0 Views

Chapter 26 – Giants Canyon (4)

ยักษ์ขนดกได้กวาดขวานของมัน ราจช์ก็ได้ป้องกันมันด้วยโล่ของเขาอย่างง่ายดาย จากนั้น

“ปั๊ค”

ได้มีก้อนหินพุ่งเข้ามาใส่หัวของเขา

“อั๊ก”

ราจช์ร้องออกมาและล้มลง ซานติอาโกผู้ซึ่งกำลังพยาเข้าไปใกล้ทร็อกก็สังเกตุเห็นหินพุ่งเข้ามาจ เขาจึงถอยกลับ

เมื่อนักล่าหันไปมองหาที่มาของหิน เขาก็ได้พบกับยักษ์ขนดกอีกสองตัวกำลังขว้างหินขนาดเท่ากำปั้นของมอนมาทางเขา

เซรินได้เปลื่ยนเป้าหมาอย่างรวดเร็วและยิงลูกศรออกไปใส่ยักษ์ขนดก

“ก๊าา”

ลูกธนูได้ปักเข้าที่มือของยักษ์ขนดกข้างที่มันกำลังจะขว้างหิน ทำให้หินตกลงใส่เท้าของพวกมันอีกตัวที่อยู่ข้างๆ

“ก๊าซ”

ฆ่านกสองตัวด้วยปืนนัดเดียว เซรินได้ยิงธนูเข้าไปเพียงดอกเดียวแต่กลับหยุดได้ถึงสองตัว อย่างไรก็ตามยักษ์ขนดกก็ได้ขวางหินออกมาแล้ว มันได้พุ่งเข้าใส่เซรินก่อนที่เธอจะตอบสนอง

หินก้อนใหญ่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่พอๆกับลูกธนูของเธอ เซรินลดธนูลงเตรียมเคลื่อนที่ แต่มันก็สายเกินไปแล้ว

“คุณเซริน”

เชี่ยน หวางได้ไปยืนอยู่ข้างหน้าเธอและพยายามปัดหินออกไป

“ปัง”

ก้อนหินแตกออกเป็นชิ้นเล็กและเศษมันก็ได้ฝังเข้าไปในผิวหนังของเขา

“อา..”

เชี่ยน หวางได้รับบาดเจ็บที่เข่า เชรินได้โอกาสในการยิงธนูอีกครั้ง ยักษ์ขนดกก็ได้ก้มลงไปหยิบหินเช่นกัน แต่เธอนั้นเร็วกว่า

“ก๊าซซ”

ลูกธนูของเซรินได้เจาะผ่านหัวของยักษ์ขนดกไป

ยักษ์ขนดกที่เหลืออีกสองตัวก็ได้ก้มลงไปหยิบหินมาอีกครั้ง แต่ไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ไปเธอได้ยิงออกไปอีกสองครั้ง ลุกแรกเจาะเข้าไปที่คอและลูกศรที่สองก็ปักเข้าไปที่หัวใจทำให้มันตายในทันที ในตอนนี้เหลือเพียงแค่ยักษ์ขนดกตัวแรกเท่านั้น

“กำแพงเหล็กของเอ็นวิล”

“เฉือนและตัด”

และศัตรูตัวสุดท้ายก็ได้ถูกฆ่าตายด้วยความร่วมมือของราจช์และซานติอาโก้ เลือดยังคงไหลออกมาหัวของราจช์อยู่เขาจึงพูดขึ้น

“เรามาหยุดพักกันสักครู่ก่อนจะไปต่อเถอะ”

เสียงของลูกบาศก์ดังออกมา

[พลังชีวิตของคุณในตอนนี้อยู่ต่ำกว่าสองในสาม]

เชี่ยนก็เป็นอีกคนที่เลือดไหลออกมา ตอบตกลง

“ใช่แล้ว เป็นความคิดที่ดี”

แผนของพวกเขาคือการจัดการศัตรูที่ละตัวด้วยคนสี่คนลุมหนึ่ง แต่เนื่องจากตะกี้ได้มีกำลังเสริมของศัตรูเข้ามาโดยไม่มีคำเตือนจึงทำให้มันเป็นไปไม่ค่อยดี

ราจช์พูดออกมาอย่างสงสัยในขณะที่ดื่มโพชั่น

“ไอพวกกำลังเสริมเวรนี่มันโผล่มาจากไหนกัน”

เชี่ยนก็ตอบในขณะกำลังเปิดขวดโพชั่น

“ฉันคิดว่า…ฉันเห็นพวกมันปีนขึ้นมาจากอุโมงใต้ดิน”

อย่างไรก็ตามขณะที่เขากำลังพูดคุยกัน ลูกบาศก์ก็ได้ประกาศออกมา

[ระวัง บอส]

[ยักษ์จอมเวท เพ็คและโชวรอช ปรากฏตัว]

“อะไร?”

ราจช์ได้กระดกยาที่เหลืออยู่และยืนขึ้นเตรียมโล่

“บอส?”

เชี่ยนรีบกินโพชั่นให้หมดอย่างรวดเร็วและหยิบหอกขึ้นมา ซานดิอาโก้ลุกขึ้นมาที่นั่งหยิบมีดสั้นออกมา เขาได้มองตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ

เซรินขึ้นสายธนูอย่างรวดเร็วแล้วมองไปรอบๆ แต่มันไม่มีอะไรเลย ไม่มีแม้แล่พวกสมุนให้เห็นเลย

นักล่าทั้งสี่คนตื่นตัวขึ้นมาและมองไปรอบๆอย่างกังวล แต่ก็ไม่มีอะไรเข้ามาโจมตีพวกเขาเลยหลังจากผ่านไป 5 วินาที ในที่สุดใครบางคนก็บ่นออกมา

“บอสปรากฏตัว? แต่….ไหนหละ?”

****

“มาสู้กัน เจ้ามนุษย์”

หัวนักรบได้ตะโกนออกมาเพื่อกระตุ้นซังจิน ด้วยความดังของเสียงมันก็อาจจะทำให้คนปกติถูกข่มขู่ได้ แต่มันไม่ใช่กับซังจินที่ไร้ซึ่งความกลัว

‘ฉันไม่รู้ว่าใครคือเพ็คใครคือโชวราชแต่…จอมเวทจะต้องถูกจัดการก่อน’

เขารีบพุ่งเข้าไปหาหัวทางด้านซ้ายที่ถือไม้คทาอยู่ มันได้ร่ายคาถาออกมา

“จงเคลื่อนไหวดั่งสายลม เฮรสส์”

ด้วยเวทนี้ได้ทำให้ยักษ์เคลื่อนไหวได้เร็วขึ้นสาม…ไม่สิสี่เท่าจากปกติ เมื่อซังจินได้เข้าไปใกล้ยักษ์มันก็ได้บิดตัวและเผชิญกับเขาด้วยซีกขวา

ซังจินได้เหวี่ยงดาบของเขา แต่เจ้า ‘นักรบ’ ก็เคลื่อนที่ได้เร็วพอที่จะป้องกันการโจมตีของเขาทั้งหมด

“เช้ง เช้ง เช้ง”

หลังจากเขาฟันไปได้สามครั้ง ยักษ์ก็ได้หมุนตัวเต็มที่และเจ้าจอมเวทด้านซ้ายก็ได้โจมตีเขาด้วยคทา มันเป็นกลยุทธ์ที่ไม่คาดคิด

ซังจินเอนหลังกลับไปเพื่อหลบการโจมตี แต่เจ้าหัวนักรบก็ตามมาและเริ่มโจมตีในทันที ซังจินจึงไม่มีทางเลือกได้แต่กระโดดกลับหลังออกไป

และในช่วงที่ซังจินได้ถอยหลังกลับ เจ้าจอมเวทก็ได้ยกคทาขึ้นและร่ายเวท

“จงแผดเผาทุกสิ่งในเส้นทางที่ผ่าน บอลเพลิง”

ลูกบอลเพบิงขยายใหญ่ลอยเข้าไปใส่ซังจิน เขารีบถอยกลับแต่

“ตูมม”

เขาไม่สามารถที่จะหลบความสะเก็ตความร้อนพ้น ซังจินหมอบลงและคลุมร่างตัวเองไว้ด้วยผ้าคุม

เปลวไฟส่วนใหญ่ได้ถูกหักล้างไปด้วยความเย็น แต่ซังจินก็ได้สูญเสียพลังชีวิตเป็นครั้งแรกตั้งแต่การรีเซ็ตเริ่มขึ้น เพ็คและโชวรอชหัวเราะเยาะเย้ยซังจิน

“แกผิดว่าแกสามารถจัดการกับพวกเราได้ด้วยตัวคนเดียว?” “ไอ้หน้าโง่ ปัญญาอ่อน”

ซังจินกัดริมฝีปากล่างแน่น

‘เป็นคู่ที่สมบูรณ์แบบ…’

มันสามารถที่จะโจมตีศัตรูด้วยกระบองและคทาของมันด้วยประสาทที่แยกจากกัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใกล้มัน บวกกับเวทมนตร์ในก่อนหน้านี้อีกด้วย จึงทำให้มันยากขึ้นไปอีก

‘มันยากที่จะเอาชนะได้ด้วยตัวคนเดียว’

ดังนั้นซังจินจึงหยิบรูปสลักหมาป่าออกมาและโยนไปข้างหน้า

“เคน ออกมา”

รูปสลักได้กลายเป็นหมาป่าตัวใหญ่และมาอยู่ที่ด้านข้างของซังจิน เพ็คกับโชวรอชได้หัวเราะออกมากับสิ่งที่เขาทำ

“อะไรนะ ลูกหมาที่น่ารัก” “มันน่ารัก น่ารักจริงๆ”

ซังจินไม่สนใจในสิ่งพวกพวกนั้นพูดและเขาก็บอกกับเคน

“เคน จัดการหัวซ้าย”

เมื่อเขาพูดจล เขาก็พุ่งเข้าไปหาหัวขวาเพื่อต่อสู้กับเจ้านักรบในทันที

“กรรร”

เคนคำรามออกมาและกระโดดเข้าใส่หัวซ้ายตามคำส่ัง แต่เพ็คและโชวรอชก็ไม่ได้ยืนนิ่งๆ

หัวนักรบได้ยกกระบองขึ้นมาสวนกลับซังจิน และหัวจอมเวทก็ร่ายคาถาออกมา

“จงมาขวางกันด้วยเปลวเพลิง กำแพงเพลิง”

เมื่อร่ายจบก็ก็ได้มีกำแพงเพลิงปรากฏออกมาเบื้องหน้าของยักษ์ แต่ซังจินนั้นเคลื่อนที่ไปถึงแล้วก่อนที่จะร่ายจบและเข้าต่อสู้กับนักรบ กลับกันเคนนั้นเข้าไปไม่ทันและถูกแยกออกมา

ซังจินเหวี่ยงดาบของเขาเข้าใส่ด้านซ้าย แต่

“อ่อนแอ…”

เจ้านักรบได้เหวี่ยงไม้กระบองเหล็กของมันมากันไว้ตามคาด เจ้าจอมเวทก็เข้ามาร่วมด้วย ด้วยการเหวี่ยงคทาของมันเข้าใส่เขา ซังจินได้หลบและสั่นกระดิ่งที่เขาได้เตรียมเอาไว้ในมือซ้าย

“กริ๊ง~”

กระดิ่งส่งเสียงออกมาครั้งหนึ่ง และซังจินก็ตะโกน

“เคน”

ในทันที เคนได้พุ่งผ่าเปลวเพลิงเข้ามาและพุ่งเข้าใส่เจ้าจอมเวทด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ

แขนทั้งสองข้างของพวกมันนั้นได้โจมตีมาที่ซังจินอยู่ จึงทำให้มันไม่สามารถป้องกันตัวได้

เคนได้รับโอกาสที่จะพุ่งเข้าไปกัดคอของเจ้าจอมเวท เจ้าจอมเวทได้ตะโกนขอความช่วยเหลือจากหัวข้างๆมัน

“เพ็ค”

“ข้ารู้”

ในตอนนี้ซังจินได้รู้แล้วว่าใครเป็นใคร เจ้านักรบได้เหวี่ยงกระบองของเข้าใส่เคนเพื่อไล่เคนที่ซึ่งกัดคอข้างๆเขาอยู่

และในตอนนั้นเองเจ้านักรบก็ได้ปล่อยให้ซังจินได้มีอิสระในการทำสิ่งที่ต้องการ ซังจินได้จัดการอย่างไร้ความปราณี

เช่นเดิมซังจินนั้นได้เริ่มจากการปลดอาวุธศัตรูก่อนเป็นอย่างแรก แขนของเพ็คได้ถูกตัดลง

“อ๊าาา โชวรอช”

เพ็คร้องออกมาเพื่อขอความช่วยเหลือจากโชวรอช

โชวรอชพยายามจะเหวี่ยงคทาเข้าใส่ซัง แต่ก็ไม่มีทางที่มันจะสามารถสู้กับซังจินได้ด้วยตัวคนเดียว

ซังจินหลบไม้คทาอย่างง่ายดายและโจมตีสวนกลับไปที่หน้าอก

“อั๊ก” “อ๊าา”

“ลมผลักดั…”

โชวรอชพยายามที่จะร่ายคาถา แต่

“กรรร”

เคนได้กระโดดขึ้นไปอีกครั้งแล้วกัดเข้าไปที่คอเพื่อไม่ใช่โชวรอชได้ร่ายคาถา และด้วยโอกาสนี้ซังจินก็ตัดยักษ์จนขาดครึ่ง

“กล๊าา” “กล๊าา”

เพ็คและโชวรอชได้เปล่งเสียงแปลกๆออกมาในขณะที่เขาได้ล้มลง ลูกบาศก์ได้ประกาศชัยชนะออกมาด้วยเสียงอันรื่นเริง

[ยักษ์จอมเวท เพ็คและโชวรอช ถูกกำจัดแล้ว]

[การจู่โจมเคลียแล้ว จะกลับสู่ตลาดมืดภายในอีก 36 นาที 32 วินาที]

“เฮ่ออ..”

ซังจินถอนหายใจออกมาและเช็คหน้าผากตามสัญชาตญาณ

“เอ๊ะ”

บนมือของเขาได้มีเหง่ืออยู่ นี้เป็นครั้งแรกตั้งแต่การรีเซ็ตที่เขาได้เหงื่อออก การจัดการบอสมันยากกว่าที่เขาได้คิดเอาไว้

ไม่ว่าสเตตัสของเขาจะมากแค่ไหน การที่จะเอาชนะบอสที่ถูกออกแบบมาไว้สำหรับจัดการคนห้าคนนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่าย

“บรูวว~”

เคนได้หอนออกมาเพื่อเรียกร้องหาความสนใจ ซังจินหันลงไปมองเคนโดยดี

“อ่าเคน นายทำได้ดีมาก”

เขาเอามือลูบไปตามคอของเคนและตรวจสอบด้านข้างตรงจุดที่เขาได้โดนกระบองฟาด

“นายไม่เป็นอะไรนะ”

เคนเห่าออกมาสั้นเพื่อแสดงว่าเขาสบายดี

“โฮ่ง”

‘กระดิ่งของผู้เชี่ยวชาญ’ นั้นมีผล ‘คงกระพันอยู่’ เคนได้รับประโยชน์อย่างมากจากสิ่งนี้ เขาไม่มีบาดแผลแม้แต่จุดเดียว

ในตอนนี้ซังจินก็ได้คิดถึงในตอนที่เคนได้พุ่งผ่าไฟเข้ามา มันดูคล้ายกับสิ่งโตกระโดดรอดห่วงในคณะละครสัตว์เลย และเคนก็โผล่ออกมาได้โดยไร้ซึ่งอันตราย ซังจินลูบหัวของเคนเบาๆและพูดขึ้น

“ไฟมันจะต้องน่ากลัวมากแน่ๆสำหรับหมาป่า…นายมีความกล้าได้กล้าเสียจริงๆเลยนะ เพื่อนของฉัน”

เคนได้หอนยาวออกมาเนื่องจากมีความสุขจากการถูกชม

“บรูวววววว~”

****

[ยักษ์จอมเวท เพ็คและโชวรอช ถูกกำจัดแล้ว]

[การจู่โจมเคลียแล้ว จะกลับสู่ตลาดมืดภายในอีก 36 นาที 32 วินาที]

นักล่าคนอื่นๆหยุดเคลื่อนไหวในทันที

“อะไร?”

“เกิดบ้าอะไรเนี้ย…?”

ได้มีอะไรบางอย่างแปลกๆเกิดขึ้นนักล่าคนอื่นๆจึงได้แต่สับสน ก่อนหน้านี้ในขณะที่พวกเขากำลังล่าพวกมอนสเตอร์ปกติอยู่โอเปอเรเตอร์ก็ได้ประกาศออกมาว่าบอสปรากฏตัว และในตอนนี้ก็ประกาศว่าบอสตายแล้ว

ทั้งสี่คนไม่อาจจะจินตนาการไปถึงการที่จอมเวทเคได้จัดการบอสด้วยตัวคนเดียวได้ มันเป็นสิ่งที่เหลือสามัญสำนึกจนเกินไป ราจช์ได้ถามกับโอเปอเรเตอร์เพื่อตรวจสอบ

“เดี๋ยวก่อนนะ โอเปอเรเตอร์ แกเพิ่งบอกว่าเราได้เคลียการจู่โจมแล้ว?”

[ใช่แล้ว มันถูกต้อง คุณจะกลับไปสู่ตลาดมืดในอีก 36 นาที 24 วินาที]

ทุกๆคนงุนงกกับคำพูดของโอเปอเรเตอร์ เชี่ยนหวางได้ชี้ไปข้างหน้าด้วยหอกของเขาและพูดออกมา

“พวกเรายังไม่ได้แม้แต่มองเห็นบอสเลย แล้วมันกลับตาย…ฉันไม่รู้ว่ามันได้เกิดอะไรขึ้น แต่เราควรที่จะไปต่ออีกสักหน่อยนะ….”

แต่แล้วนักล่าคนอื่นๆก็ยิ่งตกใจมากขึ้นไปอีกเมื่อเดินลึกเข้าไปในหุบเขา ข้างหน้าของพวกเขามันเต็มไปด้วยซากศพของพวกยักษ์ที่มองเห็นได้ไกลจนสุดสายตา

“โว่ว…”

เชี่ยนได้มองกลับไปที่ทีมของเขา แม้แต่กับเซรินที่ที่ปกติจะดูเงียบสงบและเยือกเย็นก็ยังดูตกใจ

ราจช์และซานติอาโก้แลกเปลืืยนคำพูดแค่ระหว่างพวกเขาสองคน เชี่ยนได้พูดกับนักล่าทั้งสามคนอีกครั้ง

“นี้มันเกิดอะไรขึ้น…กัน”

ราจช์ได้เรียกให้เชี่ยนเข้ามาหาเขา

“มานี่เดี๋ยงนึงสิ”

เชี่ยนได้เดินเข้าไปหาราจช์และซานติอาโก้ เมื่อเข้าไปใกล้มากพอราจช์ก็พูดออกมาเบาๆ

“เยี่ยม ถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น…แต่การจู่โจมมันได้จบลงแบ้ว และ…เราก็เหลือเวลาอยู่มาก นายต้องการจะทำอะไรสนุกๆไหมหละ”

‘ทำอะไรสนุกๆ?’

เชี่ยนเอียงหัวเขาไม่แน่ใจว่าหมายถึงอะไร ราจช์เหลือบไปมองเซรินขณะที่เขาพูดต่อ

“ถึงมันจะไม่ง่าย แต่ถ้าพวกเราสามคนร่วมมือ….หืมม?”

เมื่อเชี่ยนรู้ว่าพวกเขาหมายถึงอะไร เขาก็ถอยหลังออกมา

“พวกนายเป็นบ้าอะไรกั….”

แต่เขาก็พูดไม่ทันจะจบประโยคเมื่อ

‘ฉึก’

เขาได้ยินเสียงมาจากด้านล่าง เมื่อเขามองลงไปเขาก็เห็นมีดสั้นของซานติอาโก้ปักอยู่

 

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่ลิ้งค์เลยครับ > จิ้มเลย < ตอนนี้กลุ่มลับอยู่ตอนที่ 39 ครับผม