0 Views

Chapter 109 – Red Dragon’s Lair (15)

ซังจินได้ถูกเทเลพอตมาที่มิติอื่นมันทีที่แสงสว่างขึ้น เขาได้วางแผนไว้ว่าจะค้นหานาดาทันทีที่ได้มาถึง แต่ว่าเขาก็ไม่มีโอกาสแม้แต่จะมองไปรอบๆเพราะว่าบอลไฟยักษ์ได้หล่นเข้าใส่เขาจากด้านบน

‘เอ๊ะ…’

เขาไม่มีไอเทมที่จะป้องกันมันได้มากนัก มันสายเกินไปที่จะร่ายเวทย์บางอย่าง และอาเทอร์มิโอก็พังอยู่ ซังจินจึงได้ถูกบังคับให้ใช้ไอเทมที่ปกป้องเขาอันสุดท้าย เขาได้สะบัดผ้าคลุมมาคลุมตัวเองและตะโกนออกมา

“แข็งตัว”

มันได้ปกคลุมเขาในทันที

“ตูมมมม”

บอลไฟได้ระเบิดออกมา ต้องขอบคุณที่มันได้ปกคลุมเขาทันเวลามันทำให้เขาไม่ได้รับเสียหายจากการระเบิดและปลิวออกไป แต่ว่าเขาก็ได้รับความเสียหายจากไฟไหม้

‘อึก…’

ผมของเขาไหม้ และผิวของเขาก็ไหม้เล็กน้อย แต่ว่าต้องขอบคุณเกราะเกล็ดมังกรของคาลกัลป์ มันได้ช่วยลดความเสียหายจากไฟให้กับเขา

‘นี่มันมีประโยชน์จริงๆ’

ซังจินได้คิดกับตัวเองในขณะที่มองไปรอบๆ สิ่งแรกที่เขาได้สังเกตุเห็นก็คือคาลกัลป์ที่กำลังบินไปรอบๆถ้ำ มันได้ปล่อยบอลไฟออกมาจากมือในขณะที่บินอยู่ จากนั้นเขาก็มองไปรอบๆที่นักล่าคนอื่นๆและครางออกมา

‘อา…’

เขาเห็นศพหลายศพถูกแยกออกเป็นสองส่วนหรือไม่ก็กลายไปเป็นขี้เถ้า มีเพียงนักล่าห้าคนเท่านั้นที่ยังคงมีชีวิตอยู่ ตามที่เธอได้บอกออกมา เธิกำลังตกอยู่ในอันตราย

ซังจินได้ตรวจสอบไปที่คาบกัลป์อีกครั้ง คาลกัลป์มันกำลังบินลงมาที่พื้นช้าๆ แต่ว่าซังจินก็ไม่สามารถจะมองเห็นบาดแผลบนร่างกายของมันได้ ทีมนี้ไม่สามารถจะสร้างความเสียหายแก่มันได้เลยแม้ว่าจะต้องเสียสละสมาชิกไปครึ่งหนึ่ง

‘ว๊าว…ฉันจะต้องให้ความสำคัญกับมัน…ในตอนนี้มันอันตรายจริงๆ’

ซังจินได้คิดขึ้นในขณะที่จะปะทะกับคาลกัลป์อรกครั้งหนึ่ง แต่ในเวลานี้บลัดเวเจนและมูนสเปคนั้นฟันเข้าไปได้มากกว่าแต่ก่อน

แม้ว่าเขาจะฟันเข้าไปในจุดที่ไม่เหมาะสม คาลกัลป์ก็ได้ร้องออกมาทุกๆครั้งที่ดาบของซังจินสัมผัสกับเกล็ดของมัน

‘อาใช่แล้ว….ฉันมีสิ่งนั้น’

ซังจินได้นึกขึ้นได้ว่าเขาพึ่งจะได้รับฉายานักล่ามังกรมา แม้ว่ามันจะไม่ทำให้สร้างความเสียหายได้ 4 เท่าเนื่องจากเขาไม่ได้สวมใส่มัน แต่ว่ามันก็ยังคงช่วยเพิ่มความเสียหาย 2 เท่า นาดาก็ได้ใช้เวทมนตร์ดำเพื่อที่จะสนับสนุนซังจิน

“กล้ามเนื้อตึง และกระดูกหดตัว อ่อนแอ”

เธอได้ลดความสามารถของมังกร นักล่าคนอื่นๆก็ได้ตกใจกับการปรากฏตัวของซังจิน แต่ว่าพวกเขาก็ได้เข้ามาร่วมมือกับซังจิน และแล้วซังจินก็สามารถจะล้มพวกมันได้อีกครั้งหนึด้วยความช่วยเหลือของพวกเขา

“กรรรรร….”

คาลกัลป์มันได้ร้องออกมาก่อนที่จะล้มลงไปนอนตายลงบนพื้น

“เย้!!”

“พวกเราทำได้”

ในขณะที่คนอื่นๆกำลังแสดงความยินดีกับชัยชนะ ซังจินก็ได้พิงไปที่มังกรที่ล้มลง

“วูวว…”

เขาได้ถอนหายใจออกมา มันเป็นการต่อสู้ที่ลำบาก เพราะว่าไอเทมส่วนใหญ่ของเขากำลังติดอยู่ในการคูลดาวล์ เขาไม่สามารถจะใช้ไอเทมเข้ามาช่วยได้ในรอบนี้ ถ้าหากว่าเขาไม่มีฉายานักล่ามังกร เขาก็จะต้องเสี่ยงชีวิตของตนเองเพื่อที่จะเอาชนะมัน

นาดาได้เดินเข้ามาหาซังจินที่กำลังพักอยู่ เธอได่แสดงท่าทางแสดงความขอบคุณและตอบรับเป็นครั้งแรก

“ขอบคุณนายมาก แทงค์ของพวกเราทั้งหมดได้ถูก้ผาตาย ดังนั้นพวกเขาจึงอยู่ในอันตราย แต่ว่านายก็ได้ช่วยพวกเราเอาไว้”

“อา ไม่เป็นไร แทนที….”

‘หน้าอก!! โอ้วว! มันยิ่งใหญ่มาก!!’

ซังจินได้ถอดเบสโกโร่ออกมาก่อนที่จะสูดหายใจลึกและตอบกลับไป

“เธอได้รู้แล้วใช่ไหมว่าทั้งหมดนั่นมันคือความเข้าใจผิด?”

ด้วยคำพูดนี้ิเธอได้ยกมือทั้งสองข้างขึ้นและพูดออกมา

“เอาหละ ใช้แล้ว นทยได้พยายามเพื่อที่จะช่วยฉัน…ฉันคิดว่าฉันเข้าใจนายผิดไป”

ซังจินได้หยักหน้ารับ

“นั่นมันเยี่ยมมาก ย้อนกลับไปตอนนั้น…ฉันไม่เหลือเวลาที่มากพอ…ฉันไม่มีทางเลือก”

“ฉันได้รู้ถึงมันในเมื่อคืนวา…ฉันเข้าใจ…นายอาจจะเป็นคนที่มีเหตุผล”

ซังจินได้ปรบมือและยืนขึ้นในขณะที่เขาพูดออกมา

“เอาหละ ถ้างั้น…ฉันจะต้องไปแล้ว”

“ไป? ที่ไหน?”

“,…ฉันจะต้องไปที่มิตเช่นกัน”

นาดาได้ตอบกลับมาทันทีที่เขาพูดคำนี้ออกมา

“มิติอื่น? ในตอนนี้?”

ซังจินมีหินแสงหาฆาตกรอยู่ทั้งหมดห้าก้อน แต่ว่าเขาได้ใช้เวลามากเกินไปแล้วสำหรับเรื่องนี้ ฆาตกรส่วนใหญ่มันจะเกิดขึ้นหลังจากที่ได้ฆ่าคาลกัลป์

“เอาหละ ฉันอยากจะให้คำอธิบายแก่เธอมากกว่านี้ แต่ว่า…ฉันไม่มีเวลาเหลืออยู่เลย แต่ว่า…ตั้งแต่ที่เธอสามารถจะเรียกฉันได้หนึ่งครั้วต่อสัน เธอก็สามารถจะรอจนกว่าการจู่โจมถัดไปตกอยู่ในอันตราย แต่ถ้าไม่…”

เขาได้หยุดครู่หนึ่งเพื่อที่จะคิด เขามีนัดอยู่แล้วตอน 5 โมงกับ 6 โมง

“หนึ่งทุ่ม ถ้าหากว่าเธอต้องการ ก็เรียกฉันในตอนหนึ่งทุ่ม

“หนึ่งทุ่ม…เข้าใจละ”

ซังจินได้หันไปเผชิญหน้ากับนักล่าอื่นๆอีกสี่คนและพูดออกมา

“ถ้าหากแค่ห้าคน…การจะล่ามอนสเตอร์ก็อาจจะเป็นอันตราย…”

นาดาเธอได้ยกคทาของเธอเพื่อที่จะแสดงความคิดเห็นออกมา มันเป็นคทาของเลนิน

“การล่ามอนสเตอร์ปกติเพียงแค่ห้าคนมันจะไม่เป็นอะไริตั้วแต่ที่ฉันอยู่ที่นี่”

ซังจินได้มองไปที่เธอ

“ถ้างั้นก็ใันมีชิ้นส่วนลับอยู่ที่หลังน้ำตกลาวา อย่างแรกก็ไปเอามันมาไว้ก่อน มันเป็นชิ้นส่วนลับสมบัติของมังกร

ซังจินก็ได้กล่าวเสริมบาวอย่างเข้าไปอีกเมื่อเขานึกบางอย่างออก

“อา แล้วก็อย่าไปท้ายงทายบอสลับหละถ้าเธอสามารถจะเจอ…เอาหละคนส่วนใหญ่ก็คงไม่ต้องการจะทำเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ว่า…”

“…เข้าใจแล้ว”

เมื่อเขาพูดจบ เขาก็ได้หยิบหินแสวงหาฆาตกรออกมาอีกครั้งหนึ่ง มันเป็นการพบกันที่กระทันหัน แต่ว่าเขาก็ดีใจที่สามารถจะแก้ความเข้าใจผิดไปได้

ในตอนนี้เขาได้รับพรรคพวกที่เชื่อใจและไว้ใจได้มาแล้วสามคน ซังจินจึงใช้หินแสวงหาเพื่อที่จะค้นหาฆาตกรจากที่อื่นๆต่อ

เพราะว่ามันเป็นการจู่โจมที่รวมนักล่าเอาไว้ 10 คน ดังนั้นมันจึงเป็นการจู่โจมที่ค่อนข้างจะใหญ่หรือไม่ก็เป็นแบบขาดลอย ในการเทเลพอตครั้งที่สองของเขา เขาได้มาพบกับการต่อสู้ของนักล่า 3 ต่อ 3

ซังจินได้เข้าไปร่วมด้วยและสามารถจะจัดการไปได้สองในสามคนและเก็บไอเทมของพวกนั้น การเทเลพอตครั้งที่สามเขาได้มาพบกับคนสองคนที่กำลังสู้กับอยู่เพื่อแต้มผลงาน

พวกเขาต่างก็โจมตีคนอื่นๆและเข้าสู่สถานะฆาตกรทั้งคู่ พวกเขาได้ต่อสู้เพื่อชีวิตของพวกเขา แต่ว่าฉันชนะในตอนท้ายนั้นเป็นของซังจินผู้ที่มากจากมิติอื่น เมื่อซังจินไปแยกพวกเขา พวกเขาก็ได้มองซังจินเป็นศัตรู

เนื่องจากการปรากฏตัวของศัตรูที่ไม่สามารถจะคาดเดาได้พวกเขาจึงได้พักรบกันชั่วคราว แต่ว่าพวกเขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของซังจิน พวกเขาได้ถูกฆ่าและเก็บไอเทมไป

ในมิติที่ 4 มีเพียงฆาตกรคนเดี่ยวเท่านั้นที่ยังรอดอยู่

เขาไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่นี่ แต่ว่าเขาก็ได้ฆ่าฆาตกรคนเดียวคนนี้ไปและเก็บไอเทมมา และจากนั้นเขาก็ถามกับโอเปอเรเตอร์

“โอเปอเรเตอร์เหลือเวลาเหลืออยู่อีกเท่าไหร่?”

[28 นาที 32 วินาที]

ซังจอนได้ใช้เวลาไปแล้ว 2 ชั่วโมง ฆ่าและเทเลพอต

“วูว…มันยุ่งมาก…”

ซังจินรู้สึกหมดแรง แต่อย่างไรเขาก็ได้้ดินไปที่ศพของมังกรและใช้หินก้อนสุดท้าย

“นี่มันเป็นอันสุดท้าย…และในที่สุดมันก็จะจบลง”

ในตอนท้าย เขาได้พูดขึ้น

“การแสวงหาความยุติธรรม”

เสาแสงได้ส่องลงมาบนตัวของซังจิน เมื่อซังจินได้ถูกเทเลพอตไป เขาก็ได้พยายามมองไปรอบๆหานักล่าคนอ แต่ว่าเขากลับได้พบกับคาลกัลป์ที่กำลังหลับอยู่

ซังจินได้ก้าวถอยหลังไปสองก้าว เขาไม่สามารถจะเข้าไปมกล้ปลุกมังกรออกมาได้และมังกรมันก็ยังคงหลับต่อไป ซึ่งซังจินก็ได้คิดกับตัวเอง

‘เกิดอะไรขึ้น? มันเป็นไปได้ยังไง…? เดี๋ยววนะฆาตกรทำมันก่อนที่จะได้เจอกับอส?’

มันไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เหมือนกับของนักบวช

‘ถ้าเขาตาย ฉันก็แค่อยู่เฉยๆ ถ้าเชามีชีวิตอยู่ ฉันก็จะทำมันเสียเปล่า’

ฆาตกรที่ปราศจากแผนการ พวกคนที่เป็นแบบว่า

‘แกทำให้ฉันโกรธ ตาย!!!’

พวกเขาไม่ได้สนใจผลรับหรือผลเสียอะไร พววกคนเช่นนี้มักจะทำตามอารมณ์ของพวกเขาเพียงเท่านั้น แน่นอนว่าการต่อสู้เช่นนี้มันมักจะเกิดก่อนการต่อสู้กับบอส มันเหมือนกับการฆ่าตัวตาย

‘ฉันคิดว่ามันก็อาจจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้ มันหาได้ยากว่า แต่ว่า…’

มันยังคงน่าตกใจอยู่ดีเมื่อได้เจอเหตุการณ์เช่นนี้จริงๆ

‘แล้วพวกเขาอยู่ที่ไหน? นักล่าที่มีชีวิตอยู่?”

ซังจินได้เดินออกไปอย่าวระมัดระวังเพื่อที่จะไม่ให้คาลกัลป์ตื่น และเริ่มที่จะค้นหา แต่ว่าเขาก็ไม่จำเป็นจะต้องค้นหาไกลนัก

นักล่าที่เหลืออยู่ได้รวมตัวกันอยู่ที่ทางขวาก่อนทางเข้าถ้ำ ซังจินได้นับจำนวนของพวกเขา

‘หนึ่ง สอง สาม สี่ …’

มีนักล่าเหลืออยู่ 4 คน พวกเขาไม่ได้สนใจการจู่โจมเลยและนั่งนิ่งอยู่กับที่ ซังจินได้เดินเข้าไปหาพวกเขา

“พวกนายกำลังทำอะไรกัน? ทำไมถึงได้มานั่งอยู่ที่นี่?”

พวกเขาตกใจมากที่เห็นซังจิน

“อา…? อะไร?”

“ผู้พิพากษาหรอ? นายไม่ได้อยู่ที่นี่ในตอนที่เริ่มนี่น่า”

ซังจินไม่ได้ตอบพวกเขากลับไป แต่โยนคำถามอื่นเข้าไปแทน

“ไม่ต้องสนใจเกี่ยวกับฉันหรอก…แต่มันเกิดอะไรขึ้น? พวกนายทุกคนมาทำอะไรอยู่ที่นี่?”

นักล่าทั้งสี้คนได้นั่งกับพื้นโดยที่ไร้คำพูด ในที่สุดหนึ่งในนักล่าก็ได้ถอนหายใจออกมาอย่างห่อเหี่ยว ซังจินสามารถจะเห็นความสิ้นหวังบนใบหน้าของพวกเขาได้

แม้แต่กับซังจินยังรู้สึกหวาดกลัวเมื่อจะต้องเผชิญหน้ากับมังกรในตอนที่มีสมาชิกครบ 10 คน

แต่ว่าทีมนี้เหลือกันเพียงแค่สี่คนเท่านั้น ไม่ใช่แม้แต่ครึ่งหนึ่งของจำนวนเต็ม พวกเขาต่างก็สิ้นหวัง พวกเขารู้ได้โดยไม่ต้องสงสัยเลย พวกเขาจะตายถ้าหากว่าพวกเขาท้าทายมังกรหรือว่าถ้าหากพวกเขานั่งเฉยๆจนเวลาหมดลง ในจุดจบของพวกเขามันก็เหมือนกัน ซังจินจึงได้ถามออกมา

“ฆาตกรได้โผล่ออกมาที่นี่ใช่ไหม? และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้คนลดลงสินะ แล้วตอนนี้เขาไปอยู่ไหน?”

หนึ่งในนักล่าได้ตอบกลับมา

“ฆาตกร? ใช่แล้ว มีอยู่คนนึง เขาได้ตายลงไปด้วยมือของพวกเรา”

เขาได้ชี้ออกไป ที่นั่นมันมีศพของนักล่าอยู่ไกลออกไป ในขณะที่ซังจินถูกเทเลพอตมา นักล่าคนอื่นๆคงจะกำลังฆ่าเขาพอดี ซังจินจึงถามกับเขา

“แล้วทำไมเขาถึงจบลงด้วยการเป็นฆาตกร?”

เป็นอีกครั้ง นักล่าได้เงียบลงไปกับคำถามนี้ ซังจินได้เริ่มใจร้อนและเหวี่ยงดาบไปบนอากาศก่อนจะพูดออกมา

“ตอบฉัน ถ้าหากว่านายให้คำตอบที่ดี ฉันก็จะช่วยพวกนาย”

สองในสี่นักล่าได้มองขึ้นมาที่ซังจิน

“นายหมายความว่ายังไง?”

“ฉันไม่รู้ว่านายเป็นใคร แต่ว่านายคิดว่านายสามารถจะฆ่ามังกรนั่นได้หรอ?”

ซังจินได้มองไปที่เขาก่อนที่จะตัดสินใจโกหกออกมา

“ฉันคือคนที่จะปรากฏตัวออกมาเมื่อมีความสิ้นหวัง…ผู้ช่วยเหลือ”

“ผู้ช่วยเหลือ”

ในตอนนี้ทุกๆคนได้มองมาที่เขา

“ใช่แล้วผู้ช่วยเหลือ พวกนายทุกคนคิดว่ามันจบแล้วใช่ไหม? นั่นมันก็คือเหตุผลที่พวกนายนั่งกันอยู่ที่นี่ ใช่ไหม?”

ทุกๆคนได้เงียบเสียงกันลงไปอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าเหตุผลที่เงียบเสียงกันไปนั้นต่างออกไป ในคราวนี้พวกเขาเงียบกันไปเพราะว่าซังจินได้มห้ความหวัง ซังจินได้เหวี่ยงดาบอีกครั้งและพูดออกมา

“ฉันจะถามนายอีกคำถาม มีฆาตกรคนอื่นอีกไหม? ถ้านายตอบ ฉันจะฆ่ามังกรแทนพวกนายเอง”

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <