0 Views

Chapter 118 – Black Market Tenth Shopping (7)

“อ๊าาา..”

ซังจินได้เปิดตาขึ้น เพดานที่คุ้นเคยก็ได้เข้ามาในมุมมองของเขาและเขาก็ได้ลุกขึ้นนั่งบนเตียง เขารู้สึกว่าที่หน้าผากของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อ

‘เหงื่อ?’

ซังจินได้ถอนหายใจยาวออกมา

“ฮ่าาา….”

เขาได้ฟื้นกลับขึ้นมาในตอนที่ตายไปในความฝัน

ซังจินพึ่งจะได้ฝันไปถึงเพื่อนร่วมทีมในอดีตของเขาจากในชีวิตที่แล้ว เขาได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ครู่หนึ่งในขณะที่กลิ้งเล่นบนเตียง เกี่ยวกับสิ่งนี้เขาก็ควรจะได้พบกับพวกนั้นอีกครั้ง และเขาก็จะเลือกที่จะเป็นเพื่อนร่วมทีมกับพวกนั้นอีกครั้ง

ในแถวแรกฮิวเดอแบรนท์ เขาเป็นคนที่ร่าเริง แม้แต่ในระหว่างช่วงเวลาอันตรายเขาก็จะไม่ร่วมสร้างมุกตลกและพูดถึงลูกสาวของเขาในนรก

เขาเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับการจบการจู่โจมตั้งแต่ต้นจนจบ

‘เขาผ่าน…’

คนที่สองคืออิลลิช เขานั้นลำบากมากขึ้น แน่นอนว่าเขามีทักษะที่ยอดเยี่ยม แต่ว่าเขาก็โกรธได้ง่ายและขาดความยืดหยุ่น เมื่อใดก็ตามที่ใครทำแตกต่างจากแผนเล็กน้อย เขาจะด่าว่าอย่างรุนแรง

“เขานั้น…ไม่ใช่ แน่นอนว่าเขามีประสิทธิภาพที่จะเป็นผู้นำ…แต่ว่าในคราวนี้ฉันนั้นเป็นผู้นำ”

ในแถวที่สองเป็นเขากับนาดา พวกเขาได้เจอกันแล้วและในครั้งนี้พวกเขาก็จะได้ร่วมมือกันในแถวที่สองอีกครั้ง

แถวที่สามริวชิน เหมือนกับคนอื่นๆ โอกาสที่เขาจะรอดมีอยู่สูงมาก เพียงแค่ไม่กี่บทได้มีคนที่ซื้อหอกในตำนานออกไปจากการประมูลที่ซังจินวางขายเอาไว้ แต่ว่าเขาก็ไม่ใช่คนที่ซังจินต้องการมาในทีมสิบคนสุดท้าย

‘เขายโสและหยิ่งมากเกินไป แม้ว่าฉันจะต้องทนกับมันในอดีต…ในตอนนี้ฉันแข็งแกร่งกว่าเค้ามาก เขาไม่สามารถจะยืนเคียงข้างฉันได้ ไม่ผ่าน’

ต่อไปคืออัมคูบ้า แน่นอนว่าเขามีพลังทางกายภาพอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ว่าเขานั้นไร้ซึ่งอารยธรรมและมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับการสื่อสาร เขามักจะทำอะไรแปลกๆที่ทำให้คนในทีมตกใจมาก

‘ฉันไม่คิดว่า… อัมคูบ้าผ่าน…’

คนถัดไปอรูวโจ เขาเป็นคนที่เข้าใจในเทคนิคและแผนระดับสูง แต่ว่าเขาก็ยังจู้จี้จุกจิกด้วย

‘หืมมม…แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้กระตุ้นให้เกิดการต่อสู้อย่างแบบอิลลิช…เขาผ่านไหมนะ? ไม่ ไม่ เขาเชื่อมั่นในตัวเองเกินไปและชอบโวยวายมาก เขาจะ…มีความขัดแย้งกับฉันแน่นอน’

ต่อมาเอ็ดเวิร์ด มีเพียงตัวเลือกเดียวเท่านั้น

‘ไม่ผ่าน…ไม่ แม้ว่าฉันจะต้องกลายเป็นฆาตกร ฉันก็จะต้องกำจัดเขา’

ต่อมาคือซันซูเกะ ซันซูเกะได้อยู่ทีมเดียวกับซังจินสองครั้ง แต่ว่าเขาเป็นคนนิ่งๆและซังจินก็ไม่ได้พูดคุยกับเขามากนัก

‘ฉันยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย…ดันนั้นสำหรับในตอนนี้มันจึงยากที่จะตัดสินใจ…หรือว่านั่นอาจจะหมายความว่าฉันควรจะปฏิเสธเขาเมื่อมาถึงจุดนี้’

คนสุดท้ายคือฮีลเลอร์มุสตาฟา เขาได้มาจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกันดังนั้นบางครั้งเขาก็ยากที่จะเข้าใจ แต่ว่าเขาก็มีแรงบัลดาลใจที่จะช่วยครอบครัวของเขา และจำนวนคนที่มีทักษะฮีลก็น้อยมาก

‘เขาผ่าน’

ตอนนี้เขาคิดว่านอกเหนือไปจากเขาและนาดาแล้วมีเพียงนักล่าแค่สองในแปดคนเท่านั้นที่ผ่านการตัดสินใจจากเขา ฮิวเดอแบรนท์และมุสตาฟา ซังจินได้คิดเกี่ยวกับพวกเขาอยู่ครู่หนึ่ง

‘…ครอบครัว…สินะ’

คนอื่นๆก็มีครอบครัวเช่นกัน แต่ว่าชายสองคนนี้เป็ยตยที่นำรูปของครอบครัวเก็บเอาไว้ในกระเป๋าสตางค์เมื่อการจู่โจมแรงเริ่มขึ้น

‘ดูสิ ดูซังจิน พวกเขาเป็นลูกๆของฉัน พวกเขาทั้งหมดเหมือนกับแม่ของพวกเขา’

‘ในประเทศของฉัน พวกเราทุกคนอยู่ด้วยกัน ดูสินี่คือภรรยาของฉัน ลูกชาย ลูกสาว พี่ชาย ภรรยาของพี่ชาย…’

ชายทั้งสองคนนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากความต้องการที่จะช่วยครอบครัวและรู้สึกถึงความรับผิดชอบนี้ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ ซังจินได้ยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงพวกเขา

‘เอาหละ มันไม่ใช่ว่าทุกๆคนจะเป็นแบบพวกเขา’

ซังจจินนั้นเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกทอดทิ้ง ซังจินได้ลุกขึ้นยืนบนเตียง แต่ว่าเมื่อเขาเงยหน้าไปมองหน้าต่าง เขาก็เห็นแสงที่สองเข้ามาในห้องจากผ้าม่าน

ซังจินได้้เดินไปที่หน้าต่างและเปิดผ้าม่านออก พระอาทิตย์ได้ลอยสูงบนท้องฟ้าแล้ว เขาได้นึกถึงนัดของเขากับเซรินในทันที

“โอเปอเรเตอร์ตอนนี้กี่โมงแล้ว?”

[11 โมง 42 นาที 32 วินาที]

มันมีเวลาอีกไม่มากก่อนที่เขาจะถูกเรียกตัวไปหาเซริน ซังจินได้เตรียมตัวเองอย่างรีบร้อน

****

ครึ่งมนุษย์ที่มีหัวเป็นสิงโตและร่างกายเป็นคนได้ถามออกมา

“คุณต้องการจะรับสเต็กแบบไหน?”

