0 Views

Chapter 117 – Sungjin’s Nightmare


Demon King’s Castle Raid
Objective – hunt the Demon King ‘Chadnezzar’
Time Limit 5 hours


นักล่าได้มารวมตัวกันที่หย้สประตูที่เขาได้มาถึงก่อนหน้านี้ ซังจินได้กอดบลัดเวเจนเอาไว้ในขณะที่มองไปรอบๆ

ฮิวเดอแบรนท์และอิลลิชกำลังคุยกันอยู่ที่ด้านหน้า

“กระดาษข้อมูลมันได้บอกถึงที่นี้ แต่ว่าสิ่งที่เราควรจะเฝ้าระวัง…”

“ใช่แล้ว…ถ้าหากมีจอมเวทย์ปรากฏขึ้น ฉันจะทำเครื่องหมายไว้ ฉันจะปล่อยที่เหลือไว้ให้นาย”

ริวชินและอัมคูบ้ากำลังยืนกันอยู่ในแถวที่สาม

“ฮู ฮู”

อัมคูบ้ากำลังทำเสียงแปลกๆออกมาในขณะที่กระโดยเบาๆกับที่ ริวชินได้บิดคอของเขาและจากนั้นก็เคาะไปที่ซิกแพ็คของอัมคูบ้าพร้อมกับพูดออกมา

“คอยดูนะอัมคูบ้า ฉันจะต้องได้รับค่าผลงานมากกว่านายในครั้งนี้”

อัมคูบ้าได้ยิ้มกว้างออกมา

“ฮ่าๆ เราจะได้เห็นดีกัน”

“อะไร? นายอยากจะมีปัญหากับฉันหรอ?”

“โอเปอเรเตอร์จะตัดสินมันอย่างยุติธรรม”

“ดี…มาดูกันว่าใครจะดีกว่ากัน”

ในแถวที่สี่เป็นที่ของอรูวโจและเอ็ดเวิร์ด อรูวโจวที่แก่กว่าเอ็ดเวิร์ดมักจะบ่นเรื่องราวทั่วไปกับเอ็ดเวิร์ด

“เฮ้เอ็ดเวิร์ดฟังฉันนะ นายน่ะเป็นคนที่ดีที่สุด แต่ว่านายมักจะทำตามใจนาย”

“ฉันจะแข็งแกร่งที่สุดเมื่อทำในสิ่งที่ฉันต้องการจะทำ”

“นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันหมายถึง มันเป็นปัญหา”

ในแถวสุดท้ายคือที่ๆซันซูเกะและมุสตาฟายืนอยู่ พวกเขาทั้งคู่ต่างก็อยู่เงียบๆ ซันซูเกะกำลังตรวจสอบหน้าไม้ของเขา และมุสตาฟาก็กำลังอ่านหนังสือบางอย่าง ซังจินได้มองไปที่พวกเขาพร้อมกับคิดขึ้น

‘นี่…มันคือการเดินทางครั้งสุดท้ายของมนุษยชาติ…’

แต่ทันใดนั้นเองหน้าอกขนาดใหญ่ก็ได้เข้ามาในมุมมองของเขา

“ซังจินฉันรอคอยที่จะได้ร่วมงานกับนายอีกครั้ง”

ซังจินงุนงงและก้าวถอยหลังไป คนที่ยืนอยู่แถวเดียวกับเขาก็คือนาดา เธอเป็นคนที่ใช้อาวุธสองอย่างคือมีดสั้นและคทา

“ฉันจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของเธอ นาดา”

ซังจินได้กลายเป็นมิตรกลับนาดาหลังจากที่ได้ผ่านการจู่โจมอื่นๆมาด้วยกัน เธอนั่นเป็นคนที่น่ากลัวเล็กน้อยเมื่อพบกันในตอนแรกเพราะว่าเธอได้ใช้มีดสั้นและซอมบี้ในการต่อสู้ แต่ว่าจริงๆแล้วเธอเป็นผู้หญิงที่ใจดีและอบอุ่น

“ฉันหวังว่าการจู่โจมนี้จะเป็นการจู่โจมสุดท้าย ราชาปีศาจมันมักจะเป็นบอสสุดท้ายของเรื่องเล่าและเกมเสมอจริงไหม?”

“ฉันคิดว่า…”

“ฉันจะไปเที่ยวเกาหลีซักครั้งเมื่อมันจบลง ซังจิน ฉันอยากรู้ว่านายใช้ชีวิตในโลกความเป็นจริงยังไง”

“ฉัน…สบายดี…”

ซังจินไม่สามารถจะตอบกลับไปตรงๆได้ เขาเป็นเด็กกำพร้ามาตั้งแต่เด็กและการใช้ชีวิตในวัยเด็กของเขาบากลำบากอย่างมากและแทบจะไม่สามารถอยู่รอดได้เลย เธอยังคงถามต่อไป

“นายจะไปทำอะไรเมื่อนายได้กลับไป?”

“หืม…ความจริงแล้ว…มันไม่มีอะไรที่ฉันอยากจะทำจริงๆเลย…”

ในตอนนั้นเองเอ็ดเวิร์ดก็ได้เข้ามาร่วมบทสนทนา

“นายอาจจะได้พบกับสิ่งที่นายอยากจะทำเมื่อนายได้กลับไป”

ซังจินและนาดาได้หันไปมองเขา เขามักจะเต็มไปด้วยพลังและมักจะเอาตัวเองเข้าไปร่วมในบทสนาของผู้อื่น

“นายหมายถึงอะไร?”

“ฉันหมายถึงอะไรงั้นหรอ? มันก็ควรจะชัดเจนแล้วนะ? เมื่อการจู่โจมจบลง พวกเราก็จะกลายไปเป็นเศรษฐี มันไม่สามารถจะจินตนาการได้เลย”

เมื่อซังจินได้เอียงหัวอย่างสงสัย เขาก็ได้อธิบายออกมา

“นายคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อการจู่โจมจบลง

นาดาได้ให้คำตอบมาตามปกติ

“หืมมม…ฉันจะได้พบกับครอบครัวและได้พูดคุยกับพวกเขาอีกครั้ง”

แต่ซังจินก็ไม่สามารถจะพูดอะไรได้ เขานั้นไม่มีครอบครัว เอ็ดเวิร์ดได้พูดต่อออกมา

“ใช่แล้ว เธอจะไปหาครอบครัวของเธอ…และจากนั้นหละ?”

“หืมม…ฉันได้บอกกับซังจินไว้ว่าจะไปเที่ยวที่เกาหลีด้วยเช่นกัน”

“เธอสามารถจะไปเกาหลีได้…แต่ว่าเธอก็คารจะสามารถไปดูได้ทั่วทั้งโลก”

“ทั่วโลก?”

เอ็ดเวิร์ดได้หยักหน้าออกมาราวกับว่ามันเป็นสิ่งที่ชัดเจน

“แน่นอนว่าเราจะต้องเดินทางไปทั่วโลก แม้ว่าเราจะไม่ได้ตั้งใจ เราก็อาจจะต้องทำมันในฐานะ 10 คนสุดท้ายที่ได้ช่วยปกป้องเผ่าพันธุ์มนุษย์เอาไว้”

“นายหมายถึงเรื่องนั้น?”

เอ็ดเวิร์ดได้ตอบกลับด้วยการกางแขนออก

“มันเห็นได้ชัด ใช่ไหมหละ? พวกเราจะกลายไปเป็นฮีโร่ของมวลมนุษย์เมื่อการจู่โจมจบลง”

นาดาและซังจินได้พูดออกมาในเวลาเดียวกัน

“ฮี-โร่?”

เอ็ดได้หยักหน้าอีกครั้งราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติ

“แน่นอนฮีโร่”

“ยังไง?”

“มันเป็นเพราะเราเป็นสิบคนสุดท้าย เราได้ช่วยปกป้องทุกๆประเทศในฐานะที่เป็นฮีโร่ทั้งสิบคนผู้ที่ช่วยปลดปล่อยมนุษยชาติให้พ้นอันตราย นายไม่คิดว่าเราจะได้รับการตอบรับแบบฮีโร่งั้นหรอ?”

ดวงตาของซังจินได้แคบลง

“แล้วใครจะรู้เรื่องนี้กันหละ”

“เอาหละ…โอเปอเรเตอร์จะไม่ประกาศให้ทุกๆคนรู้เลยงั้นหรอ? อย่างเช่นประกาศชื่อของสิบคนสุดท้ายหรืออะไรบางอย่าง”

นาดาก็ยังได้ส่ายหัวออกมา

“ฉันไม่รู้…”

เอ็ดเวิร์ดยังคงมองโลกในแง่ดี

“เอาหละ ถ้าพวกเราไม่สามารถจะพูดออกไปได้ว่าเราเป็นเช่นนั้น ถ้านั้นทุกคนก็สามารถจะเราเรื่องเดียวกันนี้ได้ พวกเขาจะต้องเชื่อพวกเรา และคนที่ได้ตายลงไปพร้อมกันก็สามารถจะเป็นพยานให้ได้ ถ้าหากว่าเราใส่ความทรงจำและอัตชีวประวัติลงไป ฉันเดิมพันได้เลยว่าพวกเขาจะต้องขายมันอย่างกับคนบ้า มันจะต้องขายดีแน่นอน ถ้าหากมันเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นทำไมพวกเราถึงจะไม่รวยกันหละ?”

“พวกเรา?”

“แน่นอนพวกเรา และพวกเราจะไม่ใช่เพียงแค่เป็นฮีโร่เท่านั้น พวกเราได้ช่วยโลกเอาไว้ มันจะไม่แปลกเลยถ้าหากพวกเราได้กลาบไปเป็นซุปเปอร์สตาร์กับบริษัทต่างๆที่ขอให้พวกเราไปปรากฏตัวในโฆษนาและละครของพวกเขา มันอาจจะถึงจุดที่เราไม่จำเป็นจะต้องหาเงินไปอีกตลอดชีวิต

“หืมมม…อย่างงั้นหรอ? ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย”

“เอาหละ ฉันไม่…”

“อะไรนะ? ฉันพนันได้เลยว่าคนอื่นๆก็คิดเช่นเดียวกับฉัน นายก็ด้วยใช่ไหมฮิวเดอแบรนท์”

ในจุดนี้โอเปอเรเตอร์ก็ได้ประกาศออกมา

[การจู่โจมจะเริ่มขึ้นในอีก 1 นาที]

ฮิวเดอแบรนท์ได้พูดออกมาจากด้านหน้า

“มีชื่อเสียง การเป็นเศรษฐี ฮีโร่ของมนุษยชาติหรืออะไรก็ตามมันดีทั้งหมดแหละ แต่ว่าค่อยไปหารือกันตอนที่การจู่โจมจบลงเถอะ”

อิลลิชก็ได้เสริมขึ้นมา

“กลับไปที่ของนายเถอะเอ็ดเวิร์ด มันกำลังจะเริ่มแล้ว”

เอ็ดเวิร์ดได้เงียบลงและกลับไปที่จุดที่เขายืนอยู่ มันเหลือเวลาเพียงแค่นาทีเดียวเท่านั้น นี่มันเป็นแค่ระยะเวลาสั้นเท่านั้นๆ แต่ซังจินก็ได้มีความฝันทีดี

‘ฉันไม่เคยคิดถึงมันมาก่อน…มันอาจจะเป็นความจริง…’

กลายเป็นที่รู้จักทั่วโลกและมีชีวิตอยู่ในระดับ VIP ถ้างั้น เขาก็จะปราศจากปัญหาด้านการเงินที่เขาขาดมาตลอดชีวิต เพียงแค่คิดเกี่ยวกับมันก็ทำให้เขามีความสุขแล้ว ในขณะเดียวกัน

[10… 3 2 1 0]

[การจู่โจมได้เริ่มขึ้นแล้ว]

ประตูปราสาทของราชาปีศาจได้เปิดขึ้นมาพร้อมๆกับเสียงของโอเปอเรเตอร์

****

โครงกระดูกจอมเวทย์ได้ร่าบเวทย์โดยใช้คทาที่อยู่ด้านหน้าพวกเขา

“เปลวไฟ…”

ทุกๆคนรู้เกี่ยวกับเวทย์นี้ พวกเขาจึงได้แยกตัวกันออกไปทันที

“..นรกนิรันดร อินเฟอโน่”

ไฟได้พุ่งเข้าไปใส่นักล่า แต่ต้องขอบคุณการแยกตัวออกจากกันก่อนที่มันจะปล่อยเวทย์ออกมาจึงไม่มีใครบาดเจ็บมานัก หลังจากนั้นพวกเขาก้ได้จัดรูปแบบใหม่และโจมตีต่อไป แต่

“เอ็ดเวิร์ด มุสตาฟา”

อิลลิชได้ตะโกนออกมา แต่มันก็สายเกินไป

“เปลวไฟนรกนิรันดร อินเฟอโน่”

“เปลวไฟนรกนิรันดร อินเฟอโน่”

คทาของจอมเวทย์โครงกระดูกอีกสองตัวได้ปล่อยเวทย์ออกมา

“โล่ต้านเวทย์”

เอ็ดเวิร์ดและมุสตาฟาได้ใช้โล่ต้านเวทย์เพื่อปกป้องนักล่า แต่ว่าคนที่ไม่สามารถเข้าไปหลบได้ทันก็ได้ถูกไฟไหม้ไป

“อาา”

ซังจินที่อยู่แถวโล่ได้วิ่งออกมาและแกว่งดาบของเค้า

“การล้างบาปของโลหิต”

บลัดเวเจนได้เริ่มส่องแสงสีแดงออกมาเมื่อเขาได้เข้าไปโจมตีโครงกระดูก มันเป็นการโจมตีที่เสี่ยงเป็นอย่างมาก

หากว่ามีจอมเวทย์คนอื่นที่เข้ามาโจมตีซังจินด้วยเวทย์หลังจากที่เขาได้ใช้การล้างบาปของโลหิตไปซักสองสามวินาที มันก็อาจจะหมายความว่าเขาจะต้องตายไปในทันที แต่ซังจินเชื่อใจในเพื่่อนร่วมทีมของเขา

โชคดีที่ในขณะที่เขาต่อสู้กับโครงกระดูก นักล่าที่ไม่ได้โดนเวทย์โจมตีคนอื่นก็ได้พุ่งเข้าไปจัดการกับอีกสองตัว

“วูวว…”

เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง นักล่าคนอื่นๆได้มาดูแลกันเอง

“นายโอเคไหม?”

โชคดีที่ไม่มีใครตาย แต่อิลลิชก็ได้เริ่มร้องออกมา

“เวรเอ้ย”

ทุกๆคนได้หันไปหาเขา

“ฉันบอกให้นายป้องกันแท้งในกรณีที่มันเป็นอันตราย”

เสียงของเขาได้ว่าเอ็ดเวิร์ดและมุสตาฟา ฮิลเดอแบรนท์ก็ได้มาปกป้องพวกเขา

“ฉันโดนมันเอง…มันปรากฏขึ้นรอบๆฉัน”

มุสตาฟาได้หยักไหล่และตอบกลับไป

“เอาหละ…มันดูเหมือนว่ามันอาจจะแย่มากถ้าหากซังจินและซันซูเกะถูกโจมตี ดังนั้นฉันจึงปกป้องพวกเขา

อิลลิชได้ขมวดคิ้วในขณะพูดออกมา

“เวรเอ้ย ถ้านายต้องการที่จะตัดสินใจด้วยตนเอง แล้วทำไมพวกเราถึงจะต้องวางแผนล่วงหน้ากันด้วย? พระเจ้าบอกให้นายทำเช่นนั้นงั้นหรอ?”

