0 Views

Chapter 101 – Red Dragon’s Lair (7)

นักล่าได้ตกอยู่ในความเงียบหลังจากคำใบ้ครั้งที่สอง ครั้งแรกพวกเขาก็สับสนอยู่แล้ว แล้วนี่ยิ่งในครั้งที่สองอีกพวกเขายิ่งสับสนเข้าไปใหญ่ แต่แล้ว ‘รอยัลเรนเจอร์’ ก็ได้ยกมือขึ้นและพูดออกมา

“โทษนะ…”

ซังจินได้ชี้นิ้วไปทางเขาราวกับคุณครูกำลังสอนนักเรียน

“ว่าไง บอกสิ่งที่นายคิดมาเลย”

รอยัลเรนเจอร์ได้มองไปรอบๆก่อนที่จะเปิดปากออกมา

“ฉันไม่รู้เกี่ยวกับบอสลับ…แต่ฉันคิดว่าฉันเข้าใจเกี่ยวกับที่อยู่ของชิ้นส่วนลับนะ คำใบ้แรกเลย เส้นทางสีแดง ฉันเชื่อว่ามันน่าจะเป็นพื้นลาวาที่เราได้พบกันมา เพราะว่านอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรที่เป็นสีแดง”

ทุกคนได้หยักหน้ารับ

“อย่างที่สองคือสถานที่เดียวที่มังกรจะสามารถไปได้นั่นก็คือลาวา เพราะว่าขนาดตัวของมัน….มันไม่สามารถจะไปที่ทางอื่นได้ ถ้าหากว่ามันจะไปไหนมันก็จะต้องผ่านลาวา”

คำอธิบายเช่นนี้มันเป็นไปได้

“อย่างสุดท้ายก็คือสถานที่ๆปีกอบอุ่น…ฉันคิดว่ามันเป็นกุญแจสำคัญ ก การที่ปีกมันร้อนก็คือลาวาได้ตกลงมาตกที่ปีกขอบมังกร”

ด้วยคำพูดนี้ทุกๆคนได้อุทานออกมา

“โอ้….”

“เขาพูดถูก”

ในตอนนี้ซังจินได้เก็บเรื่องของบอสลับเอาไว้ก่อนและพูดออกมา

“ฉันรู้สึกว่าสิ่งที่รอยัลเรนเจอร์พูดอาจจะถูกต้อง ถ้างั้นเราลองไปค้นหาชิ้นส่วนลับกันก่อน”

อย่างไรก็ตามการจะไปล่าบอสลับจะต้องได้รับการยอมรับจากทุกคน

“โอเค”

“งั้นไปกันเถอะ”

ซังจินได้มองไปที่ผู้อมตะ ผู้อมตะได้ก้าวออกมาข้างงหน้าเมื่อสังเกตุเห็นซังจินมองมาที่เขา

“โอเคร พวกเราไปกันเถอะ”

****

นักล่าได้เดินไปตามทางลาวาไหลอย่างช้าๆในขณะที่กวาดล้างมอนสเตอร์ ครึ่งหนึ่งของพวกมันได้ถูกฆ่าไปด้วยสุดยอดนักล่าและหมาป่ายักษ์ แต่ก็ไม่มีใครโวยออกมา

มอนสเตอร์พวกนี้มันยากที่จะเอาชนะแม้ว่าทั้ง 9 คนจะร่วมมือกัน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้ร้องเรียนอะไรเพื่อที่จะสร้างปัญหาให้ตัวเอง พวกเขาได้คิดกับตัวเอง

‘เขาเป็นชายที่ดูแปลกประหลาด’

หลังจากที่เขาได้ค้นหาผ่านอุโมงมาพวกเขาก็ได้มาถึงพื้นที่เปิดโล่งที่มีขนาดเล็กกว่าห้องหลักของมังกร

จุดที่น่าสนใจของที่นี่ก็คือลาวาที่ไหลไปอย่างช้าๆ มันอยู่ค่อนข้างไกลออกไป แต่แม้กระทั่งในจุดนี้ มันก็ดูเหมือนจะร้อนแรงและไม่น่าสนใจ

แต่เมื่อเคนได้มองไปที่มันเขาก็ได้นึกไปถึงคำพูดของรอยัลเรนเจอร์

‘เส้นทางสีแดง ที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่ผ่านได้….และปีกที่อบอุ่น’

และในพื้นที่แห่งนี้มันก็ค่อนข้างจะน่าสงสัย มันเป็นพื้นที่ๆกว้างมาก ไม่เพียงเท่านั้นที่แห่งนี้ก็ยังไม่สามารถจะพบกับมอนสเตอร์ได้เลย ซังจินได้ขยับเข้าไปใกล้ๆลาวา ในขณะที่เขาเข้าไปใกล้เขาก็ได้รู้สึกถึงความร้อนมาถึงใบหน้าของเขา

ซังจินไม่ได้สนใจมันและเขาก็เข้าไปใกล้ลาวา ขนาดของมันไม่น่าจะจุมังกรลงไปได้ ไม่สิมันต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

‘…เคยมีคนบอกไว้ว่ามังกรมันสามารถจะแปลงร่างมาเป็นมนุษย์ได้…’

ซังจินได้คิดที่จะตรวจสอบบริเวณรอบๆนี้โดยละเอียด แต่แล้วเขาก็สังเกตุเห็นเศษอะไรบางอย่างแปลกๆบนกำแพง มันแตกต่างจากทางด้านอื่น แต่มันก็คล้ายกันอย่างมาก เมื่อนักล่าคนอื่นๆซังจินเห็นว่าซังจินพบอะไรบางอย่างพวกเขาก็มารวมตัวกัน

“นั่นอะไร…?”

ซังจินได้จ้องมันอย่างจริงจังและในไม่ช้าเขาก็รู้ว่ามันคืออะไร

“มันคือ…รอยเท้า”

คนอื่นๆได้ถามออกมา

“รอบเท้า?”

ซังจินจึงได้ให้คำอธิบายแก่พวกเขา

“ใช่แล้ว มันคือรอยเท้า พวกนายลองดูที่รอยสิมันคือรอยเท้าที่ก้าวขึ้นมาจากลาวา และพื้นมันก็ได้ยุบตัวลงไปเมื่อลาวาเย็นลง”

คนอื่นๆได้ประทับใจกับความเข้าใจสถานการณ์ของซังจิน

“โอ้ สิ่งที่นายพูกมันน่าจะถูก”

“นั่นหมายความว่า….”

นักบ่าได้มองตามรอยไปด้วยสายตาของพวกเขา ที่รอยเท้าบนลาวามันเหมือนกับเส้นทางสีแดง มันดูคล้ายกำเส้นทางในคำใบ้มากที่สุดตั้งแต่ที่พวกเขาหามา

นักล่าได้เดินตามรอยเท้านั้นไป แบะก็ตามที่คาดไว้ ในจุดสิ้นสุดพวกเขาได้พบกับน้ำตกลาวา

“ที่นั่น?”

“อา….”

เมื่อตรวจสอบดูอย่างใกล้ชิด รอยเท้าของมันได้ไปที่ด้านข้างของน้ำตกลาวา และทัใดนั้นมันก็หยุดลงครึ่งทาง

“ข้างใต้ลาวาแห่งนี้…มันน่าจะมีพื้นที่ว่างเปล่าอยู่…”

“มันดูเหมือนเส้นทางเข้าไปของมังกรแน่นอน”

“ฉันเห็นด้วยๆ”

“แต่ว่าพวกเราจะไปที่นั่นยังไงกัน?”