ซังจินได้แข็งตัวขึ้น เขาไม่คุ้นเคยกับสถานที่เหล่านี้ เซรินได้ตอบออกมาเป็นคนแรก

“อืมม…ฉันเอาเป็นระดับสุกปานกลาง”

ซังจินก็ได้ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว

“อา ฉันด้วย”

สถานที่ๆซังจินถูกเทเลพอตมาคือร้านอาหารแฟนซีที่มีวงดนตรีคลาสสิคเล่นอยู่ด้านหลัง ร้านอาหารนี้มันอยู่ใกล้กับร้านประมูล มันเป็นอาคารห้าชั้นเพียงแห่งเดียวในตลาดมืด

‘ฉันรู้ว่ามันมีสถานที่นี้อยู่ แต่วา…’

เขาไม่เคยคิดจะเข้ามาที่นี่จนถึงวันนี้เมื่อเซรินได้พาเขามาที่นี่ ซังจินได้หั่นสเต็คโดยไม่ตั้งใจด้วยมีดและส้อมของเขาในขณะที่พูดกับเธอ มันเป็นการประชุมครั้งที่สองของพวกเขา แต่ก็ยังพูดเรื่องเดียวกับในครั้งล่าสุด

ถ้าหากว่าพวกเขาอยู่กวางกรุงโซล พวกเขาก็อาจจะสามารถพูดคุยกันได้หลายเรื่อง แต่ว่านี้มันคือในช่วงกลางของการจู่โจมที่ผู้คนได้ถูกบังคคับให้ฆ่าหรือถูกฆ่า ดังนั้นหัวข้อการสนทนาของพวกเขาก็มีเพียงแค่เรื่องเดียวเท่านั้นคือการจู่โจม

“ถ้าหากว่าเธอเห็นใครที่ยอดเยี่ยมในระหว่างการจู่โ๗ม แนะนำให้ฉันทีนะ”

“แนะนำ?”

ซังจินได้หยักหน้า

“ใช่แล้วเพื่อที่จะกลายมาเป็นพวกของพวกเรา”

“ประเภทไหน…”

เกณทันทีอยู่ไม่กี่ข้า แต่ประการแรกจะต้องเป็นคนที่ดีและมีความเป็นทีมเวิร์ค อย่างที่เคยบอกไป…การจู่โจมมันไม่สามารถจะเอาชนะได้ด้วยตัวคนเดียว

“ฉันเข้าใจ”

เซรินได้หยักหน้าอย่างรวดเร็วตามคำพูดนี้ เธอได้เห็นฆาตกรมามาก เธอเข้าใจเรื่องนี้ดีกว่าคนอื่นๆ

“แล้วก็…มันก็จะดีที่สุดถ้าหากพวกเขาแข็งแกร่งด้วยถูกไหม?”

“ใช่แล้วมันแน่นอน…ถึงแม้ว่าโอปป้าจะเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด”

การได้ยินคำว่าโอปป้ามันก็ยังคงแปลกอยู่

“เอาหละ ใช่แล้ว และ…ไม่สิ ทั้งหมดนั่นแหละ จิตใจดีและแข็งแกร่ง”

“อืม…นั่น…ฉันคิดว่ามันคงเป็นเรื่องยากนะ”

“ทำไมหละ?”

“การค้นหาคนที่มีทั้งสองอย่าง แข็งแกร่งและจิตใจดี รางวัลการจู่โจมมันได้ทำให้เกิดความเห็นแก่ตัว…ซึ่งนี่มันก็ทำให้เกิดฆาตกรขึ้น”

เธอได้คิดเช่นเดียวกับเขา

“ฉันก็คิดแบบนั้น แต่ว่ามันก็ใช่ว่าจะไม่มีคนแบบนั้นเลย ในความเป็นจริง มันเป็นเพราะว่าพวกเขาหายากพวกเขาจึงมีค่าในการค้นหา

“…ฉันรู้ ฉันเข้าใจโอปป้า ฉันจะมองหาพวกเขา

“ขอบคุณมากนะ ฉันจะต้องพึ่งพาเธอ”

****

“พรรคพวก นายพูดอย่างนั้น?”

บ่ายโมงซังจินกำลังนั่งกินวาฟเฟิลกับฟรานซ์ที่บ้านวาฟเฟิล มือเขาเขาได้เหนียวเพราะซอสและการกินมันได้น้อยกว่าปกติ แต่ว่าเขาก็ชอบเจ้าสิ่งนี้

“ใช่แล้ว พรรคพวก พวกเราต้องการที่จะเพิ่มผู้ถูกเลือกแบบนายอีก”

“ฮี่…มันน่าตื่นเต้นมาก ที่จะมีผู้ถูกเลือกมากยิ่งขึ้น”

“มีอีกสองคนนอกจากนาย

“อ่า…ฉันเห็นหนึ่งในพวกเขาแล้ว ชาวเอเชียที่สวยงามในก่อนหน้านี้”

“ใช่แล้วหละ…แล้วก็ยังมีชาวตะวันตกที่สวยงานอีกคนเช่นกัน”

“จริงดิ?”

“ใช่แล้ว เธอไม่เหมือนกับคนผิวขาวในแบบเอเชีย….แต่เธอก็มาจากยุโรปเช่นเดียวกับนาย”

“โอ้ เข้าใจแล้ว…แต่มันจะโอเคหรอเค?”

“มันคืออะไร?”

“เลือกพรรคพวกด้วยรูปร่างหน้าตา”

“เอ่อ นั่นมันไม่ใช่…มันเพียงแค่เกิดจึ้นเพราะ…”

“ฮ่าๆมันเป็นแค่มุก มุกนะ แล้วฉันก็เป็นผู้ชายเหมือนกันนะ ฉันชอบที่จะให้มีผู้หญิงสวยๆอยู่ข้างๆเรา

“…ยังไงก็ตามเถอะ ถ้านายเห็นคนที่น่าเชื่อถือและน่าไว้ใจ ช่วยบอกให้ฉันรู้ด้วยนะ”

“ฉันเข้าใจแล้วเค”

****

“เธอเห็นในครั้งล่าสุดไหม เมื่อตอนที่เธอเรียกฉันไปช่วย…ผู้หญิงนักธนูที่ยืนอยู่ข้างๆฉัน?”

“หืมมม…ฉันไม่เห็น”

นาดาได้พูดออกมาในขณะที่ใช้ส้อมม้วนพาสต้า ตอนนี้เป็นเวลา 1 ทุ่ม ซังจินได้มาพบกับผู้ถูกเลือกเป็นครั้งที่สามแล้ว

‘ซังจิน ฉันจะรอที่จะได้ร่วมงานกับนายอีกครั้ง’

มันแตกต่างไปจากตอนที่เขาพบกับเธอในความฝัน เหมือนกับเซริน ผู้หญิงดูเหมือนกับจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีพฤติกรรมความสัมพันธ์ที่ไม่แน่นอน

“สถานการณ์มันแย่มาก ฉันจึงไม่ได้สังเกตุมัน”

“เอาหละ นั่นฉันคิดว่าฉันทำเครื่องหมายเอาไว้ ตั้งแต่ที่มังกรได้เริ่มใช้ลมหายใจมังกรพ่นไปทางฉันในขณะที่พวกเราพูดออกมา”

“ยังไงก็ตามีผู้หญิงชาวเอเชียผมยาวแล้วก็ผู้ชายอีกคนนึงใช่ไหม?”

“ใช่แล้ว”

“แล้วมันมีกี่ที่ที่ยังว่างอยู่”

“หกที่นะ”

“หก…”

เธอได้หยิบไวท์ขึ้นมาและมองออกไปนอกหน้าต่าง ฉากตอนกลางคืนของตลาดมืดสามารถมองเห็นได้จากหน้าจ่าง หลังจากที่เธอได้มองไปที่ฉากด้านนอกเธอก็พูดกับเขา

“พรรคพวกที่แข็งแกร่งแต่ก็เชื่อใจได้ ขาดอีกหกคนสินะ”

เธอได้พูดออกมาราวกับว่าเธอยังคงมีประสบการณ์เกี่ยวกับการจู่โจมสุดท้าย

‘นาดาก็คงจะรู้สึกถึงมันเช่นกัน…’

ซังจินได้พูดกับเธอ

“แล้วก็…เน้นไปที่ความน่าเชื่อถือ เนื่องจากว่าเกี่ยวกับความแข็งแกร่ง…การได้รับฉายาผู้ถูกเลือกก็สามารถจะสร้างข้อแตกต่างออกมาได้”

“อาจจะและ…นี่ก็เป็นแค่เพียงการคาดเดา แต่ว่าทุกคนที่ได้รับฉายานี้อาจจะอยู่รอดได้จนถึงตอนจบ ทักษะติดตัวของผู้ถูกเลือกมันเป็นบัพสเตตัสขนาดมหาศาลด้วยตัวของมันเอง และพวกเราก็ยังจะสามารถขอความช่วยเหลือได้ในตอนที่ตกอยู่ในอันตรายอีกด้วย…”

“แต่การเรียกฉันตลอดเวลามันก็เป็นปัญหาเช่นกัน”

ซังจินได้ยิ้มกับความคิดเห็นนี้และพูดออกมา

“ฉันรู้ๆ”

“ยังไงก็ตาม ฉันจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเธอ ถ้าหากว่ามีใครที่อยากจะแนะนำมาให้เป็นพรรคพวก ก็บอกมาเลย”

“แล้วนายจะทำอะไรหลังจากนั้น?”

“ฉันจะ หืมมม…คงต้องสัมภาษณ์พวกเขาก่อน”

นาดาได้เปิดตากว้างในขณะที่พูดออกไป

“สัมภาสณ์งั้นหรอ~?”

“ใช่แล้วสัมภาสณ์ ฉันต้องการจะพบกับพวกเขาตรงๆและพูดคุกับพวกเขา ดูจากความแข็งแกร่งโดยประมาณ และดูว่าเขามีคุณสมบัติที่จะมาเป็นพวกของเราไหม มันไม่ง่ายอย่างที่คิด”

นาดาได้ยิ้มออกมา

“เค…นายกำลังทำตัวเหมือนกับ CEO เลยหละ”

ซังจินได้ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่สามารถจะหาข้อโต้แย้งกลับไปได้

****

หลังจากที่แยกกับนาดา ซังจินก็ได้กลับมาที่ห้องนอนของเขา แต่ว่าเพียงแค่ไม่กี่วินาทีต่อมา

“ก๊อก ๆ”

ดารูปินได้มาเคาะประตูห้อง

“มีอะไรหรอดารูปิน?”

“ใบเสร็จรับเงินของวันนี้ได้มาถึงแล้วท่านนักล่า”

ในตอนนี้เขาคิดว่ามันเป็นไปได้ ซังจินได้ไปเปิดประตูอย่างรวดเร็ว ดารูปินได้ส่งใบเสร็จมาให้เขาและแผ่นข้อมูลสำหรับการจู่โจมถัดไป

“ขอบคุณมากดารูปิน”

ดารูปินได้โค้งคำนับและจากไป ซังจินได้เก็บกระดาษข้อมูลไปในขณะที่นับจำนวนใบเสร็จ

‘หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก…? ‘

มันมีใบเสร็จทั้งหมดหกใบ ไอเทมทั้งหมดของเขาได้ถูกขายออกไป

‘ฉันรู้ว่ามัน…ฉันจะต้องได้รับราคาที่สมบูรณ์แบบ’

ซังจินได้ยัดใบเสร็จลงไปในลูกบาศก์ เขาได้ถามกับโอเปอเรเตอร์

“ตอนนี้…ฉันมีเงินอยู่เท่าไหร่

[คุณมีเหรียญดำอยู่ 46215 เหรียญ]

ด้วยจำนวนเงินนี้ เขาสามารถจะซื้อคทาของเฮลิกซ์และอิลิกเซอร์ได้ ซังจินได้ลงไปที่ชั้น 1 ในขณะที่คิดเช่นนั้น ตามที่เขาได้สัญญากับซาดาเมียร์ที่กำลังรอเขาอยู่ ซังจินได้ถามเขาออกไป

“แล้วการวิจัยแหวนเป็นยังไงบ้าง?”

เขาได้มอบหมายหน้าที่ให้ซาดาเมียร์ค้นคว้าเกี่ยวกับแหวนของจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ในวันนี้ ด้วยคำถามของเขาซาดาเมียร์ได้ตอบกลับมา

“นายท่าน ข้าสามารถจะเข้าใจบางอย่างได้”

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย < ตอนทันอิ่งแล้ว