0 Views

Chapter 102 – Red Dragon’s Lair (8)

ซังจินและคนอื่นได้เริ่มค้นหาชิ้นส่วนลับกันในภูเขาสมบัติ

ในระหว่างทองคำที่ไม่สิ้นสุด มีสร้อยคอที่เต็มไปด้วยเพรชและดาบที่ตกแต่งอย่างประณีตด้วยสิ่งของและอัญมณีที่มีค่า และสิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ แต่นักล่าก็ไม่ได้สนฝจพวกมัน

ไมม่ใช่ว่ามันเสื่อมโทรม แต่เพราะว่ามันไม่สามารถจะนำกลับไปด้วยได้ และในระหว่างการค้นหาอยู่นักล่าคนหนึ่งก็ได้ตะโกนออกมา

“ทะ…ที่นี่”

นักล่าคนอื่นๆได้รีบเข้าไปหาชายคนนั้นทันที มีหีบใบหนึ่งที่สูงจนเกือบเท่ากับผู้ใหญ่

และที่กล่องสมบัติมีอัญมณีฝังเอาไว้อยู่ ดูเหมือนว่ามันเป็นสิ่งที่มีค่า นักล่าคนอื่นๆได้ไปล้อมรอบพวกมัน

ซังจินได้เฝ้ามองดูฉากเช่นนี้จากด้านหลัง นักล่าคนหนึ่งได้ก้าวไปข้างหน้าเพื่อที่จะลองเปิดมัน แต่แล้วเขาก็หันกลับมาถาม

“เฮ้….มาช่วยหน่อยสิ”

ซังจินพร้อมด้วยกับทุกๆคนได้เข้าไปช่วยเปิดหีบออกมา

“ฮึบ”

ด้วยความช่วยกันของนักล่าพวกเขาได้เปิดหีบออกมา

“ตูมม”

เสียงเปิดได้ดังออกมา ทุกคนก็ได้มองลงไปอย่างคาดหวัง แต่ว่าภายในนั้นมันไม่มีอะไรนอกไปเสียจากหินสีดำ

“นี่มันคืออะไร?”

“เกิดอะไรขึ้น?”

แต่แล้วโอเปอเรเตอร์ก็ได้ประกาศออกมา

[ขอแสดงความยินดีด้วย]

[คุณได้ค้นพบชิ้นส่วนลับหัวใจมังกร]

การประกาศนี้มันได้เปลื่ยนอารมณ์ของคนรอบๆ

“หัวใจมังกร?”

“หินนี้นะน่ะ?”

ทุกๆคนได้ก้มลงไปหยิบก้อนหิน แต่ละคนต่างก็ตรวจสอบหน้าต่างสเตตัสซึ่งซังจินก็เช่นกัน

 


หัวใจมังกร(ขนาดเล็ก) – แหล่งที่มาของพลังเวทมนตร์
วัสดุระดับตำนาน

หัวใจของมันกรมันเป็นแหล่งที่มาของพลังเวทย์ทั้งหมด
หินสีดำก้อนนี้มันเป็นแหล่งพลังเวทย์ เป็นเวทย์ต้นกำเกิด


‘วัสดุ…นั้นหมายความว่ามันเป็นชิ้นส่วนสำหรับทำอะไรบางอย่าง’

ซังจินได้มองไปที่มันแล้วลูกบาศก์ของนักล่าก็ประกาศออกมา

[ขอแสดงความยินดีด้วย]

[คุณได้รับวัสดุหัวใจมังกรระดับตำนาน]

ไม่มีใครเข้าใจว่ามันคืออะไร แต่มันต้องเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์มากๆ เขาได้มองออกไปรอบๆ

‘ฉันกังวลว่ามันจะไม่เพียงพอ ฉันไม่สามารถจะบอกได้ว่าฉันจำเป็นจะต้องใช้มันไหม?….แต่ว่าฉันไม่ต้องการที่จะทิ้งชิ้นส่วนลับเอาไว้ แต่ถ้าหากว่าฉันยืนยันจะเอามัน คนอื่นๆจะพูดยังไง’

เขากังวลมากเกินไปโดยที่ไม่จำเป็น มันมีหัวใจสีดำเพียงพอสำหรับนักล่าทุกคน ซังจินได้คิดขึ้นกับตัวเอง

‘มันเป็นไปได้ว่าชิ้นส่วนลับมันได้ถูกออกมาแบบเพื่อให้นักล่าได้รับกันเพียงแค่คนละชุดเท่านั้น ตั้งแต่ก่อนแล้วฉันยังไม่เคยเห็นการต่อสู้เกี่ยวกับชิ้นส่วนลับขึ้นเลย….’

