0 Views

Chapter 105 – Red Dragon’s Lair (11)

ซังจินได้วิ่งเข้าไปหาเธอ เธอจึงเริ่มที่จะพึมพัมอะไรออกมา แต่ว่าเขาก็ได้ตะโกนออกมาในทันที

“เสียงตะโกนแห่งสะพานเตียงปันเกียว”

จากนั้นที่ด้านหลังของเขา

“เข้ามาและต่อสู้กับฉันเพื่อที่จะตาย”

เสียงตะโกนได้ดังก้องไปทั่ว มันเป็นเพียงแค่ครู่เดียว แต่เธอก็ได้หยุดลงชั่วคราวในระหว่างการร่ายเวทย์ ซังจินจึงได้ใช้โอกาสนี้เข้าไปใกล้เธอ

เมื่อเขาได้เตรียมพร้อมที่จะโจมตีเธอด้วยอาเทอร์มิโอและมูนสเปค เธอก็หยิบไม้สั้นๆออกมา มันเป็นไม้สั้นที่ยาวเพียงแค่ปลายแขนของเขาเท่านั้น แต่ว่าเมื่อเธอได้คว้าไปที่กึ่งกลางของไม้สั้น

“ชิ้ง”

ไม้สั้นมันได้กลายเป็นไม้คทายาวทันที การที่เธอเรียกคทาออกมามันหมายบความว่าเธอได้ตัดสินใจที่จะเผชิญกับซังจินตรงๆด้วยการโจมตีทางกายภาพ นั่นมันหมายความว่าผลของทักษะเสียงตะโกนแห่งสะพานเตียงปันเกียวได้ผล

‘ทั้งหมดในตอนนี้มันขึ้นอยู่กับฝีมือดาบ’

ซังจินได้คิดกับตัวเองในขณะที่เหวี่ยงดาบอาเทอร์มิโอออกไปด้วยมือซ้านย และมูนสเปคจากด้านขวา มันเป็นการโจมตีที่ยากที่จะป้องกันไว้ได้สำหรับคนปกติ

แต่เธอก็ได้กระโดดถอยหลังไปเล็กน้อยในขณะที่ควงคทา

“เคร๊ง เคร๊ง”

เธอสามารถจะเบี่ยงดาบทั้งคู่ของเขาไปได้ และคทาของเธอก็ไร้ซึ่งรอยขีดข่วนโดยสิ้นเชิง

ในไม่กี่วินาทีต่อมา ซังจินก็ได้หยุดนิ่งกับที่หลังจากที่ดาบทั้งสองเล่มถูกปัด เธอได้ปรับท่าทางของเธอและแทงคทาออกมา

มันพุ่งมาด้วยความเร็วมหาศาล เธอได้เล็งมาที่หัวใจของเขา แต่ว่าซังจินก็ได้หลบออกไปทางขวา แต่คทาของก็ได้หยุดชั่วคราวและเปลื่ยนทิศทางไปทางซ้ายอย่างกะทันหัน

ราวกับว่าเธอได้วางแผนเอาไว้แล้ว แต่ซังจินก็สามารถจะหลบออกไปได้ในวินาทีสุดท้าย มันอาจจะเป็นเพราะความสามารถของการสิงสถิต

‘ฉันเร็วขึ้นเล็กน้อย’

ด้วยความมั่นใจ ซังจินได้มองไปที่มังกรเพื่อที่จะสวนกลับไป แต่คทาที่ควรจะอยู่ด้านข้างก็ไม่สามารถจะมองเห็นได้

คทามันได้มาอยู่ด้านบนหัวของเขา ซังจินรู้สึกได้ถึงมันโดยสัญชาติญาณ เขาได้ยกดาบขึ้นไปดาบบนในทันที

“เคร๊ง”

ด้านบนของมูนสเปคและอาเทอร์มิโอเป็นคทาของเธอ ถ้าหากว่าเขาช้าไปเพียงเล็กน้อย คทามันก็จะฟาดลงมาที่หัวกระโหลกของเขา ซังจินได้รู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูก

“โอ้ นายสามารถจะกันมันได้?”

เธอได้พูดกับซังจิน นี่มันได้ทำให้เขาตระหนัก

‘การโจมตีก่อนหน้านี้…เธอได้ทำมันราวกับเป็นเรื่องง่าย’

สองครั้งแรกมันเป็นการผลักดันให้เขาเผลอ ใช้การโจมตีสองครั้งแรกเพื่อจำกัดการเคลื่ยนไหวของเขา และได้วางแผนที่จะฟาดลงมาอย่างรวดเร็วที่กลางหัวของเขา

เธอยังคงวางคทาไว้บนดาบของเขา เธอได้ยกคทาขึ้นเล็กน้อยและกดมันลงมา แม้ว่าระยะมันจะสั้นๆ แต่มันก็มีแรงกดที่มหาศาล

‘และนี่คือหลังจากที่ความแข็งแรงของเธอลดลงในตอนที่เป็นรูปแบบมนุษย์….’

ซังจินได้เหลือบไปมองที่ยอนฮัวเรท เขาต้องการที่จะทดสอบความแข็งแกร่งของเธอก่อนเป็นอย่างแรก แต่ว่าเขาก็สามารถจะเห็นมันได้เพียงแค่ 3 การโจมตีเท่านั้น

ซังจินได้ใช้แรงทั้งหมดของเขาเพื่อที่จะผลักคทาของเธออกไป และหลังจากนั้นก็ถอยหลังออกมมา

“เคร๊ง”

อาเทอร์มิโอได้หักครึ่ง

[คำเตือน อาวุธถูกทำลาย]

‘หือ…’

มันเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นอาวุธระดับตำนานพัง โชคดีที่ว่าอาวุธมันจะซ่อมตัวเองในอัตโนทัติหลังจากที่ได้กลับไปที่โรงแรม ดังนั้นซังจินจึงดึงบลัดเวเจนออกมาอย่างรวดเร็ว

และเขาก็ได้ใช้อีกมือหนึ่งหยิบยอนฮัวเรทออกมาและพูดขึ้น

“ไปเข่นฆ่ากัน ยอนฮัวเรท”

ครู่หนึ่ง

“ฆ่า ฆ่า”

เสียงมันได้ตอบกลับมาเร็วยิ่งกว่าแต่ก่อน ซังจินได้เริ่มที่จะเปล่งออร่าสีแดงออกมา แม่ของคาลกัลป์อาเรี่ยนได้จัดคทาให้ถูกต้องเมื่อเห็นสิ่งนี้

เธอจะต้องตระหนักว่าออร่านี้มันหมายถึงอะไร

‘ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า’

เมื่อได้ยินเสียงกระซิบนี้ ซังจินก็ได้พุ่งเข้าไปใส่เธอเหมือนกับกระสุน นี่มันเป็นสถานะที่เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซังจินได้รับความเร็วมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก

ซังจินได้เหวี่ยงดาบออกไปได้เร็วกว่าที่ตาจะมองเห็นได้มากนัก เธอได้เคลื่อนไหวคทาอย่างสง่างามเพื่อที่จะป้องกันการโจมตีของซังจิน ซังจินได้โจมตีออกมาราวกับว่าเขากำจังจะเป็นบ้า

“เคร๊ง เคร๊ง เคร๊ง เคร๊ง เคร๊ง เคร๊ง เคร๊ง เคร๊ง เคร๊ง เคร๊ง”

ในพื้นที่นี้ไม่มีเสียงอะไรอีกนอกเหลือไปจากเสียงของดาบที่ปะทะกับคทา เธอได้ยุ่งกับการป้องกันตัวเองจากการโจมตีของซังจิน

‘ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า’

ซังจินได้ตกไปอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถจะคิดได้อย่างถูกต้องเนื่องจากเสียงตะโกนของยอนฮัวเรท แต่เขาก็ยังคงพยายามคิดกับตัวเอง

‘โจมตีให้ถูกเพียงแค่ครั้งเดียว’

แต่ไม่ว่ามันจะผ่านไปนานแค่ไหน เธอก็ไม่อนุญาติให้ดาบของซังจินสัมผัสโดนชายเสื้อของเธอเลย

ถ้าหากว่าผู้ที่อยู่ในสถานะบ้าคลั่งไม่สามารถจะฆ่าฝ่ายตรงข้ามได้พวกเขาก็จะต้องถูกฆ่าแทนอย่างแน่นอน และสิ่งที่สำคัญกว่านั้นพงศาวดารสามก๊กก็จะสิ้นสุดลงเร็วกว่าสถานนะของยอนฮัวเรทซะอีก

เมื่อการสถิตของเตียวหุยสิ้นสุดลง ความเร็วของเขาก็จะลดลงไปด้วย ในเวลาเดียวกันเธอก็จะสามารถใช้เวทย์ได้อีกครั้ง จากนั้นมันก็เหมือนกับว่าซังจินได้ตายไปแล้ว

ซังจินได้บีบเค้นร่างกายทุกส่วนเพื่อที่จะแกว่งดาบให้เร็วขึ้น ต้องขอบคุณแกมแรมที่อณุญาติให้ซังจินสามารถจะเหวี่ยงดาบได้อย่างอิสระและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

แต่ที่น่าแปลกใจก็คือเธอสามารถจะควงคทาและป้องกันการโจมตีที่ผิดปกติทั้งหมดของซังจินเอาไว้ได้อย่างสง่างาม เธอไม่ได้ยิ้มอยู่อีกต่อไป นี่มันแสดงให้เห็นว่าเธอกำลังถูกผลักดันอยู่ แต่เธอก็ยังคงยึดมั่นอยู่

[การสถิตจะหมดลงในอีก 10 วินาที 10]

โอเปอเรเตอร์ได้เริ่มที่จะนับถอยหลัง มันมีเวลาเหลืออีกเพียง 10 วินาทีเท่านั้น และเบสโกโร่ก็ได้ตะโกนออกมา

‘ซังจินใช้คลั่ง’

ทักษะคลั่งมันจะเป็นทักษะที่จะเพิ่มความเร็ซ 10% แต่ว่ามันก็มีจุดที่จะทำให้มันไร้ประโยขน์เช่นกัน ถ้าหากว่าเขาไม่สามารถจะโจมตีถูกศัตรูเลย

ในครั้งแรกที่เขาสัมผัสเธอได้เขาก็จะชนะ มันไม่มีจุดใดที่จำเป็นจะตั้งใช้คลั่ง ซังจินยังคงแกว่งดาบออกไปโดยที่เมินคำแนะนำของเบสโกโร่ แต่

[9 8 ….]

เวลานี้ยังคงผ่านต่อไป แต่จากนั้นเบสโกโร่ก็ได้กล่าวออกมาอีกคำหนึ่ง

‘ใช่ทักษะคลั่งและโจมตีตัวเอง’

แม้ว่าซังจินจะบ้าคลั่งอยู่แต่เขาก็ได้ยินชัดเจน

‘อะไรนะ?’

เขายังคงมีข้อสงสัย แต่แล้ว

[7 6 …]

มันไม่มีเวลาสำหรับการลังเลอีกแล้ว เขาจะตายในอีก 6 วินาที

“คลั่ง”

[5 4]

ซังจินได้ใช้ทักษะคลั่ง และผลิกดาบกลับมารอบๆและฟันไปที่ด้านข้าวออกเขา เขาได้ฟังไปสองครั้งในดาบแต่ละเล่ม ดังนั้นเขาได้โจมตีไปสี่ครั้งใน 1 วินาที

‘อั๊ก…’

มันเจ็บ มันไม่มีเวลามากพอที่เขาจะโจมตีตัวเองอย่างระมัดระวัง

[3]

อาเรี่ยนได้หยุดลงชั่วคราวและมองไปที่ซังจิน

“อะไร? ยอมแพ้?”

เธอได้คิดว่าบางทีซังจินอาจจะตกไปอยู่ในความสิ้นหวังและพยายามที่จะฆ่าตัวตาย และนั่นมันได้ทำให้เธอผิดหวังอย่างมาก

‘ของเล่นที่พัง’

[2 1 0]

ในช่วงเวลา 3 วินาทีที่ผ่านมาซังจินได้พุ่งเข้าไปโจมตีมากกว่าหลายสิบครั้งแล้ว และจากนั้น

[การสิงสถิตได้หมดลง]

ในที่สุดผลของพงศาวดารสามก๊กก็ได้หมดลง และในอีกไม่กี่นาทีจากนี้มันก็จะถึงตอนจบแล้ว อาเรี่ยนผู้ที่ได้ป้องกันการโจมตีจองซังจินก็ได้กล่าวออกมาในทันที

“หยุด”

ซังจินผู้ที่กำลังจะเหวี่ยงดาบก็ได้ตัวแข็งนิ่ง เขาไม่สามารถจะขยับได้

‘นี้มันคือเสียงของมังกร?’

มันไม่จำเป็นจะต้องร่ายเวทย์ เธอเพียงแค่ต้องพูดคำง่ายๆเพียงแค่อย่างเดียว ความสามารถในการเข้าถึงอาณาจักรของพระเจ้า ไม่ว่าซังจินจะมองมันยังไง เธอก็สามารถจะจัดการกับเขาได้อย่างง่ายๆ

เมือเจ้านายของเขากำลังตกอยู่ในอันตรายซาดาเมียร์ที่ได้หายไปในระหว่างการต่อสู้ก็ได้บินไปอย่างรวดเร็วและพยายามที่จะช่วยเจ้านายของเขา

“โวนิค เวฟ”

แต่แล้ว

“นายก็หยุดเช่นกัน”

ซาดาเมียร์ก็ได้ถูกเธอสั่งให้หยุดลงเช่นกัน เธอได้พูดกับพวกเขาทั้งสองคนในขณะที่พวกเขาติดแหงกอยู่กับที

“ฮา…นายมันน่าทึ่งจริงๆ”

ซังจินได้มองตรวจสอบไปที่ฮูดของเธอ เขากำลังตรวจสอบไปที่มันเพราะว่ามันเป็นเป้าหมายหลักในการโจมตีครั้งสุดท้ายของเขา แต่ว่ามันไม่มีแม้แต่นิดเดียวที่ได้รับความเสียหายบนเสื้อผ้าของเธอ

‘มันจบแล้ว’

แต่แล้วโอเปอเรเตอร์ก็ได้แสดงข้อความแสดงความยินดีออกมา

[ขอแสดงความยินดีด้วย]

[การเดิมพันกับบอสลับแม่ของคาลกัลป์อาเรี่ยนประสบความสำเร็จ]

ซังจินรู้สึกตกใจมาก

‘แต่ดูเธอไม่ได้รับความเสียหายตรงไหนเลยนี่’

เพียงแค่มองไปที่แก้มซ้ายจองเธอ มันมีเลือดสายหนึ่งไหลออกมาอยู่ อาเรี่ยนได้ใช้นิ้วของเธอเช็คไปที่แก้ม

รอยตัดมันได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย อาเรี่ยนได้เลียที่นิ้วของเธอ จากนั้นก็ได้พูดกับซังจินด้วยท่าทางที่ซับซ้อน

“ฮาาา…มันสนุกมาก…แต่ฉันไม่คิดว่านายตะสามารถสร้างบาดแผลให้กับฉันได้จริงๆ…ฉันเพียงแค่กะเอาไว้ว่าจะฆ่านายหลังจากที่ได้เติมเต็มความสนุก”

เมื่อเห็นเธอพูดเช่นนี้ ซังจินก็รู้สึกว่าเธอไม่ได้แตกต่างไปจากลูกชายที่โหดร้ายของเธอเลย

“แต่ว่าสัญญาก็ต้องเป็นสัญญา”

เธอแสดงท่าทางผ่อนคลายและพูดออกมา

“ขยับ นายทำได้ดี”

ซังจินสามารถจะกลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง

‘ฆ่า ฆ่า ฆ่า’

ยอนฮัวเรทมันก็ยังคงตะโกนออกมาอยู่แม้ว่าการต่อสู้มันจะจบลงไปแล้ว แต่เธอก็ได้พูดออกมา

“อา ก่อนอื่นสงบสติลงก่อน”

และเสียงนั้นก็ได้หายไปในทันที ซังจินได้กลับมาเป็นปกติและไม่นานจากนั้นความเมื่อยล้าก็ได้เข้ามาจู่โจมเขา มันเป็นเพียงแค่ไม่กี่วินาที แต่เขาก็ได้ต่อสู้เกินขีดจำกัดของร่างกายเขา

ซังจินได้ตั้งมูนสเปคและบลัดเวเจนเพื่อที่จะค้ำร่างกายเอาไว้ เธอก็ได้พูดออกมาในขณะเดียวกัน

“มันวิเศษมาก แม้ว่าคุณจะได้รับความช่วยเหลือจากสิ่งนี้และนั่น…แต่ข้อเท็จจริงที่ว่ามนุษย์สามารถจะดึงความสามารถของมันออกมาได้…มันก็เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ”

เธอได้แสดงความยินดีออกมาอย่างแท้จริงจากหัวใจ ในตอนนี้การต่อสู้มันได้จบลงไปแล้ว มันจะเป็นประโยชน์อย่างมากถ้าหากเป็นเพื่อนกับเธอ ซังจินได้พูดออกมา

“ฉันได้เรียนรู้จากเธอมาเป็นอย่างมาก ความเร็วก็เรื่องหนึ่ง…ฉันไม่เคยเห็นใครมีทักษะเกี่ยวกับคทาเช่นนี้มาก่อนเลย”

เธอก็ได้ตอบกลับมาโดยที่ไม่แสดงออกทางสีหน้า

“เอาหละ ฉันนั้นมีชีวิตมามากกว่านายเป็นพันปี แต่ว่านายต่างออกไป…มันน่าเหลือเชื่อมาก”

ซังจินได้คำนับกับคำชมนี้และตอบกลับไป

“เธอได้พูดในก่อนหน้านี้ว่าพวกเราได้ตกอยู่ในชะตากรรมที่น่าสงสาร ฉันไม่รู้ว่าเธอรู้อะไรเกี่ยวกับสถานการณ์ของเรามากแค่ไหน…แต่ฉันต้องการที่จะจบเรื่องนี้ ชะตากรรมของพวกเรา และฉันต้องการที่จะหยุดการต่อสุ้ ได้โปรดช่วยฉันด้วย”

เธอได้ยิ้มออกมากับคำพูดของซังจินและพูดออกมา

“ตามเรื่องราวเก่าๆ ฮีโร่ที่ได้รับชัยชนะ และมังกรก็จะให้รางวัลแก่เขาไปด้วยสมบัติ”

ซังจินได้รู้สึกหดหู่ใจไปกับคำพูดของเธอ แต่ครู่หนึ่งเธอก็ได้พูดออกมาอีก

 

“โอเคร เอาหลับบอสลับได้หายไปแล้ว ฉันจะต้องส่งรางวัลออกมา อะไรบางอย่างที่มันดีๆใช่ไหม?”

มันช่วยไม่ได้ที่ซังจินจะหยักหน้าออกมา

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <