0 Views

Chapter 116 – Black Market Tenth Shopping (6)

ซังจินได้เข้าไปในโรงตีเหล็กของคาร์กอตพร้อมกับบลัดเวเจนทั้งสี่เล่ม

“เคร๊ง เคร๊ง เคร๊ง”

เหมือนอย่างเคย คาร์กอตก็ยังให้ความสนใจกับงานของเขา ซังจินได้มองดูเขาทำงาน เหงื่อของเขาได้ไหลออกมาอย่างมากในขณะที่ค่อยๆทุบค้อนไปที่อาเทอร์มิโอ

ซังจินได้ยืนอยู่นิ่งๆเพื่อไม่รบกวนเขา แต่ในขณะเดียวกันคาร์กอตก็ได้พูดออกมาโดยไม่หันมามอง

“มาแล้วหรอ?”

ซังจินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่เขาก็ได้ตอบกลับไป

“ใช่แล้ว”

“ช่วยรออีกหน่อยนะ มันจะเสร็จแล้ว”

ซังจินได้ยืนกับที่ระหว่างการถาม แต่จากนั้นคาร์กอตก็พูดกับเขา

“นั่นมันอะไร? ดาบที่เหมือนกัน….สี่้เล่ม? นายต้องการจะรวมมันหหรอ?”

คาร์กอตไม่ได้หันกลับมามองเลยแม้แต่ครั้งเดียว เขาจะต้องเห็นซังจินได้จากการมองแสงสะท้อนผ่านคมดาบของอาเทอร์มิโอ

“ใช่แล้ว”

เขายังคงทุบค้อนต่อไป

“เอาหละถ้าหากนายเบื่อ นายก็สามารถจะทำมันได้ด้วยตนเองเช่นกัน”

“ด้วยตัวเอง?”

“ใช่แล้ว การผสมพวกมันนั้นง่ายมาก แค่วางมันลงไปในกล่องและเขย่ามันไม่กี่ครั้ง”

ซังจินได้วางบลัดเวเจนพิงเอาไว้กับผนังและเดนเข้าไปแถวเตาหลอม เขาได้พบกล่องที่คาร์กอตใช้ผสมไอเทมในคราวก่อน

กล่องมันเป็นกล่องเทาขอบทอง ซังจินได้หยิบเอาบลัดเวเจนขึ้นมา เบสโกโร่ก็ได้กล่าวเสริม

“ราคาสำหรับการผสมไอเทมระดับตำนานคือ 6000 เหรียญดำ”

“ทำการแบกเปบื่ยน”

ซังจินได้พูดออกมาในทันที หลังจากนั้นสั้นๆเขาก็ได้เปิดกล่องขึ้นมา มันเป็นความรู้สึกแปลกๆ ด้านในของกล่องมันดูกว้างกว่าภายนอกมากนัก

‘นี่มันคืออะไร?’

ซังจินได้ตรวจสอบภายในของกล่อง ในขณะเดียวกันค้อนของคาร์กอตก็ไม่ได้พลาดเป้าเลย

‘เอาหละ…ตราบใดที่การผสมมันทำงานก็ไม่มีสงสัยอะไร’

ซังจินได้ใส่บลัดเวเจนลงไปทีละชิ้น ปกติแล้วความยาวของบลัดเวเจนดูภายนอกมันยาวกว่ากล่องซะอีก แต่ว่าภายในของกล่องมันยังคงมีช่องว่างอยู่แม้ว่าจะใส่ดาบลงไปทั้งสี่ชิ้น

‘ฉันคิดว่า…กล่องนี้มันมีเวทมนตร์บางอย่าง’

ซังจินได้ปิดฝากล่องและส่ายมันสองครั้ง แต่ว่ากล่องก็ไม่ได้ส่งเสียงอะไรออกมา มันไม่ได้มีประกาศอะไรออกมาเลย

‘มันทำงานหรือยัง?’

ซังจินได้เปิดกล่องอีกครั้ง แต่ว่าข้างในมันมีเพียงดาบอยู่เล่มเดียว ซังจินได้หยิบดาบขึ้นมาและในทันทีที่ดึงมันออกมาจากฝัก แสงสีของจากใบดาบก็ได้ส่องออกมามากกว่าแต่ก่อน

‘มันทำงานได้ดี’

ซังจินได้ถือบลัดเวเจนเอาไว้เพื่อที่จะตรวจสอบมัน และโอเปอเรเตอร์ก็ได้แสดงหน้าต่างสถานะไอเทมออกมา
—–
บลัดเวเจน – ดาบกระหายเลือด
ไอเทมระดับตำนานพิเศษ – ความแข็งแกร่ง SSS ความคล่องแคล่ว S

ทักษะใช้งาน
การล้างบาปของโลหิต – ดูดพลังชีวิต 10000 ต่อวินาทีเพื่อที่จะเพิ่มพลังโจมตี

