0 Views

Chapter 123 – Kariharan Frostplains (2)

‘หัวใจน้ำแข็ง’ ได้เคาะขวานในขณะที่ถามกลับมา

“แล้วที่ๆมีพายุน้ำแข็งที่รุนแรงสุดก็คือที่ๆบอสอยู่งั้นหรอ?”

ฟรานซ์ได้หยักหน้ารับ

“ใช่แล้ว”

เขาได้หรี่ตาและถามออกมาต่อ

“ที่ไหน…นายได้ข้อมูลนี้มาไหม?”

ฟรานซ์ได้หยุดลงครู่หนึ่ง

‘ไปที่ๆมีพายุรุนแรงที่สุด ที่นั้นมันจะมีพระราชวังน้ำแข็งอยู่’

เข้าได้พบเรื่องนี้มาผ่านจากสุดยอดนักล่าเค แต่ว่าเฟรานซ์ก็ไม่สามารถจะพูดออกไปตรงๆได้ เพราะว่าเคได้บอกกับเขาในตอนก่อนหน้านี้ว่า

‘สำหรับตอนนี้…ช่วยปกปิดเรื่องผู้ถูกเลือกเอาไว้และการที่ฉันสามารถจะพบพวกนายได้ไปก่อน เมื่อมีคนรู้เกี่ยวกับฉายานี้และโบนัสของมัน พวกเขาก็ต่างจะพากันต้องการมัน แต่ว่าฉันไม่ต้องการที่จะมอบมันให้กับใครยกเว้นคนที่ฉันนั้นไว้ใจจริงๆ’

หรืออีกในความหมายหนึ่ง เขาจะต้องเก็บการพบกันในตอนเช้าให้เป็นความลับ

“…มันเพราะฉายา ฉันไม่ได้ใส่มันเอาไว้ในตอนนี้ แต่ว่ามันก็ได้ให้คำใบ้เกี่ยวกับบอส”

“จริง? เหมือนกับพวกคู่มืออะไรอย่างนั้นหรอ?”

ฟรานซ์ได้หยักหน้า

“อา…ใช่แล้วอย่างนั้นแหละ”

เขาได้หรี่ตาลงยิ่งกว่าเก่าและถามออกมา

“หืมม โอเค แล้วฉายาผู้ถูกเลือกมันคืออะไร?”

คำถามนี้มันใกล้กับสิ่งที่เขาต้องการจะปิดมากเกินไป

“อ่า…มันเพิ่มสเตตัสโดย….ประมาณ 10%”

ฟรานซ์ได้โกหก ด้วยเหตุผลบางอย่างมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะโกหกเขา

“โอ้ จริงหรอ? แล้วมันเพิ่มสเตตัสทั้งหมดเลยหรอ?”

“เอ่อ…ใช่ ทั้งหมด”

โชคดีที่ว่าความอยากรู้อยากเห็นของอิลลิชหยุดอยู่แค่นั้น

“จริงหรอ? มันเป็นฉายาที่ยอดเยี่ยมมาก ฉันชอบมันด้วย ฉายานี้มันเป็นฉายาที่ดีที่ควรจะใช้งาน…และ 5% แม้ว่าจะไม่ได้ใช้มัน มันเป็นฉายาที่ยอดเยี่ยมมาก”

ฟรานซ์ได้เงียบเสียงเอาไว้ ฉายาผู้ถูกเลือกมันไม่ได้ให้โบนัสเท่ากับ 10% ของเจ้าของ แต่ว่ามันเป็น 20% ของสเตตัสของสุดยอดนักล่าเคซึ่งมากกว่าเขามาก

อิลลิชจะไม่มีทางที่ตรวจสอบสิ่งนี้ได้นอกเหนือไปจากให้เขาถามกับโอเปอเรเตอร์ให้ดู

“ถ้างั้นเราไปกันต่อเถอะ ไปในทิศทางที่พายุเติบโตขึ้น…ทางนั้น”

อิลลิชได้ชี้ไปในทางนั้น ตาของฟรานซ์ไม่สามารถจะแยกแยะความต่างของทิศทางเช่นนี้ได้เลย แต่ว่าการเป็นชาวรัสเซียของอิลลิชจะต้องทำให้เขามีอะไรบางอย่างที่ทำให้ตระหนักถึงความรุนแรงของพายุได้ ฟรานซ์ได้มองไปที่ภาพเงาด้านหลังของชายคนนี้

‘ชายคนนี้….ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นคนที่ดีหรือไม่….แต่ว่าถ้าในแง่ของทักษะ…เขาก็สมควรที่จะได้เป็นผู้ถูกเลือกอย่างแท้จริง’

การต่อสู้ของเขามันเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ว่าการตัดสินใจและความคิดในหัวของเขาที่ได้คิดอย่างรวดเร็วมันได้ทำให้เขามีทักษะในการเป็นผู้นำ เขานั้นยอดเยี่ยมในทุกๆทาง

‘เมื่อพวกเราทำงานเสร็จ….ฉันก็ควรจะแจ้งนายเค’

ฟรานซ์ได้คิดในขณะที่เดินผ่านหิมะไปในที่ราบเยือกแข็ง

****

ซังจินได้จับบังเหียนของชาโดวรันเอาไป

“วูววว วูววว”

ม้าได้หยุดลงไปในตรงนี้ ดวงตาของชาโดวรันได้เรืองแสงสะท้อนจากสิ่งที่เขามอง พวกเขาได้มาถึงที่หน้าพระราชวังน้ำแข็งแล้ว

ที่พระราชวังน้ำแข็งมันทำมาจากน้ำแข็งที่โปร่งใสและภาพลักษณ์ของชาโดวรันและซังจินก็ได้สะท้อนกลับมาที่ตัวพวกเขาเอง

“โอเปอเรเตอร์เวลามันผ่านไปเท่าไหร่แล้ว?”

[3 นาที 42 วินาที]

“โอ้ จริงหรอ? พวกเราได้มาถึงที่นี่อย่างรวดเร็วจากนั้น”

ซังจินได้มองไปที่ข้างหลังของเขาและพูดออกมา

“ขอบคุณสำหรับการทำงานหนักนะ ไปพักเถอะชาโดวรัน”

เขาได้ส่งชาโดวรันกลับไปเป็นเหรียญและวางเหรียญไว้บนลูกบาศก์ ซังจินในตอนนี้ได้เดินไปอย่างลำพังยังพระราชวังน้ำแข็ง ในช่วงเวลาก่อนในอดีต เขาและทีมของเขาได้เตินเตร่ไปรอบๆเป็นเวลานานก่อนที่พวกเขาจะได้มาสะดุดอยู่กับพระราชวัง

มันเป็นเพราะพื้นที่โดยรอบมันมืดมน และมีเพียงสิ่งเดียวที่สะท้อนเข้ามาในสายตาของพวกเขาคือมอนสเตอร์

‘เราจะรู้ได้ยังไงกันว่าบอสมันจะกำลังรออยู่ในที่ๆมีพายุแรงที่สุด?’

ใช่แล้ว ที่ถนนไปสู่พระราชวังมันเป็นพายุน้ำแข็งด้วยตัวมันเอง การที่จะเดินไปจะต้องผ่าพายุเข้าไป

แต่แปลกที่พายุหิมะมันจะลดลงเมื่อมาถึงที่พระราชวัง แม้ว่ามันยังคงมีพายุในสายตาของเขา เขาได้แบ่งข้อมูลนี้ไปให้กับพวกนักล่า

เพียงแค่ข้อมูลเล็กน้อยนี้ก็จะช่วยลดโอกาสในการตายของพวกเขาไปเกือบจะเป็นศูนย์

‘มันดูน่าสนใจแม้ว่าจะเป็นตอนนี้…’

ซังจินกำลังจะสัมผัสไปที่กัมแพงพระราชวังเมื่อดวงตาได้ปรากฏขึ้นด้านหลังเขา สัตว์ประหลาดนี้มันจะต้องคืเว่าซังจินนั้นไม่รู้ตัว

‘ฉันไม่คิดว่าจะเสียอะไรไปแม้ว่าถ้ามันจะโจมตีฉันจากด้านหลัง’

ครู่หนึ่ง

“ก๊าซซซ”

เยติได้พุ่งเข้ามาใส่ซังจิน ซังจินได้กระโดดไปด้านข้างและเหวี่ยงมูนสเปค นิ้วทั้งสองของเยติได้ขาดเป็นชิ้นๆ เมื่อมันขาดลงเยติได้ร้องออกมา

“ก๊าซซซซซ”

และเริ่มพุ่งเข้ามาใส่ซังจินเร็วยิ่งขึ้น แต่เขาก็ตามติดมาด้วยการโจมตีของบลัดเวเจน และมันก็ล้มลงไปทั้งยืน

“น่ารำคาญ…”

ซังจินได้สะบัดเลือดออกจากดาบก่อนที่จะมุ่งหน้าไปสู่พระราชวัง เมื่ออยู่ด้านในเขาก็เห็นสองฝั่ง

มันมีเสาแปลกๆอยู่รอบๆ และอีกด้านหนึ่งก็เป็นทางเลี้ยว แต่ว่าเสามันก็ได้เริ่มเปลื่ยนไปจนกลายเป็นรูปแบบของยักษ์ ซังจินได้คิดกับตัวเอง

‘โอ้ใช่แล้ว…สิ่งนี้’

ในห้องนี้มันไม่มีอะไรอื่นนอกเหลือไปจากโกเลมน้ำแข็ง มันดูมีรูปร่างที่ผิดปกติมาก

มันมีขาเล็กๆ แต่ว่าแขนของมันยาวเป็นอย่างมาก ในขณะที่หัวก็ยาวเอย่างไม่น่าเชื่อเช่นกัน

อย่างไรก็ตามลักษณะทางกายภาพของมันก็ได้ปรากฏออกมา พวกเขาได้เข้ามาโจมตีซังจินด้วยส่วนร่างกายที่ยาว แต่ว่าพวกมันก็ไม่มีอันตรายใดๆเลย

เพียงแค่ถือดาบออกมาป้องกันเมื่อได้ก็ตามที่ดาบได้สัมผัสกับร่างกายของโกเลม

“แคร๊ก แครํก”

ชิ้นส่วนที่ได้สัมผัสกับดาบก็ได้หลุดออกและกลายปเป็นเศษหินเล็กน้อยที่ร่วงหล่น หลังจากการป้องกันการโจมตีห้าหกครั้ง โกเลมก็ได้ลมลงและหยุดเคลื่อนที่ไปด้วยตนเอง เมื่อโกเลมลมลงเสียงหัวเราะแหลมก็ได้ดังออกมาผ่านพระราชวัง

“โอ้ โฮ่ โฮะ ๆๆๆ”

มีผู้หญิงได้เดินลงมาจากมันไดอย่างช้าๆเธอือบอลของแมพนี้ แม่มดน้ำแข็งโอเลีย

“นายจะต้องไม่เห็นคุณค่าของชีวิตแล้วสินะ ถึงได้เลือกที่จะมาที่นี่”

จากนั้นเธอก็พูดคำที่ไร้ประโยชน์ต่อซังจิน แต่เขาก็ไม่ได้สนใจเธอเลย เขากำลังแก้ไขสถานการณ์สวาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกในใจของเขา

‘อืมม…มาดูกันในตอนนี้…สถานที่ไหนกันที่เหมาะสมที่จะทดสอบแหวนของจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่’

เขาสามารถจะใช้แหวนได้แค่วันละครั้งเท่านั้น ในขณะที่เขากำลังคิดเรื่องนี้

[คำเตือนบอสมอนสเตอร์ แม่มดน้ำแข็งโอเลียปรากฏตัว]

“ถ้างั้นมาเป็นส่วนหนึ่งของคอเล็คชั่นของฉันซะ”

บอสได้เริ่มโจมตี ซังจินได้เก็บมูนสเปคลงไปในตอนนี้และหยิบเอาอาเทอร์มิโอออกมาในทันทีที่เธอร่ายเวทย์

“การแพร่กระจายความตาย”

ซังจินได้ยกอาเทอร์มิโอขึ้นและตะโกนออกมา

“ดูดเวทย์”

ลูกแก้วที่เธอได้สร้างขึ้นได้ระเบิดออกในทันที และเติมเต็มทั่วทั้งห้องให้กลายเป็นเต็มไปด้วยเกล็ดน้ำแข็งแหลม ซังจินได้รอเวลาที่จะใช้อาเทอร์มิโอตีกลับไป

ทันใดนั้นเองน้ำแข็งแหลมที่ได้กลายไปเป็นเศษนับไม่ถ้วยได้ลอยกลับมารวมเป็นจุดเดียวและเริ่มถูกดด้วยไปด้วยอาเทอร์มิโอ

‘อืมมม…ถ้างั้นนี่ก็คือวิธีที่ดี’

เมื่อซังจินได้ตรวจสอบในผลของอาเทอร์มิโอที่ใช้ในครั้งนี้ เขาก็ได้พุ่งเข้าใส่โอเลีย เมื่อเธอได้เห็นเวทย์หายไปโดยไร้ผลใดๆ เธอก็โบกมือซ้ายที่ยังทำไม่เรียบร้อยทันที ทันใดนั้นเองกำแพงน้ำแข็งสูงก็ได้เกิดขึ้นกั้นระหว่างซังจินกับเธอ

‘นี่มันคือ?’

ซังจินได้ตัดกำแพงไปด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวด้วยบลัดเวเจนและเขาก็กลับไปไล่ตามแม่มดต่อ จากนั้นเขาก็เห็นเมฆแก๊ซสีขาวลอยเข้ามาหาพวกเขา

ตาของซังจินได้เปิดขึ้นเมื่อเห็นการโจมตีที่กำลังเข้าและเขาก็ถอยไปด้านหลัง เมฆนี้มันไม่มีอะไรอย่างอื่นนอกเหลือไปจากของเหลวที่มีอุณหภูมิศูนย์องศา ซึ่งมันเป็นไอเทมเวทมนตร์ที่ทำให้ตัวแข็งเมื่อได้สัมผัส โอเลียได้ปัดหมอกออกไปขฯะมราเธอเดิยเข้ามาซังจินอย่างช้าๆ

‘สิ่งๆนี้มีปัญหา’

วัสดุที่เธอกำลังปล่อยออกมามันอันตราย จากการเคลื่อยไหวแบบช้าๆไปจนก่อนที่จะสามหรือสี่วินาทีสุดท้าย เมื่อสิ่งใดได้สัมผัสกับมันจะกลายไปเป็นปฏิมากรน้ำแข็งทันที

จากนั้นเธอก็ได้ใช้ปลายแหลมของคทาที่มันเป็นรูปวงน้ำแข็งเพื่อแทงไปที่คอของรูปปั้นน้ำแข็งนั้น มันเป็นวิธีการที่น่ารังเกียจมาก

ฏชคดีที่ว่าผลของมันขึ้นอยู๋กับระยะทาง ดังนั้นซังจินจึงถอยห่างออกไปและจากนั้น

“ย้าา”

เขาได้ปล่อยบลัดเวเจนออกไปใส่เธอ แม่มดได้ยกกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาเพื่อป้องกันดาบ บลัดเวเจนได้กลายเป็นติดอยู่ในน้ำแข็งและ

“ฮ่าห์”

มันไม่สามารถจะเรียกกลับมาได้ด้วยผลของไอเทม

“อา….น่ารำคาญ…”

หลังจากถูกป้องกันไปได้สองครั้ง ซังจินได้ตัดสินใจที่จะใช้แหวนของจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ เขาได้ดึงดาบเล่มหม่ออกมา ดาบเล่มนี้มันจำเป็นที่จะต้องใช้คู่กับแหวน และจากนั้นเขาก็พูดออกมา

“อำนาจเวทย์มนตร์” (ขอแก้จากจักพรรดิเวทมนต์นะ ตาลายอ่านผิดอีกแล้ว)

แหวนของซังจินได้เริ่มเรืองแสงออกมา แม่มดก็ได้เข้ามาใกล้ๆเขา ซังจินได้ถอยหลังกลับไปในขณะที่ร่ายเวทย์

“จงเผาทุกอย่างในเส้นทาง”

แสงสว่างของแหวนได้เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงราวกับว่าแหวนมันจะระเบิดจึ้น และอาเรียนที่ซังจินถืออยู่ก็เริ่มส่งเสียงแปลกๆ

“วิ้งง”

ครู่หนึ่ง ซังจินก็ร่ายเวทย์เสร็จสิ้น

“บอลไฟ”

เมื่อการร่ายจบลงแสงสว่งก็ได้ทำให้ตาของซังจินพร่ามัวราวกับว่าเขาเปิดไฟหลังจากที่อยู่ในทีมืดเป็นเวลานาน

‘นี้มันอะไรกัน?’

ซังจินได้ถามกับตัวเอง ลูกไฟที่มีขนาดทที่ไม่น่าเชื่อได้พุ่งออกมาจากตัวเขา เขาอยู่ใกล้มันมากและสามารถจะเห็นได้เพียงแค่แสงสว่าง

บอลไฟมันได้พุ่งไปยังแม่มดน้ำแข็ง เธอได้สร้างกำแพงขึ้นมาใหม่ด้วยความประหลาดใจและ

“ตูมมมมมมมมม”

บอลไฟได้ระเบิดออกมาด้วยเสียงดังก้องหนวกหูเมื่อมันได้สัมผัสกับกำแพง แต่ว่าเปลวเพลิงมันก็มีลักษณะคล้ายกับบอลไฟลูกๆก่อนๆ

ซังจินได้ถูกผลักถอยไปจากเวทย์ที่เขาได้ใช้ออกมา ครู่หนึ่งโอเปอเรเตอร์ก็ได้ประกาศขึ้น

[บอสมอนสเตอร์แม่มดน้ำแข็งโอเลียได้ถูกกำจัดแล้ว]

ในขณะเดียวกัน

“ติ้ง”

หยดน้ำได้ไหลลงมาตามคอของซังจิน

‘หนาว’

ซังจินได้เงยหน้าขึ้นไป และเมื่อเขาทำเช่นนั้น

“ติ้ง ติ้ง ติ้ง”

หยดน้ำหลายหยดได้ร่วงลงมาบนใบหน้าของเขา บอสไฟเมื่อตะกี้นี้มันได้ทำให้เส้นทางและกำแพงทั้งหมดได้ลังลายไปกลายเป็นหลุมบ่อ ซังจินได้มองไปรอบๆ

‘มันไม่ได้กำลัง…จะพัง ใช่ไหม?’

แต่หลังจากนั้นไม่นาน

“คลืน คลืน”

พระราชวังทั้งหมดได้เริ่้มพังทลาย ซังจินได้ตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบๆ บลัดเวเจนที่ติดอยู่บนกำแพงได้ตกลงมาที่พื้นและอยู่ในบ่อน้้ำ ซังจินได้เก็บอาเรี่ยนกลับไป

“ฮ่าห์”

และเขาก็ได้เรียกบลัดเวเจนกลับมาก่อนที่จะออกไปจากพระราชวัง

“แครกกกก คลืน”

เมื่อมันเริ่มที่จะถล่มลงมาอย่างจริงจังแล้วมันก็จะไม่ได้ใช้เวลานานนักที่พระราชวังจะพังทลายไปหมด ซังจินได้มองดูมันจากไกลๆ

ซังจินได้เงยหน้าขึ้นและเห็นว่าพายุหิมะมันได้หายไปหมดแล้ว เมื่อแม่มดน้ำแข็งถูกกำจัด หิมะก็ได้หยุดลง

“วูววว”

ซังจินได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งออกและเดินไปหาไอเทมชิ้นต่อไปนั่นคือชิ้นส่วนลับ เขารู้ที่ๆบอสลับอาศัยอยู่ๆแล้ว

แต่ว่าที่ๆเขาต้องการจะรู้ในตอนนี้ก็คือสถานที่ๆชิ้นส่วนลับอยู่ ซังจินกำลังจะเรียกโอเปอเรเตอร์เพื่อที่จะใช้ฉายานักล่าสมบัติ

แต่แล้วเขาก็ได้สังเกตุเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ส่องประกายออกมาจากภายในเศษซากหินของพระราชวัง มันเป็นดาวหกแฉกที่ซึ่งห้อยลงมาจากด้านบนของเพดานพระราชวัง

‘นั่นคือ…’

สิ่งที่น่าสนใจก็คือความจริงที่ว่าชิ้นส่วนอื่นๆได้ถูกละลายและพังลงเนื่องจากความร้อยที่รุนแรง แต่ว่าดาวดวงนี้มันเป็นเพียงอย่างเดียวที่ยังคงอยู่และไม่สะทกสะท้านกับอะไรเลย มันได้ให้แสงสว่างออกมา

ซังจินได้เดินเข้าไปหาสิ่งๆนี้ เขาได้ยืนอยู่บนเสาในขณะที่หยิบมันขึ้นมาก

“อึก…”

มันเย็นอย่างมาก แต่ว่าจากนั้นครู่หนึ่งโอเปอเรเตอร์ก็ได้พูดออกมา

[ขอแสดงความยินดีด้วยท่านได้รับชิ้นส่วนลับดาวแห่งฤดูหนาวแล้ว]

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <