0 Views

Chapter 113 – Black Market Tenth Shopping (3)

ซังจินได้แกล้งไอออกมาสองครั้ง เขาภูกมองโดยเซรินที่ได้เปลื่ยนทัศนคติไปอย่างกะทันหัน

“อา…ฉันหมายความว่าโอเค ฉันจะหลีกเลี่ยงคำที่เป็นทางการหลังจากนี้”

“ช่วยทำด้วย โอปป้า”

เริ่มจากการที่เรียกโอปป้ามันน่าอึดอัดมาก ดังนั้นซังจินจึงพยายามที่จะโยงไปเรื่องอื่น

“แล้วในก่อนหน้านี้….ได้มีคนเรียกฉันไปเพราะว่าอยู่ในอันตราย เธอเป็นผู้ถูกเลือกคนอื่นๆเหมือนกับเธอ และเธอก็อยู่ในอันตราย”

“อาใช่…ฉัน…ฉันก็เห็นเช่นนั้น”

แต่ว่าเซริรนก็ได้แสดงออกอย่างมืดมนในขณะที่ตอบกลับมา ซังจินได้นึกไปถึงเหตุการณ์ในก่อนหน้านี้

‘เฮ้นายหน้าอก นายบอกว่าให้ฉันเรียกนายเมื่อมีปัญหาใช่ไหม? ตอนนี้ฉันกำลังมีปัญหา’

เขาได้เอามือไปจับหน้าผาก

‘โอ้ ใช่แล้ว…’

ไม่ว่าเขาจะคิดยังไงสถานการณ์มันก็ไม่ได้ดีสำหรับเขา ซังจินจึงเปลื่ยนเรื่องไปอย่างรวดเร็ว

“อา เอาหละ…แล้วมันเป็นยังไงบ้างหละตั้งแต่ที่เราแยกกันที่หุบเขา”

“ฉันได้รวบรวมหนังสืออย่างที่โอปป้าบอก ทั้งหมดสามเล่มมันได้รวมกันแล้ว”

เธอได้หยิบเอาหนังสือออกมาจากกระเป๋า ที่หน้าปกมันเขียนเอาไว้ว่า หนึ่งพันหนึ่งราตรี

‘อย่างที่ฉันคิดเลย…เธอเป็นคนที่ทำมัน’

เขาได้คิดถึงความเป็นไปได้นี้ เธอยังคงอธิบายต่อไป

“หลังจากที่ฉันได้รับส่วนที่สอง ฉันได้สะสมเหรียญให้มากขึ้น ฉันได้เก็บจนมันครบ 5000 เหรียญอย่างรวดเร็ว แต่ว่าฉันได้รออยู่อีกสักหน่อยก่อนที่จะซื้อและในขณะที่ฉันกำลังตรวจสอบร้านประมูล…”

ซังจินได้ต่อคำพูดของเธอ

“และเธอก็ได้ซื้อกระเป๋าลับใช่ไหม?”

“โอใช่แล้ว นายรู้ได้ยังไง?”

“ฉันเป็นคนที่นำมันไปขาย”

“จริงอะ?”

ตาของเซรินได้เบิกกว้างและปากก็ได้อ้าเป็นรูปตัวโอ ซังจินก็ได้คิดขึ้น

‘เธอสามารถจะทำหน้าเหมือนได้เลยหละ’

เธอมีใบหน้าโป๊กเกอร์อยู่ตลอดเวลาซังจินเคยเห็นเธอมาก่อน แต่ในตอนนี้เธอกำลังทำตัวเหมือนกับผู้หญิงปกติวัยสี่สิบ

เขาได้เห็นใบหน้าของเธอในโปสเตอร์และโฆษณา รอยยิ้มของเธอมีเสน่ห์ แต่ว่าเขาก็เห็นเห็นตัวของเธอจริงๆแล้ว ซังจินได้ตอบกลับไปอย่างใจเย็น

“ใช่แล้ว เธอสามารถจะบอกได้โดยการดูฉายาของคนขาย มันไม่ใช่สุดยอดนักล่างั้นหรอ?”

“ไม่ ฉันได้ซื้อมันจาก…นักล่าสมบัติ…”

ซังจินได้นึกย้อนกลับไปในความทรงจำของเขา เขามีข้อมูลเพียงพอและเคยใช้ฉายานักล่าสมบัติในช่วงเวลานั้น

“อา…ใช่แล้ว ตอนนั้นมันยังเป็นนักล่าสมบัติ ฉันจะเปลื่้ยนฉายาของฉันไปบางครั้ง”

“อา…”

“แล้วเธอได้รับชิ้นที่สองหรือสามหละ”

“ใช่แล้ว ความจริงฉันกังวลมาก แต่ฉันก็โชคดี ฉันได้รับส่วนที่หนึ่งจากกระเป๋า ดังนั้นฉันจึงได้ไปซื้อส่วนที่สามจากพ่อค้าแพะและมันก็สมบูรณ์

“แล้วมันมีผลยังไงบ้างหละ?”

“เยี่ยมมาก มันแข็งแกร่งพอที่จะใช้เอาชนะบอสได้อย่างง่ายมาก และ…ถ้าพวกเรามั่นใจมันก็สามารถจะจัดการบอสลับได้เลย”

“จริงหรอ? แล้วบอสอะไรเธอสามารถจะเอาชนะได้?”

“หมู่บ้านดาร์คเอลฟ์และหอคอยจอมเวทย์ ทั้งสองอย่างนี้”

ตอนที่เขาเห็นเธอสวมแหวน “คิเมโร่ – แหวนแห่งการผสมสัตว์” บนนิ้ว เมื่อเขาเห็นเธอใส่เช่นนี้มันเหมือนกับการใส่แหวนคู่

“ฉันรู้….”

ซังจินได้หยักหน้า

“แล้วในการจู่โจมนี้ ฉันได้วิ่งเข้าไปหาฆาตกร แต่ว่าเมื่อพวกเราได้ไปถึงตำแหน่งของชิ้นส่วนลับ….”

“ชิ้นส่วนลับ…เธอได้ทำอะไรกับหัวใจมังกร”

“อายั่ย…ฉันตัดสินใจที่จะให้ช่างตีเหล็กเอามันมาไปลูกธนูของฉัน

ซังจินยังคงคุยกับเซรินเกี่ยวกับการจู่โจมไปเรื่อยๆ ในตอนแรกเขาอึดอัดใจ แต่ตอนนี้ลึกๆเข้ารู้สึกถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาได้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันเขาก็ได้ถามเธอออกมมา

“ในตอนนี้ฉันพึ่งนึกออก…โอปป้าบอกฉันว่าหลังจาก…”

“อืมมม? ฉันได้พูดอะไร?”

“ถ้าเราพบกันอีกครั้ง นายจะบอกชื่อจริงๆ”

ซังจินได้หยักหน้า

“โอใช่แล้ว นันคือเรื่องจริง”

“แล้ว นายขื่ออะไรหละ?”

ซังจินได้หายใเขาและนี่มันเป็นครั้งแรกที่เขาได้พูดชื่อจริวอีกครั้งหลังจากย้อนเวลามา

“ซังจิน”

“ซังจิน?”

“ใช่แล้ว”

“นามสกุลหละ?”

“นั่นมัน….”

ซังจินเม้มริมฝีปาก เมื่อเขาได้มองไปที่เซรินเขาก็ได้นึกออกว่าทำไมเขาถึงจะต้องใช้นามแฝงและซ่อนตัวตนของตัวเอง

“เรื่องนั้น…ฉันจะบอกเธอเมื่อการจู่โจมจบลง”

“ทำไม?”

เหตุผลที่เขาใช่นามแฝงนั้นง่าบมาก เพราะว่าการที่จะใช้ชื่อจริงมันจะทำให้พวกเขาใกล้ชิดกันมากขึ้นเท่านั้น และการที่ดูคนใกล้ตัวตายไปมันจะทำให้เจ็บปวด

ในอดีตซังจินได้บอกชื่้อกับทุกคนอย่างเป็นมิตร แต่ว่าพวกเขาส่วนใหญ่

‘ช่วยด้วย ซังจิน’

‘ซังจินวิ่ง’

พวกเขาได้เสียชีวิตในขณะที่กรีดร้องเรียกซังจิน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงไม่บอกชื่อจริงออกไป

หากว่าเขาใช้นามแฝงมันจะทำให้เกิดความรู้สึกห่างเหินจากผู้อื่น ดังนั้นซังจินจึงหลีกเลี่ยงที่จะบอกชื่อกับคนอื่นๆจนถึงตอนนี้ ซังจินได้มองไปที่ดวงตาของเซรินและพูดออกมา

“เอาหละ…”

ซังจินได้คิดขึ้น

‘ฉันไม่ต้องการที่จะดูเธอตายไปในขณะที่กรีดร้องชื่อของฉัน’

แต่เขาก็ไม่สามารถจะพูดเช่นนี้ออกไปได้

“ฉันมีเหตุผลของฉันนะ”

“เหตุผล?”

“…เธอจะพบมันเองเมื่อการจู่โจมมันยังคงดำเนินต่อไป”

ซังจินไม่ได้คิดอะไรในขณะที่พูดแบบนี้ แต่ว่าเซรินก็ได้รู้สึกถึงบางอย่างเองและพูดออกมา

“…มันแปลกมาก โอปป้าดูเหมือน…พูดราวกับว่านายได้ทำมันทั้งหมดมาก่อนแล้ว”

ตาของซังจินได้เบิกกว้างขึ้น

“ฉัน?”

“ใช่แล้ว แม้แต่ในตอนที่เราเจอกันครั้งแรก…จนถึงตอนนี้…”

ซังจินได้สะดุ้งเล็กน้อย แต่ว่า

‘ก่อนหน้านี้ ฉันได้เป็นนักล่าที่รอดเป็นคนสุดท้ายและได้รับโอกาสที่สอง’

เขาไม่สามารถจะบอกกับเธอเช่นนี้ได้ เขาพยายามเป็นอย่างมากที่จะไม่แสดงความรู้สึกออกไป

“อืม…ฉัยว่าที่มันเป็นเช่นนี้ เพราะว่าฉันแข็งแกร่ง แต่ว่าใครกันหละที่จะเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าที่จะเกิดขึ้นได้บ้าง?”

แต่เธอก็ได้กล่าวเสริมขึ้นมาอีก

“โกหก”

“อะไรนะ?”

เธอได้ปัดผมของเธอออกเพื่อที่จะแสดงบางอย่างออกมา ที่หูของเธอมีตุ่มหูสีม่วงซ่อนอยู่

‘ดวงตาแห่งเจรามิท’

ซังจินทำได้เพียงแค่อ้าปากค้าง ต่างหูอันนี้มันไม่ใช่สิ่งอื่นใดนอกเหนือไปจากไอเทมที่จะสามารถช่วยอ่านใจได้

“ฉันได้สัมผัสมันก่อนที่จะถามมันออกมา โอปป้าฉันขอโทษด้วยที่อ่านความคิดของคุณ ฉันไม่อยากจะทำเลย…”

ซังจินได้จับไปที่หน้าผาก ก่อนหน้านี้เธอก็ได้บอกเขาแล้วว่าเธอได้จัดการบอสลับของเมืองดาร์ดเอลฟ์ไป เขาก็ควรจะตระหนักได้ว่าเธอก็คงจะได้ค้นหาไปทั่วแมพและพบกับชิ้นส่วนลับเช่นกัน

“แต่เมื่อคิดถึงมัน ความแข็งแกร่งมันเป็นอีกเรื่อง โอปป้าได้วิ่งไปข้างหน้าและฆ่าบอสในทันทีที่การจู่โจมเริ่มขึ้น จากนั้นก็รู้เกี่ยวกับบอสลับที่ซ่อนอยู่ที่ไหนซักแห่งในแมพ ทั้งหมดนี้มันน่าสงสัย และไหนจะเรื่องหน้ากาก หนังสือ และการข้ามมิติในตอนนี้อีก โอปป้าคุณรู้มากเกินไปกว่าคนที่มาที่นี่ครั้งแรก”

“แล้วเธอได้อ่านความคิดของฉันไปไกลแค่ไหน?”

“จนถึงตอนที่โอปป้าบอกว่าคุณเป็นนักล่าคนสุดท้ายที่รอดอยู่และได้รับโอกาสที่สอง”

ถ้าเธอได้ยินมาจนถึงตอนนั้นเธอก็ได้รู้จนเกือบหมดทุกอย่างแล้ว เธอยังคงพูดต่อไปในขณะที่ซังจินยังคงกุมขมับ

“แต่ ฉันหมายความว่า….โอปป้าไม่จำเป็นจะต้องเก็บมันไว้เป็นความลับ มันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายที่จะพูดออกมาว่าโอปป้าคือนักล่าคนสุดท้ายที่ได้กลับมาและพบายามที่จะเคลียการจจู่โจมนี้”

ซังจินได้คิดถึงสิ่งที่เธอพูด แน่นอนว่าเธอพูดไม่ผิดถ้าหากว่าคนที่เขาบอกก็คือคนที่เขาสามารถจะไว้ใจได้ เธอได้เอานิ้วมาชี้ที่ริมฝีปากและพูดออกมา

“นั่นมันหมายความว่า…ในการจู่โจมรอบสุดท้าย…ฉันได้ตายไปแล้ว…?”

ซังจินได้ยอมแพ้และบอกกับเธอไป

“ใช่แล้ว เธอจะต้องตาย ฉันไม่รู้ว่ามันไกลแค่ไหน….แต่แม้แต่ฉันก็ยังตจาย มนุษย์ทั้งหมดได้ตายไป”

“เข้าใจแล้ว…”

เธอได้หยักหน้ารับ เธอยังคงสงบแม้ว่าจะได้ยินความจริงเช่นนี้ เหตุการณ์นี้ดูเหมือนว่าจะไม่ทำให้เธอประหลาดใจเลย

‘แล้ว…ฉันคิดว่าฉันไม่จำเป็นจะต้องเก็บเป็นความลับอีก’

เหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงเก็บมันเอาไว้อย่างแรกก็เป็นเพราะเขาคิดว่าคงจะไม่มีใครเชื่อเขา แยากที่สองคือเขากลัวว่าคนอื่นๆจะคิดว่าเขาบ้าและสามเพราะการได้ยินว่านี่ไม่ใช่การจู่โจมครั้งแรกมันอาจจะทำให้เกิดการช็อคขึ้นได้

แต่ว่าเธอได้เชื่อเขา เธออาจจะคิดว่ามันแปลกและเธอก็ไม่ได้รับผลกระทบจากความจริงนี้ ซังจินจึงได้ตัดสินใจที่จะบอกเธอ

“เอาหละ ช่วยเก็บมันเอาไว้เป็นความลับจากคนอื่นๆด้วย เธอนะไม่เป็นไร…แต่ว่ามันอาจจะสามารถทำให้คนอื่นช็อคได้”

“โอเค โอปป้า”

“และฉันก็ได้บอกเธอไปเมื่อครั้งที่แล้ว แต่จำนวนคนของการจู่โจมจะลดลงไปเรื่องๆ เอาหละ การมีคนมากๆมันเป็นเรื่องดี….แต่ว่าเราไม่สามารถจะช่วยทุกคนได้”

เซรินได้หยักหน้า เธอควรจะได้เห็นความตายหลายๆแบบมาแล้วในก่อนหน้านี้

“ในครั้งนั้นเหลือ 1000 คนที่ยังรอด จากนั้นก็ 100 จากนั้นก็50 และจากนั้นจำนวนก็ได้ลดลงมาเรื่อยๆจนเหลือ 10 คนสุดท้าย…แต่ว่ามันก็ได้มีการทะเลาะกันภายในและพวกเราก็จบลงล้มเหลว”

เซรินได้ฟังซังจินพูดอย่างเงียบๆ

“ดันนั้นแผนการของฉันจึงมีดังนั้ ค้นหาเพื่อนร่วมทีมที่แข็งแกร่งและน่าเชื่อถือ 10 ึราุดท้ายและทำลายการจู่โจมสุดท้าบ กล่าวอีกนัยนึงก็คือผู้ที่ถูกเลือกก็จะเป็รเช่นเดียวกับที่ฉันเลือกเธอ

เมื่อได้ฟังซังจินพูด เซรินก็ได้ชี้ไปที่หัวของเธอ

“อา ฉายานี้มันเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก ขอบคุณสเตตัสของโอปป้าที่สูงมาก…ฉันจึงไม่จึงไม่จำเป็นจะต้องกังวลกับการตายไปพักหนึ่ง”

“ถ้าเธอโชคไม่ดีก็โทรหาฉันนะ”

“ใช่แล้ว และอย่างที่เธอเห็น ฉันอายากจะให้ทุกคนได้พบกันเท่าที่จะสามารถทำได้ แต่ว่า…”

ซังจินได้คิดอยู่ครู๋หนึ่งคอนนี้พวกเขากำลังมองหาวิธแก้ปัญหา

“ฉันพยายามที่จะค้นหาสิ่งนี้ อย่างไรก็ตามฉันจะไปช่วยหาตัวคูรมาให้คนอื่นๆ ”

เซรินได้กล่าวออกมาอย่างกะทันหัน

“ฉันรู้แล้ว ฉันคิดว่ามันเกเป็นไอเดียที่ดีเลยนะโอปป้า”

ซังจินได้จิบกาแฟและพูดออกมา

“ฉันหมายความว่า…เอาหละ…สิ่งที่ดีที่สุดก็คือสิ่งที่ทำได้ จับต้องได้”

“เข้าใจแล้ว แล้วมันมีอะไรที่สามารถจะช่วยโอปป้าได้บ้างหละ”

“อย่างแรกจงแข็งแกร่งขึ้น และยิ่งเธอแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ก็จะสามารถช่วยทีมได้มากเท่านั้น”

“โอเค แล้ว?”

สิ่งที่ซังจินพูดออกมานั้นชัดเจนมาก เนื่องจากว่ามีนเป็นการอยู่รอดชีวิต ซังจินได้พยายามคิดไปลึกๆ บางอย่างที่เธอสามารถจะช่วยเขาได้ แล้วในที่สุดเบสโกโร่ที่เงียบมาตลอดเวลาก็ได้พูดขึ้น

‘นายกำลังพูดอะไร เค? ลองขอให้เธอเรียกตอนกลางคืนสิ มันมีหลายอย่างที่จะทำได้หลังจากการจู่โจม’

ซังจินได้ถอดเขาออกมาในทันที ซังจินได้ลืมเรื่องเกี่ยวกับเขาไปเพราะการเงียบที่ยาวนานของเขา

‘ฮ่าห์…’

ซังจินได้ถอนหายใจและบอกกับเธอ

“สิ่งที่นายสามารถจะช่วยฉันได้…”

ในตอนนี้เขาได้คิดไปถึงการซือดาบบลัดเวเจนแทนเขา

“ที่ลาทเอจ…ฉันมีบางสิ่งที่อยากจะต้องดูแลพวกนั้น”

“โอเค โอปป้า”

เซรินได้เดินตามมา ซังจินได้เดินไปที่ตลามืดพร้อมกับเซริ จากนั้นซังจินก็ได้นึกบางอย่างออก

“โอ้ใช่แล้ว เซรินยังไงซะ….”

เซรินได้มองขึ้นไปที่ซังจิน

“ถ้าหากว่าเธอเห็นใครบางคนที่มีชื่อว่าเอ็ดหรือเอเดรี่ยน คุณจะต้องจัดการเขา เขาเป็นคนที่เป็นฆาตกร ข้วยฆ่าเข้าที เขาเป็นคนผมลอนด์และใช้เวทมนตร์ ฉายาของเขาน่าจะเป็น…สุดยอดจอมเวทย์”

“สุดยอดจอมเวทย์เอ็ด…แต่ทำไมหละ”

ใบหน้าของเขาได้เริ่มแข็งขึ้นในขณะที่จะพูดออกมา

“คนๆนั้น…เขาได้ยิงเวทย์ไปที่ด้านหลังเพื่อนในวินาทีสุดท้าย”

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย < ตอนไล่อิ้งแล้วครับ