ทักษะติดตัว
จิตวิญญาณพยาบาท – เมื่อพลังชีวิตเหลืออยู่ 1 จะไม่รับความเสียหายอะไรเป็นเวลา 1 วินาที
การโจมตีสุดท้าย – เมื่อพลังชีวิตเหลือ 1 กสนโจมตีครั้งต่อไปจะสร้างความเสียหายเป็นห้าเท่า

เขาผู้ที่ประสงค์ที่จะเผชิญหน้ากับความชั่วร้ายอาจจะกลายมาเป็นดาบ
ดาบเล่มนี้มันคมและแข็งแกร่งกว่าเล่มอื่นๆ
—–
ซังจินได้อ่านค่าสถานะอย่างช้าๆ มันเป็นดาบที่เขาได้ใช้ในชีวิตก่อนหน้านี้ ดังนั้นเขาจึงรู้ค่าสถานะของมันอยู่แล้วแม้ว่าจะมองผ่านๆ แต่ว่าเพราะมันผ่านมานานแล้วเขาจึงจำเป็นจะต้องอ่านมันทวนอีกครั้ง

‘ความแข็งแกร่งเป็น SSS ความคล่องแคล่ว S มันโอเคร…การล้างบางของโลหิตมันใช้พลังชีวิต 10000 ต่อวินาที ฉันสามารถจะใช้มันได้ไม่กี่วินาทีในอดีต…แต่ฉันก็ควรที่จะสามารถใช้มันได้นานขึ้นในตอนนี้ จิตวิญญาณพยาบาทและการโจมตีสุดท้ายมันก็ไม่ได้เปลื่ยนแปลงไปจากก่อนหน้านี้’

ซํงจินได้ถือเอาบลัดเวเจนออกมาจากโรงหลอมและลองเหวี่ยงทดสอบมันสองสามครั้งเพื่อทดสอบ

‘นี่มัน…ความรู้สึกนี้…’

การที่ได้ดาบที่เขาใช้ในอดีตกลับคืนมามันได้ทำให้เข้ารู้สึกเหมือนกลับไปในอดีค ซังจินได้เก็บบลัดเวเจนลงไปในฝักและกลับไปหาคาร์กอตที่ทำงานอยู่ ไม่กี่นาทีต่อมา คาร์กอตก็ได้วางค้อนลงและเช็ดเหงื่อออกไป เขาได้พูดกับซังจิน

“มันเสร็จแล้ว”

เขาได้ส่งอาเทอร์มิโอที่เปล่งปประกายไปให้กับซังจิน ซังจินก็ได้รับดาบมาและยกมันขึ้นมาตรวจสอบ
—–
อาเทอร์มิโอ – นักล่าเวทมนตร์
ดาบสั้นระดับตำนานพิเศษ – ความแข็งแกร่ง SS ความคล่องแคล่ว S

ทักษะติดตัว
กลืนเวทย์ – ลดความเสียหายจากเวทมนตร์ลง 30%
เบิร์นมานา – การโจมตีด้วยดาบจะลดมานาที่เหลืออยู่ 10% ของเป้าหมาบและจะสร้างความเสียหายเพิ่มเติมเท่ากับมานาที่หายไป

ทักษะใช้งาน
ดูดเวทย์ – ดูดเวทย์อะไรก็ได้ที่มีระดับต่ำกว่าเวทย์ระดับ 7
ปลดปล่อยเวทย์ – ปล่อยเวทย์ที่ดูดเอาไว้ สามารถใช้ได้ 3 ครั้ง คูลดาว 10 นาที

ดาบของอาเทอร์มิโอผู้ที่รังเกียจเวทมนตร์
เขาได้มาจากที่ๆปราศจากความช่วยเหลือจากเวทมนตร์
—–
‘หืมมม..’

นี่มันเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นอาเทอร์มิโอที่อัพเกรดแล้ว ซังจินได้ตรวจสอบสถานะอย่างละเอียด สิ่งแรกที่เขาเห็นก็คือค่าความแข็งแกร่งและความคล่องแคล่วที่เพิ่มขึ้นมาอย่างละ 1 ระดับ

แม้ว่ามันจะมีความแข็งแกร่งน้อยกว่าบลัดเวเจนและไม่มีพลังจิตใจแบบมูนสเปค ดังนั้นมันจึงไม่มีผลรวมที่มากนัก แต่ว่าทักษะของมันเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์มาก

ซังจินได้ให้ความสำคัญกับครึ่งหลังของหน้าต่างข้อมูล กลืนเวทย์ที่ช่วยลดความเสียหาย 30% มันสำคัญกับซังจินมาก เพราะไม่ว่าเขาจะเร็วแค่ไหนเขาก็ไม่มีทางจะหลบเวทมนตร์ทั้งหมดได้

ผลของเบิร์นมานามันก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน มันเป็นทักษะที่สมกับชื่อ นักล่าเวทมนตร์ มันเป็นทักษะที่อันตรายกับจอมเวทย์ทุกคน มันอาจจะสร้างความเสีบหายได้มากกว่ามูนสเปคและบลัดเวเจนซะอีก

ในท้ายที่สุดทักษะใช้งานก็ได้เปลื่ยนไป สะท้อนเวทย์ได้หายไป และแทนที่ด้วยดูดเวทย์และปลดปล่อยเวทย์

‘นี่มันหมายความว่าฉันสามารถที่จะควบคุมจังหวะนการจะยิงเวทย์กลับไปได้ และฉันสามารถจะทำมันได้ถึงสามครั้ง นี่มันเป็นสิ่งที่ดีมาก?

ดาบนี้มันเป็นสิ่งที่ดีอย่างมากในการที่จะใช้จัดการกับจอมเวทย์ ซะงจินได้หันไปกล่าวขอบคุณกับคาร์กอต

“ขอบคุณมากคาร์กอต ฉันรู้สึกขอบคุณนายจริงๆ”

“มันเป็นงานของฉันนายก็รู้นี่…ทำให้แน่ใจว่านายจะจ่ายเงินและนายก็สามารถจะไปได้”

“อา ไม่มีปัญหา”

ซังจินได้เรียกลูกบาศก์ออกมา

“ยังไงก็ตาม…หัวใจมังกรนี่…มัน…?”

“ใช่แล้ว มันยังอยู่ในขั่นตอนการหลอมละลาย ฉันจะตรวจสอบมันในเช้านี้ และฉันก็สามารถจะเริ่มงานได้ในเร็วๆนี้”

“ฉันรู้แล้ว ฉันจะจ่าบเงินสำหรับตอนนี้ก่อนที่ฉันจะออกไป”

“หืมมม? นายแน่ใจ?”

“ใช่แล้วเนื่องจากว่าที่นี่การใช้จ่ายเงินมันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด”

“เอาหละ มันจะดีสำหรับฉันดังนั้น”

ซังจินได้สั่งให้ลูกบาศก์ไปจ่ายเงิน 20000 เหรียญดำและทำการแลกเปลื่ยนเสร็จสิ้น

“แล้วฉันจะมาหานายใหม่ในตอนเช้าวันพรุ่งนี้”

“โอเค”

ซังจินได้โค้งคำนับก่อนที่จะกลับไปโรงแรมของกับดาบระดับตำนานพิเศษทั้งสามเล่มที่ด้านข้าง เขาได้เดินผ่านดารูปินที่ตื่อนอยู่ตลอดทั้งวันและเขาก็ได้หลับไปที่ห้องนอน ถ้าหากว่าเป็นในเวลาอื่ร ฉันก็จะมีเวลาที่จะคิด

‘นอนในตอนนี้หรือเตรียมพร้อมสำหรับการจู่โจม’

แต่แล้วซังจินก็ได้เตรียมพร้อมที่จะนอนโดยที่ไม่ต้องห่วงเรื่องอื่นๆในวันนี้ เขายังคงมีเวลาอยู่อีกมามายก่อนที่จะไปกินอาหารกลางวันกับเซริน

ก่อนที่เขาจะหลับเขาก็ได้มองไปที่ดาบที่เก็บเอาไว้ข้างๆเตียงดาบที่มาอยู่ในสายตาเขามากขึ้นในตอนนี้ก็คือบลัดเวเจย

เขาได้เหวี่ยงดาบไปเรื่อยๆในจนมาถึงช่วงที่เขาได้ตายไปในก่อนหน้านี้ ซังจินได้หลับลงไปในขณะที่มองไปที่ดาบ

****

“ทุกคนพร้อมหรือยัง?”

ค้อนขนาดใหญ่และโล่ขนาดใหญ่เหมือนกันกับชายชาวภูเขา ผู้มี่คนอื่นๆเรียกกันว่า ฮิวเดิร์แบนท์

ด้วยส่วนสูงกว่าสองเมตร เขาได้ถือโล่และหอกเอาไว้ เขาเป็นคนที่ทุกคนบนรถควรจะเชื่อถือ

เขาเป็นนักเพาะกายมืออาชีพที่เป็นตัวแทนของประเทศเยอรมันดังนั้นเขาจึงมีวนฉันพร้อมเสมอน

“ฉันพร้อมเสมอ”

ริวชินได้ตอบกลับไป เขาได้ยืนอยู่โดยที่เอาหอกพิงตนเองเอาไว้ เขาเป็นลูกศิษย์ของแกรนด์มานสเตอร์

เขาอีโก้ที่สูงและจิตวิญญาณที่ต้องการการแข่งขัน ดังนั้นเขาจึงมักจะทะเลาะกับนักล่าคนอื่นๆ แต่นักล่าส่วนใหญ่ก็ได้สนับสนุนเขาเมื่อได้เห็นความสามารถของเขา

“ฉันพร้อมแล้ว”

อรูวโจเป็นนักหน้าไม้จากบราซิล อาชีพในอดีตของเขาคือทหาร เขากล่าวว่าเขาได้เดินทางผ่านป่าฝนอเมซอนและมีประสบการณ์ต่อสู้ที่แท้จริง

เขาได้เรียนรู้วิธีควงหน้าไม้จากพ่อของเขาเมื่อตอนเด็ก ไม่เพียงเท่านั้นเขาก็ยังมีทักษะอื่นอีก เขามีความชำนาญได้ด้านกริซและการต่อสู้แบบชุลมุนและเล็งจากระยะไกบ

“อัมคูบ้าพร้อม”

อัมคูบ้าเป็นชนเผ่าพื้นเมืองของชาวแอฟริกัน เขาใช้หอกด้อยกว่ากว่าริวชินพื้นที่ของเขามีอยู่แต่พวกผู้เชี่ยวชาญ

“ฉันยังขอพรกับพระเจ้าอยู่นะ ช่วยรอหน่อยนะ”

มุสตาฟาเป็นจอมเวทย์ พิ้นที่ของเขามีผู้เชี่ยวญชาญเริ่มต้นเวทมนตร์ เขาได้เริ่มต้นอำนาจจากเวทย์เป็นสีฟ้าเขาได้เริ่มต้นมาด้วยพลังเวทย์ที่มากกว่าคนอื่น 3 – 4 ท่าน

เขาพยายามที่จะใช้เวทย์ตั้งแต่เริ่มต้นด้งอำนาจ ดันนั้นความเข้าใจและความสามารถในการใช้เวทย์ของเขาได้สูงมาก

“ถ้างั้นฉันจะโอกาสนี้ในการฟื้นฟูและฝึกฝนตวามที่ชำนาญ”

นาดาได้เป็นผู้หญิงคนเดียวในทีม เธอชำนาญในมีดสั้นยและสุดยอดมนต์ดำ เธอนั้นมีภาพลักษณ์น่าทึ่ง แต่ก็ไม่มีใครกล้ากระตุ้นเธอ

อธิษฐาน…ในสถานการณ์เช่นนี้

เสียงได้ออกมาจากชายร่างยักษ์ที่มีขวานอยู่ ไม่มีใครรู้ว่าความจริงเขาเป็นชาวรัสเซียเขานั้นมีกล้ามเนื้อที่เหมือนกับฮิวเดอร์แบรนด์ โดยมีบุคลิกที่เงียบเฉย แต่ในบางครั้งเขาก็จะเข้าไปพูดคุยกับริวชินในเรื่องของทักษะการต่อสู้ และอรูวโจเกียวกับแผนกลยุทธ์ ในอดีตเขาเคบเป็ยตยที่ใครๆก็พูดถึงนายมหารระดับสูง

“หืมมม…ฉันก็พร้อมเช่นกัน”

ซันซุเกะเป็นนักธนู ชายชายญี่ปุ่นที่เงียบขรึมและก้มหน้า แต่เมื่อใดที่เขาถือธนู เขาจะดูเหมือนเปลื่ยนไปเป็นเครื่องจักรสังหาร เขาเข้าใจได้ยากมากแต่ว่าทักษะเช่นนี้มันน่าเชื่อถือ

“ฉันพร้อมแล้ว”

ซังจินได้ยกมือขึ้นตำแหน่งที่เขาอยู้เป็นตัวแทนสร้างความเสีบหายได้ข้างงหน้า หรือก็คือการที่เขาเหวี่ยงดาบไปโดยไม่หยุดนิ่ง

ยกเว้นเพียงมุสตาฟาที่กำลังโค้งคำนับภาวนาให้ไปในสถานที่ๆไกลออกไปเล็กน้อย เมื่อทุกคนพร้อมกันหมดแล้วยกเว้นมุสตาฟา ซังจินก็ได้ปรบมือและพูดออกมา

“นั่นมันหมายความวาสาพวกเราควรจะไปให้เร็วที่สุดและทำมันให้เสร็จๆไป”

แต่ใครบางคนก็ได้คว้าไหล่และพูดออกมา

“อะไรนะ? แต่ฉันยังไม่พร้อม ซังจิน

ซังจินได้หันไปมองรอบๆชายที่ใส่รองเท้าบูตได้จับที่ไหล่ของซังจินอยู่ เขาคือจอมเวทย์ที่ดีที่สุดในทีมเอ็ดเวิร์ด

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย < ตอนทันอิ้งแล้ว