“นายดูถูกพระเจ้า?”

การทะเลาะกันมันก็ได้เริ่มขึ้นมาจากอีกด้านเช่นกัน

“ทำไมนายถึงไม่ใช้มันป้องกันฉัน? ถ้านายป้องกันฉัน มันก็จะจบลงในพริบตาเดียว นายก็รู้นี่ว่าฉันแข็งแกร่งที่สุด ฮ่าห์…ฉันไม่สามารถจะเหวี่ยงหอกของฉันได้เพราะว่าฉันมัวแต่ยุ่งอยู่กับการหลบไฟ”

มันเป็นริวชิน

“หยุดพูดไร้สาระ พวกเราจะต้องตอบสนองตามสภานการณ์ที่เกิดขึ้น นายจะให้ให้เล็งความสำคัญไปที่นายคนเดียวได้ยังไง?”

อรูวโจได้ตะโกนใส่เขา ซันซูเกะก็เข้าร่วมด้วย

“เขาพูดถูก นายจะต้องคิดถึงทีม”

จากนั้นริวชินก็ได้โวยวายใส่ซันซุเกะ

“ไม่ต้องมาพูดเลย จิตใจนายก็มีแต่ธุรกิจนั้นแหละ”

ซังจินได้กุมขมับของเขา การจู่โจมหลายๆครั้งได้พังทลายเพราะเหตุการณ์เช่นนี้ จนกระทั่งถึงตอนจบทุกคนก็ยังคงทะเลาะกันอยู่ ซังจินได้ส่ายหัวของเขา

จากนั้นเขาก็สังเหตุเอ็ดเวิร์ด ผู้ที่มักจะเต็มไปด้วยพลังงานได้แสดงออกอย่างแปลกประหลาด ตอนนั้นเองซังจินก็รู้สึกว่ามันมีบางอย่างที่ผิดพลาด

****

การจู่โจมมันยังคงดำเนินต่อไปแม้ว่าหลังจากการโต้เถียงกัน หลังจาก 4 ชม.ได้ผ่านไปจากเวลาทั้งหมด 5 ชม. ในที่สุดพวกเขาก็ได้มาถึงประตูของบอสราชาปีศาจชาเนตเซอร์

‘ราชาปีศาจมังจะเป็นบอสตัวสุดท้ายใช่ไหม?’

ความคิดที่คล้ายๆกันนี้ได้วิ่งผ่านหัวพวกเขาทุกคน ดังนั้นพวกเขาจึงเครียดมากกว่าปกติ แม้กระทั่งซังจินก็เช่นกัน

‘ถ้าพวกเราฆ่าเขา…พวกเราก็อาจจะจบมัน…’

ราชาปีศาจมีลักษณะที่เหมือนกับชื่อของมัน ผิวเขามันเป็นสีแดงดำมีรอบสักอยู่ทั่วร่างกาย และมีเขาที่ยื่นออกมาจากหัวและตาที่สามบนหน้าผาก เขามีแขนหกแขนและมือก็จับดาบ ค้อน คทา หอก และโล่อีกสองอัน

ร่างของมันได้ปกคลุมไปด้วยวัสดุสีดำที่ไม่สามารถจะระบุชนิดได้และเมื่อใดก็ตามที่เขาขยับวัสดุนั้นก็จะขยับไปกับเขา

“ฮ่าห์…แกได้บุกรุกเข้ามาในปราสาทของข้า…แกไม่เห็นคุณค่าของชีวิตแล้วใช่ไหม?”

เขาได้สะบัดเสื้อคลุมในขณะที่ยืนขึ้น

“มา คนของข้า ฆ่าพวกผู้บุกรุกเหล่านี้”

ประตูวาป 3 อันได้ปรากฏออกมาตามคำสั่งของเขาและมอนสเตอร์ก็ได้หลั่งไหลออกมา

“ทุกคนประจำตำแหน่ง”

ซังจินได้รับผิดชอบในประตูวาปด้านหลัง แผนของเขาคือเขาจะฆ่าศัตรูไปพักหนึ่งแล้วเข้าไปร่วมที่ด้านหน้าเมื่อพรรคพวกของเขาให้สัญญาณ เมือนนั้นเขาก็จะเข้าไปเผชิญหน้ากับราชาปีศาจ

แต่การต่อสู้มันยากกว่าที่พวกเขาคิดเอาไว้ นักล่า 7 คนที่ต่อสู้กับราชาปีศาจกำลังเผชิญกับปัญหา แต่นาดาและริวชินที่ไม่สามารถจะจัดการกับประตูวาปได้พวกเขาก็ได้ถูกผลักดันถอยไป

“เฮ้ ฮีล”

“มาช่วยฉันที่นี่ด้วย”

ซังจินยังคงพยายามอย่างดีที่สุดในการยื้อเอาไว้ แต่มอนสเตอร์ก็ได้ออกมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดลง ดังนั้นในที่สุดเขาก็ถูกผลักดันไป ซังจินจึงได้ขอความช่วยเหลือจากเอ็ดเวิร์ด

“เอ็ดเวิร์ด สนับสนุนที่นี่ที”

ไม่ช้าเอ็ดเวิร์ดก็ได้ร่ายเวทย์ออกมา

“หอกศักดิ์สิทธิ์แห่งการทำลาย หอกแห่งพระเจ้า”

แต่เวทย์มันไม่ได้พุ่งมาทางนี้

“อ๊ากกกก”

“แค่ก”

กลับกัน เขากลับได้ยินเสียงร้องจากฝั่งของนักล่าแทน ซังจินได้มองกับไปด้วยความตกใจและรู้สึกประหลาดใจ แทนที่เอ็กเวิร์ดจะช่วยเหลือซังจิน เขาได้ยิงเวทย์ไปใส่พวกนักล่าแทน ซังจินได้คิดอยู่ครู่หนึ่ง

“เกิดอะไรขึ้น? ควบคุมจิตใจ?”

แต่นั้นมันไม่ใช่ ร่างของเอ็ดเวิร์ดได้เรืองแสงสีแดงออกมา

‘ฆาตกร?’

ซังจินไม่อาจจะเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นได้ แต่นี่มันเป็นข้อพิสูจน์แล้วว่าเขาคือฆาตกรรูปแบบของนักล่าแทบจะพลังทลายลงอย่างรวดเร็วจากการโจมตีของเอ็ดเวิร์ด

นักล่าคนอื่นๆหกคนที่ต่อสู้กับราชาปีศาจเป็นกลุ่มแรก

“กล้ามาท้าทายข้า? มันตลกอะไรเช่นนี้ ตายซะ”

ในขณะที่รูปแบบการยืนพังทลายนักล่าก็ได้ถูกสังหารในทีเดียว ซังจินได้คิดขึ้น

“ทำไม?”

“อ่าาา”

ในขณะเดียวกันริวชินก็ถูกสังหารไป นาดาก็ได้ก้าวถอยหลัง และซังจินก็ได้มองไปที่หลุมบนร่างของเธอ ซังจินได้ตะโกนใส่เอ็ดเวิร์ด

“ทำไม”

เอ็ดเวิร์ดไม่ได้ตอบกลับมา เขาหัวเราะเบาๆ และไม่นานหลังจากนั้น ร่างของเขาก็ได้หายจากการโจมตีของราชาปีศาจ มอนสเตอร์ทั้งหมดได้มารวมกันตรงที่ๆซังจินอยู่

“กรี๊ดดด”

บลัดเวเจนได้ร้องออกมา มันหมายความว่าพลังชีวิตของเขาได้เหลือ 1 แล้ว เขาได้เป็นอมตะ 1 วินาทีและไม่กี่วินาทีต่อมา ซังจินก็ได้ตายลงไป เป็นมนุษย์คนสุดท้ายที่ล่วงหล่น


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <ตอนทันอิ้งแล้ว