ซังจินได้คิดขึ้น แต่แล้วความกัวลงของเขาเร็วๆนี้ก็จะเกิดขึ้น ตอนแรกเขากังวลว่ามันจะมีไม่พอ แค่ว่าปัญหามันกลับตรงกัยข้าม มันมีจำนวนมากเกินไป หลังจากที่นักล่าได้หยิบขึ้นมาคนละชิ้น มันก็ยังมีอีกหกชิ้นตกอยู่

มันเป็นวัสดุระดับตำนาน มันสามารถนำไปขายได้กว่า 10000 เหรียญต่อชิ้น นักล่าได้มองตรวจสอบไปที่คนอื่นๆสั้นๆ แต่ไม่ช้าพวกเขาก็ได้สิ่งเข้าไปเพื่อแย่งชิงหังใจมังกรกัน การต่อสู้ที่รุนแรงได้เกิดขึ้น

“หลบ!!”

“หลบออกไปจากทางของฉัน! นายมีอยู่แล้วสองอัน”

“เวรเอ้ย ถอยออกไปถ้าหากนายได้ไปแล้ว”

ซังจินได้เฝ้ามองพวกเขาจากด้านข้างในขณะที่คิดว่าวิธีแก้ไขสถานการณ์ เขาไม่แน่ใจว่าจะแก้ไขมันอย่างไร

‘ฉันควรจะทำยังไงดี? ฉันควรจะเข้าร่วมการต่อสู้ด้วยไหม? แต่ว่าฉันไม่ต้องการเช่นนั้น อย่างไรก็ตามสิ่งของพวกนี้มันมีค่าจริงๆ…’

ขณะที่เขากำลังคิดหาวิธีแก้ไข การต่อสู้ก็ได้เริ่มรุนแรงยิ่งขึ้น

“ไอ้ห่าเอ้ยยย”

ซังจินพยายามที่จะแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว

‘ถ้าหากว่ามีใครบางคนกลายเป็นฆาตกร…แล้วเรื่องของบอสลับหละ?’

ถ้าหากว่ามีใครบางคนตายไปแล้วการที่จะไปค้นหาบอสลับมันก็จะยากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าถ้าหากมีฆาตกรเขาก็จะได้รับไอเทมแต่ว่า…. ซังจินได้ยกดาบขึ้นมาและตะโกนขึ้น

“หยุด !!!”

ทุกๆคนได้หยุดอยู่กับที่ตามคำสั่งของซังจิน จากนั้นซังจินก็ได้พูดออกมา

“หยุดซักเดี๋ยว”

เขาไม่ได้คิดอะไร เขาเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาทุกๆคน แต่เขาไม่สามารถที่จะทำทุกอย่างตามที่พึงพอใจได้

จะไม่มีใครบ่นออกมาถ้าหากเขาต้องการ1หรือสองชิ้น แต่มันก็จะมีขีดจำกัดอยู่แค่นั้น การที่พยายามจะเอาให้มากขึ้นจะทำให้คนอื่นเกลียดชัง

มันเป็นไปได้ว่านักล่าจะหันไปรวมกลุ่มกับฆาตกรต่อต้านเขา ดังนั้นเขาจึงพูดสิ่งแรกออกมา

“หยุดเดี๋ยวนี้และมาคิดหาวิธีแบ่งมันกันอย่างเป็นธรรมกันเถอะ”

แต่ปัญหามันก็ได้ถูกแก้ไขได้ง่ายกว่าที่ซังจินคิดเอาไว้ นักบวชได้แอบหลบเข้าไปหยิบหินในตอนที่ซังจินเผลออยู่

แต่แล้วโอเปอเรเตอร์ก็แจ้งเตือนออกมา

[นักล่าสามารถจะเก็บชิ้นส่วนลับได้เพียงชิ้นเดียวเท่านั้น]

นักล่าทุกคนที่ได้เข้าไปแย่งของกันได้แข็งอยู่กับที่

“อะไรนะ?”

ด้านล่างลูกบาศก์ของนักบวชได้เปิดออกมาและหัวใจมังกรก็หล่นออกไป

“ตุบ”

ความเงียบที่น่าอึดอัดใจไปผ่านไปตามนักล่าแต่ละคน ในตอนแรกอารมณ์ระหว่างสมาชิกปาร์ตี้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

สุดยอดนักล่าเค ทุกคนได้ยอมรับในการกระทำของเขาแม้วว่าเขาจะแข็งแกร่งมาก แต่เขาก็ได้แบ่งทุกอย่าง อย่างเป็นธรรม

และเมื่อตอนที่ต่อสู้กับบอสที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ พวกเขาทุกคนก็ได้ร่วมมือกันและสร้างความรู้สึกสนิทสนม

แต่ด้วยชิ้นส่วนลับนี้มันได้ทำให้ทุกอย่างพังทลายลง ทุกๆคนได้หันหลังให้กับสหายและต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง

ผู้อมตะที่ไม่ได้เข้าไปต่อสู้ด้วยก็พูดออกมา

“เอาละในตอนนี้อย่าไปสู้กันเลย มันสามารถเอาไปได้แค่อันเดียวเท่านั้น แค่คนละอัน”

เขาพยายามที่จะบรรเทาความตรึงเครียด แต่ว่ามันก็สายไปแล้ว นักล่ามากกว่าหนึ่งหรือสองคนกำลังหมิ่นที่จะกลายไปเป็นฆาตกร ซังจินจึงนวดไปที่หน้าผากของเขา

‘ฉันไม่สามารถที่จะแนะนำเกี่ยวกับบอสลับได้หลังจากทั้งหมดนี้’

เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี่พวกเขายังคงมองไปที่สมบัติด้วยกันอยู่เลย

‘ว๊าวดูนี่สิคริสตัลมรกต’

‘มงกุฏทับทิมอะไรกันนี่? มันถูกใส่โดยราชา?’

พวกเขาได้แบ่งปันความคิดเห็นเหล่านี้กับคนอื่นๆ แต่ว่าตอนนี้มันได้กลับกลายไปเป็นเงียบสนิท อย่างไรก็ตามในขณะนั้นเอง

‘ฟึบ’

พื้นที่เหนือภูเขาสมบัติได้คดลงและมีใครบางคนเดินออกมา สายตาของทุกคนได้มองไปที่ผู้มาใหม่ในทันที คนๆนั้นเป็นผู้หญิง

ผมสีแดงและตามสีเหลือง จมูกคมและผิวเนียนเรียบ หญิงสาวคนนี้เป็นคนที่มีความงามอันน่าทึ่ง หลังจากที่ได้มาถึงยอดของภูเขาสมบัติเธอก็ได้มองไปรอบๆตัว ซังจินได้คิดขึ้นกับตัวเอง

‘อะไรนะ? เธอเป็นนักล่าจากมิติอื่น?’

แต่ก็ไม่มีฉายาบนหัวเธอเลย ในรูปแบบนี้คือ

‘เธออาจจะเป็นมอนสเตอร์’

ซังจินได้คิดขึ้น ดังนั้นเขา

‘ชิ้งงง!!!’

เขาได้ชักดาบทั้งสองเล่มออกมาจากฝัก นักล่าคนอื่นๆก็เครียดตามไปด้วยและชักอาวุธตามกันออกมา

ในขณะเดียวกัน ผู้หญิงคนนี้ก็ได้สังเกตุเห็นนักล่าและค่อยๆเดินเขามาหาพวกเขา ซังจินได้เฝ้ามองเธออยู่เงียบๆ แต่แล้วผู้อมตะก็ได้เป็นคนแรกที่ถามออกมา

“ธะ…เธอเป็นอะไร? เธอเป็นใครกัน?”

เธอได้สาดสายตามาทางนี้ ในลักษณะต่างๆเธอได้เติมเต็มคำว่า ‘ความงามที่สมบูรณ์แบบ’ ตาสี่เหลืองของเธอได้สะดุดตามากที่สุด

ซังจินเริ่มที่จะจ้องมองไปที่ดวงตาของเธอ แต่ภายในม่านตาของเธอมันมีรอยเหมือนกับตาของแมว ซังจินรู้สึกเหมือนว่ามันเดจาวูเมื่อเขามองไปที่ดวงตานั้น

‘มันอะไรนะ? ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าเคยเห็นมันมาก่อน…ดวงตาของบาซิลิสงั้นหรอ?’

เขาได้คิดขึ้น แต่คำตอบก็ได้ใกล้กว่าที่เขาคิด ในก่อนหน้านี้

‘กลิ่นของเนื้อ เนื้อมนุษย์’

ดวงตาที่ได้มองเหล่านั้น ซังจินก็ได้ตระหนักถึงมัน

‘เธอมีดวงตาที่เหมือนกับคาลกัลป์’

ขณะที่ซังจินกำลังคิดสิ่งต่างๆ เธอก็ได้ลดระยะห่างจากพวกนักล่าอย่างช้าๆ

“ฉันถามว่าเธอเป็นใคร?”

ผู้อมตะได้ถามออกมาอีกครั้งหนึ่ง แต่เธอก็ไม่ได้ตอบออกมา และในขณะที่เธอเดินเข้ามาใกล้หีบสมบัติ เธอก็หยิบหัวใจมังกรขึ้นมาและกระซิบขึ้น

“ถ้างั้นข่าวลือมันเป็นความจริง…”

นักล่าได้เฝ้ามองดูเธอ เธอได้นำมันกลับมันไปวางไว้ในหีบอีกครั้ง

จนกระทั่งถึงตอนนี้นักล่ามองไปโดยไม่คิดว่า แต่หลังจากที่วางหัวใจลงไป เธอก็ปิดหีบด้วยแขนเรียวยาวเพียงข้างเดียว

ฝาปิดที่ต้องใช้ความพยายามจากนั้นล่าหลายๆคน ในตอนนี้ไม่มีใครเชื่อว่าเธอเป็นคนธรรมดา มีเพียงมอนสเตอร์ในรูปแบบมนุษย์เท่านั้นที่จะทำเช่นนี้ได่

แต่จากนั้นเธอก็พูดออกมาเป็นครั้งแรก

“โย่ มนุษย์ นายเป็นคนฆ่าคาลกัลป์งั้นหรอ?”

ไม่มีใครตอบกลับไป การที่เรียกพวกเขาว่ามนุษย์ เธอได้รับยืนยันในทางอ้อมแล้วว่าเธอไม่ใช่คน เธอได้ถามออกมาอีกครั้ง

“ฉันจะถามอีกครั้ง นายเป็นคนฆ่าคาลกัลป์หรอ?”

เธอได้จ้องไปที่นักล่าในขณะที่เธอถาม สายตาของเธอดูแข็งแกร่งพอที่จะฆ่าคนอ่อนแอได้เลย หนึ่งในนักล่าจึงตอบกลับไปอย่างนุ่มนวล

“ใช่…..”

คนที่ตอบกลับไปก็คือบาบาเรี่ยน เขาก็ยังรู้สึกประหลาดใจว่าเขาตอบกลับไปได้ยังไงและเขาก็ปิดปากลง มันเหมือนกัยว่าความแข็งแกร่งของสายตาข่มขู่ของเธอก็เพียงพอที่จะทำให้คนพูดออกมาได้ นักล่าได้กลับกลายไปเป็นเคร่งเครียด

“โอ้ จริง?”

จากนั้นเธอก็นำมือของเธอไปวางบนหีบและพูดออกมา

“เคลื่อนย้าย”

และหีบก็ได้หายไปในทันที นักล่าคนอื่นๆก็คิดออกมา

‘มันคือทักษะใช้งาน?’

แต่ซังจินก็มองไปที่เธอและถามออกมา

“ขอโทษนะ….เธอเป็น…มังกรเหมือนคาลกัลป์หรอ?”

เธอได้หันไปมองที่เขา ดวงตาของเธอดูเหมือนกับมังกรมาก

“ใช่แล้ว คาลกัลป์เป็นลูกชายของฉัน”

นักล่าทุกคนได้รับความกดดันมายิ่งขึ้น บทสนทนาในก่อนหน้านี้มันเหมือนกับว่า

‘นายเป็นคนฆ่าลูกของฉัน?’

‘ใช่พวกเราฆ่าเขา’

ในตอนนี้พวกเขายังคงพูดกันดีๆอยู่ แต่ว่าใครจะไปรู้หละว่าสถานการณืมันจะเปลื่ยนไปเป็นไม่คาดฝันมากแค่ไหน

“เอาหละ เขาเป็นเด็กที่มีปัญหา เขาได้ฆ่าพี่น้องของเขาไปเพียงเพื่อแค่ที่จะครอบครองหัวใจของพวกเขา”

คิ้วของเธอได้ขมวดเล็กน้อยในขณะที่เธอพูโ ซังจินได้นึกไปถึงคำใบ้ในก่อนหน้านี้เกี่ยวกับบอสลับในทันที

[ได้รับการเตือนว่าเหนือการพิสูจน์ความชั่วร้าย เธอได้ถูกหลอกและกริ้วมาก]

การพิสูจน์ความชั่วร้ายน่าจะหมายถึงชิ้นส่วนลับซึ่งในตอนนี้ได้ถูกนักล่าเก็บเอาไว้ แต่ดูเหมือนกับว่าเธอไม่ได้ใส่ใจมันมากนัก

เธอพูดเพียงสิ่งเดียวกับนักล่า

“ทำได้ดีมาก ฉันมาที่นี่เพื่อที่จะฆ่าเขา แต่พวกนายก็ช่วยฉันแก้ปัญหา”

ซังจินได้คิดขึ้นในขณะที่มองไปที่เธอ

‘แม่ของคาลกัลป์เป็นบอสลับ? เราจะต้องเผชิญหน้ากับมังกรที่แก่กว่ามาก?’

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <