารถหมุนไปรอบๆช้าๆได้ไหม?”

ด้วยคำพูดนี้ราร์ได้กระพือปีกของเขาแล้วค่อยๆหันไปรอบๆ แม้ว่าราร์จะพึ่งสามารถบินได้ แต่ว่าเขาก็ได้พยายามอย่างขยันขันแข็งและทำตามคำขอของซังจิน เมื่อราร์หมุนได้ประมาณ 120 องศา

“หยุด”

ซังจินก็มองเห็นกลุ่มคนในระยะไกล พวกเขาได้ได้ขยับไปไหน พวกเขาทำเพียงแค่ยืนกับที ซังจินก็ได้กระซิบกับราร์

“ที่นั้นแหละ นายเห็นไหม?”

“แกว๊กก”

ราร์ได้ร้องออกมา

“นายเข้าใจไหม?”

หลังจากได้ยืนยันคำถาม ราร์ก็ได้ตอบกลับมาด้วยการบินไปด้วยความเร็วสูงไปยังทีด้านล่างที่ๆซังจินได้ชี้ไป

‘เขาตาดี’

ราร์ได้บินไปยังเป้าหมายอย่างรวดเร็วที่สุด ด้วยความเร็วที่มากเช่นนี้ ซังจินจะไม่ต้องการพรมไปอีกต่อไป

‘ฉันควรจะเอามันไปขายในตลาดประมูลหรืออะไรสักแห่ง’

ขณะที่เขากำลังคิดเช่นนี้ ราร์ก็ได้พาซังจินมายังกลุ่มคน พวกเขาทั้งหมดนั้นถูกแช่แข็.

ประมาณยี่สิบสามสิบคนได้ที่ถูกแช่แข็งอยู่ที่นีและไม่สามารถจะขยับไปไหนได้ คนที่อยู่ทางด้านหน้าเป็นชายวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมแดง

‘หืมม…ฉันจะต้องละลายน้ำแข็งของเขาแบบไหน..’

เขาไม่รู้สึกว่าการใช้มานาจะแก้ได้

‘เอาสหละ ฉันเดาว่ามันเป็นบอสลับ…’

ซังจินได้อัญเชิญซาดาเมียร์ออกมา

“ท่านเรียกข้าหรือนายท่าน?”

“ใช่แล้วช่วยละลายน้ำแข็งคนนี้ที ด้วยเวทมนตร์

“มือการเผาไหม้ เบิร์นนิ่งทัช”

ขณะที่ซาดาเมียร์กำลังละลายน้ำแข็งให้กับคนอื่นๆ ซังจินก็ได้หยิบเอาอาเทอร์มิโอและมูฯสเปคออกมา ตอนนี้เขามีดาบอยู่ 4 เล่ม ดังนนั้นเขาจึงจะต้องเลือกใช้ดาบให้มันเหมาะสมกับสถานการณ์ ในขณะเดียวกัน

“อัก…”

ชายคนนั้นได้คว้าไปที่หัวของเขาและเริ่มกรีดร้อง

“หัว…หัวของข้า”

ซังจินนั้นไม่รู้ว่าเขาคนนั้นถูกแช่แข็งอยู่นานแค่ไหน แต่ว่าเขาก็เข้าใจได้ว่าทำไมชายคนนั้นถึงปวดหัว เขาได้จ้องไปที่ชายคนนั้น ถ้าหากว่าเขาโจมตีไปในตอนนี้ เขาก็สามารถจะจบมันลงไปได้แล้ว แต่ว่าการทำเช่นนี้มันอาจจะทำให้เกิดข้อความบางอย่าง

‘ถ้าคุณได้โจมตีสิ่งมีชีวิตที่เป็นมิตร…’

ดังนั้นซังจินจึงยั้งมือเอาไว้ ภายในการจู่โจมแบบ 5 คน ไม่ว่าบอสหรือบอสลับก็ไม่สามารถจะเอาชนะเขาได้

“ทำไมฉัน…”

ชายคนนั้นได้มองไปรอบๆ ด้วยดวงตาที่ไร้แวว และเขาก็เห็นคนที่อยู่ด้านหลัง

“ผะ…ผู้ติดตามของฉัน…ถูกแช่แข็ง? ฉัน…”

เขายังคงพูดกับตัวเองอย่างสับสน จากนั้นทันใดนั้นเขาก็พูดออกมา

“ใช่แล้ว แม่มด พวกเรา…ต้อง…ฆ่าแม่มด”

เขาได้สะบัดแขนครั้งนึงและพูดออกมา

“จงลุกขึ้นนักรบแห่งสีโตสีชาด”

จากนั้นคนที่อยู่ด้านหลังเขาก็เริ่มที่จะแตกออกมาจากสถานะแช่แข็งและขยับตัว พวกเขาเพิ่งจะตื่นขึ้นมาและยังไม่ได้อยู่ในสถานะปกติ

แต่ละคนได้จับหัวของตนเองและมองไปรอบๆอย่ามึนงง ผู้นำของเขาที่สวมชุดคลุมแดงได้มองไปที่พวกเขาและประกาศออกมา

“ทำตามคำสั่งของราชา วัตถุประสงค์ของเราคือ….แม่มด….”

เขาได้จับไปที่หัวของเขาอีกครั้งราวกับว่าเขาได้ปวดหัวอย่างรนแรง

“ไม่สิ…เพื่อฆ่า…แม่มด? ฆ่า?”

และตาของเขาก็ได้เปลื่ยนไปเป็นสีน้ำเงิน

“ใช่แล้วเพื่อฆ่า ฆ่าพวกมัน ฆ่า”

เขาได้ตะโกนออกไปอย่างฉับพลัน อย่างบ้าคลั่ง และด้วยคำพูดนี้ทุกคนที่อยู่ด้านหลังเขาก็ได้คล้าอาวุธและตะโกนออกมา

“พวกเราอัศวินแห่งสิงโตสีชาดจะทำตามคำสั่งของราชา”

ดวงตาของพวกเขาก็ได้เปลื่ยนไปเป็นสีฟ้าเช่นกัน

‘อืมม…ฉันเดาว่าพวกเขาเป็นผีดิบชนิดหนึ่ง’

ในขณะที่ซังจินคิดเช่นนั้น ผู้บัญชาการก็ได้ยกดาบขึ้นและตะโกนออกมา

“แด่องค์ราชา แด่เมฆสีทอง”

“แด่องค์ราชา

จากนั้นเองในที่สุดโอเปอเรเตอร์ก็ได้ประกาศออกมา

[เตือนบอสลับ]

[ผู้บัญชาการอัศวินสิงโจสีชาดและอัศวินปรากฏตัว]

ซังจินได้พูดกับซาดาเมียร์หลังจากที่เห็นพวกเขา

“”ไปยุติความลำบากกันเถอะ”

“รับทราบ นายท่าน”

แต่ราร์ก็ยังได้ผลักดันไปทางซังจิน

“แกว๊กก”

“อะไรราร์ นายต้องการที่จะต่อสู้ด้วย?”

ในขณะเดียวกันอัศวินก็เริ่มที่จะก้าวเข้ามาหาทางซังจิน ก่อนที่ซังจินจะทันได้ตอบสนองอะไร

“ฟุบ”

ราร์ได้พุ่งไปด้านหน้าเหมือนกับสายฟ้าแลบและกัดไปที่หัวของอัศวิน จากนั้นเขาก็บินบนอากาศกว่าสิบเมตรและทิ้งตัวลงมา อัศวินที่น่าสงสารได้หลังและตายลงทันทีหลังจากฟื้นตัวขึ้นมา

“การฟ้าที่อันตราย…”

ซาดาเมียร์ได้เริ่มร่ายเวทย์ ซังจินก็ได้เตรียมดาบของเขาและพุ่งเข้าไปต่อสู้

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย < กลุ่ม 2 ลดครึ่งราคาครับผม