0 Views

Chapter 108 – Red Dragon’s Lair (14)

Tl : ขอเปลื่ยนฉายานักธนูศักดิ์สิทธิ์เป็นเทพธนูนะครับ

ซังจินได้มองไปที่เซรินที่ไร้ซึ่งหน้ากาก ผมตรงยาว ผิวขาว จมูกคมและริมฝีปาก เธอยังคงน่ามองและสวยงามเช่นเคย

มีเพียงสิ่งเดียวที่ได้เปลื่ยนไปนั้นก็คือฉายาบนหัวของเธอและเครื่องสวมใส่บางชิ้น แต่แล้วเบสโกโร่ก็ไม่สามารถจะห้ามนิสัยติดตัวของเขาได้

‘โอ้ ในคราวนี้เป็นหญิงสาวชาวเอเชียที่สวยงามมาก แม้ว่าเธอมีหน้าอกที่เล็กกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ แต่เธอก็ยังสวยงามมาก เฮ้เค ตั้งแต่ที่นาย…’

ซังจินได้ำอดเบสโกโร่ออกมาในขณะที่เขาพูดอยู่

“เธอยังเหมือนเดิมเลยนะเซริน”

“นายก็เช่นกันเค”

สายตาที่เธอมองมาดูน่าหลงใหล เธอได้ปฏิบัติกับเขาอย่างเย็นยาในรอบแรกที่พบกัน แต่ว่าในคราวนี้เธอได้แสดงท่าทางออกมาอย่างเป็นมิตร ซังจินได้คิดขึ้นในขณะที่มองไปที่เธอ

‘ฉันคิดว่ามันเป็นปกติที่พวกเราจะได้พบกันอีกครั้ง…แต่ว่านี่มันเร็วมากเกินไปกว่าที่ฉันคิดเอาไว้…มันอาจจะเป็นเพราะว่าการเคลื่อนย้ายมิติ แต่ว่า…มันก็ยังแปลกเกี่ยวกับโชคชะตาของพวกเรา’

แม้ว่าซังจินจะสามารำไปที่มิติอื่นๆได้ แต่ว่าจำนวนคนสูงสุดที่เขาจะเจอได้ก็เพียงแค่ 49 คนเท่านั้น

มันมีโอกาสที่น้อยมากที่พวกเขาจะได้พบกันอีกครั้ง แต่แล้วพี่เขาก็ได้เจอกันแล้ว ซังจินได้มองไปรอบๆศพและพูดออกมา

“ฉันคิดว่าเธอโชคดีที่ได้เพื่อนร่วมทีมอ่อนแอ”

เธอได้ยิ้มออกมากับคำพูดนี้และพูดออกมา

“เอาหละ พวกฆาตกรมันได้มาตายรวมกันที่นี่แล้ว และที่สำคัญกว่านั้น…”

เธอได้ยกหน้ากากขึ้นมา

“ขอบคุณนายมากที่บอกฉันเกี่ยวกับเรื่องนี้…ฉันไม่ได้เจอเหตุการณ์เช่นนั้นอีกเลย ไม่มีใครเลยที่สนใจคนเครายาว”

ซังจินได้ยิ้มออกมากับคำพูดของเธอ เธอได้เลือกหน้ากากได้เยี่ยมมาก เธอได้ถามซังจิน

“แล้วนายมาที่นี่ได้ยังไง? นายไม่ได้อยู่ที่นี่ตั้งแต่เริ่มต้นใช่ไหม?”

มันเป็นคำถามหลักที่คนส่วนใหญ่มักจะถามออกมา ถ้าหากว่าเป็นคนอื่นถามเขาออกมาเขาก็จะไม่สนใจที่จะตอบมัน แต่ซังจินก็ได้ตัดสินใจที่จะบอกความจริงกับเธอคนนี้ แต่ว่าชายชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ได้ยืนอยู่ถัดไปจากพวกเขา

ซังจินได้มองไปที่เขา ในความจริงนั้นเขาได้เบือกยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับฆาตกรเขาเป็นคนที่ดี แต่ซังจินก็ไม่สามารำจะบอกความลับที่เขาไม่ควรจะรู้ออกไปได้

“ขอโทษนะ แต่นายช่วยถอยออกไปซักเดี๋ยวได้ไหม?”

ด้วยคำขอของซังจิน เขาก็ได้ขยับตัวออกไปจทกพวกเขาทันที เมื่อเขาไปได้ไกลพอ ซักจินก็พูดขึ้นกับเธอ

“นี่มันเป็นไอเทมในการค้นหาฆาตกร ดังนั้นฉันจึงใช้มัน็อคเป้าและมาฆ่าฆาตกรที่ปรากฏตัวอยู่ในมิติอื่นๆ

“อา…”

ซังจินได้ชุ้ขึ้นไปที่ฉายาที่อยู่บนหัว

“ฉันได้รับฉายาผู้พิพากษามาจากในรอบนั้น ฉันได้ใย้มันเป็นอย่างดีเลยหละ”

“อา…นั่นคือเหตุผลที่ว่านายถึงต้องการที่จะฆ่าพวกนั้นด้วยตัวเอง?”

“ใช่แล้ว”

“ถ้าหากว่าเป็นคนอื่น ฉันก็จะไม่หยุดยิงธนู เพราะว่าฉันก็มีฉายาผู้พิพากษาเช่นกัน”

ในตอนนี้เขาก็ได้สังเกตุเห็นว่ามีไอเทมตกอยู่กับศพที่ถูกลูกธนูปักไป เธอก็ได้รับฉายาผู้พิพากษามาเช่นกัน

“แต่ว่าเมื่อฉันได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ดังนั้นฉันจึงหยุด”

“อา เข้าใจหละ จากนั้นเธอก็….ขอบคุณมาก”

ซังจินได้แสดงความขอบคุณออกมา เธอก็มีฉายาผู้พิพากษาเช่นกัน แต่เธอได้สละพวกฆาตกรให้แก่ซังจิน

“ไม่หรอก ฉันต่างหากที่ควรจะขอบคุณ การต่อสู้กับคนหกคนมันเป็นเรื่องยากสำหรับฉัน”

“…ฉันดีใจที่เธอคิดเช่นนั้น”

“นายได้ช่วยฉันเอาไว้สองครั้งแล้ว ฉันยังไม่รู้เลยว่าจะตอบแทนนายยังไงดี….”

เสียงของเธอได้เบาไปในขณะที่เธอพูด ซังจินจึงได้ดึงน้ำศักดิ์สิทธิ์ออกมาจากกระเป๋า โชคดีที่เขามีมันอยู่พอดี สิ่งนี่คงจะต้องขอบคุณความช่วยเหลือจากฟรานซ์

“ไม่จำเป็นจะต้องตอบแทนอพไรฉัน…แพ่ช่วยฉันทำสิ่งนี้ก็พอ

เธอได้เอียงหัวของเธอ

“มันคือ?”

ซังจินได้เขย่าขวดเล็กน้อยในขณะที่เขาถือมันเอาไว้ น้ำศักดิ์สิทธิ์มันได้กลิ้งไปมาอยู่ในขวดแก้ว

“มันคือ…ไอเทมที่จะให้โบนัสสเตตัส 20% ของฉัน แถมมันยังจะอนุญาติให้พวกเราได้มาพบกันอีกครั้ง เมื่อที่เธอต้องการ”

เธอได้ตอบกลับเขามา

“พวกเราจะได้เจอกันอีกครั้งำ้าฉันต้องการ?”

“ใช่แล้ว”

“นายจะทำอะไรหละ…”

ลึกๆแล้วเธอดูสับสน ตามที่คาดความสามารถของน้ำศักสิทธิ์มันอยู่นอกเหนือสามัญสำนึกของระบบการจู่โจม

“มันคือ…”

ซังจินต้องการจะอธิบายบางอย่างแต่เขาก็ได้หยุดตัวเอง มันจะง่ายกว่าถ้าหากเห็นมัน ดังนั้นซังจินจึงได้ข้ามขั้นตอนการอธิบายและเริ่มที่จะทำการล้างบาป เธอน่าจะยอมรับมันได้โดยที่ไม่ต้องอธิบาย

“ช่วยอยู่นิ่งๆด้วย”

ด้วยคำขอนี้เธอได้ยืนอยู่นิ่งๆ ซังจินได้เปิดขวดแก้งออกมาและเทมันลงบนตัวของเธอ

“ล้างบาป”

แสงสว่างได้สว่างออกมาจรกร่างกายของเธอ นี้มันเป็นครั้งที่สามแล้วที่เขาได้เห็นเช่นนี้ แต่ว่าเขาก็ยังคงไม่ชินกับมันอยู่ดี ไม่หี่วินาทีต่อมา แสงก็ได้จางลงและโอเปอเรเตอร์ก็ได้ประกาศขึ้น

[คุณได้ถูกเลือกโดยใครบางคน ได้รับฉายา]

[ผู้ถูกเลือก – ได้รับโบนัสสเตตัสจากผู้ที่เลือก 20% คุณสามารถจะอัญเชิญผู้เลือกได้วันละครั้ง]

เธอได่รู้สึกทึ่งกับคำอธิบายของโอเปอเรเตอร์

“โบนัส….20%?”

“ใช่แล้ว ลองเช็คดูสิ”

“โอเปอเรเตอร์แสดงสเตตัสของฉันที”

เธอได้เปิดหน้าต่างสเตตัสออกมาและเธอก็ได้ตรวจสอบมัน เธอได้รู้สึกทึ่งขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

“ฉันยังไม่ได้สวมใส่มัน…ดังนั้นนี้มันเป็นเพียงแค่สเตตัส 10% ของนาย”

“ใช่แล้ว นั้นแหละ…ถูกแล้ว”

เธอได้มองไปกลับระหว่างหน้าของซังจินกับหน้าต่างสเตตัส มันดูเหมือนว่ามันจะเป็นการยากที่จะเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น ซังจินได้เกาไปที่หัวและพูดออกมา

“เอาหละ เธอสามารถจะเดาทันออกอยู่แล้ว แต่ว่า…มันเป็นฉายาที่ดี มันดูคุ้มค่าที่จะสวมใส่มัน มันสำคัญมากมันจะเป็นกุญแจสำคัญในบทถัดๆไป เธอสามารถจะเรียกผู้ที่เลือกเธอให้มาหาได้วันละครั้ง

เธอได้กลืนน้ำลายลงไปเสียงดัง

“เข้าใจหละ”

“ตามที่แนะนำ เธอสามารถจะอัญเชิญฉันไปได้วันละครั้ง ในระหว่างการจู่โจมหรือตอนที่การจู่โจมจบลงไปแล้ว ตั้งแต่ที่เธอไม่สามารถจะเปลื่ยนฉายากลางการจู่โจมได้…ลองเรียกฉันดูหลังจากที่การจู่โจมจบลงในตอนดึก หลังจาก….”

ซังจินได้คิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาได้สัญญากับฟรานซ์เอาไว้ว่าจะไปพบเขาในตอน 6 โมงเย็น

“5 โมงละกัน ช่วยเรียกฉันในตอนนั้น พวกเราจะได้พบกันและพดคุยกันในตอนนั้ร”

“…แล้วทั้งหมดที่ฉันจะต้องทำก็คือการเลือกชื่อนายงั้นหรอ?”

แต่แล้วเมื่อซังจินกำลังจะอธิบายเขาก็ได้ถูกโอเปอเรเตอร์ขัดในทันที

[ผู้ถูกเลือกได้ร้องขอการเทเลพพอต]

ทันใดนั้นลูกบาศก์ของซังจินก็ได้พูดออกมา เขาได้หันกลับไปเพื่อที่จะจ้องมองไปที่ลูกบาศก์

‘ฟรานซ์งั้นหรอ? เกิดอะไรขึ้น…’

แต่ว่าภาพที่แสดงออกมานั้นไม่ใช่ฟรานซ์ แต่เป็นนาดา ภาพของนาดาได้พูดกับเขา

“เฮ้ นายหน้าอก นายบอกว่าให้เรียกนายเมื่อฉันมีปัญหาใช่ไหม? ฉันกำลังมีปัญหา”

ซังจินรู้สึกตกใจมากที่เห็นเธอ เบื้องหลังของเธอเขาสามารถจะมองเห็นลมหายใจมังกรของคาลกัลป์อยู่ในหน้าจอ ถ้าหากว่าเธอพูดว่าเธออยู่ในอันตราย เธอก้คงจะต้องอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง

‘ฉันไม่สามารถจะเสียเธอไปได้’

[คุณต้องการจะยอมรับคำขอหรือไม่? 10 9]

โอเปอเรเตอร์ได้เริ่มนับถอยหลัง ซังจินจึงหันกลับไปพูดกับเซรินอย่างรวดเร็ว

“มีคนกำลังขอความช่วยเหลือจากฉันอยู่ ฉันต้องไปแล้ว”

เซรินได้หยักหน้าอย่างลังเล

“ใช่แล้ว…ฉันเห็น….”

เธอสามารถจะเห็นภาพของนาดาปรากฏขึ้นมาที่ลูกบาศก์ของเขาได้เช่นกัน

“แต่ว่า…นายหน้าอก…?”

ใบหน้าของซังจินได้แดงขึ้นมา

[8 7 6]

แต่ในตอนนี้ไม่มีเวลาที่จะมาแก้ต่าวอะไร เวลากำลังจะหมดลง

“มันไม่มีเวลาอธิบายแล้ว ช่วยเรียกฉันในตอน 5 โมง เข้าใจนะ?”

“โอเค…ฉันเขาใจ”

[5 4 3]

ในตอนท้ายซังจินก็ภด้ชี้ไปที่ทิศทางของน้ำตกลาวาในระยะไกลิิกไปและบอกกับเธอ

“ชิ้นส่วนลับมันอยู่หลังลาวานั่น เธอสามารถจะเข้าไปในนั้นได้หลังจากที่ทำให้ลาวามันแข็งตัว ลองไปค้นหามันดูนะ”

และในที่สุด

[2 1]

เขาได้บอกกับโอเปอเรเตอน์

“ฉันยอมรับการอัญเชิญ]

[การร้องขอเทเลพอตได้รับการยอมรับ]

และหลังจากที่เขายอมรับออกมา ซังจินก็ได้หายไปจากจุดนั้น

****

เมื่อซังจินได้ไปแล้ว เซรินก็ยังคงมองไปที่จุดที่เขาหายไปต่อ จากนั้นเธอก็พูดออกมาเบาๆ

“เพียงแค่อะไร…”

สุดยอดนักล่าเคได้ปรากฏตัวออกมาในทันทีในฉายาผู้พิพากษาและกวาดทุกอย่างด้วยดาบคู่ของเขา เก็บไอเทม ทำพิธีล้างบาปแปลกๆ และหายตัวไปก่อนที่เธอจะได้ทำอะไร

‘มีหลายสิ่งที่ฉันอยากจะถามในการพบกันครั้งที่สองของพวกเรา…’

เธอได้คิดในขณะที่เดินไปที่ศพเพื่อที่จะเก็บไอเทมที่ได้ดรอปมาจากฆาตกร ทานาแบทได้เดินเข้ามาหาเธอและถามออกมา

“เขาคือ…คนที่เธอรู้จัก?”

เธอได้ตอบกลับไป

“ใช่แล้ว เขาเป็นคนฉันเคยพบมาก่อน…ในการจู่โจมที่ผ่านมา”

“ฉันเข้าใจแล้ว เขาเหมือนกับมอนสเตอร์มากเลยทีเดียว”

“ใช่ เอาหละ…ฉันคิดว่า….เขาอาจจะแข็งแกร่งกว่านักล่าทุกคน”

“มันเป็นงั้นหรอ?….เมื่อฉันทิศทางดาบขแงเขาในก่อนหน้านี้…ฉันแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองเลย แล้วเขาชื่ออะไรหรอ?”

“…เค”

“เค…เธอบอกว่าเค…ทำไมมันดูเป็นชื่อเล่นหละ หรือว่ามันเป็นชื่อจริงของเขาแล้ว?”

ด้วยคำถามนี้ ในที่สุดเธอก็นึกออก

‘เขาได้สัญญาเอาไว้ว่าเขาจะบอกชื่อฉันถ้าหากพวกเราพบกันอีกครั้ง…’

เพราะการพบกันของพวกเขามันกระทันหันกันจนเกินไป เธอจึงไม่มีโอกาสได้ถามออกมา

‘เขาบอกให้ฉันเรียกเขาตอน 5 โมง’

เธอได้ถามกับโอเปอเรเตอร์

“โอเปอเรเตอร์เหลือเวลาอีกเท่าไหร่”

[1 ชม. 38 นาที]

‘…ถ้างั้น…’

เมื่อการจู่โจมจบลง เธอก็จะกลับไปที่ตลาดมืดในตอนบ่าย 2 บ่าย 3 หรือก็คือจะมีเวลาเหลือว่างอีก 4 ถึง 5 ชม. ก่อนที่เธอจะได้พบกับเขาอีกครั้ง

‘…ฉันจะต้องถามเขาให้แน่ใจเมื่อพวกเราได้พบกันอีกครั้ง’

เธอได้คิดกับตัวเองในขณะที่เดินไปที่น้ำตกที่ซังจินได้บอกกับเธอ เธอสามารถจะบินไปที่นั่นได้ เธอได้หันหน้ากลับมาถามกับทานาแบท

“เฮ้ นายสามารถจะบินได้ไหม?”

“ได้ ฉันมีรองเท้าที่ทำให้บินได้อยู่”

“จริงหรอ? ถ้าอย่างนั้นไปที่นั่นพร้อมๆกัน ชิ้นส่วนลับมันจะต้องอยู่ที่นี่แน่นอน”

“ชิ้นส่วนลับ? ฟังดูดีนี่ แอร์วอร์ค”

เขาได้ใช้ไอเทมออกมาและเดินขึ้นไปบนอากาศเหมือนกับเดินขึ้นไปบนบันได เซรินก็ได้สะบัดผ้าคลุมของเธอในขณะพูดออกมาเช่นกัน

“เซฟิส พาฉันบินขึ้นไป”

ลมได้กระโชกขึ้นและตัวของเธอก็ค่อยๆลอยขึ้นไป ผ้าคลุมไหล่ของเธอมันเป็นผ้าคลุมของเหล่าแฟรี่

การบินมันก็เป็นเพียงแค่หนึ่งในความสามารถของมันเท่านั้น มันยังสสามารถจะปล่อยลมเพื่อที่จะผลักสิ่งต่างๆไปได้อีกด้วย เธอได้บินขึ้นไปบนท้องฟ้าและเขาไปหาน้ำตกลาวา เธอรู้สึกมีความสุขเมื่อเธอได้เจอเคอีกครั้ง แต่ว่าในตอนท้ายมันได้เกิดเหตุการณ์ไท่ปกติขึ้น

‘ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?’

เซรินได้ถาทกับตัวเอง จากนั้นเธอก็นึกถึงก่อนหน้านี้

“เฮ้ นายหน้าอก นายบอกว่าให้เรียกนายเมื่อฉันมีปัญหาใช่ไหม? ฉันกำลังมีปัญหา”

เธอได้นึกไปถึงใบหน้าของผู้หญิงที่ได้เรียกซังจิน เธอเป็นหญิงสาวชาวตะวันตกและมีลักษณะที่น่าหลงใหล

‘…ดังนั้นฉันก็ไม่ใช่เพียงแค่คนเดียวที่เขาเลือก…’

เธอได้คิดขึ้นในขณะที่บินไปยังที่ๆชิ้นส่วนลับซ่อนอยู่

‘แล้วแถมยัง…นายหน้าอก…มันเกี่ยวกับอะไรกันนะ?’

คำถามแปลกๆได้โผล่เข้ามาในหัวของเธอทีละอย่าง

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <