0 Views

Chapter 111 – Black Market Tenth Shopping

ซังจินได้ถูกเทเลพอตมาที่ตลาดมืดพร้อมๆกับเสาแสง การจู่โจมมันได้จบลงไปแล้ว

‘ฉันไม่เชื่อว่าฉันจะได้เคลียบอสตัวเดิมไปถึงสามครั้ง…’

ซังจินได้ไปนั่งอยู่ที่ร้านของซุยราน จากนั้นโอเปอเรเตอร์ก็ได้พูดกับเชส

[ขอแสดงความยินดีด้วยกับนักล่าทุกคนที่สามารถจะข้ามผ่านบทที่ 10 มาได้]

ซังจินได้ลุกขึ้นและมองไปที่ลูกบาศก์

[การจู่โจมถัดไปจะเริ่มในอีกสองวันต่อจากนี้ วันนี้และวันพรุ่งนี้ก็คือช่วงเวลาแห่งการผักผ่อนและจัดการกับธุระของตนเอง]

‘อา…ใช่แล้ว’

มันมีเวลาพักผ่อนสองวันก่อนที่การจู่โจมจะเริ่มขึ้น ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเขา เขาไม่ได้สนใจมันมากนักเนื่องจากเขาต้องการที่จะเอาชีวิตรอดเท่านั้น แต่ในตอนนี้เขาจะต้องคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ จากนั้นซุยรานก็ได้เดินเข้ามาหาเขา

“คุณต้องการจะรับอะไร ท่านนักล่า”

ซังจินได้ครุ่นคิดถึงเมนูอาหารของเขาอยู่ครู่หนึ่ง ซังจินได้ตกอยู่ในลาวาที่ร้อนแรงมานานมากในก่อนหน้านี้ ซังจินจึงถามเธอกลับไป

“เธอพิจะมีโค๊กไหม?”

“แน่นอน พวกเรามี”

“ถ้านั้นเอาโค๊ก”

“โอเค ได้แล้วหละ”

ซุยรานได้นำแก้วน้ำโค๊กมามอบให้แกซังจินพร้อมกับก้อนน้ำแข็งเย็นๆ ซังจินได้ดื่มมันลงไปอย่างหิวกระหาย

“ฮ่าห์…มันเยี่ยมมาก”

การดื่มโค๊กมันเหมือนกับจะทำให้ความร้อนและความเมื่อยล้าหมดไป ซังจินได้วางโค๊กไว้ข้างๆในขณะที่ตรวจสอบไอเทมที่ได้รับมาในรอบนี้

“โอเปอเรเตอร์ส่งไอทมทุกอย่างที่ได้มาในรอบนี้มาให้ฉัน…ยกเว้นผลไม้วิวัฒนาการและก็หินเอนชานต์”

โอเปอเรเตอร์ได้ส่งไอเทมกองใหญ่ออกมาให้กับซังจิน ซังจินได้เงยหน้าขึ้นไปและจระหนักได้ถึงบางอย่าง

‘โอใช่แล้ว…มันมี…เหลืออีกหลายอย่าง’

เขายังเหลือหัวใจของมังกรและก็’มู – ปากกาตอบกลับ’ ที่ยังไม่ได้ตรวจสอบเพราะว่าเขาได้ถูกอาเรี่ยนมาขัดไว้ และในตอนปากกาเขาก็ได้ยุ่งอยู่กับการช่วยเซริน

ซังจินได้หยิบไอเทมทั้งสองชิ้นออกมาจากกองไอเทมและวางมันไว้บนโต๊ะ อย่างแรกที่เขาตรวจสอบก็คือหัวใจมังกร มันมีลักษณะภายนอกคล้ายๆกับหินสีดำ แต่มีพื้นผิวเรียบ ซังจินได้หยิบเอามันขึ้นมา และครู่หนึ่งโอเปอเรเตอร์ก็ได้แสดงหน้าต่างสถานะออกมา


หัวใจมังกร – ต้นกำเนิดมานา
วัสดุระดับตำนาน

หัวใจที่มอบมานาให้กับมังกรจำนวนมหาศาล มันเป็นสิ่งที่มีค่ามากเนื่องจากมันได้รับการประเมินว่าเป็นแร่เกรดสูงที่สุด


มีช่างตีเหล็กเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้สัมผัสกับมัน

ซังจินได้นึกไปถึงคาร์กอตทันทีเมื่อเขาได้อ่านข้อมูล

‘ช่างตีเหล็กเพียงไม่กี่คน เขาเป็นคนเดียวที่อยู่ในตลาดมืดดังนั้น…’

ซังจินได้เก็บไอเทมกลับลงไปในลูกบาศก์ ในตอนนี้มีไอเทมชิ้นเดียวเท่านั้นที่เหลืออยู่นั้นคือปากกาที่อาเรี่ยนได้มอบให้แก่เขา

‘ลองใช้มันดู ฉันไม่รู้ว่ามันจะนับเป็นคำใบ้หรือไม่’

ตามมาด้วย

‘มันสนุกมากเจ้ามนุษย์ ฉันหวังว่าของขวัญของฉันจะช่วยให้นายหลุดพ้นจากโชคชะตาที่น่าเศร้าได้’

ซังจินได้หยิบปากกาขึ้นมาในขณะที่พึมพัมกับตัวเอง

“แล้วมันจะช่วยยังไง…”

เขาไม่เข้าใจมันเลยจริงๆ มันไม่เหมือนกับ ‘ไอโอ – แหวนแห่งจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่’ มันไม่ได้มีลักษณะที่จะช่วยในการต่อสู้ได้เลย ซังจินได้ยกปากกาขึ้นมา


มู – ปากกาตอบกลับ
ปากกาธรรมดา

เขียนคำสะกด – เขียนข้อความที่เก็บเอาไว้ เมื่อเขียนข้อความไปแล้วมันจะสูญเสียความสามารถ


ปากกาที่ใช้ในการส่งข้อความที่ยากที่จะพูดออกมา

‘…บ้าอะไรกัน มันเป็นไอเทมระดับธรรมดา’

ซังจินรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เขาค่อนข้างจะแน่ใจอยู่แล้วว่ามันจะไม่มีประโบชน์มรก่่ีต่อสู้ แต่ว่าลึกๆแล้วเขาก็ยังหวังให้ความคิดของเขาผิดพลาด

‘เอาหละ ไม่ว่ายังไงก็ตามในกรณีนี้….ฉันควรจะตรวจสอบข้อความที่มันได้เก็บเอาไว้’

ซังจินได้หยิบเอาผ้าเช็ดปากขึ้นมาบนโตธ ผ้าเช็ดปากนี้มันดูแข็งแรงพอที่จะเขียนอะไรลงไปได้ เขาได้วางปากกาลงไปและพูดออกมา

“เขียนสะกด”

ปากกาได้เริ่มที่จะขยับด้วยตนเอง ซังจินได้ปล่อยปากกาไว้ให้มันเขียนเอง

‘ผู้ที่ค้นหาคำตอบจะพบกับคำถาม…’

แต่แล้วข้อความที่คุ้นเคยอย่างน่าแปลกใจก็ได้โผล่ออกมา

‘และผู้ที่ค้นหาคำถามก็จะพบกับคำตอบ’

ซังจินได้อ่านข้อความจนจบและคิดไปถึงร้านมืดมิดยิ่งกว่าสีดำ พ่อค้าของที่นั่นได้พูดเช่นนี้เป็นครั้งคราว ปากกามันยังคงเขียนต่อไป

‘4.30 ในตอนเช้า มุ่งหน้าไปที่เขตสามอาคารที่อยู่หลังสุดทางขวา ชั้นใต้ดิน’

เมื่อมันได้เขียนเสร็จปากกามันก็ได้ตกลงไปนิ่งๆที่ด้านข้าง มันได้ทำหน้าที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว ซังจินได้ตรวจสอบพวกคำสุดท้ายที่มันได้เขียน จากนั้นก็พึมพัมกับตัวเอง

“นี้มันคืออะไร..”

ปากกานี้มันได้เขียนวิธีแนะนำการไปที่ร้านมืดมิดยิ่งกว่าสีดำ

‘อืม…จิรงๆแล้วมันก็คือหนทางเดียวที่จะเปลื่ยนชะตากรรมของตนเอง…’

ปัญหาก็คือซังจินได้รู้ถึงเรื่องนี้อยู่แล้ว เขาได้นึกไปถึงอดีต

‘เมือฉันได้ยินเกี่ยวกับพ่อค้าลับเป็นครั้งแรกครั้งแรก…มันเป็น…ในการจู่มโจมก่อนที่จะถึงการจู่โจมสุดท้าย…’

ความทรงจำของเขาได้ย้อนกลับมา และครู่หนึ่งเขาก็นึกย้อนกลับไป

‘ฉันพยายามจะไปที่นั่นในตอนกลางคืน และมีนก็อยู่ที่นั่น’

‘จริง?’

‘จริง มันขายแม้แต่ไอเทมที่จะช่วยให้นายสามารถข้ามไปมิติอื่นได้’

‘มิติอื่น? ยังไง?’

‘ฉันจะไปรู้ได้ยังไง? เขาบอกมา…บางอย่างเช่นการล่าฆาตกรในมิติอื่นๆ’

‘แต่ตอนนี้มันเหลือเพียงแค่พวกเราสิบคนแล้ว ในตอนนี้มันจะมีความหมายอะไรถ้าหากไปมิติอื่น?’

‘เอาหละ นั่นมันเป็นเรื่องจริง…’

คนที่บอกเรื่องนี้แก่ซังจินแน่นอนว่าก็คือ

“เอ็ดเวิร์ด…”

เป็นสุดยอดจอมเวทย์เอ็ด ซังจินได้มองไปที่ผ้าเช็ดปากในขณะที่คิด

‘เดียวก่อนนะ…มันหมายความว่าฉันได้พบกับอาเรียน…และชนะ? จากนั้นทำไม…’

อาเรียนได้พูดเอาไว้ว่าปากกามันอาจจะช่วยเปลื่ยนชะตากรรมของเขาได้ และจุดประสงค์ของปากกาก็คือการแสดงเส้นทางที่จะไปหาพ่อค้ารับ และซังจินก็รู้เรื่องนี้อยู่แล้ว อาเรี่ยนได้บอกกับเขาว่า

‘…ฉันไม่สามารถจะบอกนายได้มากกว่า…แม่ได้เตือนไม่ให้ฉันมีส่วนร่วมเกี่ยวกับมัน’

นั่นมันหมายความว่าซังจินได้ตระหนักถึงความลับของอาเรี่ยนที่กลัวจะพูดออกมาดังๆอยู่แล้ว

‘มันเกิดขึ้นได้ยังไงกัน?’

ซังจินรู้สึกถึงกับสถานการณืนี้ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เขาจะสามารถคิดออกได้เพียงลำพัง ถ้าเขาสามารถจะกลับไปถามกับเอ็ดเวิร์ดได้ด้วยตนเอง มันก็จะนำไปสู่บางสิ่งบางอย่าง แต่นั่นมันก็เป็นความคาดหวังที่เป็นไปไม่ได้

เขาได้ตายไปแล้ว และการพบกับเขาอีกครั้งก็ไม่เป็นผลดีเพระาเอ็ดเวิร์ดในตอนนี้ไม่สามารถจะจำเรื่องราวในตอนนั้นได้

‘อย่างแรก…ฉันควรจะไปคุยกับเขาในตอนเช้า พ่อค้านั่น…เขาไม่ตอบคำถามทุกๆอย่างที่ฉันขอ แต่ว่า….อย่างน้อยฉันก็สามารถจะแสดงผ้าเช็ดปากให้เขาดูได้’

ซังจินคิดในขณะที่วางปากกาลงไปในลูกบาศก์และเก็บผ้าเช็ดปากลงไปในกระเป๋า จากนั้นเขาก็เริ่มตรวจสอบไอเทมทีลอย่าง

นี่มันเป็นไอเทมที่ได้รับมาจากพวกฆาตกร จำนวนทั้งหมดที่เขาล่ามาได้ก็คือ 8 คน ดังนั้นเขาจึงได้รับไอเทมมาทั้งหมด 16 ชิ้น ไอเทมส่วนใหญ่มันเป็นระดับวีรชน

ซังจินได้ตรวจสอบแต่ละอันและทุกๆชิ้น ต้องขอบคุณบทการจู่โจมที่ดำเนินไปจึงได้ทำให้ไอเทมของฆาตกรทุกๆชิ้นเป็นของระดับวีรชน

‘นี่มัน 4500 และ 5500 เหรียญ’

‘นี่มัน 6000 ไปจนถึง 8000’

จำนวนไอเทมที่เพิ่มมาขึ้นมันได้ทำให้มูลค่าเฉลียของไอเทมเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นมันจึงทำให้เขาได้รับกำไรมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน

“เอ๊ะ?”

ในรายการไอเทม ซังจินได้พบกับดาบที่เขามีอยู่แล้ว มันคือบลัดเวเจนอีกเล่มหนึ่ง

“ตอนไหนกันที่ฉันหยิบมันมา?”

มีเหตุผลที่ทำให้ซังจินไม่ได้สังเกตุเห็นมันในตอนแรก มันเนื่องจากว่ามีการเปลื่ยนฝักดาบไป มีเพียงแค่สีของมันเท่านั้นที่ได้เปลื่ยนไปจากเดิม แต่ว่าเนื้อหารายละเอียดต่างๆของมันยังคงเป็นเช่นเดิม

‘ถ้าหากว่ามันเหมือนกัน….ฉันก็สามารถจะใช้มันสำหรับการอัพเกรด’

ซังจินได้คิดกับตัวเองและไม่ได้ตั้งราคาสำหรับไอเทมชิ้นนี้ เขาไม่รู้ว่าจะสามารถนำไอเทมไปผสมกับหินเอนชานต์เพื่ออัพเกรดไอเทมได้หรือไม่

แต่มันก็มีโอกาสสูงที่จะพบบลัดเวเจนอีก เพราะว่ามันมีขายอยู่ตามร้านทั่วๆไป

ซังจินได้จดบันทึกไอเทมทั้งหมดยกเว้นบัลดเวเจนและเก็บพวกมันลงไปในลูกบาศก์

เขาได้ทำแบบนี้มาบ่อยพอที่จะสามารถมองราคาสินค้าออกได้โดยการที่เพียงแค่มองผ่านๆ เมื่อเขากำหนดราคาเสร็จเขาก็มุ่งหน้าไปที่ร้านประมูล

เมื่อเขาได้มาถึงเขาก็ส่งลิสไอเทมออกไปและพูดออกใส

“ช่วยตั้งราคาของมันตามนี้”

จากนั้นเขาก็ส่งไอเทมจำนวนมากออกไป

“รับทราบท่านนักล่าที่รัก”

เขาได้โค้งคำนับแก่ซังจิน ในความจริงแล้วซังจินเป็นคนเดียวที่สามารถจะเอาไอเทมมาลงประมูลได้เป็นสิบๆชิ้น

เมื่อเขาได้เสร็จสิ้นธุระแล้ว ซังจินก็ได้ตัดสินใจที่จะไปหาคาร์กอตก่อนที่จะกลับโรงแรม เขาต้องการจะรู้เกี่ยวกับหัวใจมังกน และใช้หินเอนชานต์ของเขา แต่แล้วเขาก็นึกออกถึงบางสิ่งบางอย่าง

‘ตอนนี้ฉันพึ่งจะนึกออก…’

ซังจินได้กลับไปที่ร้านประมูลและถามกับหมู

“เฮ้ มีบลัดเวเจนอยู่ในการประมูลไหม? มันเป็นดาบระดับตำนาน”

มันไม่สามารถจะซื้อสิ้นค้าชิ้นที่สองได้ภายในตลาดมืดนอกเหลือไปจากไอเทมใช้งานปกติ

แต่ถ้าหากว่ามันได้ถูกขาดโดยนักล่าคนอื่น เขาก็สามารถจะซื้อมันมาได้และใช้มันในการอัพเกรดดาบ แต่ว่ามนุษย์หมูได้ตรวจสอบลิสอยู่พักหนึ่งก่อนจะส่ายหัวออกมา

“มันไม่มีเลย ท่านนักล่า”

‘อา…ฉันว่าแล้ว…’

“ฉันควรจะส่งข้อความไปถึงท่านไหมเมื่อมีการนำมันมาลงประมูลในภายหลัง”

“นั่นมันจะดีมากเลยหละ”

ซังจินได้ตอบกลับไปทันที แต่แล้วจากนั้นเขาก็คิดขึ้นได้ว่า

‘จะเกิดอะไรขึ้นถ้า…ฉันใช้ฟรานซ์ นาดา และเซริน…?’

หินเอนชานต์มันเป็นไอเทมที่ยากจะได้รับ มันไม่ได้มีขายอยู่ทั่วไปตามท้องตลาด แต่ในทางกลับกันบลัดเวเจนมันสามารถจะหาซื้อได้โดยใครก็ตามที่มีเงินถึง 9800 เหรียญ

ตั้งแต่ที่เขาได้มันมาเล่มหนึ่งในก่อนหน้านี้ ถ้าเขาสามารถจะได้รับชิ้นที่สองเพิ่มเติมมา เขาก็จะสามารถอัพเกรดมันได้ในทันที การแลกเปลื่ยนกับผู้ถูกเลือกมันจะต้องเป็นไปได้แน่นอน

‘งั้นเอาเป็นวิธีนี้แหละ’

ซังจินได้กำหมัดและทุบไปที่มืออีกข้างหนึ่ง จากนั้นเขาก็จะสามารถใช้หินเอนชานต์สามก้อนในการอัพเกรดอาเทอร์มิโอได้

‘นั่นมันเยี่ยมมาก’

ซังจินได้คิดในขณะที่ได้ไปทางโรงตีเหล็กของคาร์กอต คาร์กอตกำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่บนโต๊ะ เขาได้เห็นซังจินและพูดออกมา

“โย่ ดูดีนี่น่า นายนักล่าที่ใช้ดาบคู่ แล้วดาบมูนสเปคมันเป็นยังไงบ้างหละ?”

ซังจินได้ตอบกลับไป

“มันมากเกินกว่าที่ฉันคิดเอาไว้ซะอีก”

มูนสเปคได้กระซิบกับเขา

‘ช่วยบอกกับเขาทีว่าข้ารู้สึกขอบคุณเขามากที่เขาช่วยให้ข้าสามารถจะส่งเสียงออกมาได้อีกครั้ง’

ซังจินได้พูดมันออกมา

“มูนสเปคก็ขอขอบคุณนายเช่นกัน”

คาร์กอตได้มองมาอย่างอายๆเล็กน้อยในขณะที่ตอบกลับไป

“ใช่แล้ว เอาหละ….อะไรที่นายต้องการจะมอบหมายให้ฉันทำเป็นชิ้นต่อไป”

ซังจินได้ยิ้มและพูดออกไป

“ยังไงก็ตาม ฉันมีบางอย่างที่ต้องการจะให้นายทำ”

“โอ้ มันคืออะไรหละ?”

ซังจินได้หยิบเอาหัวใจมังกรออกมาจากลูกบาศก์ในขณะที่พูดออกมา

“นายรู้ว่านี้มันคืออะไรใช่ไหมคาร์กอต?”

แต่ว่าซังจินได้ได้ต้องการคำตอบกลับมาใดๆ ช่วยเวลาที่ซังจินได้ดึงเอาหัวใจมังกรออกมาจากลูกบาศก์ ดวงตาของคารน์กอตก็ได้เหลือกขึ้นอย่างประหลาดใจ

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <