0 Views

Chapter 120 – Black Market Tenth Shopping (9)

ซังจินได้มาถึงที่โรงตีเหล็กของคาร์กอต

“เป้ง เป้ง เป้ง”

คาร์กอตกำลังวุ่นอยู่กับการตีค้อนลงไปบนทั่งตีเหล็ก ซังจินได้เข้าไปยืนนิ่งๆเพื่อไม่ให้รบกวนเขา แต่แล้วการตีเหล็กก็ไม่ได้หยุดลงเลย

มันเป็นตอนตี 5 และทุกๆอย่างนอกเหลือไปจากโรงตีเหล็กได้ถูกปกคลุมไปด้วยความมืด ซังจินได้ยืนรอมาสองชั่วโมงแล้ว เมื่อตะวันได้ลอยขึ้นบนฟ้าคาร์กอตก็ได้ปาดเหงื่อและพูดออกมา

“วูววว…เสร็จแล้ว”

เขาไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรกันแน่ที่เสร็จระหว่างการสร้างดาบจากหัวใจมังกรหรือดาบมูนสเปค

ซังจินได้ยืนกอดอกและเดินเข้าไปสะกิดเขาจากด้านหลัง

“ขอบคุณสำหรับการทำงานหนักนะคาร์กอต”

“เอ๊ะ มานี่มาและรับมันไป นี่มันเป็นดาบเล่มที่สี่ของนาย”

คาร์กอตได้ส่งดาบมาให้ซังจิน

ซังจินได้อุทานออกมาอย่างช่วยไม่ได้ แต่นี่ไม่ใช่เพราะดาบ มันมาจากความสววยงามของฝัก ฝักได้ทำมาจากเหล็กที่ถูกตกแต่งด้วยฟันและลิ้มของมัง และเปลวเพลิงที่ยิงออกมา เมื่อซังจินได้หยิบมาดูอย่างใกล้ชิดเปลวเพลิงก็ดูเหมือนกับจะเคลื่อนไหวอย่างมีชีวิต

“ว้าว นายทำมันงเมื่อไหร่งั้นหรอคาร์กอต?”

“อืมม…เมื่อเช้าวานนี้…หัวใจมังกรมันยังไม่ถูกละลาย ฉันจึงได้ทำบางอย่างลงไปบนฝัก”

“ขอบคุณนะคาร์กอต”

“เอ่อ นายเป็นได้มาตีเหล็กกับฉันเป็นประจำ แต่ว่านายก็ไม่ควรจะละเลยการตรวจสอบไอเทมนะ นายไม่คิดเช่นนั้นหรอ?”

ในขณะที่เขาได้แน่นำออกมา ซังจินก็ได้ดึงดาบออกจากฝัก ที่ปลายดาบไปจนถึงดาบจับมันมีแต่สีดำ

มันไม่ได้มีที่กันแขนเลย ดังนั้นขอบเขตใบมีและที่จับมันหาได้ยากหากไม่มมองอย่างใกล้ชิด แต่ความเรียบง่ายนี้มันก็ได้เพิ่มความงดงามของมัน

‘หัวใจมังกร’ ต้องยังรวมกันเป็นก้อนเดียวตามที่เขาได้พูดออกมา…ดังนั้นมันจึงได้มีรูปร่างเช่นนี้…?”

ซังจินได้คิดในขณะที่ยกใบดาบเหนือหัว ถือมันเหมือนกับแตร


ดาบไร้นาม – ดาบไร้นาม
คาตานะระดับตำนาน – ความแข็งแกร่ง Sความคล่องแคล่ว A พลังเวทย์ B

ทักษะใช้งาน
กระแสมานา – ใช้มานาหนึ่งหนึ่งสำหรับ 10 วินาทีถัดไป ทั้งนี้มันจะขึ้นอยู่กับขนาดของหัวใจมังกร มันจะจำกัดอยู่ตามมานาที่มีอยู่

ทักษะติดตัว
ลมหายใจมานา – หัวใจมังกรและผู้ใช้เพิ่มพลังมานา 1% ต่อวินาที


สิ่งแรกที่เขาได้สังเกตุเห็นก็คือชื่อ

‘ดาบไร้นาม…,มันไม่มีชื่อ’

ซังจินได้ตรวจสอบดูข้อมูลที่อยู่ด้านล่าง การเพิ่มสเตตัสมันเป็นธรรมดาสำหรับไอเทมระดับตำนาน แต่ว่าสิ่งที่พิเศษก็คือการเพิ่มพลังเวทย์อีกด้วย

‘มันเหมาะสมที่จะเป็นดาบเวทย์’

และในสุดท้ายทักษะมันก็สำคัญกว่าทุกสิ่ง ทักษะใช้งานและติดตัวมันเกี่ยวข้องกับมานาทั้งคู่ ลมหายใจมานามันเป็นสิ่งที่เขาสามารถจะใช้มูนสเปคแทนได้ ดังนั้นมันจึงไม่ได้น่าสนใจมากนัก

‘เอาหละ มันก็จะดีกว่าเมื่อไม่มีมอนสเตอร์อยู่ใกล้ๆ…’

สิ่งที่สะดุดตาที่สุดก็คือกระแสมานา ระหว่างดาบระดับตำนานพิเศษที่เขามีอยู่เช่นมูนสเปค บลัดเวเจน และอาเทอร์มิโอ เหตุผลที่ว่าทำไมเขาจะต้องเลือกใช้ดาบเล่มนี้มันคงจะเป็นเพราะว่าทักษะนี้

‘มันสามารถจะลดมานาลงไปได้ครึ่งหนึ่ง….ด้วยทักษะนี้…ซาดาเมียร์เขาพูดถูก…ดูเหมือนว่ามันจะเป็นทักษะตามธรรมชาติที่แท้จริงของหัวใจมันกร’

การที่มีการลดมานาลงครึ่งหนึ่งมันก็เหมือนกับการเพิ่้มพลังจิดใจของเขาเป็นสองเท่า ส่วนที่เขาลังเลก็คือข้อจำกัดด้านบน

‘หืมม…มันหมายความว่ามันไม่ได้มีมานาไม่จำกัด ฉันไม่รู้ว่ามันจะหมดลงตอนไหน….แต่ว่ามันก็ควรจะมีอยู่มากกว่าที่ฉันมีอยู่’

เมื่อซังจินกำลังมองไปที่รายละเอียดของดาบ คาร์กอตก็ได้ถามออกมาจากด้านข้าง

“มันเป็นยังไงบ้าง? นายชอบมันไหม?”

“อา…ใช่แล้ว ฉันคิดว่าฉันจะต้องศึกษามันอีกเล็กน้อย…ดูเหมือนดาบที่ฉันหวังเอาไว้เลย แม้ว่า ดาบเล่มนี้…มันจะไม่มีชื่อ ใช่มั้ย?”

“แน่นอนว่ามันไม่มีชื่อ มันเพิ่งจะออกมาจากทั่งสดๆตะกี้เลย รับไปเถอะและตั้งชื่อมันตามที่นายต้องการ”

“หืทท…ฉันควรจะตั้งชื่อมันว่า….”

ซังจินได้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งในขณะที่ถือดาบ

‘ฉันไม่ค่อยมีความมั่นใจในการตั้งชื่อมากนัก…ฝักทีสลักรูปมังกรเอาไว้…ใบมีดที่ทำจากหัวใจมังกร…ดีหละ…ชื่อของมันก็ควรจะเกี่ยวข้องกับมันกรด้วยเช่นกัน’

ซังจินได้คิดอยู่ครู่หนึ่งเกียวกับมังกร และเขาก็ได้นึกไปถึงมังกรที่เขาได้พบในครั้งล่าสุด

‘คาลกัลป์…และอาเรี่ยน’

และในหมู่พวกเขาก็มีชื่อที่เขาชอบอยู่

“อาเรี่ยน”

“หืมม? อาเรี่ยน?”

“คนๆนั้น…ไม่สิ ฉันหมายถึงมังกรที่ฉันเป็นหนี้เธออยู่…และฉันก็สงสัยว่ามันจะโอเครไหมถ้าฉันจะตั้งชื่อดาบเล่มนี้ตามเธอ”

“หืมม อาเรี่ยนมันฟังดูเป็นผู้หญิง…ฉันคิดว่ามันเหมาะสมกับดาบเล่มนี้มาๆ เมื่อฉันได้ตีดาบเล่มนี้…ฉันได้จินตนาการไปถึงความหนาวเย็นและการไร้ความรู้สึก…หญิงสาววัยกลางคนที่สมบูรณ์แบบอายุ 30 ปีในขณะที่ฉันทำงานอยู่”

ภาพที่คาร์กอตได้จินตนาการได้เข้าคู่กับซังจินอย่างสมบูรณ์แบบ

‘อืมม…แทนที่จะมีอายุ 30 ปี เธอน่าจะเป็นหญิงสาวที่มีอายุ 3000 ปีมากกว่า…แต่ภายนอกของเธอก็ดูราวๆ 30 ปี’

ซังจินได้พูดกับเขา

“ฉันจะใช้ชื่ออาเรี่ยน

“แล้วชื่อเล่นหละ?”

“สำหรับชื่อเล่น…”

ซังจินได้คิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วคาร์กอตก็ได้แนะนำออกมา

“เอาเป็นมังกรสาวเป็นยังไง? ฉันคิดว่ามันตรงกับภาพลักษ์ดาบเล่มนี้อย่างสมบูรณ์”

“อา มันฟังดูดีนี่ ฉันจะใช้ชื่อนั้นแหละ”

“จากนั้นก็บอกกับโอเปอเรเตอร์เกี่ยวกับชื่อที่ต้องการ”

“โอเปอเรเตอร์ฉันต้องการที่จะตั้งชื่อดาบเล่มนี้ ชื่อก็คืออาเรี่ยนและชื่อเล่นเป็นมังกรสาว”

[โปรดระบุชื่อและชื่อเล่นให้ชัดเจนขึ้นอีกครั้งหนึ่ง]

“ใช่แล้ว”

[ไอเทมในตอนนี้คือ อาเรี่ยน – มังกรสาว ชื่อมหม่นี้จะถูกใช้ในกรณีที่มีการสวมใส่ ถอดการสวมใส่ หรือขายออกไป]

ซังจินได้พยายามที่จะควงดาบเล่มใหม่ครั้งสองครั้ง มันอาจจะเป็นเพราะว่ามันทำมาจากหัวใจมังกร มันจึงได้สะท้อนแสงแดดจากด้านข้างเล็กน้อย

“ขอบคุณนะคาร์กอตาหรับดาบที่น่าทึ่งเล่มนี้”

“ดีๆ เอาหละ…เมื่อนายได้รับหินเอนชานต์ที่มากขึ้นก็กลับมาได้ ฉันก็ยังอยากรู้เช่นกันว่ามันจะเติบโตไปได้ไกลแค่ไหน”

“อา…โออเค ตกลง”

ซังจินได้หยักหน้ารับ ไม่ว่าจะด้านททักษะติดตัวและทักษะใช้งานที่ดีแค่ไหน แต่จะอย่างไรเขาก็ไม่สามารถจะทดสอบมันได้เล็กน้อยในตอนนี้

ดาบเล่มใหม่นี้มันมีระดับที่ต่ำกว่าดาบเล่มอื่นๆอีกสามเล่ม มูนสเปคสามารถจะสร้างความเสียหายแก่ศัตรูด้วยความกลัว บลัดเวเจนจะสร้างความเสียหายที่สูงมาก อาเทอร์มิโอ เป็นดาที่มีความสามารถในการล่าจอมเวทย์ ดังนั้นมันจึงเป็นการยากที่จะปรับใช้มันเป็นดาบหลัก

“ถ้างั้นฉันจะดูนายในภายหลัง”

“เอาหละ แล้วก็ราคาคือ…โอจริงสิ นายจ่ายไปแล้วนี่นา”

“ใช่แล้ว”

“โอเค กลับมาอีกครั้งเมื่อนายต้องการ”

ซังจินได้ทิ้งโรงตีเหล็กไว้เบื้องหลังและเดินกลับไปที่โรงแรม เขาได้นึกถึงกระแสมานาที่เป็นทักษะใช้งานในขณะที่เดินอยู่

‘เนื่องจากว่ามันเหมือนกับสามารถจะเพิ่มมานาได้สองเท่า..และแม้ว่าจะใช้ยแหวนของจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ ฉันก็สามารถจะใช้เวทย์ระดับ 4 ได้แล้ว ฉันควรจะถามเกี่ยวกับเวทย์ที่ดีกับซาดาเมียร์’

ในตอนที่พลังเวทย์ได้เพิ่มขึ้นห้าเท่า มันจะทำให้เกิดความแตกต่าง เขาจะต้องมุ่งเน้นไปที่ค่าพลังจิตใจในตอนนี้ ขณะที่เขากำลังคิดเช่นนั้น ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ถึงบางอย่าง

‘เดี๋ยวนะ…ถ้าโบนัสพลังเวทย?เท่ากับ B…มันก็จะคูร 1.0 แล้วถ้าฉันใช้แหวนจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่…โบนัสพลังเวทย์ก็จะกลายไปเป็น 5 เท่า’

แม้ว่าเกรด SSS ตะทอวการคูณ 4.0 เพียงอย่างเดียว แต่ว่าการจะใช้ดาบนี้กับแหวนมันก็จะสามารถที่จะสร้างคงามเสียหายได้มากกว่าการคูณระดับ SSS

“โว้ว….”

ซังจินได้หยุดลงและมองไปที่ดาบเล่มใหม่อาเรี่ยน

****

ในที่สุดซังจินก็ได้กลับมาถึงโรงแรม เวลามันอยู่ที่ 7.30 น. ราร์ได้ตื่นขึ้นแล้วและกำลังวิ่งเล่นไปรอบๆ ซังจินได้เห็นพวกเขาเล่นกันและได้นึกไปถึงบางอย่าง

“อา…ใช่แล้ว ฉันได้รัยผลไม้วิวัฒนาการมาในรอบนี้”

“เคนอยู่นี่แหละ”

เขาได้สั่งให้เคนรออยู่กับที่

“ราร์ตามมา”

“กวี้?”

ราร์ได้เอียงหัวไป 45 องศาอย่างสงสัย

“ฉันมีบางอย่างดรๆจะให้นายดีงนั้นตามมา”

ราร์ได้ตามซังจินออกไปจากสนามของโรงแรม เทื่อเขาได้ตรวจสอบว่าเขาได้อยู่ห่างจากขาโดวรัน และ เคนมากเกินพอ ซังจินก็ได้วางมือไปบนลูกบาศและพูดออกมา

“โอเปอเรเตอร์ส่งผลวิวัฒนาการมาให้ที”

ผลไม้ได้ออกมาจากลูกบาศก์ และไม่กี่วินาทีต่อมาราร์ก็ได้เข้ามาเกาะผลไม้และกลืนมันลงไปทั้งหมด

“ใช่แล้ว ๆ ฉันบอกนายว่าฉันจะพานายมาหาบางสิ่งที่ดีไง”

ร่างกายของราร์ได้สว่างออกมาในขณะที่เริ่มเติบโตขึ้น

“อาาา…”

แต่แล้วเขาก็ได้เติบโตมากกว่าที่ซังจินคิดเอาไว้มาก ราร์ที่เดินทีสูงเท่ากับครึ่งหนึ่งของเคน ได้สูงไปกว่าเคนแล้ว

‘โอ้…ฉันรู้ว่าพวกกริฟฟินมันสูง…’

มันไม่เหมือนกับในตอนของเคน มันไม่มีข้อความใดๆแจ้งออกมาว่าราร์ได้เติบโตขึ้น แต่ตอนนี้ตัวของเขาก็ได้ใหญ่พอที่จะนั่งได้

“คู้?”

ราร์ดูเหมือนจะพบกับโลกที่ประหลาดในโลกนี้รวมไปถึงเจ้านายของเขา

“ฉันไม่ได้ตัวเล็กลง ราร์นายนั้นแหละที่โตขึ้น นายสามารถจะบินได้ไหมในตอนนี้?”

“คู้ ๆ ๆ”

ราร์ได้กางปีกของเขาจากที่เขายืนและยกตัวเองขึ้นไปบนอากาศ ปีกสีทองของเขาได้กระพิบในขณะที่พุ่งขึ้นไปบนอากาศ

‘กริฟฟินจักพรรดิ์ ฉันได้ยินมาว่ามันมีสายเลือดที่มีค่า…ฉันสามารถจะเห็นได้ว่ามันทำไม แต่ว่าในตอนนี้ฉันกลับติดเกี่ยวกับเรื่องที่เขาเติบโตขึ้นมา…ฉันอาจจะสามารถพาเขาไปสู่สนามรบได้’

ซังจินได้คิดเสร็จสิ้นและออกมาเคนได้เห่าออกมาเมื่อเห็นราร์บินกลับมาที่โณงแรม หลังจากซังจินได้กลับเข้าไปในโรงแรมเพราะว่าเขาได้ใช้เวลาไปกับที่โรงตีเหล็กมันจึงไม่เหลือเวลามากนักก่อนที่การจู่โจมจะเริ่มขึ้น ซังจินจึงได้แสดงดาบให้ซาดาเมียร์ดูและพูดออกมา

“ซาดาเมียร์นี่คือดาบที่ทำจากหัวใจมังกร”

“โอ้ ใช่มันหรอ? มันมีสเปคเป็นยังไงบ้าง”

ซังจินได้ยกอาเรี่ยนขึ้นมา โอเปอเรเตอร์ก็ได้แสดงชื่อใหม่ของดาบและสเตตัสออกมา

—–
อาเรี่ยน – มังกรสาว
คาตานะระดับตำนาน – ความแข็งแกร่ง S ความชำนาญ A พลังเวทย์ B
—–

มันจะมีมานาสำรองไว้ใช้ใช่ไหม? นั่นมันหมายความว่า…”

ซังจินได้พูดกับซาดาเมียร์เกียวกับดาบใหม่และหาวิธีที่จะแก้ไขมัน แต่แล้วเมื่อ

‘คลืดดด….’

เสียงทองร้องของเขาได้ดังออกมา

‘อา…มันได้ถึงเวลาอาหารเช้าแล้ว’

ซังจินได้หันกลับไปหาดารูปินและพูดออกมา

“ดารูปินอาหารสำหรับวันนี้…”

เขากำลังจะสั่งอะไรออกไป แต่แล้วเขาก็หยุดตนเอง

“อา รอเดี๋ยวนึงนะ”

เขาได้หยุดลงเพื่อที่จะถามกับโอเปอเรเตอร์

“โอเปอเรเตอร์ตอนนี้เหลือเวลาอยู่อีกเท่าไหร่ก่อนที่การจู่โจมจะจบลง?”

[1 ชม. 26 นาที]

มันยังไม่สายเกินไป มันเป็นเวลาที่ทุกคนควรจะกำลังทานอาหารเช้า ซังจินได้กลับไปที่ห้องนอนของเขา บนโต๊ะมันได้มีกระดาษข้อมูลที่เขาได้ทิ้งเอาไว้

ซังจินได้หยิบแผ่นข้อมูลนั้นลงมาที่ชั้นล่างและนั่งลงบนโต๊ะ ซังจินได้ขออย่างอื่นกับโอเปอเเรเตอร์

“ช่วยส่งคทาเฮลิกซ์ให้ฉันที”

คทาได้ปรากฏออกมาจากลูกบาศก์ ซังจินได้เคาะคทาไปบนไหล่ของเขาในขณะที่อ่านบรรทัดแรกของข้อมูล

‘ข้อมูลเกี่ยวกับคานิฮาราน ฟรอสต์เพลน’

‘หืมม สถานที่นี้…’

เขาได้จำได้ว่าในครั้งล่าสุดที่เขาได้ทำการจู่โจม เขานั้นได้รู้ว่าชิ้นส่วนลับซ่อนอยู่ไหน ซังจินได้หยิบเอาคทาออกมาในขณะที่อ่านกระดาษข้อมูล เขาคิดว่ามันเป็นความคิดที่ดีที่จะแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกันก่อนที่การจู่โจมจะเริ่มต้นขึ้น ซังจินได้ยกคทาขึ้นและพูดออกมา

“ดึงตัว”

มันอยู่ในช่วงของการกินอาหารเช้าแล้วจากภาพของลูกบาศก์ ภาพของเซริน ภาพของนาดา และฟรานซ์ก็ได้ปรากฏขึ้น

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย < ตอนทันอิ้งแล้ว