0 Views

Chapter 115 – Black Market Tenth Shopping (5)

‘หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า …’

ซังจินได้นับจำนวนใบเสร็จ มันมีอยู่ทั้งหมด 10 ใบ ไอเทมของเขาได้ถูกขายออกไป 10 ชิ้นจากทั้งหมด 15 ชิน

ซังจินได้เอาใบเสร็จทั้งหมดใส่ลงไปในลูกบาศก์

“โอเปอเรเตอร์ตอนนี้ฉันมีเงินอยู่เท่าไหร่?”

[เงินของคุณในปัจจุบันคือ 59065 เหรียญดำ]

“หืมม จริง?”

ซังจินได้ทึ่งไปกับจำนวนเงินที่เขามีอยู่

‘เงินนี้มันคือหลังจากที่ฉันได้ซื้อไอ้เทมระดับตำนานไปสองชิ้น…เมื่อเทียบกับในชีวิตนั้นของฉัน…’

การที่เขาได้วิ่งไปรอบๆในการจู่โจมได้ส่งผลออกมาแล้ว

‘ฉันได้เงินมาประมาณ 50000 เหรียญจากไอเทมทั้งหมด 10 ชิ้น…แต่ละชิ้นได้ถูกขายออกไปเฉลี่ยในราคา 5000 ฉันคิดว่าฉันควรจะเพิ่มค่าเฉลี่ยของไอเทมขึ้นไปดีไหม?’

มันมาจากสองเหตุผล หนึ่วคือฆาตกรในตอนนี้มีแต่ไอเทมที่ดี และสองนักล่าก็มีเงินมากพอที่จะกประมูลของได้แล้ว

“มันเป็นวันที่ดีจริงๆเลย

“ซังจินได้ยืดตัวและ

“หาววว”

เขาได้หาวออกมา ซังจินได้ขยี้ตาและนึกย้อนกลับไป

‘ฉันได้พูดเอาไว้ว่าฉันจะผสมบลัดเวเจนในทันทีที่ฉันมีเงิน…’

แต่ว่าเขาก็ไม่ได้รู้สึกเหมือนว่าจะไปที่โรงตจีเหล็ก เขาอาจจะทิ้งมันเอาไว้ที่โรงตีเหล็กในตอนกลางคืนระหว่างที่ไปที่ร้านมืดมิดยิ่งกว่าสีดำ และผสมดาบของเขาในตอนนั้น

เขาจะต้องไปเอาอาเทอร์มิโอเช่นกัน ซังจินได้ลุกขึ้นเพื่อที่จะเข้าไปนอน ซาดาเมียร์ที่อยู้ข้างๆเขาก็ได้ถามออกมา

“ท่านกำลังกลับขึ้นไปใช่ไหมนายท่าน?”

ซังจินได้ตอบกลับไป

“ใช่แล้ว วันนี้ฉันเหนื่อยมาก ฉันจะกลับไปพักแล้วในวันนี้ ช่วยตรวจสอบแหวนจนกว่าจะถึงพรุ่งนี้แทนฉันที”

“เข้าใจแล้วนายท่าน”

ซังจินได้กลับขึ้นไปบนห้องนอน เขาได้ได้อาบน้ำไปเรื่อยๆเหมือนปกติ เขารีบอาบน้ำอย่างรวดเร็วและก็ล้มตัวลงไปนอน เขารู้สึกว่าเขาได้หลับไปง่ายๆเลย

****

ตอนตีสี่สิบนาที ซังจินได้เปิดตาออกมา เขาได้ใช้เวลาหลับและตื่นขึ้นมาในตอนนี้ทุกๆเช้า

ซังจินได้รีบล้างหน้าของเขา ก่อนที่จะใส่เสื้อผ้าและออกไปจากห้อง เขาเห็นดารูปินกำลังเดินขึ้นมาบนบันได เขาอาจจะมาเพื่อที่จะปลุกซังจิน

เมื่อเขาเห็นซังจิน เขาก็ได้ขยับออกไปอย่างเงียบๆ ซังจินจึงได้เดินผ่านเขาไปและลงไปที่ชั้นหนึ่ง ซาดาเมียร์ได้กลับไปในตะเกียงแล้ว เขาไม่ต้องการการหลับ แต่ว่ามันอาจจะดีกว่าที่จะตรวจสอบแหวนภายในตะเกียง

ที่ด้านนอกโรงแรมสัตว์ซัมม่อนของเขาดูเหมือนจะไม่ต้องการการนอนเลย ชาโดวรันได้มองมาที่เขาเหมือนกับเขาไม่ต้องการที่จะนอนเลย หลังจากที่ชาโดวรันมองมาที่ซังจินที่สวมใส่เบสโกโร่

‘ฮี้้’

เขาก็ได้ร้องออกมาครั้งหนึ่ง เคนก็ได้สังเกตุเห็นซังจินและยืนขึ้นมาเช่นกัน

“อยู่นี่นะเคน”

เคนได้ถูกหยุดเอาไว้โดยท่าทางของซังจินและกลับไปนอน น้องคนสุดท้ายราร์เป็นคนเดียวที่หลับอย่างสบายผายในฟาง อย่างที่เคนเคยเป็นมานา ราร์ก็ได้เจริญเติยโตอย่างรวดเร็วแบบวันต่อวัน ประมาณการเจริญเติบโตของเขาอาจจะมากกว่าเคนถึงสองเท่า

‘ฉันเคยได้ยินมาว่ากริฟฟินจักรพรรดิ์…ตัวเต็มวัยมีขนาดเท่ากับมังกรตัวล็กๆ’

ซังจินได้ทิ้งพวกเขาไว้เบื้องหลังและมุ่งหน้าไปที่ร้านมืดมิดยิ่งกว่าสีดำตามลำพัง

เขาได้เอาผ้าเช็คปากออกมาจากกระเป๋าของเขาในระหว่างทาง และบนผ้านั่นก็มีข้อความว่า

“ผู้ที่ค้นหาคำตอบก็จะพบกับคำถาม และผู้ที่ค้นหาคำถามก็จะพบกับคำตอบ

ซังจินได้อ่านข้อความในนั้นและคิดปถึงพ่อค้าร้านมืดมิดยิ่งกว่าสีดำ เขาได้พูดเช่นนี้ออกมาบางครั้งคราว ซังจินได้จ้องลงไปที่ข้อความอีก

‘ในตอนตีสี่ครึ่ง มุ่งหน้าไปที่เขตที่สาม อาคารที่อยู่สุดท้ายในทางขวา ชั้นใต้ดิน’

มันเป็นข้อความโดย ‘มู – ปากกาไขปริศนา’ เป็นข้อความที่อาเรี่ยนไม่อยากจะพูดออกมาดังๆเนื่องจากแม่ของเธอไม่ต้องการให้เธอข้องเกี่ยวกับคนๆนั้น

บุคคลที่แม้แต่มังกรที่ยิ่งใหญ่ยังเกรงกลัวและซึ่งมันก็คงจะไม่ใช่ใครอื่นนอกไปเสียจากพ่อค้าในด้านมืดมิดยิ่งกว่าสีดำ ซังจินได้พูดออกมาในขณะที่ถทอผ้าปิดปากเอาไว้

“เขาเป็นอะไร? พระเจ้า? ปีศาจ? หรือ…?”

ถ้าหากคนอื่นมาเห็นคงจะคิดว่าเขาพูดคนเดียว แต่ในตอนนี้เบสโกโร่กำลังฟังเขาอยู่

‘ใครจะไปสน ทำไมนายจะต้องใส่ฉันไปมี่นั่นทุกๆครั้ง แต่กลับไปพาฉันไปพบกับสาวสวย’

“นั่นเป็นเพราะว่าฉันสามารถจะมองในที่มืดได้ดีขึ้นเพราะนาย มันไม่ได้มืดเพียงแค่ชื่อเท่านั้นนะ นอกจากนี้เกี่ยวกับผู้หญิงนายก็คงจะรู้ตัวเองดีนะ…”

เบสโกโร่ไม่ได้ตอบคำถามเขา ดูเหมือนกับว่าเขายังคงไม่พอใจ

‘นี่มันควรจะเป็นการแสดงออกของชายอายุ 50 งั้นเหรอ?’

ซังจินได้คิดในขณะที่เดินเข้าไปในร้านค้าลับ เจ้าของร้านก็ได้นั่งอยู่ในที่เดิม

เมื่อคิดเกี่ยวกับมัน พ่อค้าดูเหมือนกับเฟอร์นิเจอร์มากกว่าที่จะเป็นคน เมื่อซังจินได้เข้ามาเขาก็ได้ทักทายซังจิน

“อา นายยังคงมีชีวิตอยู่สุดยอดนักล่าเค”

คำพูดของเขาได้แสดงออกมาอย่างประหลาดใจ แต่ว่าด้วยโทนที่ต่างออกไป จากนั้นซังจินก็ถามกับเขา

“นายรู้อยู่แล้วว่าฉันจะกลับมา”

“เอาหละ ฉันก็พอจะทำนายเกี่ยวกับนายได้บางส่วน”

แต่ก็เป็นอีกครั้งที่เขาพูดออกมาได้ไม่ตรงกับเสียงของเขา ซังจินได้นั่งลงไปตรงหน้าของเขา

“การจู่โจมนี่มันยากจริงๆแหละ บอสคือมังกรแดงเช่นเดียวกันกับแม่ของเธอนั่นแหละ”

“อา นายได้เจอกับเธอ? อาเรี่ยน?”

ซังจินได้มองตรงไปที่เขาและถามออกมา

“นายรู้จักเธอ?”

“ฉันได้ยินมา แม้ว่าฉันจะไม่เคยพบกับเธอก็ตาม”

เขาได้มองขึ้นไปเล็กน้อยราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างและพูดออกมา

“มันเป็นเพียงแค่การได้เจอแม่ของเธอมาก่อน เมื่อตอนที่เธอยังเป็นเด็ก ”

ซังจินได้รู้สึกประหลาดใจและถามออกไป

“เมื่ออาเรี่ยนยังเป็นเด็ก”

ถ้าหากว่าสิ่งที่เขาบอกออกมาเป็นเรื่องจริง มันก็จะผ่านมาเป็นเวลานานมากแล้ว แต่ชายคนนั้นก็ได้ส่ายหัว

“ไม่ ไม่ คือฉันได้พบกับแม่ของเธอเมื่อตอนที่เธอยังเป็นเด็กทารกอยู่”

ซังจินไม่สามารถจะเชื่อได้ ถ้าหากมันเป็นเรื่องจริงก็หมายความว่าเขามีอายุมากกว่าหมื่นปีซอีก ซังจินได้จ้องไปที่เขาและชายคนนั้นก็พูดออกมา

“อะไรกันหละ? นายต้องการจะรู้เกี่ยวกับอายุของฉันหรอ?”

ซังจินได้พูดออกไปตรงๆ

“มันไม่ใช่นายบอกว่าให้ฉันถามนายอย่างนั้นหรอ”

“เอาละทั้งหมดมันไม่ใช่เรื่องจริง แถมยัง บางอย่างเช่นอายุมันไม่สามารนถจะคำนวณกันได้อย่างสมบูรณ์”

ซังจินได้พูดกับเขา

สิ่งสำคัญที่สุดของมนุษย์ เราจะยังต้องให้คุณค่ากับอายุของพวกเรา แต่ไม่ใช่กับเธอ เพราะว่าเธอม่ใช่มนุษย์แบ้ว

เขาได้ยิ้มกับคำพูดของซังจิน

“นายจะแน่ใจได้ยังไง?”

“แล้วนายก็เป็นมนุษย์? นายไม่น่าใช่ มันไม่มีทาง”

“เอาหละจงทำตัวตามสบายและบอกสิ่งที่ต้องการมา

ซังจินได้หยิบเอาผ้าเช็ดปากออกมาจากประเป๋าและส่งมอบไปให้เขา

“นี่”

พ่อค้าได้หลับตาลงและพูดออกมา

“อาเรี่ยนได้ให้สิ่งนี้กับฉัน เธอบอกว่ามันจะช่วยในการเปลื่ยนแปลงชะตากรรม แต่ผมก็ไม่รุ้ว่ามันไปในทางศาสนาไหน แตว่าฉันจะไปหานายก่อนที่จะไปพบกับอาเรี่ยน

“แล้ว?”

“แม้ว่านายนายจะไม่แปลกใจที่เห็นฉัน กล่าวอีกนัยหนึ่ง…นายรู้อยู่แล้วใช่ไหม?”

พอค้าได้วางผ้าเช็ดปากไว้บนโต๊ะและพูดออกมา

“ใช่แล้ว มันมีไม่กี่เรื่องที่ฉันไม่รู้”

ซังจินได้ถามกลับไป

“แล้วนายเป็นอะไร? แล้วการโจมคืออะไร?”

ชายคนนั้นได้ตอบกลับมา

“ในมิตินี้ ฉันเพียงแค่ขายของเล็กๆน้อยๆและทำหน้าที่เป็นพ่อค้า แต่ในมิติอื่น ฉันจะเป็นคนขายข้อมูล ฉันจะให้คำตอบสำหรับคำถาม แต่ว่ามันก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายสำหรับข้อมูลของฉัน”

“แล้ว? นายต้องการให้ฉันจ่ายงั้นหรอ?”

“แน่นอน”

“เท่าไหร่?”

“คำถามแรก ‘นายคืออะไร นายจะจะลืมไปแล้ว แต่ว่าคำถามนั่นมันมีค่าใช้จ่ายเป็น 10000 เหรียญขาว”

ซังจินได้ขมวดคิ้ว ด้วยการโจมตีที่ผ่านมามันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรวมรวมเหรียญขาว 10000 เหรียญ

“คำถามที่สอง การจู่โจมคืออะไร โอเปอเรเตอร์ได้ให้คำตอบนี้แก่คุณไปแล้วในอดีต เพื่อที่จะพิสูจนืความแข็งแกร่งของมนุษยขาติ พิสูจน์คุณค่าของของเผ่าพันธ์ของคุณ และทุกคนจะได้รับอิสระเมื่อการแข่งขันจบลง มันเป็นเกมแบบนั้นแหละ”

ซังจินได้จ้องไปที่เขา มันไม่ได้ดูเหมือนว่าเขาจะให้คำตอบตรงๆออกมาเลย

“แล้วคำถามนี้หละ? มีเรื่องที่เกี่ยวกับการจู่โจมครั้งสุดท้ายไหม?”

“หืมมเกี่ยวกับเรื่องนั่น…ฉันสามารถบอกนายได้ด้วยราคา 100 เหรียญดำ”

เพียงแค่ 100 เหรียญดำ มันเป็นจำนวนเงินที่น้อยมาก ซังจินจึงได้กล่าวออกไปในทันที

“การแลกเปลื่ยนเสร็จสิ้น”

ทันทีที่ซังจินพูดเสร็จ ชายคนนั้นก็ตอบกลับมา

“มันมีบทสุดท้ายอยู่ ในบทนั้น…จำในการจู่โจมที่นายตายได้ไหม?”

“จำได้”

“มันอยู่ไม่ไกลจากจุดนั้น บทสุดท้ายนะ”

ซังจินตกใจมาก

“จริงดิ?”

“ฉันไม่ถูกเรียกว่านักค้าข้อมูลโดยไร้เหตุผลนะ ฉันได้ให้คำตอบที่นายจ่ายเงินไปแล้ว”

‘เราไม่ได้ห่างไกลจากบทสุดท้ายนั่น….นั่นหมายความว่าต่อจากนี้…’

ซังจินได้ตกไปอยู่ในความคิดของเขา ครู่หนึ่งชายคนนั้นก็ถามกลับมา

“เอาหละ มีอำถามอื่นอีกไหมในวันนี้?”

“ไม่หละ ไม่เป็นไร”

ซังจินได้ส่ายหัวของเขา

“ช่วยชาร์จหินนี่ที”

ซังจินได้หยิบหินมาวางไว้บนโต๊ะ พ่อค้าได้หยิบมันไปอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะวางกลับมาพร้อมกับแสงของหินที่สว่างขึ้น

“ชาร์จมห้เสร็จเรียบร้อยแล้ว”

ซังจินได้เก็บหินลงไปในเสื้อเขา

“แล้วก็…ฉันจะซื้ออิลิกเซอร์ในวันนี้…ก่อนหน้านั่น…มีสินค้าใดที่สามารถจะรวมผู้ถูกเลือกไว้ในที่เดียวกันได้ไหม? ฉันพยายามที่จะพบกับพวกเขาทั้งหมด แต่ว่าการพบที่ละคนมันทำให้ฉันไม่สะดวกนัก”

“อา สำหรับเรื่องนั่น…”

เขาได้เอื้อมมือไปในความมืดและดึงไม้คทาสั้นๆออกมา มันเป็นคทาที่มีรูปทรงคล้ายแหวนเฮลิก ที่เป็นทรงเกลียวคู่ มันมีอัญมณีฝังอยู่ตรงปลายและเมื่อได้รับการตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ซังจินก็จะเห็นว่ามันได้ถูกตกแต่งให้เหมือนกับมังกรสองตัวกำลังแย่งชิงดราก้อนบอลกัน

“คทาเฮลิกซ์ – คทาแห่งวอลอร์ด ราคาของมันอยู่ที่ 30000 เหรียญดำ วันละครั้งนายจะสามารถเรียกผู้ถูกเลือกมารวมในจุดเดียวกันได้ นอกจากนี้นายจะสามารถตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ถูกเลือกไดด้และเทเลพอตไปหาพวกเขาได้ด้วยตนเอง”

มันเป็นสิ่งที่ดี นอกจากนี้มันยังอนุญาติให้เขาได้วาปไปที่มิติอื่นได้โดยที่ไม่ต้องรอให้ผู้ถูกเลือกเรียกไปด้วย ซังจินชอบมันมาก แต่ราคามันแพงจึงทำให้เขาลังเล มันยังคงแพงสำหรับซังจินที่ร่ำรวย เขาได้คิดอยู่ครู่หนึ่ง

“เอาหละ…ฉันต้องใช้มันในตอนนี้ไหม?”

ซังจินได้พิจารณาตัวเลือกของเขาอย่างรวดเร็ว เขามีเหรียญอยู่ทั้งหมด 54000 เหรียญ เขาเป็นหนี้คากอตอยู่ 20000 เหรียญถ้าเข้าใช้ค่าเลือกที่จะผสมบลัดเวเจนเขาก็จะไม่มีเงินครบ 30000 แน่นอน ซังจินจึงตัดสินใจที่จะพูดว่า

“ฉันจะ…ซื้อมันในวันพรุ่งนี้ อิลิกเซอร์ก็เช่นกัน”

“จริง? ทำไมนายถึงทำเช่นนั้นหละ”

“ก่อนหน้านั้น…”

ซังจินได้หยิบเอาเหรียญขาวออกมาจากลูกบาศก์ มันทีทั้งหมดสี่เหรียญ ซังจินได้พูดออกมาในขณะที่ถือพวกมัน

“มีสินค้าใดบ้างที่ฉันสามารถจะซื้อได้ด้วยเหรียญขาวสี่เหรียญนี้?”

แต่ว่าพ่อค้าก็ได้ตอบกลับมา

“ไม่มีอะไรที่นายจะสามารถซื้อได้ด้วยเหรียญขาวสี่เหรียญนอกไปเสียจากน้ำศักดิ์สิทธิ์สี่ขวด”

“แล้วเท่าไหร่ฉันถึงจะสามารถซื้อของอย่างอื่นได้?”

“สิบ ถ้านายสามารถจะรวบรวมมันได้ จากนั้นนายก็จะสามารถซื้อสิ่งของที่แตกต่างออกไปได้”

“จริง? ถ้างั้น…ส่งน้ำศักดิ์สิทธิ์มาให้ฉันสี่อันก่อนในตอนนี้”

ซังจินได้ส่งเหรียญขาวออกไป เขาได้ตัดสินใจที่จะเก็บน้ำศักดิ์สิทธิ์เอาไว้เพื่อที่จะเพิ่มจำนวนของผู้ถูกเลือกก่อนให้ครบ 9 คน หลังจากนั้นค่อยประหยัดรวบรวมเหรียญขาวเพื่อซื้อของอย่างอื่น

พ่อค้าได้ส่งขวดน้ำศักดิ์สิทธิ์ให้แก่ซังจิน ซังจินได้รับมันมาและลุกขึ้น เขาไม่ต้องการที่จะเสียเวลาไปในที่แห่งนี้อีกแล้วแม้แต่จะวินาทีเดียว

พ่อค้าได้บอกกับซังจิน

“แล้วเจอกันพรุ่งนี้”

เมื่ออยู่นอกร้าน ซันจินก็ได้มุ่งหน้าไปที่ร้านตีเหล็กของคาร์กอต ในขณะที่ร้านอื่นๆถูกปิดไปมีเพียงแค่โรงตีเหล็กของคาร์กอตที่ส่องแสงสว่างไสว

ซังจินได้หยิบเอาบลัดเวเจนออกมาจากลูกบาศก์และถือเอาไว้ในอกของเขาในขณะที่เดินเข้าไปหาช่างตีเหล็ก

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย < จำนวนตอนในกลุ่มทันอิ้งแล้วครับ

โปรโมชั่น ถ้าหากเข้ากลุ่ม 1-2 ของเรื่อง Infinite Competitive Dungeon Society และกลุ่มสามของเรื่องนี้เข้ากลุ่มสองฟรี