0 Views

Chapter 122 – Kariharan Frostplains

“ฟูวววววว”

เสียงลมพัดกรรโชกดังออกมาจากความมืด ลมมันแรงพอที่จะผลักชายคนนึงลงไปได้เลย และหิมะจากด้านบนก็ได้ลอยมาตามสายลมจากอากาศ

ทั้งสององค์ประกอบได้มารวมกันและปกตลุมทั้งโลกด้วยสีขาว ทั้งภูเขา ต้นไม้ และตามทีราบ พายุหิมมะที่ไม่มีที่สิ้นสุดได้เคลื่ยนผ่านที่ราบเยือกแข็งนี้ และท่ามกลางความหนาวเย็นนั้นก็ได้มีบางสิ่งวิ่งผ่านพายุหิมะ นั่นคือคนที่กำลังควบม้าอยู่

จากนั้นก็

“กรรร”

เสือเขี้ยวดาบตัวสูงเท่สกับม้าได้มาขวางเส้นทางของม้าเอาไว้ เสือเขี้ยวดาบคือสิ่งที่อันตรายที่สุดที่อาศัยอยู่ในที่ราบเยือกแข็งแห่งนี้

มันมีขนาดตัวที่ใหญ่ มีความแข็งแกร่งทางกายภาพที่แข็งแรง กรงเล็บที่แข็งแหมือนกับเหล็ก และเขี้ยวที่เหมือนกับดาบ และก็ผิวหนังที่มีสีขาวทำให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม รวมกันทั้งหมดนี่ได้ทำให้มันกลายไปเป็นนักล่าที่เก่งกาจ มันค่อยๆขับๆตัว มองหาโอกาสที่จะโจมตีและจากนั้น

“ก๊าซซซ”

มันได้กระโดดขึ้นไปหาคนขี่ม้า ในระหว่างความเป็นและความตาย แต่แล้วจากนั้นร่างกายบของเสือเขี้ยวดาบก็ได้แยกออกจากกันเป็นสามส่วน หัว ลำตัว และส่วนล่างได้แยกออกจากกัน

“ว้าว…นายได้กลายไปเป็นอาวุธที่น่าประทับใจมาก บลัดเวเจนและอาเทอร์มิโอ”

ซังจินได้เก็บดาบทั้งสองเล่มลงไปในฝักการอัพเดทมันให้กลายไปเป็นไอเทมระดับตำนานพิเศษได้ทำให้มันมีโบนัสสเตตัสที่น่าตกใจ

โดยเฉพาะบลัดเวเจนที่มีโบนัสความแข็งแกร่งระดับ SSS ที่เป็นตัวเอก

‘เอาหละ….สเตตัสมันเหมือนกับเมื่อก่อน….แต่ว่าการมีมันหลังจากบทที่ 10 อาจจะเป็นเหตุมันพลังของมันสูงเกินไป…’

ซังจินได้คิดกับตัวเองในขณะที่มองเข้าไปในความมืด ที่ๆพายุหิมะกำลังหมุนอยู่ วิสัยทัศน์ของเบสโกโร่ได้ทำให้ซังจินสามารถมองผ่านความมืดได้อย่างชัดเจน

ซังจินได้มองโฟกัสไปไกลออกมาในที่ราบเยือกแข็งไปไกลสุดเท่าที่ตาจะสามารถมองเห็นได้ และที่ตรงกลางมันเป็นพระราชวังน้ำแข็ง มันเป็นบ้านของบอสการจู่โจมนี้ แม่มดน้ำแข็ง ซังจินได้พึมพัมกับตัวเอง

“ขอบใจมากเบสโกโร่ ที่ช่วยแก้ปัญหาในเรื่องความมืด”

‘อืม…ชาโดวรันคือคนที่ทำทุกอย่าง’

ซังจินได้ลูบไปที่คอของชาโดวรัน ชาโดวรันก็ได้ถูกลับมา ม้าวิญญาฯสามารถจะทำงานต่อไปได้โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องหวาดกลัวความหนาวเย็น

“ไปกันเถอะชาโดวรัน”

ซังจินได้เริ่มออกไปอีกครั้ง ชาโดวรันได้วิ่วเต็มสปีดไปทางพายุอย่างไม่สะทกสะท้าน มุ่งหน้าไปสู้พระราชวังน้ำแข็ง

ยิ่งเขาเข้าใกล้พระราบวังพายุมันก็จะแรงยิ่งขึ้น ในความจริงพายุหิมะมันเป็นศัตรูที่ยากที่สุดที่จะเอาชนะ เมื่อได้พิจารณาจากมอนสเตอร์ในแผนที่นี้แล้วพวกมันก็ค่อนข้างจะธรรมดา

มันธรรมดายกเว้นความจริงที่ว่ามอนสเตอร์เหล่านี้มันไม่มีผลกระทบกับความหนาวเย็นเท่านั้น

ในทางกลับกันนักล่าจะต้องดิ้นรนเพื่อที่จะสร้างความอบอุ่น แม้ว่าจะมีชุดกันหนาวที่หนามันก็จะทำให้พวกเขาเคลื่อนไหวได้อย่างไม่คล่องแคล่ว แน่นอนว่าปัญหาเหล่านี้มันไม่มีผลกับซังจินเลย

เขาแข็งแกร่งพอที่จะเคลียการจู่โจมนี้ด้วยตัวคนเดียว สิ่งเดียวที่เขากังวลก็คือเรื่องของคนอื่นๆเท่านั้น

เขานั้นไม่ได้เป็นห่วงพวกนักล่าอีกสี่คนในการจู่โจมนี้ แต่ว่าเขากังวลเกี่ยวกับผู้ถูกเลือกที่กำลังสู้อยู่ในมิติอื่น ซังจินได้คิดขึ้นกับตัวเอง

‘คนอื่นๆจะทำยังไงนะ?’

****

มนุษย์หิมะยักษ์เยติได้พุ่งเข้ามาใส่นาดา นิ้วมือของมันนั้นมีขนาดเท่ากับกำปั้นมนุษย์ได้เลย

นาดาได้หลบการจู่โจมเป็นอย่างแรกและพยายามจะเหวี่ยงมีดสั้น

‘วูบ วูบ’

“กรร”

นิ้วโป้งของมันได้ถูกตัดออก มันเริ่มที่จะโกรธและพุ่งเข้ามาหาเธอเร็วกว่าแต่ก่อน นาดาได้เริ่มตะโกนอย่างรวดเร็ว

“โดมิงโก”

โดมิงโกเป็นชื่้อของซอมบี้ที่เธอได้พาติดตัวไปด้วยกับเธอ มันเป็นชื่อของเพื่อนชั้นที่เธอไม่ชอบเมื่อนานมากแล้ว โดมิงโกได้ลอยไปและกัดเข้าที่แขนของเยติ

เยติได้หันความสนใจไปจากนาดาเพื่อมองไปที่โดมิงโก ก่อนที่ซอมบี้จะถูกทุบแบน นักล่าคนอื่นๆก็ได้แทงอาวุธเข้าไปที่เยติจากด้านข้าง

“ฉึก”

ตามมาพร้อมกับเสียง เยติมันได้หันเหความสนใจของเขาออกไปจากโดมิงโกและพุงไปไล่ล่านักล่าที่แทงมัน นักล่าคนนั้นได้ตะโกนออกมาด้วยความกลัว

“ตะ…ต่อไป”

ในรอบนี้ก็ได้มีคนร่ายเวทย์ออกมา

“ศรเพลิง”

เขาได้ใช้เวทย์เพื่อที่จะเผาขนของเยติ จากนั้นเยติก็ได้หันเหความสนใจของเขาไปยังจอมเวทย์ นาดาได้มองดูฉากนี้ในขณะที่คิดกับตัวเอง

‘มันเป็นเหมือนกับที่สุดยอดนักล่าได้บอกมา’

นี่มันคือสิ่งที่ ‘ผู้เลือกสรร’ สุดยอดนักล่าเคได้บอกออกมาในระหว่างที่ประชุมกันในตอนเช้า

‘เยติมันมีความแข็งแกร่งและความอดทนที่สูงมาก แต่ว่ามันก็ไม่ใช่ว่ามันจะอันตรายมากนัก เยติมันมีแนวโน้มที่จะเข้าไปหาคนที่โจมตีมันล่าสุด เยติมันจะหันไปโจมตีส่วนกลับคนนั้น เยติมันจะเปลื่ยนเป้าหมายใหม่ไปในทันทีที่มีคนโจมตีมันคนใหม่ ดังนั้นถ้าพวกนายวางแผนที่จะโจมตีมันช้าๆและสลับโจมตีมันเป็นวงกลมมันก็จะวิ่งวนไปรอบๆและตายไป’

แผ่นข้อมูลมันได้บอกเอาไว้เพียงแค่ ‘มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียบง่ายและไม่ฉลาดนัก’ ดังนั้นข้อมูลคำแนะนำของเคมันจึงได้ให้รายละเอียดที่มากขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู้

หลังจากที่เยติไปวิ่งไปไล่่นักล่าไปเรื่องๆและนักล่าก็ได้โจมตีมันหลายต่อหลายครั้ง

“ก๊าซซซซ”

มันได้ร้องออกมาและตายไป

“โอ้วว….มันคือความจริง สิ่งนี้มัน…เหมือนกับที่คุณนาดาได้บอกเอาไว้เลย”

ในขณะเดียวกันนักล่าคนหนึ่งได้ถามนาดา

“เธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง? มันไม่ได้เขียนเอาไว้ในกระดาษข้อมูลนี่”

นาดาได้ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เธอทำเพียงแค่หยักไหล่

‘ฉันก็ต้องการจะรู้เรื่องนี้เช่นกัน’

สุดยอดนักล่าเค เขานั้นมีความลับมากเกินไป

****

เซรินได้มุ่งมั่นมากกว่าที่เคย เริ่มต้นจากสิ่งแรกลมมันได้ทำให้ยากที่จะยิงถูกเป้า และสองเป้าหมายนั้นมีขนสีขาวทำให้ยากที่จะยแกมันออกจากสภาพแวดล้อม แต่แม้จะมีทั้งหมดนี้

“ฟิ้ว”

ลูกธนูได้ถูกยิงออกไปและเข้าเป้าที่คอของเยติ

“ก๊าซซ”

เยติได้พุ่งเข้าไปใส่นักล่าด้วยความโกรธ เซรินได้เตรียมพร้อมลูกธนูและโน้มสายธนูเพื่อเตรียมพร้อมที่จะยิงออกไปเมื่อได้ก็ตามที่นักล่ากำลังตกอยู่ในอันตราย

“ฟิ้ว”

เธอได้ยิงลูกธนูออกไปและมีมอนสเตอร์ที่มาหาเธอ แม้ว่าถ้าเยติเข้ามาใส่เธอ แต่ว่าถ้าหากมีใครบางคนได้สะกิดตัวมันมันก็จะเปลื่ยนเป้าหมายไปดงันนั้น เยติมันจึงไม่ใช่ภัยคุกคามสำหรับเธอ

เธอได้เตรียมที่จะยิงธนูอีกครั้ง และเมื่อนักล่ากำลังจะถูกโจมตีเธอก็ยิงออกไป

“ฟิ้ว”

เธอได้ดึงความสนใจมันมาที่เธอ เพียงแค่ควบคุมจังหวะของลูกศร เธอก็สามารถจะควบคุมการเคลื่อนไหวของเยติได้อย่างง่ายดาย

“ก๊าซซซซ”

เมื่อเยติได้ล้มลงไปนักล่าก็ได้เดินเข้ามาหาเธอและพูดกับเธอ

“ว้าว นายยิงได้เยี่ยมมากเลยฮัสซัน”

“นายไปเรียนวิธียิงแบบนี้มาจากไหนกันฮัสซัน?”

ฮัสซันหรือก็คือเซรินได้ลูบไปที่เคราในขณะที่ตอบกลับไป

“อ่า ฉันได้เรียนรู้มันมานานแล้ว”

หน้ากากมันก็ได้เปลื่ยนเสียงของเธอไปเช่นกัน เธอไม่ได้คิดอะไรมากนักในตอนที่หยิบชื่อฮัสซันออกมา

เมื่อเธอกำลังมองหาหน้ากากที่จะซื้อ เธอได้พบชิ้นๆหนึ่งที่เป็นหน้ากากชาวตะวันออกกลางและชื่อแรกที่ได้เข้ามาในจิตใจเธอก็คือฮัสซัน

มันเป็นชื่อที่ธรรมดาสามัญ ต้องขอบคุณมันแม้กระทั่งคนที่มาจากตะวันออกกลางก็ไม่ได้ถามอะไรเธอ

‘นายมาจากไหน?’

เมื่อเธอได้ถามคำถามนี้ เธอก็จะรู้สึกทึ่งกับวิธีการตอบเล็กน้อย แต่ในฐานะที่เป็นคนที่มีเครา หนึ่งในผู้ถูกเลือก เธอได้ดำเนินการจู่โจมไปอย่างไม่ยากลำบาก

เซรินนั้นแข็งแกร่งพอสมควร แต่ว่าเมื่อเธอได้รับโบนัสสเตตัสมาจากผู้ถูกเลือกเธอก็ได้ทรงพลังยิ่งขึ้น

เธอนั้นไม่ได้ทดสอบ แต่แม้ว่าถ้าหากมีใครคนในทีมตายไปคนสองคนก็ตาม…ไม่สิ แม้ว่าเธอจะเหลือตัวคนเดียว เธอก็รู้สึกว่าเธอก็สามารถจะเอาชนะบอสการจู่โจมได้ด้วยตนเอง

เหตุผลที่ว่าทำไมเธอเธอจะต้องแน่ใจในความปล่อยภัยของคนในทีมเป็นเพราะว่าบอสลับมันจะยากที่จะเอาชนะด้วยตัวคนเดียว เซรินต้องการที่จะสร้างความแน่ใจในการที่จะล้มบอสลงไปได้ เธอรู้อยู่แล้วว่าจะหามันได้จากที่ไหน

‘โอปป้าได้บอกฉันเอาไว้ว่า…บอสลับมันอยู่ที่ชั้นใต้ดินของพระราชวังน้ำแข็ง…’

ในช่วงการพบกันในตอนเช้าซังจินได้บอกทักสามคนถึงที่อยู่ของบอสลับ มันเป็นข้อมูลที่มีค่าที่ไม่สามารถจะหาได้จากกระดาษข้อมูลได้ เซรินได้กำมือแน่น

‘ฉันจะต้องล้มบอสลับในรอบนี้และกลายไปเป็นแข็งแกร่งยิ่งขึ้น’

****

ชายที่อยู่ที่ด้านหน้า ‘หัวใจน้ำแข็ง’ ได้ยกมือขึ้นและกางมือออกมา นี่มันเป็นสัญญารให้พวกเขาหยุดลง ฟรานซ์ก็ได้ถามกับเขา

“ทำไม…”

แต่ทันทีที่เขาพูดออกมา เยตินก็ได้เดินออกมาจากพายุหิมมะเข้ามาในมุมมองของพวกนัก ‘หัวใจน้ำแข็ง’ ก็ได้ยกโล่ขึ้นมาและให้คำสั่งสั้นๆ

“เตรียมพร้อม”

นักล่าทั้งสีคนได้เข้าไปล้อมรอบเยติตามคำสั่งของเขา ฟรานซ?ก็เป็นหนึ่งในนักล่า เมื่อเยติได้อยู่ในระยะที่เหมาะสมเขาก็สั่งออกมา

“โจมตี”

นักล่าคนแรกได้วิ่งเข้าไปโจมตีเยติและถอยกลับมา ฟรานซ์เป็นคนที่สอง ก่อนที่นักล่าคนแรกกำลังจะถูกโจมตีฟรานซ์ก็ได้เหวี่ยงดาบออกไปและแทงมัน

นักล่าคนที่สามก็คือ ‘หัวใจน้ำแข็ง’ เขาได้เหวียงขวานของเขาและเปลื่ยนตำแหน่งของตนเอง นี่มันเป็นวิธีทีสุดยอดนักล่าเคได้แจ้งให้คนอื่นๆใช้กัน

‘หัวใจน้ำแข็ง’ เป็นคนที่เกิดมาเป็นผู้นำโดยธรรมชาติ เมื่อเขาได้รู้ถึงยุทธศาสตร์จากฟรานซ์ เขาก็ได้มอบหมายน่าที่ให้กับนักล่าและสั่งการในระหว่างการจู่โจม

ฟรานซ์และนักล่าคนอื่นๆได้พบว่าเขาได้ทำตามคำสั่งของ ‘หัวใจน้ำแข็ง’ อย่างเป็นธรรมชาติ มันมีบางอย่างเกี่ยวกับเขา

เขามีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้คนอื่นๆเชื่อฟัง พูดตรงๆฟรานซ์น่าจะแข็งแกร่งกว่าเขา แต่ว่ามันแปลก เขารู้สึกว่าเขาควนจะต้องเชื่อฟังคนๆนี้

ใยเป็ยตงสใขนิงทราว่าอดีตทหาร ‘หัวใจน้ำแข็ง’ มีประสบการณ์มากในการเป็นผู้นำ ดังนั้นการล่ามอนสเตอร์ก็ได้ดำเนินต่อไป ในระหว่างการล่านั้น

“เอ่อ…”

มันมีปัญหาเกิดขึ้น นักล่าคนที่หนึ่งซึ่งควรจะตีเยติหลังจากที่คนที่ 5 โจมตี ได้ทำพลาดไป

นักล่าคนที่ห้าได้ตกอยู่ในอันตรายจากการโจมตีของเยติ ฟรานซ์ไม่สามารถจะเฝ้าดูอยู่เฉยๆโดยที่ไม่ทำอะไรได้ เขาได้เตรียมตัวที่จะพุ่งเข้าใส่เยติ

แต่ ‘หัวใจน้ำแข็ง’ นั้นมีปฏิกิริยาตอบสนองที่เร็วกว่าคนอื่น เขาได้ป้องกันการโจมตีด้วยโล่ของเขา

“ตูม”

ฟรานซ์นั้นคิดว่าเขาอาจจะได้รับบาดเจ็บ ‘หัวใจน้ำแข็ง’ นั้นแข็งแกร่ง แต่ว่าสุดยอดนักล่าเคได้บอกกับเขาว่า

‘การโจมตีของเยติมันเป็นสิ่งที่อันตราย คนอื่นๆที่ไม่ใช่แม้งอาจจะตายได้ในการโจมตีหนึ่งครั้งและแม้แต่แทงก็จะมีปัญหาในการรับการโจมตีมากกว่าสองครั้ง อาจจะ’

แต่คนที่เสียเลือดออกมาและตายกลับไม่ได้เป็นหัวใจน้ำแข็ง แต่เป็นเยติ

“ก๊าซซซซ”

ที่ฝังอยู่บนคอของเยติที่ตายไปแล้วก็คือขวานของหัวใจน้ำแข็ง เขาได้เดินไปที่ศพของมอนสเตอร์ด้วยดวงตาเย็นชาเหมือนกับฉายาในขณะเดียวกันก็ดึงขวานออกมาจากคอ

เขานั้นได้ให้ความสนใจไปที่นักล่าคนที่ 1

“ระวังด้วย พรรคพวกเกือบต้องตายก็เพราะนาย”

คำพูดของเขาเย็นชาอย่างมาก นักล่าคนแรกก็ได้ขอโทษออกมา

“อา…ขอโทษ…”

คนส่วนใหญ่มักจะไม่ชอบท่าทางเย็นชาเช่นนี้ แต่ฟรานซ์ที่ชื่นชอบในความแข็งแกร่งนั้นถือว่าสิ่งนี้นั้นเป็นความปราณี

‘ชายคนนี้…แม้ว่าเขาจะไม่มีฉายาผู้ถูกเลือก…พลังของเขาก็เกือบจะเท่าๆของฉัน’

ฟรานซ์ได้เดินเข้าไปหาชายคนนั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“เฮ้หัวใจน้ำแข็ง”

“…อะไร”

“นายมีชื่อว่าอะไรงั้นหรอ?”

หัวใจน้ำแข็งได้มองขึ้นไปบนฟ้าและจากนั้นก็บอกชื่อของเขาออกมาราวกับว่าเขากำลังถอนหายใจ

“อิลลิช”

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 3 แล้วครับ

โปรโมชั่นเข้าสามกลุ่มเรื่องใดก็ได้เข้าฟรี 1 กลุ่ม