0 Views

Chapter 103 – Red Dragon’s Lair (9)

ซังจินได้กลืนน้ำลายลงไป และเบสโกโร่ก็กล่าวสะท้อนออกมา

‘เฮ้ เค มันเป็นเรื่องปกติที่มังจรจะแข็งแกร่งขึ้นไปตามอายุของพวกกมัน ในเวลานี้ปล่อยมันผ่านไปเถอะ เจ้าตัวที่นายฆ่าไปในก่อนหน้านี้มันยังเด็กมากนะ นายรู้ไหม? แต่เธอ…’

ซังจินได้นึกถึงคำเปิดตัวที่โอเปอเรเตอร์กล่าวออกมาในตอนแรก

[โปรดระมัดระวัง มังกรแดงคาลกัลป์พึ่งจะบรรลุนิติภาวะ]

คาลกัลป์มันพึ่งจะโตเต็มวัยเพียงเท่านั้น แต่นี่กับแม่ของเขา แม้ว่าจะไม่ทราบอายุของมันแน่ชัด แต่มันเป็นที่แน่นอนว่าอย่างน้อยเธอจะต้องแข็งแกร่งกว่าลูกของเธอมากแน่ๆ ซังจินได้เงยหน้าไปมองนักล่าคนอื่นๆอยู่ครู่หนึ่ง

นักล่าคนอื่นๆแทบจะไม่สามารถหายใจได้เพราะการข่มขู่นี้ เป็นไปไม่ได้แน่นอนที่พวกเขาจะต่อสู้กับเธอ พวกเขาทั้งหมดจะต้องคิดว่า

‘ได้โปรดจากไปอย่างสันติ’

เบสโกโร่ก็ได้แสดงความคิดเห็นออกมา

‘ดูสิ พวกเขาก็ไม่ต้องการจะสู้เช่นกัน’

ในขณะเดียวกันแม่ของคาลกัลป์ก็ไม่สนใจพวกเขา เธอได้มองไปรอบๆภูเขาสมบัติ และหยิบสร้อยคอในกองสมบัติขึ้นสา

“มันเป็นไอเทมจากอาณาจักรแห่งนี้…มันเป็นมรดกของราชวงศ์ที่ถือว่าล้ำค่ามาก…และเขาก็ได้ขโมยมันมา ไม่ต้องสงสัยเลยพวกเขาจะต้องตำหนิฉันแน่ๆ”

เธอไม่สนใจกับนักล่าเลย เธอได้เดินไปรอบๆภูเขาสมบัติและพูดกับตัวเอง

“ฉันจะต้องตรวจสอบสิ่งของพวกนี้ที่บ้าน”

เธอได้พึมพัมอออกมาขณะที่วางมือลงบนภูเขาสมบัติ

“เคลื่อนย้าย”

ทั่วทั้งภูเขาสมบัติได้ส่องประกายออกมา และในไม่ช้าสมบัติที่เปล่งประกายออกมาทั้งกองก็ได้หายไปในพริบตาเดียว รวมทั้งกองเหรียญที่ทุกๆคนเหยียบอยู่ด้วย

“อะ”

นักล่าทั้งหมดได้ล้มลงไปด้านหลัง พวกเขาได้ถูกทิ้งไว้กลางอากาศหลังจากที่สมบัติได้หายไป ตอนนี้สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ในพื้นที่กว้างนี้ก็คือนักล่าและแม่ของคาลกัลป์ เธอได้หันมามองที่พวกเขา

“ใช่แล้ว นักผจญภัยที่กล้าหาญผู้ที่ล้มมังกร ถ้าหากว่ามีใส่ใดที่ต้องการก็หยิบและออกไปซะ มันมีกฏที่จะต้องทำลายรังของมังกรหลังจากที่มันตาย ฉันจะให้เวลาพวกนาย 30 นาที ฉันจะระเบิดที่นี่ทิ้งใน 30 นาที ดันนั้นจงออกไปจากรังมังกรนี้ซะ”

“โอเปอเรเตอร์เหลือเวลาอยู่อีกเท่าไหร่ในการจู่โจม?”

[1 ชม. 58 นาที]

เวลามันไม่ตรงกัน ถ้าหากว่าเธอระเบิดที่นี่ทุกคนก็จะตาย มันไม่มีที่ไหนเลยที่จะหนีออกไปได้ และก็ถ้าหากว่าพวกเขาก็ไปเกินเขตพื้นที่ โอเปอเรเตอร์ก็จะเตือนออกมา

‘บริเวณนี้เป็นพื้นที่ต้องห้ามสำหรับนักล่า’

’30 นาทีมันไม่ดีเลย…’

ใครบางคนได้กระซิบออกมา

“โอวว”

เธอได้เข้ามาถึงระหว่างนักล่าและคว้าลูกบาศก์ไป

“อะไรน่ะ…”

นักล่าทั้งหมดตกใจมากเมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะทำอะไร ลูกบาศก์ของโอเปอเรเตอร์มันไม่เคยโดนโจมตีจากมอนสเตอร์เลย มันมักจะหลบการโจมตีที่เข้ามาเองโดยอัตโนมัติ

และก็ไม่มีนักล่าคนใดที่สามารถจะไปสัมผัสกับลูกบาศก์ของคนอื่นได้ แต่ลูกบาศก์ของพวกเขาได้ถูกจับโดยเธออย่างง่ายดาย

“โว้ว…”

มีใครบางคนได้ส่งเสียงแปลกๆออกมา แต่เมื่อเธอได้ตรวจสอบลูกบาศก์เธอก็พูดขึ้น

“นี้มันอะไรกัน? พวกนายไม่ใช่พวกนักผจญภัยนี่นา”

เธอได้ตรวจสอบพวกนักล่าอีกครั้งและพูดออกมา

“และก็ไม่ใช่คนของโลกใบนี้ด้วย พวกนายคือผู้ที่โชคชะตาบังคับให้ต้องข้ามมิติมา….ดังนั้นงั้นนี่ก็คือเหตุผลที่นายถูกส่งไปฆ่าคาลกัลป์ นี่มันน่าเศร้าแค่ไหนกัน ใครมันเป็นคนออกแบบทั้งหมดนี่?”

นี่เป็นครั้งแรกที่มอนสเตอร์ดูเหมือนจะเข้าใจสถานการณ์ของพวกนักล่าที่ถูกขังเอาไว้ แต่แล้วพักหนึ่งเธอก็ค้นหารอบๆลูกบาศก์เพื่อที่จะพูดออกมา

“แล้ว…ฉันหละ…เป็นบอสเหมือนกันงั้นหรอ?”

ทุกๆคนตกใจมาก เพราะว่าพวกเขาได้สูญเสียความตั้งใจที่จะสู้กับเธอไปนานแล้ว แต่เมื่อเธอได้สังเกตุว่าไม่มีใครพูดอะไรออกมาเธอก็หันไปหาเจ้าของลูกบาศก์และพูดขึ้น

“เฮ้เจ้ามนุษย์บอกฉันมา ฉันได้เป็นบอสไหม? เป็นคนที่พวกนายจะต้องฆ่าไม่ว่ายังไงก็ตาม”

นักล่าไม่สามารถจะตอบได้และยืนนิ่งกับที่ ดันนั้นเธอจึงลดเสียงและถามออกมาอีกครั้บ

“บอกมา ตามความจริง”

ราวกับต้องมนตร์สะกดเขาได้บอกทุกอย่างที่เขารู้ออกมา

“เธอเป็นบอสลับ เป็นบอสที่แข็งแกร่งกว่าบอสหลักของการจู่โจม มันเป็นความลับ ไม่มีความจำเป็นจะต้องฆ่าเธอ แต่ว่าถ้าหากทำเช่นนั้นก็จะได้รับของรางวัลขนาดใหญ่

เธอได้เริ่มหัวเราะออกมาจากคำพูดของเขา

“คัก คัก ฮ่า ฮ้า จริงรึ? น่าสนุกนี่ และก็บอสลับ…มันชื่ออะไรกันนี่น่าชื่นชอบจริงๆ บอสลับ….”

ทันใดนั้นเองเธอก็หันไปมองรอบๆและพูดออกมา

“ดังนั้นแล้วใครจะเป็นคนมาท้าชิง”

ไม่มีใครขยับตัว เธอได้ยิ้มและพูดออกมา

“เข้ามาลองดู ฉันสัญญาว่าถ้าหากนายสามารถจะเอาชนะฉันได้ ฉันก้จะให้รางวัลที่ดีแก่นาย รางวัลที่สามารถจะเปลื่ยนแปลงรอบชะตากรรมที่น่าสงสารของพวกนายได้”

แต่นักล่าก็ยังคงไม่กล้าอยู่ ลูกชายของเธอคาลกัลป์ก็มีพลังที่มหาศาลมากแล้ว มันยิ่งไม่มีความหวังอะไรเลยที่จะต่อต้านเธอ

ซังจินก็ยังได้ตรวจสอบสถานะจองคนอื่นๆ มันจะเป็นการยากที่จะต่อสู้เพียงคนเดียว

‘ถ้ามันเป็นเพียงแค่คาลกัลป์ ฉันก็สามารถจะเอาชีวิตรอดและชนะมันได้ด้วยตัวคนเดียว แต่ว่า…ถ้านี่มันเป็นในเรื่องของแม่ของมันที่แข็งแกร่งกว่ามันมาก ฉันไม่แน่ใจฝนความสำเร็จอะไรเลย’

ซังจินได้ตัดสินใจที่จะยอมแพ้ในบอสลับแล้ว เขาได้เก็บรวบรวมชิ้นส่วนลับทั้งหมดมาจนถึงตอนนี้ การขาดไปซักอย่างมันก็จะไม่ส่งผลกระทบอย่างมากกับประสิทธิภาพการทำงานในอนาคตของเขา

มันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องในการที่จะรักษาชีวิตของเขาเอาไว้ในตอนนี้ แต่แล้วเธอก็กล่าวเพิ่มขึ้นมาอีก

“อา…ฉันเดาว่าพวกนายได้เรียนรู้ทุกอย่างอย่างระมัดระวัง ฉันคาดว่าพวกนายคงจะได้เรียนรู้อะไรซักอย่างสองอย่างในระหว่างที่เดินทางข้ามมิติต่างๆ”

เธอได้บิดคอของเธอสองครั้งก่อนที่จะพูดต่อ

“เห็นได้ชัดว่ามันคงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะข้าได้แม้กระทั่งอีกหลายร้อยคนมาร่วมด้วย แต่ถ้าฉันกำหนดขีดจำกัดกับตัวเองหละ? สักสามอย่าง?”

เธอได้ยิ้มกว้างออกมา

“หนึ่ง ฉันจะไม่ต่อสู้ในรูปแบบของมังกร แต่จะอยู่ในร่างมนุษย์ พลังทางกายภาพของฉันนั้นจะลดต่ำลงอย่างมาก”

นักล่าทุกคนได้เห็นเธอปิดหีบด้วยมือข้างเดียวมาแล้ว พลังของเธอที่ลดลงมันก็ยังแข็งแกร่งยิ่งกว่าของนักล่ามากนัก

“สอง ฉันจะไม่ใช้เวทมนตร์ใดๆที่มีระดับสูงกว่าขั้นที่ 8 ถ้าหากว่าฉันทำเช่นนั้นมันก็อาจจะเป็นการฆ่าทุกสิ่งที่นี่”

นี้ก็ไม่นับว่าเป็นข้อจำกัดที่ดีเช่นกัน เทียบกับเมื่อตอนที่คาลกัลป์ใช้เวทย์ไฟธรรมดามันก็ใหญ่และรุนแรงมากแล้ว แล้วนี่ถ้าหากใช้เวทย์อย่างจริงจัง ระดับชั้นของเวทย์มันก็ไม่ใช่ปัญหาเลย

“สุดท้าย ถ้าหากนายสามารถจะทำร้ายฉันได้ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่งรวมไปถึงทายเสื้อผ้าด้วย ฉันจะพิจารณาว่ามันเป็นชัยชนะของพวกนาย เป็นยังไงบ้างหละ?”

นักล่าแต่ละคนต่างก็เหลือบมองไปที่กันและกัน

‘เพียงแค่เสื้อผ้า…’

พวกเขาได้คิดขึ้นมา แต่ว่าเธอก็ได้โยนคำพูดมาอีก

“โอ้ แต่ว่านี่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะหยุดลงเพียงแค่สัมผัสกับเสื้อผ้าของพวกนายนะ ฉันไม่มีอำนาจที่สามารถจะควบคุมเวทย์ได้แม่นยำขนาดนั้น”

สิ่งนี้ทำให้เหล่านักล่าได้กลับมาสู่ความเป็นจริง พวกเขาจะต้องเดิมพันชีวิตตนเองเพื่อแลกกับการสร้างความเสียหายบนเสื้อผ้าของเธอ

บอสลับนี้จะต้องได้รับการตั้งค่าให้มีความยากลำบากเป็น สัมผัสเพียงแค่เสื้อผ้าของเธอ ซังจินและนักล่าคนอื่นๆได้ไตร่ตรองถึงเรื่องนี้เช่นเดียวกัน

‘ฉันควรจะทำยังไง? มันคุ้มค่ากับการเดิมพันชีวิตของฉันไว้ที่นี่ไหม?’

มูนสเปคได้กล่าวออกมาราวกับว่าเธอสามารถจะอ่านใจเขาได้

‘ฉันพร้อมที่จะต่อสู้ นายท่าน’

เบสโกโร่ได้พูดออกกับเธอมาอย่างประหลาดใจ

‘เฮ้ อย่าพูดอะไรโง่ๆอย่างนี้คุณผู้หญิง ถ้าเขาตาย เราก็จะตาบและหายไปเช่นกัน’

เบสโกโร่ได้ต่อต้านมัน

‘เฮ้เค นายไม่ได้พิจารณามันอย่างจริงจังใช่ไหม? นั่นมันคือความบ้า เพียงแค่มองเธอดูนายก็สามารถจะบอกได้แล้วจริงไหม? ความแข็งแกร่งของเธอมันเป็นของจริง นี่ยิ่งไม่ต้องไปพูดถึงในด้านเวทย์เลย ทั้งเวทย์เคื่อนย้าย นายเคยเห็นเวทย์พวกนี้ไหมหละ มันคือพลังของมังกร พลังที่สมบูรณ์แบบที่เหมือนจะอยู่เหนือจากฏเกณธรรมชาติ ถ้าหากว่าผู้หญิงคนนั้นคิดว่า ‘นายตายไปแล้ว’ นายก็จะตาย’

ซังจินได้ตกไปอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่ต้องสงสัยในพลังของเธอเลย แต่ว่ารางวัลของจะได้รับก็แค่เพียงสัมผัสกับเสื้อของเธอได้ ดังนั้นมันจึงมีความคิดที่สองเกิดขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคำที่ว่า ‘รางวัลที่สามารถจะเปลื่ยนแปลงรอบชะตากรรมที่น่าสงสารของพวกนายได้’ มันได้กระตุ้นให้เขาต้องการที่จะต่อสู้

‘นายจะตายเหมือนหมาซังจิน ยอมแพ้ซะ’

เขาก็ได้คิดเหมือนกัน

‘ถ้าหากว่าฉันยอมแพ้ในตอนนี้ ฉันก็จะตายในรอบต่อไปหรือไม่?’

หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งเธอก็ถอนหายใจออกมาในขณะที่ความกระตือรือร้นของเธอหายไป

“ใช่แล้ว…ฉันเดาว่ามันมากเกินไปที่จะขอ ฉันจะแกล้งทำเป็น….”

ซังจินได้ยกมือขึ้นเพื่อหยุดเธอเอาไว้

“เดี๋ยวก่อน ฉันอยากจะขอเวลาครู่หนึ่งเพื่อพูดคุยกันได้ไหม?”

เธอได้ยิ้มออกมากับคำขอของเขาและหยักหน้า

“แน่นอน สำหรับพวกเรามังกรแล้ว เวลามันมีค่าน้อยมาก ฉันจะจะให้เวลาพวกนายได้พวกคุยกันซักหนึ่งวัน หรือสองวัน…ไม่สิ ฉันจะให้เวลาพวกนาย 1 สัปดาห์”

แต่มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่นักล่าจะได้ใช้ประโยชน์จากความปรารถนาดีของเธอได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับซังจินที่จะต้องใช้เวลาไปกับการล่าฆาตกรอีกด้วย

“ใครในที่นี่อยากจะลองดูมั้ง?”

ไม่มีใครกล้าที่จะพูดออกมา ซังจินรู้สึกหงุดหงิดและสัมผัสไปที่ดวงตาของเจรามิท ขณะที่ถามออกมาอีกครั้ง

“ฉันจะถามอีกครั้งหนึ่ง มีใครอยากจะลองดูไหม?”

จากนั้นเขาก็สามารถจะได้ยินเสียงความคิดจากคนอื่นๆได้

‘ไม่มีทาง มันคือการฆ่าตัวตาย ฉันไม่เอาด้วยหรอก’

‘สุดยอดนักล่า…ฉันรู้ว่าเขานั้นแข็งแกร่ง แต่ว่าเขาไม่ประเมินตัวเองสูงไปหรอกหรอ?’

‘ถ้าอยู่กับเขา….มันก็อาจจะเป็นไปได้…แต่มันก็อันตรายมากเกินไป’

‘ถ้าหากเป็นสุดยอดนักล่า เขาก็อาจจะสามารถสร้างรอยขีดข่วนบนเสื้อผ้าเธอได้ แต่ถ้าหากฉันตายในตอนนั้นหละ? มันจะไปมีความหมายอะไร?’

‘ฉันรู้สึกว่าแม้พวกเราทั้งสิบคนรวมมือกันมันก็อาจจะต้องมีสองถึงสามคนที่จะต้องตาย…นี่มันอันตรายอย่างมากสำหรับการเอาชีวิตไปเดิมพัน’

ความเห็นส่วนใหญ่มันเป็นไปในทางด้านลบ พวกเขาส่วนใหญ่นั้นคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ มันอันตรายเกินไป ซังจินได้หันไปมองมังกรที่ไม่ทราบอายุและนักล่าพร้อมกับคิดขึ้น

‘ฉันควรจะทำยังไงดี? มันเป็นเรื่องดึงดูดมากเกินกว่าที่จะมายอมแพ้ตอนนี้….’

เขาได้พิจารณาทางเลือกของเขา

‘อา…ถ้าหากเป็นเขา เขาก็อาจจะช่วยได้ซักหน่อย…’

ซังจินได้หยิบเอาตะเกี่ยงของซาดาเมียร์ออกมา เขาได้เก็บซาดาเมียร์ไว้เพื่อที่จะเผชิญหน้ากับบอสลับ ถ้าหากพวกเขายอมแพ้ในตอนนี้ มันก็จะไม่มีที่ไหนที่ซังจินจะต้องการเขาอีก

ซังจินได้ก้าวไปจากคนอื่นๆและลูบไปที่ตะเกียง จินนี่ได้โผล่ออกมาและกำลังจะทักทายซังจินตามปกติ แต่แล้ว

“ท่านเรียกข้าหรอ นาย…เอ๊ะ?”

เขาไม่สามารถที่จะพูดจนจบได้ในขณะที่ดวงตาเบิกกว้าง เขาเห็นผู้หญิงที่อยู่ตรงกันข้ามกับซังจินและถามออกมา

“นายท่าน สิ่งมีชีวิตนั่น…”

เขาจะต้องสังเกตุเห็นว่าเธอไม่ใช่มนุษย์

“เธอเป็นบอสลับ เช่นเดียวกับนายเมื่อครั้งก่อน”

เขาดูงุนงง

“อะไร….”

“นายอาจจะบอกได้ แต่ว่า…”

“มังกร มังกรแดง”

“ใช่แล้ว เธอเป็นยังไงบ้างในสายตาของนาย? เธอแข็งแกร่งมากแค่ไหน?”

“แข็งแกร่งมากเกินไป แข็งแกร่งจนไม่มีใครจะสามารถมาเทียบกับเธอได้ทั้งในประเท…ไม่สิ ทั้งโลกนี้เลยหละ”

“จริงหรอ? นายสามารถจะบอกได้เพียงแค่มองเห็นลักษณะของเธอ?”

“ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะตัดสินเธอด้วยท่าทางของเธอ ในความเป็นจริงเธอไม่ได้ดูเหมือนกับหญิงสาวอายุ 30 งั้นหรอ?”

เขาพูดถูก เธอแสดงท่าทางออกมาอย่างเข้มงวด แต่ในบางแง่มุมเธอมองดูเหมือนกับอายุจะน้อยกว่า 20 ปี ซะอีก ถึงแม้มันจะเป็นในมุมมองภายนอกก็ตาม

“ต้องขอบคุณสัญญาความเป็นอมตะ ฉันสามารถจะวัดระดับของมานาได้ จากสิ่งที่ฉันมองเห็นได้จากมานาของสิ่งมีชีวิตนี้…เธอน่าจะมีอายุประมาณ 10000 ปี บางที่เธออาจจะเป็นมังกรโบราณ”

10000 ปี เธอจะต้องเริ่มชีวิตของเธอมานานมากก่อนที่จะเริ่มเขียนประวัติศาสตร์ซะอีกจนมาถึงวันปัจจุบันนี้ ดังนั้นซังจินจึงถามกลับไป

“แล้วนายคิดว่าพวกเราพอจะมีโอกาสไหม?”

“โอกาส? ไม่เลย พูดกันตามตรงเหตุผลที่นักล่าทุกคนในที่นี้ยังคงมีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะว่าเธออนุญาตให้พวกท่านอยู่”

“ฉันรู้เรื่องนั้นแล้ว แต่เธอบอกว่าถ้าหากพวกเราสามารถสัมผัสเสื้อผ้าของเธอได้ก็จะถือว่าเป็นชัยชนะของพวกเรา เกี่ยวกับเรื่องนี้มันพอจะมีโอกาสบ้างไหม?”

“หืมมม…..”

ซาดาเมียร์ได้เงียบเสียงลงไปในขณะที่ไตร่ตรองอย่างรอบคอบในความคิด

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <