0 Views

Chapter 110 – Red Dragon’s Lair (16)

ไม่มีใครตอบเขากลับไป คำพูดที่ว่า

‘ฉันจะฆ่ามังกรแทนพวกนาย’

มันเป็นไปไม่ได้ในสายตาของพวกเขา ซังจินได้มองไปรอบๆ โชคดีที่ว่ามีศพของโกเลมอยู่ใกล้ๆ

ซังจินได้หยิบมูนสเปคออกมาและเดินเข้าไปหามัน จากนั้นเขาก็หาจุดที่เหมาะสมก่อนที่จะเหวี่ยงดาบ ร่างกายของโกเลมได้ถูกตึดออกจากกันราวกับเนย

“ครึก”

ในเวลาเดียวกัน ปากของนักล่าก็ได้อ้าขึ้น

“ครึก”

ลดดาบลง ซังจินได้เหวี่ยงดาบไปรอบๆ และชี้ไปที่เกล็ดมังกรเพื่อที่จะพูดออกมา

“ฉันได้ฆ่ามังกรตัวนี้ไปแล้วสองครั้ง ชุดเกราะที่ฉันใส่อยู่นี้ก็เป็นหลักฐานยืนยันได้ ดังนั้นฉันจะถามอีกครั้ง พวกฆาตกรอยู่ที่ไหน”

จากนั้นใครบางคนก็ได้ตอบกลับมา

“ก่อนหน้านี้เมื่อตอนที่รากำลังฆ่ามอนสเตอร์….ได้มีคนยิงธนูพลาดเป้า ครึ่งปีศาจจึงได้พุ่งเข้ามาหาพวกเรา เราจึงต้องเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ทั้งสองตัวพร้อมๆกัน ในขณะนั้นก็ได้มีนักล่าเสียชีวิตไป 3 คน…และในตอนนั้นมันก็มีการขัดแย้งเกิดขึ้นจึงได้ทำให้คนตายไปอีก 3 คน ใช่แล้วมันเคยมีฆาตกรในก่อนหน้านี้…แต่ว่าตอนนี้มีเหลือเพียงแค่คน 4 คนเท่านั้น

“จริง?”

ซังจินได้ขมวดคิ้ว เขาได้มาที่นี่โดยที่มีเป้าหมายที่จะล่าฆาตกร แต่ว่าในรอบนี้ไม่มีฆาตกรอยู่เลย

‘เอาหละ ฉันเดาว่ามันจะต้องมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้น…’

“ฮ่าห์…”

ซังจินได้นั่งลงที่ด้านหน้าของคนอื่นๆ ในรอบนี้การจู่โจมมันจะยากกว่ารอบอื่นๆเป็นพิเศษ โดยเฉพาะความยาวนาน

เคลียมังกร พบกับชิ้นส่วนลับ ผ่านบททดสอบของแม่มังกร พบกับเซรินในระหว่างล่าฆาตกร และฆ่ามังกรเป็นครั้งที่สอง

‘หลายๆสิ่งหลายๆอย่างได้เกิดขึ้น…’

นักล่าได้มองอย่างกังวลเมื่อเห็นซังจินยังคงนั่งต่อไปกับที่

“งั้น…อา…นายกำลังจะไปฆ่ามันให้เราจริงหรอ? เจ้ามังกรตัวนั้น”

ซังจินได้มองไปที่พวกเจา พวกเขาเนคนที่น่าสงสาร มุกคนที่มีทักษะน้อยกว่าสิบคนสุดท้ายมันเกือบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะจัดการมังกรเพียงแค่ 4 คนถ้าหากว่าซังจินเลือกที่จะไม่ช่วยพวกเขา พวกเขาก็จะได้ไปทัวนรกแน่นอน แต่ว่ามันก็ไม่มีประโยชน์ที่ดีพอที่ซังจินจะช่วยพวกเขา

‘ถ้าฉันทำสัญญากับพวกเขา แต่…’

มันไม่ใช่เรื่องง่ายแม้แต่กับเขาที่จะเผชิญหน้ากับมังกร และอีกอย่างเขาจะต้องต่อสู้โดยปราศจากความช่วยเหลือจากเคน ซาดาเมียร์ ถ้าเขาโชคร้าย มันก็สามารถที่จะนำเขาไปสู่อันตรายได้ลย ซังจินไม่สามารถจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปได้

‘ฉันควรจะทำยังไงดี? พวกเขากำลังจะเข้าไปสู่ความตายแน่นอน ฉันควรจะทำเช่นไรกับพวกเขา?’

การท้าทายมังกรมันจะใช้ชีวิตของซังจินเป็นเดิมพัน แต่ในทางกลับกันมันไม่มีอะไรเลยที่จะได้รับกลับมา หนึ่งในพวกเขาเหล่านั้นดูเหมือนกับจะรู้สิ่งที่ซังจินคิด เขาจึงเริ่มขอร้องออกมา

“ได้โปรด”

“ท่านผู้ช่วย ได้โปรดช่วยพวกเราด้วย”

ซังจินได้เกาไปที่หัวของเขา เขาไม่ามารถจะพูดอะไรออกไปได้หลังจากที่ได้ยินคำขอร้องที่จริงใจจากพวกเขา แต่ในขณะเดียวกันความสิ้นหวังของพวกเขาก็ได้ทำให้เขานึกถึงบางอย่าง ซังจินได้มองลงไปที่แหวนของเขา

‘ถ้าพวกเขาเต็มใจที่จะจูบแหวนี้…ฉันก็จะได้รับเหรียญขาว’

พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับความตายที่ได้ใกล้เข้ามา ไม่มีใครที่จะปฏิเสธแหวนที่สามารถจะช่วยชีวิตของพวกเขาได้

“อา เอาหละ สัญญาเป็นสัญญาแต่ว่าพวกนาย 4 คนก็จะต้องสัญญากับฉันด้วยว่า”

“เรื่องอะไร…?”

“จูบที่แหวนของฉันก่อนที่ฉันจะไปสู้กับมัน เพียงแค่พวกนายจะต้องรู้เอาไว้ว่าพวกนายจะได้รับเหรียญดำน้อยลง 10% ในทุกๆการจู่โจม พวกนายจะทำมันไหม”

พวกนักล่าได้หยักหน้าออกมาอย่างไม่ลังเล

“ฉันจะทำ”

“ฉันก็ด้วย”

พวกเขาได้เข้ามาจูบที่แหวนของซังจินที่ละคน

[คุณจะถูกลดเหรียญรางวัลการจู่โจมลง 10% ในอนาคต]

โอเปอเรเตอร์ได้เตือนพวกเขาออกมา แต่ว่าพวกเขาก็ไม่สนใจ การลดเหรียญดำ 10% มันเทียบไม่ได้เลยกับความตายในตอนนี้ ต้องขอบคุณนักล่าเหล่านี้ที่ได้ทำให้ซังจินได้รับเหรียญขาวเพิ่มอีก 4 เหรียญ

‘สุดยอด…มันดีกว่าการที่ได้พบกับฆาตกรสี่คนซะอีก…’

ซังจินได้คิดขึ้นในขณะที่เขาเตรียมตัวที่จะจัดการมังกรอีกครั้ง อย่างแรกเขาได้จัดการกับแต้มสเตตัส 23880 แต้มที่เขาได้รับมาในก่อนหน้านี้ เขาได้พูดกับตัวเองเอาไว้ว่าเขาจะจัเการกับแต้มสเตตัวในทันทีเพื่อที่จะเอาไปเพิ่มโบนัสให้กับพวกผู้ถูกเลือก แต่ว่าเขาก็ได้ลืมเกี่ยวกับมันไปเมื่อได้พบกับเซริน

“โอเปอเรเตอร์อัพค่าความแข็งแกร่ง 5000 ความคล่องแคล่ว 5000 ความอดทน 5000 พลังเวทย์ 5000 และก็พลังจิตใจ 3880”

[เรียบร้อย]

“และก็….”

ซังจินได้หยิบเอาดวงดาวไร้นามออกมา

“เปลื่ยนชื่อเป็นนักล่ามังกร”

[เรียบร้อย]

การเพิ่มดาเมจในการโจมตีมังกรสี่เท่าในตอนนี้คือสิ่งที่สำคัญ

ซังจินได้หยิบเอาดาบคู่ออกมาและสูดหายใจลึก จากนั้นเอาก็ได้หบิลเอาไอเทม ‘ไอโอ – แหวนแห่งจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่’ ออกมา

‘เสริมเวทมนตร์…ฉันควรจะใช้มันออกไปในตอนนี้ดีไหม?’ (ขอแก้จากจักพรรดิ์เวทมนตร์เป็นเสริมเวทมนตร์แทนนะครับพอดีตาลายมองผิด)

จักพรรดิเวทมนตร์มันจะช่วยเพิ่มพลังเวทย์ 5 เท่าเป็นเวลา 30 วินาที ซังจินได้คิดว่าจะลองใช้มันหลังจากที่ได้ปรึกษากับซาดาเมียร์ แต่ว่าการใช้มันในตอนนี้มันก็ดูจะไม่ใช่ความคิดที่แย่อะไร

‘แต่ถ้าหากว่าปริมาณการใช้มานากระโดดขึ้นไปเป็นห้าเท่า…’

ซังจินได้หันหน้าไปถามกับโอเปอเรเตอร์

“โอเปอเรเตอร์ สถานะของฉันเป็นยังไงบ้าง?”

ครู่หนึ่งหน้าต่างสเตตัสของซังจินก็ได้แสดงออกมา


ฉายา:นักล่ามังกร
พลังชีวิต: 153120 มานา: 157840

ความแข็งแรง: 18912 (+2837)
ความคล่องแคล่ว: 19593 (+2939)
ความอดทน: 13315(+1997)
พลังเวทย์: 11119 (+1668)
พลังจิตใจ: 13725 (+2059)

แต้มสเตตัสที่ไม่ได้ใช้: 0


เมื่อพวกนักล่าได้เห็นสเตตัสของเขา กรามของพวกเขาก็ได้ค้างไปอีกครั้ง พวกเขาตกใจมากอยู่แล้วแม้ว่าแค่ในตอนที่ซังจินตัดร่างกายของโกเลม ซังจินก็ไม่ได้สนใจพวกเขาเลยในระหว่างที่คำนวนในหัวอย่างรวดเร็ว

‘5 เท่าของพลังเวทย์ปัจจุบัน…’

ถ้าอย่างนั้นพลังเวทย์ของเขาจะพุ่งไปที่ 60000 และด้วยค่าพลังเวทย์ที่สูง เขาก็จะสามารถใช้เวทย์ได้แค่เวทย์บทเดียวเท่านั้นนั่นคือ เวทย์ระดับ 2 ฟรอสต์ไบท์

‘เอาหละ…ตั้งแต่ที่ฉันไม่มีตัวช่วยอื่นอีกแล้วฉันก็สามารถจะใช้มันได้สักทางหนึ่ง…ฉันคิดว่าฉันสามารถจะลองใช้มันออกไปได้ในตอนนี้’

ซังจินได้เสร็จสิ้นการเตรียมตัวของเขา และเดินเข้าไปทางมังกร นักล่าคนอื่นๆได้มองดูเขาและถามออกมา

“แล้ว…พวกเราควรจะทำอะไร?”

ซังจินได้หันไปหาพวกเขาและพูดออกมา

“ถ้านายไม่อยู่ในอันตราย ก็โจมตีจากระยะไกลได้ตามสบายเลย”

“โอเค”

“เข้าใจหละ”

ซังจินได้เดินเข้าไปในถ้ำของคาลกัลป์อีกครั้งหนึ่ง มังกรในมิตินี้มันยังคงหลับไหลอยู่

เขาได้เตรียมดาบขึ้นมา

“วูววว….”

และสูดหายใจก่อนที่จะพุ่งเข้าไปหามังกร เสียงของคนได้วิ่งเขามามังกรจึงเปิดตาขึ้นและมองมาที่ซังจิน มันได้พูดออกมา

“หืมม? นั่นมันอะไรหนะ? แก? ได้รับเกราะที่สร้างจากเกล็ดที่เหมือนกับเกล็ดของข้ามาได้ยังไง?”

‘มันเป็นเกล็ดของแกเลยหละ’

ซังจินได้คิดขึ้นในขณะที่วิ่งเข้าไปหามังกร

“เอาหละ…ยังไงก็ตามตาบไปซะ”

มังกรที่พึ่งจะตื่นขึ้นมามันไม่ได้เป็นอันตรายมากนัก นิสัยที่หยิ่งยโสของมันได้ทำให้มันโจมตีช้าๆ และรูปแบบของมันก็เป็นแบบง่ายๆ

ในตอนนี้มันได้กลายเป็นศัตรูที่ซังจินคุ้นเคยไปแล้ว ซังจินจึงมีโอกาสที่จะโจมตีมัน

เขาได้หลบการโจมตีของมังกรอย่างเชี่ยวชาญและเหวี่ยงดาบกลับไป แต่ว่า

“อาาา”

ผลของมันได้มากยิ่งกว่าที่เขาคาดเอาไว้ มันอาจจะเป็นเพราะว่าฉายานักล่ามังกรเป็นฉายาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับที่จะใช้กับมังกร หลังจากโจมตีไปได้ไม่กี่ครั้ง คาลกัลป์ก็ได้บินหนีขึ้นไปบนอากาศ

“ข้าจะเผาแก”

ซังจินรู้อยู่แล้วว่ามันต้องการจะทำอะไร คาลกัลป์มันได้เตรียมพร้อมที่จะโจมตีด้วยลมหายใจ

‘ไอโอ…ฉันควรจะลองใช้มันในตอนนี้ไหม?’

ซังจินได้เอื้อมมือไปทางคาลกัลป์และพูดออกมา

“เสริมเวทมนตร์”

ทันใดนั้นแหวนบนนิ้วของเขาก็ได้สว่างขึ้น วัตถุที่อยู่ภายในแหวนก็เริ่มเปล่งแสงออกมา ในขณะเดียวกันซังจินก็เริ่มรู้สึกถึงการเปลื่ยนแปลง

จิตใจของเขาได้เริ่มขุ่นมัว และถึงแม้ว่ามันจะไม่ชัดนัก เขาก็สามารถจะรู้สึกได้ถึงพลังจำนวนมหาศาลในร่างของเขา

‘นี่มัน…เป็นผลของเสริมเวทมนตร์’

ทันใดนั้นซังจินก็ได้เริ่มตะโกนออกไปทางคาลกัลป์

“จงพันธนาการด้วยน้ำแข็ง ฟรอสต์ไบท์”

และความเย็นที่น่าเหลือเชื่อก็ได้ออกมาจากมือของเขา ลาวาได้แข็งตัวไปในทันทีทั่วทั้งสถานที่ คาลกัลปฺก็ได้ถูกกระแทกด้วยคลื่นความเย็น มันได้กระพือปีอยู่สองสามครั้งก่อนที่มันจะถูกแช่แข็งและตกลงมาที่พื้น

“ตูมมมม”

ซังจินได้มองลงไปที่มือของเขาที่ปล่อยความเย็นออกมา

‘นี้มัน….’

มันเป็นจำนวนี่เพิ่มมากขึ้น 5 เท่า แต่ว่าผลกระทบของมันดูมมากยิ่งกว่า 5 เท่าซะอีกคาลกัลป์มันก็ดูประหลาดใจเช่นกัน ดังนั้นมันจึงได้พยายามที่จะูดออกมา

“ได้…ยัง…ไง..กัน…เจ้า…มะ…นุษย์..”

ซังจินได้ตัดสินใจที่จะปิดชีวิตของมัน ครึ่งล่างของมังกรมันได้แข็งตัวอยู่ตั้งแต่อยู่บนอากาศแล้ว มันไม่สามารถจะขยับตัวได้ ซังจินได้ตะโกนออกมาในขณะทีวิ่งเข้าไปหามังกร

“คลั่ง”

วิสัยทัศนืของเบสโกโร่ได้เปลื่ยนไปเป็นสีแดง และซังจินได้เริ่มขยับดาบเร็วยิ่งขึ้นไป

คาลกัลป์ได้พยายามที่จะหลบหนี แต่ว่าหลังจากที่มันถูกโจมตีโดยเวทมนตร์ มันก็ไม่สามารถจะหนีไปไหนได้ และมันก็ไม่สามารถจะทนกับการจู่โจมได้ก่อนที่จะเสียชีวิตลงไป

[ขอแสดงความยินด้วย]

[บอสมอนสเตอร์มังกรแดงคาลกัลป์ได้ถูกกำจัด]

ซังจินได้จัดการล้มมังกรคาลกัลป์เป็นครั้งที่สาม

“วูว…”

เขาได้ถอนหายใจขออกมาสั้นๆ

‘ฉันแข็งแกร่งขึ้น แต่ว่ามันไม่ใช่ตัวฉัน’

เขามีความรู้สึกว่าสิ่งนี้มันชัดเจนมาก ในตอนแรกที่เขาเผชิญหน้ากับคาลกัลป์ การต่อสู้กับบมังก็มันยากลำบากมาก แต่ในการต่อสู้ครั้งที่สามมังกรได้พ่ายแพ้ไปโดยที่ไม่สามารถจะโต้กลับมาได้เลย

การเติบโตขึ้นของสเตตัส เกราะเกล็ดมังกร และฉายานักล่ามังกร ทั้งหมดนี้มันมีส่วนช่วยอย่างมาก แต่ที่น่าจดจำที่สุดก็คือ ‘ไอโอ – แหวนแห่งจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่’

ตั้งแต่ที่เขาสามารถจะดึงมังกรลงมาจากฟ้าได้ด้วยเวทย์ระดับสองเพียงบทเดียว

‘ถ้า…ฉันสามารถจะหาวิธีใช้มันให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด…’

เชช่นเดียวกับที่อาเรี่ยนบอกมา มันใกล้เคียงที่จะพอเปลื่ยนโชคชะตาของเขาได้ ซังจินได้หมุนแหวนไปรอบๆให้มันเข้าที่ เขาต้องการที่จะดูวัตถุด้านในนั้น

แต่นักล่าคนอื่นๆได้วิ่งเขามากอดเขาและตะโกนออกมา

“ขอบคุณมาก”

“พวกเราได้รับการช่วยเหลือเอาไว้โดยนายนักล่ามังกร

“นายคือผู้ช่วยชีวิตของฉัน”ฃ

“ขอบคุณมาก ขอบคุณจริงๆ”

ซังจินได้ถูกล้อมรอบเหมือนกับในตอนที่ทีมเบสบอลได้รับชัยชนะ นี้มันเป็นจุดสิ้นสุดของการสำรวจรังมังกรที่ยาวนานและเหนื่อยแห่งนี้

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <