0 Views

Chapter 15 – Greysoul Cemetery (1)

เช้าวันรุ่งขึ้น ซังจินได้ลงมาที่ชั่นหนึ่งของโรงแรม

“ขนมปังปิ้งกับวานิลาลาเต้”

เขาได้สั่งอาหารเช้าของเขาทันที

“โฮ่งๆ”

และเขาก็ได้เห็นเคนที่เขาลืมมันไป

“อะจริงด้วย เอาอาหารสำหรับเคนด้วย”

หลังจากซังจินสั่งอาหารให้กับเคนแล้วเขาก็ถอดรองเท้าออกแล้วก็ยืดเท้าไปวางบนเก้าอี้ ส่วนดารูปินก็ได้ออกไปเตรียมอาหารเช้า

ในขณะที่ซังจินกำลังกินอาหารเช้าเขาก็ได้คิดเกี่ยวกับการจู่โจมครั้งต่อไป ‘สุสานวิญญาณสีเทา’

‘ที่นั่นมันไม่ใช่ที่ๆฉันอยากจะกลับไป…’

เขาได้วางขนมปังที่กินได้เพียงครึ่งนึงไว้และออกไปจากโรมแรมพร้อมแก้วลาเต้

“โฮ่งๆ”

เคนก็ยังได้ตามเขาออกมาอีกด้วย วันนี้อากาศดีมากทำให้สามารถมองเห็นตลาดมืดได้จากไกลๆ

‘…ตอนนี้ฉันควรที่จะซื้อน้ำมนต์ดีไหมนะ…’

ความคิดนี้ได้แว่บผ่านเข้ามาในหัวของเขา แต่เขาก็จำเป็นที่จะต้องเก็บทุกๆเหรียญดำไว้เพื่อที่จะไปซื้อไอเทมในตำนานในภายหลัง

“โอเปอเรเตอร์เหลือเวลาเท่าไหร่”

[3 นาที 12 วินาที]

ยังพอจะเหลือเวลาในการจู่โจมอยู่ซังจินจึงกินลาเต้จนหมดแล้วกลับเข้าไปนั่งในโรมแล้วพร้อมกับอัพแต้มสเตตัสตามที่วางแผนไว้

“โอเปอเรเตอร์อัพค่าสเตตัสความแข็งแรง 700 ค่าความคล่องแคล่ว 800 และค่าความอดทนอีก 700”

[ค่าความแข็งแรงเพิ่มขึ้น 700 ค่าความคล่องแคล่วเพิ่มขึ้น 800 และค่าความอดทนเพิ่มขึ้น 700]

ซังจินได้เตรียมความพร้อมสำหรับการจู่โจมในครั้งนี้ ไม่ว่าจะมีสเตตัสที่สูงแค่ไหนมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเคลียแบบ 100%

โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยตัวคนเดียว

โอเปอเรเตอร์ก็ได้เริ่มนับถอยหลังในไม่ช้า

“การจู่โจมจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า 10 9 8…]

ซังจินได้กล่าวลาเคนสั้นๆ

“ไว้เจอกัน เคน”

หลังจากนั้นเขาก็หายไปจากโรมแรม

****

ในช่วงยามค่ำคืนโคมไฟบนพื้นถนนที่ชำรุดให้แสงสว่างสลัวๆกับหลุมศพที่อยู่ใกล้เคียง กาได้บินออกจากต้นไม้แห้งที่ปราศจาคใบและชีวิต

“ก๊า ก๊า~”

พื้นที่ๆซังจินถูกส่งมานั้นเป็นสุสานที่น่าขนลุก โอเปอเรเตอร์ได้เริ่มต้นอธิบาย

[ขอยินดีต้อนรับนักล่าทุกคนสู่สุสานวิญญาณสีเทา]

[มันเป็นพื้นที่นี้เต็มไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจของผู้ที่ตายไปแล้ว]

[และตามที่ได้ประกาศไว้ในช่วงก่อนการจู่โจมจะเริ่มขึ้น]

[จะไม่มีการแนะนำอีกต่อไปและการจู่โจมจะเริ่มในทัน]

“…ฉันไม่เคยจะรู้มีสึกชินกับที่นี้เลยสักที..”

ซังจินมองไปรอบๆและเลียริมฝีปาก เขายังรู้สึกได้ถึงรสชาติของลาเต้

[เริ่มการจัดทีมนักล่า]

พื้นที่โดยรอบของซังจินเริ่มเบลอและครู่หนึ่งก็ได้มีนักล่าโผล่ขึ้นมา 4 คน ซังจินมองไปที่ฉายาของพวกเขาเป็นอย่างแรก

‘นักล่าหมี’ ‘ซามูไรระดับกลาง’ ‘นักสำรวจ’ และ ‘พลหอกผู้เชี่ยวชาญ’

‘โอ้~’

ในรอบนี้มีถึงสองฉายาที่น่าประทับใจ ‘ซามูไรระดับกลาง’ และ ‘พลหอกผู้เชี่ยวชาญ’

ซังจินได้ตรวจสอบเจ้าของฉายาทั้งสองในทันที สำหรับเจ้าของฉายา ‘ซามูไรระดับกลาง’ ไม่ว่าใครก็ดูออกว่าเขาเป็นคนญี่ปุ่น

เขาดูเหมือจะเป็นคนที่อยู่ในช่วงต้นของยุค20 ซึ่งดูแล้วน่าจะมีอายุที่น้อยกว่าซังจิน เขานั้นไว้เคราและโกนคิ้วส่วนหนึ่งเพื่อให้คิ้วคม ในหมู่ประเทศจีน เกาหลี ญี่ปุ่น มี่เพียงแค่ญี่ปุ่นเท่านั้นที่จะมีลักษณะอย่างนี้ตั้งแต่ยังเด็ก

‘ฉันคิดว่าเขาน่าจะเป็นนักดาบซามูไรจริงๆ’

ซังจินมองต่อไปที่ ‘พลหอกผู้เชี่ยวชาญ’ ชายคนนี้เป็นคนผิวสีดำสนิท

เมื่อเทียบกับคนอเมริกาหรือยุโรป ผิวของชายคนนี้ดูมืดกว่ามากทำให้ยากที่จะแยกเขากับความมืดเลยทีเดียว แต่จะมีเพียงดวงตาของเขาที่มองเห็นได้ชัด

“…ฉันคิดว่า…น่าจะเป็นคนแอฟริกัน”

ส่วนอีกสองคนสุดท้ายนั้นไม่ได้มีอะไรน่าจดจำมากนัก ‘นักล่าหมี’ นั้นเป็นชาวตะวันตก และ ‘นักสำรวจ’ เป็นชายร่างผอมที่ดูคล่องแคบ่ว ซังจินคิดว่าเขาน่าจะเป็นคนอินเดีย

ซังจินได้ตรวจสอบบรรยากาศภายในกลุ่มของเขา ถ้าหากมันแย่เขาจะก็เตือนพวกนั้น

‘รวมกลุ่มกันสี่คนและไปล่ากลุ่มเล็ก’

เหมือนกับที่เขาเคยทำกับกลุ่มอื่นๆจนมาถึง แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดออกไป ‘ซามูไรระดับกลาง’ ก็ได้ก้าวมาข้างหน้าและพูดขึ้นมา

“เฮ้ พวกนายทั้งสี่คนควรจะรวมกลุ่มกันและล่าเจ้าพวกขยะ ฉันจะไปจัดการกับบอสอย่างรวดเร็วเอง”

คนอื่นๆได้จ้องไปที่เขา โดยเฉพาะซังจิน

ซามูไรได้มีลงทุนไปที่เครื่องสวมใส่เป็นอย่างดี ทั้งตัวของเขาเต็มไปด้วยไอเมระดับ ‘ปกติ’ ไปจนถึงระดับ ‘แรร์’

คาตานะที่เขาถืออยู่ก็ค่อนค้างจะมีระดับที่สูง มันเป็นไอเทมที่มีขายใน ‘ลาทเอท’ มันช่วยไม่ได้ที่ซังจินจะคิดขึ้น

“ฉันมั่นใจว่าเขาได้ซื้อมาหลายอย่างเลยหละ’

เขาคงจะต้องเป็นเอสในทีมจู่โจมอื่นๆแน่ คนในทีมของเขานักสำรวจชาวอินเดียเสนอขึ้นมา

“อืมม…มันจะไม่ดีกว่าหรอถ้าพวกเรา…ร่วมมือกันนะ’

นักล่่หมีก็เห็นด้วยกับคำพูดของนักสำรวจแล้วพูดเสริม

“ใช่แล้ว นายหนุ่มจีนแม้ว่านายจะแข็งแกร่ง แต่ว่ามันจะไม่แกร่งขึ้นไปอีกเหรอหากพวกเราร่วมมือกัน”

ทุกๆคนในทีมรู้สึกพอใจในสิ่งนี้ยกเว้นเพียงแต่นายซามูไรระดับกลาง

เฮ้ นายไม่เห็นดาบคาตานะนี่กับฉายางั้นหรอ ฉันเป็นคนี่ปุ่น คนญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามพวกเราสามารถร่วมมือกัน แต่เมื่อเราพบกับบอสพวกนายต้องถอยออกไป ไม่ว่าพวกนายจะพยายามกันมากซักเท่าไหร่ฉันก็จะเป็นคนที่มีผบงานมากที่สุด”

ซังจินได้คิดถึงสิ่งนั้น

‘ถ้าอย่างนั้น..ฉัน….’


Chapter 3 -Greysoul Cemetery Raid
Objective – Hunt the Lich ‘Deathmond’
Time Limit: 25 Minutes


[ทำภารกิจให้สำเร็จก่อนที่เวลาจะหมดลง]

[หากไม่สำเร็จ คุณจะตาย]

[การจู่โจมจะเริ่มขึ้นในอีก 3 นาที]

เมื่อเสร็จสิ้นการบรรยายภารกิจของโอเปอเรเตอร์ ชายนักล่าหมีก็พูดขึ้น

“ฉันคิดว่าพวกเราควรมี่จะแนะนำตัวกันก่อนที่การจู่โจมจะเริ่มขึ้น หากในตอนที่เรากำลังต่อสู้อยู่เพื่อเอาชีวิตรอดและพยายามจะตะโกนว่า ‘เฮ้ สุดยอดนักล่า ช่วยฉันด้วย’ มันคงจะยาวเกินไป”

ชายชาวตะวันตกมองไปที่ฉายาบนหัวซังจิน

“ฉันจะเริ่มก่อนละกั ฉันชื่อเฮนริค ซันเดอแกต เนื่องจากชื่อเตมฉันยาวเกินไปเรียกฉันแค่เฮนริคก็พอ แล้วนายหละ”

เฮนริคนั้งคงต้องมาจากทางเหนือของยุโรป

“คาลตู ฉันมาจากเนปาล”

ชายที่ซังจินคิดว่าเป็นชาวอินเดียจริงๆแล้วคือชาวเนปาล คนต่อมาก็คือนายซามูไรระดับกลาง

“ฉันชื่อวาตานาเบะ ฮิโรกิ เรียกฉันสั้นๆว่าฮิโระ”

‘เป็นเด็กหนุ่มที่มีชีวิตชีวา’

จนถึงขณะนี้หมอนั่นควรจะต้องผ่านความเป็นและความตายมา ถูกบังคับให้ฆ่าหรือไม่ก็ถูกฆ่ามา แต่การที่เขายังคงมีทัศนคติที่ดี เขาคงต้องเป็นคนที่มีมันเป็นธรรมชาติ

เหลือเพียงอีกสองคนที่ยังไม่ได้เปิดเผยชื่อของตนเองนั่นคือ ‘สุดยอดนักล่า’ ฮันจินและ ‘พลหอกผู้เชี่ยวชาญ’ เมื่อทั้งสามคนจ้องมองมาที่เขาซังจินก็พูดออกมาด้วยชื่อที่เขาเตรียมไว้

“ฉันชื่อเค”

เฮนริคหยักหน้า

“โอเคร เค”

พวกเขาจะต้องชอบเพราะชื่อของเขานั้นสั้น เหลือเพียงคนสุดท้ายนั่นคือ ‘พลหอผู้เชี่ยวชาญ’ แต่เขาก็ทำเพียงแค่จ้องกลับมาอย่างว่างเปล่า หลังจากนั้นเขาก็มองไปรอบๆและพูดขึ้น

“อคานน่า”

แล้วการแนะนำตัวก็จบลง เฮนริคพยายามทำอย่างดีที่สุดเพื่อรวมทีมเข้าด้วยกันและใช้ความเป็นผู้นำ

“มาร่วมมือด้วยกันเถอะ เราทุกคนไม่มีครอบครัวที่เราต้องการจะช่วยงั้นหรือ? ”

ซามูไรระดับกลางได้กำมือแน่นในขณะที่เฮนริคได้พูดคำนั้นออกมา

“ใช่ แม่และน้องสาวของฉันพวกเขาถูกขัง…”

ซังจินคิดว่าฮิโระคงจะไม่ได้บ้าเหมือนในตอนแรก ชาวเนปาลก็หยักหน้าเช่นกัน

“ฉันคิดว่าฉันคงมีครอบครัวที่ใหญ่ที่สุดที่ต้องการจะช่วย เพราะว่าคนในครอบครัวของฉันมีสมาชิกอยู่ 30 คน”

เป็นอีกครั้งที่ซังจินและชาวแอฟริกันเป็นสองคนสุดท้าย โดยเฉพาะกับซังจินที่ไม่มีอะไรจะพูด เขานั้นได้เติบโตในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าผู้คนที่โอเปอเรเตอร์ได้แสดงให้เขาเห็นเป็นเพียงแค่บางคนที่ทำงานในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

พวกเขาเหล่านั้นเป็นคนที่ดีแต่ก็ไม่มีอะไรเทียบได้กับพ่อและแม่ ส่วนอคานน่าไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่เขาทำเพียงกระพริบตาด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า

ไม่ใช่ว่าเขาไม่สามารถพูดได้หรือไม่เข้าใจเพียงแค่ว่าเขาไม่เหมือนคนปกติ

[การจู่โจมจะเริ่มในอีก 1 นาที]

โอเปอเรเตอร์ได้แจ้งให้กลุ่มของเขาทราบเกี่ยวกับเวลาที่เหลืออยู่ ในตอนนี้คนในทีมของเขาดูค่อนค้างเคลียด

“นายได้อ่านข้อมูลกันแล้วใช่ไหม ลูกธนูจะใช้ไม่ได้ผลกับโครงกระดูก ฉันจะจัดการมันเองด้วยขวานของฉัน ดังนั้นพวกนายช่วยจัดการพวกซอมบี้และกูลให้ฉันด้วยถ้าฉันยุ่งอยู่

“เข้าใจแล้ว”

ฮิโระได้เดินเข้ามาใกล้กับซังจินและถามขึ้น

“เฮ้เค นายเป็นคนที่ไหนงั้นหรอแน่นอนว่าไม่ใช่คนญี่ปุ่นแน่นอน ชาวจีนหรือเกาหลีหละ มันมีโอกาสมากที่นายจะเป็นชาวจีนแต่ฉันก็รู้สึกว่านายนั้นอาจเป็นชาวเกาหลี”

ที่ฮิโระสนใจซังจินอาจจะเป็นเพราะเขาใช้อาวุธแบบเดียวกัน ซังจินก็ยังมองไปต่ออย่างไม่สนใจแต่ฮิโระก็ไม่ได้หยุดแค่นั้น

“เดี๋ยวก่อนสิ ทำไมนายถึงยังใช้ดาบคาตานะพื้นฐานอยู่หละ เหรียญดำที่นายได้ไปไหนหมดแล้วก็ไหนจะกุญแจมือนั้นอีก ทำไมนายถึงได้เหวี่ยงดาบในขณะที่ถูกมัดด้วยโซ่หละ”

ซังจินขมวดคิ้วขึ้น

‘….น่ารำคาญ.

แม้ว่าซังจินจะไม่ตอบกลับไปซักคำ แต่ฮิโระก็ยังคงพูดต่อ

“ที่จริงนะฉันได้รับที่ 1 ในการแข่งเคนโด้ในโอซาก้า หลังจากได้รับตำแหน่งในระดับภูมิภาคแล้วฉันก็ได้เตรียมพร้อมที่จะไปลงแข่งในระดับประเทศแต่แล้วก็ถูกพามาที่นี่ซะก่อน”

ในส่วนสุดท้ายนั้นฟังดูน่าสนใจซังจินนั้นเคยดูถ่ายทดสดเคนโด้ ถ้าหากเขาได้รับที่หนึ่งในการการแข่งในโอซาก้าเขาก็คงมีความสามารถมาก ซังจินจึงได้ตอบกลับเขาไปประโยคหนึ่ง

“งั้น…นั้นก็คือวิธีที่นายได้รับฉายาซามูไรระดับกลางสินะ

“ใช่แล้ว โอเปอเรเตอร์หรืออะไรบางอย่างมีสายตาที่ดี ฉายานี้ดีมาก มันจะช่วยเพิ่มความเสียหายทั้งหมดที่เกิดจากคาตานะ 20% เป็นไงบ้าง น่าทึ่งมากเลยใช่ไหมหละ”

ซังจินรู้สึกหมดคำจะพูด เป้าหมายของเขามีเพียงแค่ฆ่าบอสอย่างรวดเร็วและไปค้นหาบอสลับต่อ

“แล้วฉายาของนายหละสุดยอดนักล่ามันฟังดูดีมากความสามารถมันเป็นยังไง”

ซังจินถอนหายใจ

“….ได้รับมันเอง แล้วนายก็จะรู้ทั้งหมด”

“แน่นอน ฉันจะทำลายการจู่โจมนี้หรืออะไรก็ตาม ฉันจะเอาฉายาทั้งหมดและไอเทมทั้งหมดมา”

เขามีความมั่นใจใจที่ดี แต่ว่าผลงานการจู่โจมในครั้งนี้ของเขาจะไม่ได้สูงมากนัก เว้นเสียแต่ว่าซังจินจะตัดสินใจไม่เข้าร่วมการจู่โจม

‘ฉันควรจะจัดการอย่างไรกับการจู่โจมครั้งนี้ดี’

ซังจินมองไปที่คนอื่นๆอย่างรวดเร็ว พวกเขาเหล่านี้เป็นบุคคลที่ค่อนข้างจะมีพรสวรรค์ที่ค่อนข้างสูง ในระดับที่พวกเขาสามารถที่จะอยู่รอดได้ในบทนี้โดยไม่มีการปกป้อง

‘ปัญหาหาหลักคือค่าผลงาน….’

แต่ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ ‘ใครจะอยู่รอดไปจนถึงจุดจบ’ ไม่มีเหตุผลจำเป็นที่เขาจะต้องคำนึงคนแปลกหน้าทุกๆคนที่เขาพบเจอในช่วงแรก

เนื่องจากโอกาสที่พวกเขาจะรอดไปจนถึงตอนจบนั้นน้อยมาก เราต้องการเพียงแค่คนเดียวที่สามารถจะเคลียการจู่โจมทั้งหมดและภารกิจในตอนท้ายได้

เพื่อขจัดความไม่มั่นใจที่เกิดจากการพึ่งพาเพื่อนร่วมทีมที่ดีและความร่วมมือเขาต้องการที่จะมีพลังอย่างท่วมท้น เพียงพอที่จะเคลียการจู่โจมทั้งหมดด้ววตัวคนเดียงหากจำเป็น

ซังจินตัดสินใจการกระทำของเขาต่อจากนี้ และเขาได้บอกแก่ทุกคน

“ฉัน…จะไปคนเดียว”

ฮิโระและคนอื่นๆได้หันมามองเขา

“ความจริงแล้วฉันไปพวกหมาป่าเดียวดายนะ ถ้าหากพวกนายต้องการความช่วยเหลือจากฉันๆก็จะมาช่วย แต่ช่วยอยู่รวมกลุ่มกันสี่คนและออกล่าเฉพาะพวกมอนสเตอร์ธรรมดาเท่านั้น”

เฮริคที่ได้พยายามที่จะรวบทีมถึงกับตกใจ

“อะไรน๊ะ มีอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ ทำไมนายถึงพูดอย่างนั้น”

และยังมีคาลตูเข้ามาเสริม

“เขาพูดถูกแล้วการร่วมมือกันบ่ามันจะดีกว่า”

ฮิโระได้รู้สึกประทับใจจริงๆ

“โฮ่…เคมันสุดยอดมาก ดีหละหลังจากนี้มันจะเป็นการแข่งขัน”

และในตอนท้ายโอเปอเรเตอร์ก็ได้นับเวลาการเริ่ม

การจู่โจมจะเริ่มขึ้นอีกใน 10 วินาทีิ 10 9]

ซังจินหยิบดาบคาตานะออกมาและไปยืนอยู่ที่ทางเข้า ‘สุสานวิญญาณสีเทา’

[8 7 6]

เฮนริคได้พยายามอีกครั้งเพื่อที่จะเปลื่ยนความคิดซังจิน

“เฮ้เค อย่าทำอย่างนี้เลยลองคิดดูใหม่เถอะ”

แต่ซังจินได้หตนมาพูด

“ฉันทำไม่ได้ ในการจู่โจม….มันก็เป็นอย่างนี้แหละ”

ตาของเฮนริคโตขึ้นและมองซังจินด้วยความผิดหวัง

“เพียง…เกี่ยวกับมันคุณอาจจะเจอหนึ่งหรือสองคนที่เป็นแบบตอนนี้”

[3 2 1 0]

และเมื่อประตูเปิดขึ้น ซังจินก็ได้วิ่งเข้าไปด้วยตัวคนเดียว