นี้มันคือปัญหาหลักปัญหาแรก การที่เขาจะต้องบินเข้าไป และปัญหาที่สองพวกเขาก็จะต้องรับมือกับลาวาที่ร้อนแรงจากด้านบน

แค่เพียงการแตะหรือสัมผัสร่างกายของพวกเขาก็จะไหม้ก่อนที่จะได้เข้าไปเอาสมบัติซะอีก ซังจินได้มองลงไปที่แหวนคิเมโร่ ถ้าหากว่าเขาใช้มันเขาก็สามารถจพะป้องกันลาวาได้

‘ถ้าฉันสามารถจะเข้าไปได้ภายในห้าวินาที’

แต่นี่ก็มีปัญญหาในตัวเองเช่นกัน นั้นก็คือพรมเวทย์มันมีพลังป้องกันที่ต่ำมาก ถ้าหากว่ามันโดนลาวามันก็จะเสียหายและเขาก็จะตกลงำป

ดขาสามารถจะรอให้คูลดาวคิเมโร่เสร็จได้ แต่ว่าการที่เขาจะเข้าไปเขสก็จะต้องใช้พรมเวทย์ซึ่งมันเมื่อโดนลาวาก็จะขาดลงทันทีและเขาจะตกลงไป

การตายเช่นนี้หลังจากที่ฆ่ามังกรไปแ้ว มันน่าอายมาก

‘ฉันควรจะทำยังไง?’

ไม่มีใครสามารถจะคิดวิธีแก้ไข แต่การดูเฉยๆมันก็ไม่ช่วยอะไร ซังจินจึงเอาบรมออกมาและตรสจสอบไปที่บาวาจากด้านบน

จากนั้นเขาก็ขยับไปที่ด้านข้างของลาวาเพื่อที่จะส่องดูภายในนั้น

‘นี้มันน่าจะเป็นที่ๆถูกแล้ว…’

แต่ว่าพื้นที่ระหว่างลาวามันเล็กจนเกินไป มันเพียงพอแค่ให้ใครบางคนสอดแขนเข้าไปเท่านั้น

พรมมันกว้างและตัวของซังจินไม่ได้พอดีกับตรงนั้น

‘ฉันไม่สามารถจะเข้าไปจากด้านข้างได้…’

ซังจินได้ตัดสินใจที่จะตรวจสอบด้านบน ห่างจากน้ำตกลาวา ลาวามันได้ไหลลงช้าๆ ซังจินก็ได้ลอยอยู่เหนือแม่น้ำนั้น

แม้ว่าจะเรียกว่าลาวาตกแต่การเคลื่อนที่ของมันก็ไม่ได้เร็วเช่นนั้น

ซังจินได้มองไปที่พื้นอยู่ครู่หนึ่ง ในตอนนี้เองเขาก็ได้นึกถึงมัน เขาจำได้ถึงในตอนที่เขาได้สู้กับโกเลมในก่อนหน้านี้

‘ฟรอสต์ไบท์’

โกเลมได้ถูกโจมตีโดยความเย็นและช้าลง

‘…ถ้าเกิด…’

ซังจินได้ยกมือขึ้นมาทางน้ำตกบาวาและร่ายเวทย์ออกมาพร้อมกับเบสโกโร่

“จงพันธนาการด้วยน้ำแข็ง ฟรอสต์ไบท์”

“จงพันธนาการด้วยน้ำแข็ง ฟรอสต์ไบท์”

เวทย์สองอันได้ถูกปล่อยออกมาจากมือของซังจิน และทีละน้อยๆลาวาที่ไหบอยู่ได้ช้าลง

เมื่อเวทย์ได้ไปถลาวาก็ได้แข็งตัวลงโดยสมบูรณ์ ที่ลาวาก็ได้มีช่องว่างมากขึ้นและลาวาก็ได้ไหลช้าลง

ซังจินได้ตัดสินมจที่จะใช้พรมหันกับไปทางน้ำตกลาวา ช่องว่างที่เคยมีที่สามารถจะสอดมือเข้าฟปได้ ตอนนี้มันก็ใหญ่พอที่คนจะผ่านไปได่

‘มันจะสำเร็จ นายจะหล่อมาก’

เบสโกโร่ได้ตะโกนออกมาด้วยความยินดี แต่มันก็ยังเต็มไปด้วยอันตราย ซังจินได้ขี่พรมกับไปหานักล่าและถามกับจอมเวทย์น้ำเงิน

“เฮ้ นาย นายรู้สิธีและสามารถจะใช่ฟรอสต์ไบท์ได้ใช่ไหม?”

เขาได้ถามซังจินเกี่ยวกับพลังเวทย์ที่มากในก่อนหน้านี้ ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าเขาจะต้องเคยเห็นเวทย์นี้มาก่อนเขาถึงจะแยกความแตกต่างได้ และตามที่ซังจินคาดเอาไว้

“ใช่แล้ว ฉันรู้วิธีใช้มัน สุดยอดนักล่า”

“ขึ้นมาเลย”

ซังจินได้ขยับให้มีที่ส่างบนพรม พรมมันมีพื้นที่เพียงพอสำหรับสองคนเท่านั้นเมื่อจอมเวทย์น้ำเงินได้ขึ้นมาพวกเขาก็ได้กลับไปที่ด้านบนน้ำตกลาวา

ลาวามันยังคงแข็งตัวอยู่ แต่มันก็จะไม่ได้แข็งนานมากนักและซักพักหนึ่งมันจะกลับมาร้อนอีกครั้ง ซังจินได้หันหน้ากลับไปพูดกับจอมเวทย์น้ำเงิน

“พวกเรากำลังจะไปใช้เวทย์แช่แข็งมันเพื่อลดความเร็วของน้ำตกลาวา นายเข้าใจใช่ไหม?”

“โอเค”

เมื่อซังจินพูดเสร็จเขาก็ร่ายเวทย์ออกมาอีกครั้งด้วยตนเอง

“จงพันธนาการด้วยน้ำแข็ง ฟรอสต์ไบท์”

เขาได้ใช้เวทย์เพื่อแช่แข็งลาวาไปอีกครั้ง

[คำเตือน : มานาเหลือต่ำ]

ซังจินได้คิดเกี่ยวกับการใช้เวทย์ของเขท

‘มันควรจะพอสิ’

และเขาก็ได้กลับไปที่ด้านข้าวของลาวา ในตอนนี้ช่องว่างห่างเยอะมาก ตอนนี้มันได้มีพื้นทีาว่างให้เข้าไปแล้ว

ข้างในมันกว้างมากจนพอที่จะบินเข้าไปได้อย่างอิสระเลย ซังจินได้มองกลับไปที่นักล่าคนอื่นๆ

“ฉันคิดส่าพวกเราจะสามารถผ่านมันไปได้ในตอนนี้ มีใครที่สามารถจะบิน…”

แม้ว่าก่อนที่เขาจะได้ทันพูดจบ คนอื่นๆอีกแปดคนก็

“พลังต้านทานแรงโน้มถ่วง”

พวกเขาได้ใช้เวทย์เพื่อที่จะบินขึ้นไปบนฟ้า

“มาหาฉันอดาแรม”

เขาได้อัญเชิญอินทรีย์ยักษ์ออกมา

“เดินบนอากาศ”

และใช้ไอเทมเพื่อที่จะไปบนอากาศ มีอยู่หนึ่งหรือสองคนเท่านั้นที่ไม่สามารถจะบินได่ แต่พวกเขาก็ไแ้รับความช่วยเหลือที่บินได้พาพวกเขาไปที่น้ำตกลาวา

‘ฉันรู้แล้ว…คนพวกนี้เป็นคนทีดีทีเดียว’

ซังจินได้คิดขึ้นในขณะที่เข้าไปเป็นคนแรก ภายในนั้นมันใหญ่มาก มันเป็นพื้นที่โล่ง มันใหญ่พอๆกับห้องหลักของบอสเลยทีเดียว

ห้องนี้มันมีปริมาณของสมบัติเป็นจำนวนมาก เขารู้สึกว่ามันดูคล้ายๆกับในหอคอยไอวอรี่ แต่มันก็มีบางอย่างที่แตกต่างกันอยะ่

ถ้าเป็นในไอวอรี่มันจะเป็นห้องสมบัติ แต่กับที่นี่มันก็คือภูเขาสมบัติดีๆนี่เอง

ปากของจอมเวทย์น้ำเงินได้ตกลงมา

“พระเจ้าาา….”

ซังจินไม่ได้แสดงท่าทางอะไรออกมา แต่ว่าเขาก็ประหลาดใจมากเช่นกัน

”เงินพวกนี้มันเป็นสิ่งไร้สาระ’

ซังจินได้หาพื้นที่ๆดี เพื่อที่จะจอดพรม เขาได้ลงมาอยู่บนกองทอง ซังจินได้คิดขึ้นกับตัวเอง

‘งานอดิเรกทั้งหมดคือการกลิ้งกับสมบัติงั้นหรอ? ฉันเห็นได้ชัดเลยว่าทำไม’

นักล่าที่ได้ตามเขามาได้มองมาที่นี่ด้วยตาที่เป็นประกาย และพวกเขาฟลายคนได้พยายามที่จะเก็บเงินทองพวกนี้ลงลูกบาศก์ แต่ว่าพวกเขาก็ต้องพบกับความผิดหวัง

ซังจินได้หยิบเหรียญทองที่หล่นบนพื้นขึ้นมา ในเหรียญประกายนี้มันมีรูปหน้าของคนอยู่ เขาเป็นคนที่จทูกใหญ่แต่เต็มไปด้วยหนวดเครา ภาพรวมชายคนนี้ผอมเป็นอย่างมาก

ตัดสินจากมงกุฏบนหัวเขาคงจะเป็นกษัตริย์ ด้านบนภาพนั้นก็เป็นภาษาที่ไม่รู้จัก

‘หืมมม….มันคือใบหน้าของราชาแห่งโลกนี้งั้นหรอ?’

ซังจินได้ตรวจสอบไปทีเหรียญอื่นๆอีก แต่ว่ารอบนี้มันต่างออกไป

ในเหรียญนี้มันเป็นชายที่สวมมงกุฏแต่ก็ไม่ใช่คนในเหรียญก่อนหน้านี้ เขามีผมที่หยิก จมูกแบน และมีใบหน้าอวบอ้วน

‘โอ้….’

ซังจินได้พยายามตรวจสอบเหรียญด้วยความอยากรู้อยากเห็น จากสิ่งที่เขาได้สังเกตุเขาได้พบว่ามีบุคคลที่แตกต่างกันอย่างน้อยก็ 10 คนไปแล้ว

‘ดังนั้นแล้วเหรียญพวกนี้ได้ถูกรวบรวมมาจากหลายๆช่วงอายุของคน…ในช่วงเวลาที่ต่างกัน…การกลับไปสู่โลกมนุษย์…มันอาจจะทำให้คุณรวยได้เลย ใช่ไหม?’

ซังจินได้คิดในขณะที่วางเหรียญลงไปบนกองเหรียญ เขาไม่สามารถจะพกมันไปกับตัวของเขาได้

‘สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือชิ้นส่วนลับ’

ซังจินได้หันไปพูดกับนักล่าคนอื่นๆ

“พวกนายไม่สามารถจะเอาทองไปด้วยได้ แต่ว่าชิ้นส่วนลับมันได้อยู่ที่ไหนซักแห่งรอบๆพื้นที่นี่ ดังนั้นได้โปรดช่วยกันหามันกันด้วย”

 


ตอนนี้กลุ่มลับมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <